เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 : ราชสีห์ทองคำสามตา

บทที่ 30 : ราชสีห์ทองคำสามตา

บทที่ 30 : ราชสีห์ทองคำสามตา


ดวงตาของถังหยาหรี่ลงพร้อมอุทานด้วยความตกใจ "สัตว์วิญญาณสามตาอีกแล้วเหรอ!? นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? หรือช่วงนี้สัตว์วิญญาณหมื่นปีในป่าซิงโต้วฮิตเทรนด์งอกตาที่สามกันหรือไง?"

เมื่อได้ยินมุกตลกนี้ ฮั่วอวี่ห่าวกลับขำไม่ออกเลยสักนิด ยิ่งเขาสังเกตลักษณะประหลาดของสัตว์วิญญาณตัวนั้น เขาก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นเรื่อยๆ!

เวรเอ๊ย! คงไม่ใช่หรอกนะ!?

ร่างกายเพรียวบาง รูปกายคล้ายสัตว์ป่าแต่มีกรงเล็บมังกร ขนสีทองอร่ามทั่วร่าง และดวงตาที่สามกลางหน้าผาก... นี่มัน 'จักรพรรดิแห่งสัตว์มงคล' ในตำนานไม่ใช่หรือไง!?

ในห้วงจิต เสียงของหนอนไหมน้ำแข็งเทียนเมิ่งพลันแหลมสูงขึ้น เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีด "ราชสีห์ทองคำสามตา! ทำไมจักรพรรดิแห่งสัตว์มงคลของป่าซิงโต้วถึงออกมาเดินเพ่นพ่านแถวเขตชั้นนอกตัวเดียวได้ล่ะ? เมื่อกี้มันสัมผัสถึงตัวตนของข้าได้หรือเปล่า? อวี่ห่าว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามโจมตีเด็ดขาด! ถ้าเราสู้กับเจ้านี่ เราไม่มีวันได้ออกจากป่าซิงโต้วแบบมีลมหายใจแน่!"

ฮั่วอวี่ห่าวย่อมรู้ดีว่าทำไมหนอนไหมน้ำแข็งเทียนเมิ่งถึงพูดเช่นนั้น หากพวกเขาไปยั่วยุเจ้าตัวนี้เข้า รับรองได้เลยว่าจะต้องโดนรุมทารุณกรรมแน่ๆ เพราะเบื้องหลังของมันมีบรรดาขาใหญ่ระดับแสนปีหนุนหลังอยู่เพียบ จะไปเอาชนะพวกมันได้ยังไง?

เหงื่อเย็นไหลอาบหน้าผากของฮั่วอวี่ห่าวทันที น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย "พี่เสี่ยวหยา พี่เป้ยเป้ย อย่าโจมตีนะครับ เราห้ามยั่วยุเจ้านี่เด็ดขาด!"

เมื่อสัมผัสได้ถึงระดับการตบะของสัตว์วิญญาณตรงหน้า ถังหยาและเป้ยเป้ยก็ไม่กล้าผลีผลามอยู่แล้วแม้ฮั่วอวี่ห่าวจะไม่เตือนก็ตาม

ล้อเล่นหรือเปล่า? ด้วยระดับสามวงแหวนของพวกเขา การจะไปสู้กับสัตว์วิญญาณหมื่นปีสายพันธุ์สิงห์ปนเสือแบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตายชัดๆ

ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงใบไม้เสียดสีตามแรงลม

"เอ่อ... วันนี้อากาศดีจังเลยนะ! แม่นางสัตว์วิญญาณ บังเอิญจังเลย ท่านก็ออกมาเดินเล่นเหมือนกันเหรอ?" ฮั่วอวี่ห่าวอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ เพื่อทำลายสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้

เป้ยเป้ย: "..."

ถังหยา: "..."

เจ้าจักรพรรดิแห่งสัตว์มงคลถึงกับชะงักไปกับคำพูดของฮั่วอวี่ห่าว มันละสายตาจากดวงตาของเขา กวาดตามองสำรวจร่างเด็กหนุ่มแล้วถามด้วยความสงสัย "มนุษย์? น่าสนใจนี่ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นตัวเมีย?"

เมื่อได้ยินเสียงที่ใสกังวานและไพเราะนั้น ถังหยาถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะแล้วโพล่งออกมา "เจ้าพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย?"

ราชสีห์ทองคำสามตาชำเลืองมองถังหยา กวาดสายตาผ่านท่าทางระแวดระวังของเป้ยเป้ย แล้วกลับมาจดจ้องที่ฮั่วอวี่ห่าวอีกครั้ง "มนุษย์ เจ้าชื่ออะไร?"

"เอ่อ... ข้าชื่อฮั่วอวี่ห่าว" ฮั่วอวี่ห่าวตอบกลับไปโดยสัญชาตญาณขณะจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีทองอันเจิดจรัสของราชสีห์ทองคำสามตา

จากนั้นสายตาของเขาก็เลื่อนขึ้นไปที่หน้าผากของมันโดยไม่รู้ตัว ทันทีที่สบตากับดวงตาแนวตั้งสีแดงทองดวงนั้น ฮั่วอวี่ห่าวก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน ความรู้สึกคุ้นเคยและใกล้ชิดอันน่าประหลาดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเงียบๆ

ในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกคล้ายคลึงกันก็บังเกิดขึ้นในใจของราชสีห์ทองคำสามตา ร่างกายของมันสั่นไหวเล็กน้อย... นี่มันคือ 'พลังแห่งโชคชะตา' จริงๆ ด้วย!

และกลิ่นอายนี้... ทำไมมันถึงให้ความรู้สึกคล้ายกับกลิ่นอายของท่านผู้นั้นกันนะ?

แสงประหลาดวาบผ่านดวงตาของราชสีห์ทองคำสามตาขณะที่มันจ้องเขม็งไปยังเด็กหนุ่มมนุษย์ "ตัวจ้อย" ตรงหน้า ความคิดในหัวพันกันยุ่งเหยิงไปหมด

"เด็กผู้หญิงมนุษย์คนนั้นคือเพื่อนของเจ้าหรือ? พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อล่าสัตว์วิญญาณใช่ไหม?" ครู่ต่อมา หางตาของราชสีห์ทองคำสามตาก็กวาดไปทางถังหยา พร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เมื่อได้ยินคำถามนั้น ขนคอของกลุ่มฮั่วอวี่ห่าวทั้งสามคนก็ลุกชัน หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก!

ความเกลียดชังที่สัตว์วิญญาณในป่าซิงโต้วมีต่อมนุษย์นั้นเรียกได้ว่าเป็นความแค้นฝังหุ่นระดับบรรพบุรุษ เพียงแค่ปรายตามองปราดเดียว สัตว์วิญญาณตนนี้ก็มองออกว่าพลังวิญญาณของถังหยาติดอยู่ที่คอขวดระดับ 30 แล้วด้วยสติปัญญาที่ทำให้มันพูดได้ทั้งที่มีตบะเพียงหมื่นปี มีหรือที่มันจะไม่รู้ว่าพวกเขามาทำอะไรที่ป่าซิงโต้ว?

น้ำเสียงของราชสีห์ทองคำสามตาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย มันยังคงมองฮั่วอวี่ห่าวอย่างสงบนิ่งแล้วกล่าวว่า "ด้วยความแข็งแกร่งของนาง วงแหวนวิญญาณที่สามอย่างมากที่สุดต้องไม่เกิน 1,500 ปี พวกเจ้ากำลังมองหาสัตว์วิญญาณชนิดใด?"

เมื่อเห็นว่าราชสีห์ทองคำสามตาดูจะไม่มีเจตนาโจมตี ฮั่วอวี่ห่าวก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย เขาหันไปมองถังหยาแล้วตอบตามตรง "อสรพิษม่านถัวหลัว"

นี่คือเป้าหมายหลักของถังหยา เพราะเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน ในช่วงแรกเริ่มของเทพสมุทรถังซาน หนึ่งในวงแหวนวิญญาณของจักรพรรดิหญ้าเงินครามของเขาก็มาจากอสรพิษม่านถัวหลัวเช่นกัน

เมื่อได้ยินคำตอบของฮั่วอวี่ห่าว ราชสีห์ทองคำสามตาก็เงียบไป ดวงตาทั้งสามจ้องมองเขาเขม็งราวกับกำลังขบคิดบางอย่าง

เมื่อราชสีห์ทองคำสามตาเงียบลง บรรยากาศโดยรอบก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง แรงกดดันอันหนักอึ้งเข้าปกคลุมทั้งสามคนในทันที

"มันจะโจมตีแล้วเหรอ? ทำไมข้าถึงซวยขนาดนี้ที่มาเจอเจ้านี่เข้า? ด้วยความแข็งแกร่งของข้าตอนนี้ ต่อให้มีอุปกรณ์พวกนั้นกับหนอนไหมน้ำแข็งเทียนเมิ่ง ข้าก็ไม่มีทางเคลียร์เควสต์สุ่มเจอระดับนี้ได้หรอก!" ฮั่วอวี่ห่าวโอดครวญในใจ สมองหมุนเร็วรี่หาทางรอด

แววตาครุ่นคิดปรากฏขึ้นในดวงตาของราชสีห์ทองคำสามตา ก่อนที่เสียงใสกังวานจะดังขึ้นอีกครั้ง "ห่างจากที่นี่ไปทางทิศตะวันออกสามสิบลี้ น่าจะมีอสรพิษม่านถัวหลัวอายุราว 1,200 ปีอยู่ตัวหนึ่ง หลังจากได้วงแหวนวิญญาณแล้วจงรีบออกไปซะ พวกเจ้าก็น่าจะรู้ว่าป่าซิงโต้วไม่ต้อนรับมนุษย์หน้าไหนทั้งนั้น"

พูดจบ ราชสีห์ทองคำสามตาก็มองฮั่วอวี่ห่าวด้วยสายตาลึกซึ้ง ตามด้วยสายตาตักเตือนไปยังเป้ยเป้ยและถังหยา จากนั้นมันก็หันหลังกลับและหายตัวไปในป่าทึบอย่างเด็ดขาด

กลุ่มของฮั่วอวี่ห่าวทั้งสามคนยืนงงเป็นไก่ตาแตก พวกเขามองหน้ากันด้วยความมึนงง ไปแล้วเหรอ?

สัตว์วิญญาณที่มีสติปัญญาสูงนี่ใจดีขนาดนี้เชียว?

ถังหยาตัวสั่นเทา มองไปที่ฮั่วอวี่ห่าวและเป้ยเป้ยแล้วเอ่ยด้วยความหวาดกลัวที่ยังไม่จางหาย "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขตชั้นนอกของป่าซิงโต้วอันตรายขนาดนี้? สัตว์วิญญาณหมื่นปีนึกจะออกมาเดินเล่นแก้เบื่อก็ออกมางั้นเหรอ?"

มุมปากของฮั่วอวี่ห่าวกระตุก เอาเถอะ ในเมื่อจักรพรรดิแห่งสัตว์มงคลปรากฏตัวออกมาแล้ว คงไม่มีใครสงสัยคำพูดของเขาก่อนหน้านี้อีก

เป้ยเป้ยได้สติกลับมาในที่สุด สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปมา ก่อนจะกล่าวว่า "มันบอกว่ามีอสรพิษม่านถัวหลัวอยู่ทางทิศตะวันออก ด้วยศักดิ์ศรีของมัน คงไม่มีเหตุผลต้องโกหกเรา ตอนนี้อวี่ห่าวก็บรรลุระดับปรมาจารย์วิญญาณแล้ว พวกเราสามคนช่วยกันจัดการอสรพิษม่านถัวหลัวพันปีตัวเดียวน่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร"

ฮั่วอวี่ห่าวพยักหน้าเห็นด้วยและเอ่ยอย่างหวาดหวั่น "รีบไปกันเถอะครับ พอล่าวงแหวนให้พี่เสี่ยวหยาเสร็จ เราต้องรีบออกจากป่าซิงโต้วทันที ที่นี่มันชักจะหลอนเกินไปแล้ว!"

"อวี่ห่าว! ต้านมันไว้!"

"ได้ครับ! ทักษะวิญญาณที่สอง : 《เกราะน้ำแข็ง》!"

"ตูม—"

ฮั่วอวี่ห่าวตะโกนก้อง ไอเย็นยะเยือกฉายชัดในดวงตาแนวตั้งอันเย็นชา เขากำหมัดขวาแน่นแล้วชกเข้าใส่ลำตัวช่วงท้ายของงูสีม่วงดำที่พุ่งเข้ามาดุจสายฟ้าฟาด ทันใดนั้น ปราณเย็นระเบิดออก อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงในพริบตา!

อสรพิษม่านถัวหลัวส่งเสียงขู่อย่างเจ็บปวด ชั้นน้ำแข็งเกาะตัวขึ้นที่ครึ่งหลังของลำตัวมันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีกระแสไฟฟ้าเล็กๆ แล่นผ่าน ร่างกายของมันแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดกระเด็นถอยหลังไป

"ทักษะวิญญาณที่สอง : 《อัสนีบาตพิโรธ》!"

"เปรี๊ยะ—"

กระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินแผ่พุ่งออกมาทันที ก่อตัวเป็นตาข่ายพลังงานที่สว่างจ้า ก่อนที่เจ้างูสีม่วงดำที่กระเด็นมาจะทันได้สลัดผลกระทบด้านลบออกจากร่างกาย มันก็พุ่งชนตาข่ายสายฟ้านั้นเข้าอย่างจัง!

"เสี่ยวหยา!"

"ฮึ! ตาข้าบ้างล่ะ!" เมื่อเห็นอสรพิษม่านถัวหลัวที่ถูกตรึงไว้ ดวงตาของถังหยาก็ลุกวาว

สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดของสัตว์วิญญาณอย่างอสรพิษม่านถัวหลัวคือความเร็วและพิษร้าย แต่ทักษะวิญญาณสองบทแรกของฮั่วอวี่ห่าวอย่าง 《มังกรอัสนีสถิตร่าง》 และ 《เกราะน้ำแข็ง》 ล้วนเป็นทักษะเสริมพลังรอบด้านที่รวมทั้งรุกและรับไว้ด้วยกัน ส่วนวิญญาณยุทธ์มังกรฟ้าทรราชอัสนีบาตของเป้ยเป้ยก็มาพร้อมกับคุณสมบัติสายฟ้าโดยธรรมชาติ ด้วยเกราะสายฟ้าที่คุ้มกันอยู่นี้ เว้นเสียแต่จะถูกอสรพิษม่านถัวหลัวกัดเข้าจังๆ พิษของมันก็แทบจะไม่ส่งผลอะไรเลย

จบบทที่ บทที่ 30 : ราชสีห์ทองคำสามตา

คัดลอกลิงก์แล้ว