- หน้าแรก
- ระบบพรสวรรค์ไร้สิ้นสุด
- บทที่ 20 รอบที่สอง บททดสอบใหม่!
บทที่ 20 รอบที่สอง บททดสอบใหม่!
บทที่ 20 รอบที่สอง บททดสอบใหม่!
"สภาวะสวรรค์มนุษย์? ข้าไม่นึกเลยว่าจะมีผู้อื่นก้าวไปถึงสภาวะสวรรค์มนุษย์ได้เช่นกัน" ชายร่างสูงโปร่งผู้หนึ่งพึมพำออกมาท่ามกลางฝูงชน
"ข้าก็นึกว่ามีเพียงข้าคนเดียวเสียอีก สมแล้วที่เป็นการคัดเลือกที่เปิดกว้างสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งมวล... มีตัวประหลาดซ่อนอยู่ทุกที่จริงๆ ข้าประเมินอัจฉริยะเหล่านี้ต่ำเกินไปสินะ..."
"หลินเฟิง อายุสิบห้าปี บรรลุ 'ครึ่งก้าวสู่สภาวะสวรรค์มนุษย์' ...ประเสริฐ ประเสริฐยิ่งนัก" เฟิงเสวี่ยเอ่ยชมเชยจากด้านข้าง
"เจ้ามานี่สิ มายืนอยู่ด้านหลังข้า"
"รับทราบขอรับ ผู้อาวุโสเฟิงเสวี่ย" หลังจากเก็บกระบี่เข้าฝัก หลินเฟิงก็เดินตรงไปยืนด้านหลังนางทันที
เมื่อเห็นภาพนี้ ฝูงชนก็เกิดความโกลาหลขึ้นอีกระลอก
"เฟิงเสวี่ยถึงกับเรียกให้หลินเฟิงไปยืนด้านหลังนางโดยตรงเลยรึ? นางคงจะให้ความสำคัญกับเขามากทีเดียว"
"ก็แหงล่ะสิ อายุสิบห้าแต่บรรลุครึ่งก้าวสู่สภาวะสวรรค์มนุษย์! นั่นมันก็คือสภาวะสวรรค์มนุษย์นั่นแหละ! แน่นอนว่านางต้องเห็นค่าของเขา"
"ก็สมเหตุสมผลอยู่"
ทันทีที่หลินเฟิงก้าวมายืนด้านหลัง เสียงของเฟิงเสวี่ยก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา
'รากฐานพรสวรรค์ของเจ้านั้นโดดเด่นยิ่งนัก แต่จงระวังตัวให้ดี... ในหมู่พวกเรามีสายลับของเผ่าปีศาจปะปนอยู่ ระวังการลอบสังหารเอาไว้ด้วย'
'แต่ก็ไม่ต้องกังวลจนเกินไป ภายในเมืองเติงเทียนแห่งนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เผ่าปีศาจจะลงมือ และยิ่งเจ้ายืนอยู่ข้างกายข้า เจ้าจะปลอดภัยอย่างแน่นอน'
"หือ? ไม่มีเสียงพูด แต่กลับดังก้องเข้ามาในหัวโดยตรง... นี่คือ 'การถ่ายทอดเสียงทางจิต' งั้นรึ?" หลินเฟิงชำเลืองมองเฟิงเสวี่ยเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเพื่อแสดงว่าเขาเข้าใจแล้ว
จากนั้น เฟิงเสวี่ยก็ขานเรียกอัจฉริยะคนถัดไป
"ฮวนโห่ว"
"ขอรับ" ชายหนุ่มร่างสูงค่อยๆ ก้าวออกมาจากฝูงชนและแสดงความเคารพต่อเฟิงเสวี่ย
"ผู้อาวุโสเฟิงเสวี่ย ข้าพร้อมโจมตีทุกเมื่อขอรับ"
"อืม" เฟิงเสวี่ยพยักหน้า นางโบกมือวูบหนึ่ง ร่างพลังงานรูปมนุษย์ที่ถูกหลินเฟิงผ่าแยกไปก่อนหน้านี้ก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
"สามกระบวนท่า"
"รับทราบ" ฮวนโห่วพยักหน้าและชักอาวุธของเขาออกมา... มันคือดาบสั้นเล่มหนึ่ง
ชวิ้ง!
เพียงดาบเดียว ร่างพลังงานก็ถูกผ่าแยกเป็นสองส่วนอย่างหมดจด ในขณะเดียวกัน พลังอำนาจที่ยากจะพรรณนาก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของฮวนโห่ว
"สภาวะสวรรค์มนุษย์อีกคนงั้นรึ? ก่อนหน้านี้ก็หลินเฟิง คราวนี้ก็ฮวนโห่ว?" ผู้ชมรอบข้างต่างส่งเสียงฮือฮา... สองคนติดกันเลยหรือนี่?
"บรรลุสภาวะสวรรค์มนุษย์ทั้งคู่ แถมอายุยังไม่ถึงยี่สิบ? เดี๋ยวนี้อัจฉริยะเขาเกลื่อนกลาดขนาดนี้เชียวรึ?"
"ถือว่าผ่านเกณฑ์" เฟิงเสวี่ยพยักหน้าเล็กน้อยให้กับการแสดงฝีมือของฮวนโห่ว
"คนของตระกูลฮวนเคยเปรยไว้ว่าจะทำให้ข้าประหลาดใจในการคัดเลือกครั้งนี้ ข้าแค่ไม่นึกว่าจะเป็นถึงสภาวะสวรรค์มนุษย์... อีกสองดาบ"
"ขอรับ"
ตระกูลฮวนเป็นตระกูลใหญ่ที่มีทรัพยากรมหาศาล ดังนั้นเฟิงเสวี่ยจึงไม่ได้ตื่นตกใจมากนักที่ฮวนโห่วสามารถบรรลุสภาวะสวรรค์มนุษย์ได้
ที่สำคัญที่สุดคือ ฮวนโห่วอายุสิบแปดปีแล้ว... การฝึกฝนอย่างหนักถึงสิบแปดปีพร้อมแรงสนับสนุนเต็มที่เพื่อบรรลุสภาวะสวรรค์มนุษย์ แม้จะเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ แต่เมื่อเทียบกับหลินเฟิงแล้ว เขาก็ยังดูด้อยกว่าเล็กน้อย
เฟิงเสวี่ยโบกมืออีกครั้ง ร่างพลังงานรูปมนุษย์ก็ก่อตัวขึ้นใหม่
"เอาล่ะ ฟันอีกสองครั้ง"
ฮวนโห่วตวัดดาบอีกครั้ง ผ่าร่างนั้นแยกออกเป็นสองส่วน
ร่างพลังงานก่อตัวขึ้นใหม่อีกครา และดาบที่สามก็ผ่ามันออกเป็นสองซีกเช่นเดิม
"โอ้? ดูเหมือนว่าความชำนาญในสภาวะสวรรค์มนุษย์ของเจ้าจะค่อนข้างดีทีเดียว" เฟิงเสวี่ยพยักหน้า
เมื่อเทียบกับหลินเฟิง ข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของฮวนโห่วคือการควบคุมสภาวะสวรรค์มนุษย์ได้ลื่นไหลกว่าเล็กน้อย
ทว่าเฟิงเสวี่ยเชื่อมั่นว่า ด้วยพรสวรรค์ของหลินเฟิง เพียงแค่ปีเดียวหลังจากเข้าสู่ค่ายเติงเทียน เขาจะสามารถก้าวเข้าสู่สภาวะสวรรค์มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะกลายเป็นยอดฝีมือผู้บรรลุสภาวะสวรรค์มนุษย์ด้วยวัยเพียงสิบหกปี... ซึ่งย่อมแข็งแกร่งกว่าฮวนโห่วอย่างแน่นอน
"เจ้าเองก็มาหยืนข้างหลังข้าได้" เฟิงเสวี่ยกวักมือเรียกฮวนโห่ว
แม้จะด้อยกว่าหลินเฟิง แต่ฮวนโห่วก็ยังถือเป็นอัจฉริยะที่บรรลุสภาวะสวรรค์มนุษย์ สมควรได้รับการคุ้มกันอยู่ด้านหลังนาง
แม้โอกาสจะน้อยนิด แต่หากมือสังหารเผ่าปีศาจปรากฏตัว นางจะสามารถปกป้องเขาได้ อัจฉริยะระดับสภาวะสวรรค์มนุษย์นั้นจะสูญเสียไปไม่ได้เด็ดขาด
"รับทราบขอรับ" ฮวนโห่วขานรับและเดินไปประจำที่ด้านหลังนาง
จากนั้นเฟิงเสวี่ยก็เรียกอัจฉริยะคนถัดไป...
ผ่านไปครู่ใหญ่ การทดสอบทักษะยุทธ์ก็จบลง
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่อายุสิบแปดปีและมีฝีมือใกล้เคียงระดับสมบูรณ์แบบ หรือบางคนอายุสิบแปดและเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับสมบูรณ์แบบ... ซึ่งล้วนเป็นพรสวรรค์จากเมืองขนาดเล็ก
มีเพียงส่วนน้อยที่เป็นอัจฉริยะจากเมืองมณฑล ขุมอำนาจใหญ่ หรือจากเมืองหลวง ที่สามารถบรรลุระดับสมบูรณ์แบบได้ตั้งแต่อายุสิบห้าหรือสิบหกปี
ในบรรดาอัจฉริยะจากเมืองเล็ก มีเพียงหลินเฟิงและเฉินหยวนเฉิงเท่านั้นที่โดดเด่นออกมา
"โชคดีที่ข้าทะลวงด่านสำเร็จก่อนหน้านี้" เฉินหยวนเฉิงพึมพำพลางมองดูเหล่าอัจฉริยะจากเมืองมณฑล
"หากข้าไม่บรรลุทักษะยุทธ์ระดับสมบูรณ์แบบ ข้าคงเทียบกับพวกมันไม่ได้เลย... พวกมันล้วนเป็นสัตว์ประหลาดระดับสมบูรณ์แบบอายุสิบห้าปีทั้งนั้น"
"เมืองระดับมณฑลเต็มไปด้วยอัจฉริยะจริงๆ" หลินเฟิงเห็นด้วย
แม้เขาจะแข็งแกร่งกว่าคนเหล่านี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าอัจฉริยะจากเมืองมณฑลนั้นเหนือชั้นกว่าคนรุ่นเดียวกันจากเมืองเล็กๆ มากนัก
หากฉีเทียนอี้มาที่นี่ในวันนี้ เขาคงตกรอบไปนานแล้ว
มิน่าเล่าเมืองหลีหัวถึงได้ตกรอบตลอดในปีที่ผ่านๆ มา... ช่องว่างมันช่างกว้างใหญ่นัก หากเขามาที่นี่โดยไม่มีความก้าวหน้า เป็นเพียงเด็กอายุสิบห้าที่มีทักษะกระบี่ระดับสมบูรณ์แบบ เขาอาจจะเทียบกับอัจฉริยะเมืองมณฑลเหล่านี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ดังนั้น การฝึกฝนกระบี่อย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจึงคุ้มค่าอย่างยิ่ง
"เอาล่ะ การทดสอบทักษะยุทธ์รอบแรกจบลงแล้ว" เฟิงเสวี่ยกล่าวกับฝูงชน
"รอบต่อไป... และถือเป็นรอบสุดท้าย คือการประลอง 'สภาวะจิตใจ'! หลังจากนั้นเราจะทำการประเมินผลอย่างรอบด้าน"
"ผู้ที่มีคะแนนรวมสูงสุดสิบอันดับแรก จะได้เข้าร่วมค่ายเติงเทียน"
"พวกเรายังต้องแข่งเรื่องสภาวะจิตใจอีกหรือ?" ผู้เข้าแข่งขันหลายคนรู้สึกประหลาดใจ
"พวกเจ้าไม่รู้รึ?" ผู้สังเกตการณ์คนหนึ่งอธิบายแทรกขึ้นมา
"สภาวะจิตใจนั้นสำคัญยิ่งต่อการบำเพ็ญเพียร เขาว่ากันว่าหากต้องการจะยิ่งใหญ่ จำเป็นต้องมีระดับสภาวะจิตใจที่สูงส่ง!"
"อ๋อ ใช่ ข้าเหมือนเคยได้ยินมาบ้าง" บางคนพยักหน้าอย่างเข้าใจครึ่งๆ กลางๆ
"ดูเหมือนว่ายิ่งสภาวะจิตใจสูงเท่าไหร่ การเข้าถึงสภาวะสวรรค์มนุษย์ก็จะยิ่งง่ายขึ้น... ใช่ไหม?"
"ถูกต้อง รุ่นพี่ของข้าบอกว่าสภาวะสวรรค์มนุษย์นั้นขึ้นอยู่กับสภาวะจิตใจเป็นหลัก... สภาวะจิตใจที่เข้มแข็งจะนำประโยชน์มหาศาลมาสู่การฝึกตน!"
เมื่อได้ยินบทสนทนาเหล่านี้ เหล่าอัจฉริยะจากเมืองมณฑลต่างแอบเหยียดยิ้มที่มุมปาก
พวกเขาเกิดในเมืองมณฑล จึงมีความรู้กว้างขวางกว่าผู้ฝึกตนทั่วไป
"ประโยชน์ของสภาวะจิตใจที่ลึกล้ำมันมีมากกว่านั้นเยอะ... เจ้าพวกบ้านนอกเอ๊ย"
พวกเขาเตรียมตัวกันอย่างกระตือรือร้น เพราะได้รับการฝึกฝนสภาวะจิตใจมาตั้งแต่เด็กผ่านบททดสอบสารพัดรูปแบบ
ขุมอำนาจใหญ่ทุกแห่งล้วนให้ความสำคัญกับสภาวะจิตใจและมีสนามฝึกฝนเฉพาะทาง
สถานที่อย่างเมืองหลีหัวหรือเมืองเล็กอื่นๆ นั้นคับแคบและขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการฝึกฝนจิตใจ
"หลินเฟิงแย่งซีนไปก่อนหน้าสินะ หึ?" ในกลุ่มอัจฉริยะเมืองมณฑล คนหนึ่งหักนิ้วดังกร็อบ
"เกิดในบ้านนอกคอกนา... จะไปมีทรัพยากรอะไร? เจ้าคงไม่เคยฝึกฝนสภาวะจิตใจมาก่อนล่ะสิ ในรอบนี้แหละ ข้าจะเฉิดฉายกลบรัศมีเจ้าให้ดู!"