- หน้าแรก
- โตหลัวต้าลู่ เทพมังกรเนตรปีศาจกับหญิงมากวาสนา
- บทที่ 29 : เจ้าเด็กนี่มันน่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว!
บทที่ 29 : เจ้าเด็กนี่มันน่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว!
บทที่ 29 : เจ้าเด็กนี่มันน่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว!
"ดูข้า! ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง... 《มังกรอัสนีสถิตร่าง》!"
"ทักษะวิญญาณที่สอง... 《เกราะน้ำแข็ง》!"
"เปรี้ยงปร้าง! ตูม ตูม ตูม!"
ห้านาทีต่อมา ฮั่วอวี่ห่าวหยุดเคลื่อนไหวพลางหอบหายใจเล็กน้อย เขาเก็บวิญญาณยุทธ์กลับคืน พยักหน้าด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นสภาพเละเทะรอบกาย "แบบนี้ค่อยดูสมจริงหน่อย"
ต่อจากนั้น เขาย้ายร่างของเป่ยเป่ยและถังหยาไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ๆ แล้วสื่อสารผ่านจิต "พี่เทียนเมิ่ง ปลุกพวกเขาหน่อย"
ราวกับคาดเดาการกระทำของฮั่วอวี่ห่าวได้ล่วงหน้า หนอนไหมน้ำแข็งเทียนเมิ่งหัวเราะคิกคัก "อวี่ห่าว ข้าชักจะเริ่มชอบเจ้าแล้วสิ! การพัฒนาแบบโลว์โปรไฟล์นี่แหละคือทางที่ถูกต้อง! พี่ชายคนนี้อยู่รอดมาได้เป็นล้านปีก็เพราะทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวแบบนี้แหละ ฮ่าๆๆ!"
รอยยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ปรากฏบนใบหน้าของฮั่วอวี่ห่าว ขณะที่เขาเริ่มบิ๊วอารมณ์
คลื่นพลังจิตกวาดผ่านพื้นดิน เป่ยเป่ยและถังหยาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น
"หืม? อวี่ห่าว เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ๆ พวกเราถึงสลบไป?"
ฮั่วอวี่ห่าวแสร้งทำสีหน้าหวาดกลัว ปาดโคลนออกจากใบหน้า แล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างถังหยา ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด เขากล่าวว่า "เมื่อกี้มันอันตรายมากครับ! ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ สัตว์วิญญาณสองตัวก็ตีกัน ตัวหนึ่งเหมือนจิ้งจอกที่มีสามตา! ส่วนอีกตัวเป็นหมีดำขนาดยักษ์ การต่อสู้ของพวกมันสะเทือนเลือนลั่นไปหมด!"
ฮั่วอวี่ห่าวชี้ไปยังป่าที่ยุ่งเหยิงเบื้องหน้าแล้วตบหน้าอกตัวเอง "พวกท่านโดนคลื่นกระแทกจากทักษะวิญญาณของจิ้งจอกสามตานั่นจนสลบไปทันที โชคดีที่ข้ามีวิญญาณยุทธ์ร่างต้นกำเนิดสายจิตวิญญาณ เลยพอจะประคองสติพาพวกท่านมาหลบตรงนี้ได้เงียบๆ"
"ท่านไม่รู้หรอก! พวกมันน่าจะเป็นสัตว์วิญญาณหมื่นปีทั้งคู่ น่าเสียดายที่เจ้าจิ้งจอกนั่นดูเหมือนจะบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว สุดท้ายเลยโดนหมีดำฆ่าตาย จุ๊ๆ ไม่รู้ว่าเจ้าหมีดำนั่นเพิ่งตื่นนอนหรือหิวโซมาจากไหน มันกินจุชะมัด พอมันฆ่าจิ้งจอกได้ มันก็กลืนกินร่างไปครึ่งหนึ่งตรงนั้นเลย แล้วก็คาบส่วนที่เหลือหนีไป!"
"หา!? มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? นี่มันแค่เขตชั้นนอกของป่าซิงโต่วไม่ใช่เหรอ? สัตว์วิญญาณหมื่นปีมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง?" เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของฮั่วอวี่ห่าว ดวงตาหงส์อันทรงเสน่ห์ของถังหยาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
เป่ยเป่ยเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน เขามองดูต้นไม้ที่หักโค่นและพื้นดินที่เละเทะ แววสงสัยฉายวาบในดวงตา แต่ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
"แม้สัตว์วิญญาณระดับสูงจะไม่ค่อยออกมาเพ่นพ่านแถวเขตชั้นนอก แต่เรื่องแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีวิญญาณจารย์ต้องสังเวยชีวิตเพราะเหตุนี้มานักต่อนัก บางทีพวกเราอาจจะแค่โชคร้าย" เป่ยเป่ยลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าแล้วส่ายหน้า
โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ภายในห้วงจิตวิญญาณของฮั่วอวี่ห่าว หนอนไหมน้ำแข็งเทียนเมิ่งแปลงร่างเป็นหนอนอ้วนกลม กลิ้งไปกลิ้งมาหัวเราะร่าจนน้ำตาเล็ด! แถมมันยังใช้ทักษะ 《การจำลอง》 สร้างน้ำตาเทียมขึ้นมาที่หางตาเพื่อความสมจริงอีกต่างหาก!
"โธ่..." ถังหยาดูหดหู่เล็กน้อย ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงกวาดสายตามองไปรอบๆ "อวี่ห่าว แล้ววงแหวนวิญญาณของจิ้งจอกตัวนั้นล่ะ?"
ฮั่วอวี่ห่าวทำตาใสซื่อบริสุทธิ์พลางแบมือ "ข้าดูดซับมันไปแล้วครับ"
"หา?!"
"หา? เจ้าว่าไงนะ?! ข้าหูฝาดไปหรือเปล่า?"
เป่ยเป่ยและถังหยามองฮั่วอวี่ห่าวด้วยความตกตะลึง ราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
ความไร้เดียงสาในแววตาของฮั่วอวี่ห่าวยิ่งฉายชัดขึ้น "บางทีข้าอาจจะแค่โชคดี เจ้าจิ้งจอกนั่นน่าจะมีอายุตบะเกินหมื่นปี และบังเอิญเป็นธาตุจิตวิญญาณพอดี ในเมื่อ 《เนตรวงจักร》 ของข้ายังไม่มีวงแหวนวิญญาณ ข้าก็เลยลองดูดซับมันดูครับ"
"บังเอิญขนาดนั้นเลย?" ถังหยาเอ่ยอย่างเหม่อลอย
"เฮ้อ อย่าพูดถึงเลยครับ ข้าเองยังแทบไม่อยากจะเชื่อ! 《เนตรวงจักร》 ของข้าตื่นขึ้นมาตั้งหกปี ไม่เคยเจอสัตว์วิญญาณธาตุจิตวิญญาณที่เหมาะสมเลย ไม่นึกเลยว่าวันนี้มันจะมาเสิร์ฟถึงที่ สงสัยเป็นเพราะความหล่อของข้าแน่ๆ" ฮั่วอวี่ห่าวตบขาฉาดใหญ่แล้วพูดอย่างตื่นเต้น
ถังหยา: "???"
เป่ยเป่ย: "???"
มันเกี่ยวบ้าอะไรกับความหล่อของเจ้ามิทราบ!
เป่ยเป่ยและถังหยาถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เมื่อมองสีหน้าหวาดกลัวของฮั่วอวี่ห่าว ความคิดเดียวกันก็ผุดขึ้นในหัวของทั้งคู่... หรือว่าเจ้าหมอนี่จะเป็นเด็กเส้นของเทพธิดาแห่งโชคชะตา?!
ทันใดนั้น แสงสว่างก็วาบขึ้นบนร่างของฮั่วอวี่ห่าว ดวงตาสีเข้มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างรวดเร็ว โทโมะเอะ (ลูกน้ำ) สีดำปรากฏขึ้นในม่านตาสีแดงเลือด หมุนวนช้าๆ ชวนให้ผู้จ้องมองรู้สึกวิงเวียนอย่างน่าประหลาด
ในเวลาเดียวกัน วงแหวนวิญญาณสีดำสนิทก็ค่อยๆ ลอยขึ้นจากใต้เท้า พร้อมกลิ่นอายกดดันจางๆ ที่แผ่ซ่านออกมา
เห็นสีหน้าอึ้งกิมกี่ของถังหยาและเป่ยเป่ย ฮั่วอวี่ห่าวก็ผายมือออกราวกับจะบอกว่า: เห็นไหมล่ะ ข้าไม่ได้โกหกนะ ข้าเก็บวงแหวนหมื่นปีได้จริงๆ
ปากของถังหยาเบะออก แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ "ชัดเจนว่าทริปนี้มาช่วยข้าหาวงแหวนวิญญาณ ไหงกลายเป็นว่าพวกเรามาเป็นเพื่อนเจ้าล่าวงแหวนแทนซะงั้น? แถมยังเป็นวงแหวนหมื่นปีอีก!?"
ฮั่วอวี่ห่าวยิ้มแหยๆ "เอ่อ... และหลังจากดูดซับวงแหวนนี้แล้ว ข้าพบว่า 《เนตรปีศาจสีม่วง》 ของข้าทะลวงเข้าสู่ 'ขั้นเมล็ดพันธุ์' ด้วยครับ แถมดูเหมือน 《เนตรวงจักร》 จะเกิดการกลายพันธุ์ ดูสิครับ มีลูกน้ำสองตัวโผล่ออกมาด้วย"
ถังหยาเบิกตากว้าง "วิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์? ไปในทางที่ดีงั้นเหรอ?"
ฮั่วอวี่ห่าวพยักหน้า "น่าจะดีครับ เพราะข้าพบว่าวงแหวนวิญญาณแรกของข้ามีทักษะวิญญาณถึงสองอย่าง อย่างหนึ่งเรียกว่า 《เนตรสัจธรรม》 ส่วนอีกอย่างคือ 《การจำลอง》"
จากนั้นเขาก็สาธิตทักษะวิญญาณทั้งสองให้เป่ยเป่ยและถังหยาดู สกิลระดับเทพพวกนี้ยังไงก็ต้องใช้บ่อยในอนาคต ไม่มีทางปิดบังได้ตลอดรอดฝั่ง
นี่คือคำอธิบายที่ฮั่วอวี่ห่าวไตร่ตรองมาดีแล้ว ทักษะโจมตีทางจิตวิญญาณสามารถใช้ 《เนตรปีศาจสีม่วง》 มาบังหน้าได้ ส่วนทักษะการเลียนแบบก็สามารถอ้างเรื่องพลังจิตที่แข็งแกร่งและการเรียนรู้ที่รวดเร็วได้
แต่ 《การจำลอง》 และ 《เนตรสัจธรรม》 นั้นยากที่จะแถไถ การอ้างว่าทักษะเปลี่ยนไปเพราะวิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์จึงฟังดูสมเหตุสมผลที่สุด เพราะการกลายพันธุ์ไม่มีรูปแบบตายตัวและตรวจสอบไม่ได้
มุมปากของเป่ยเป่ยกระตุกยิกๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่มองดูวงแหวนสีดำบนตัวฮั่วอวี่ห่าวแล้ว สุดท้ายเขาก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดดี
อย่าว่าแต่ถังหยาเลย แม้แต่คนที่มีจิตใจสุขุมคัมภีรภาพอย่างเขา ตอนนี้ยังรู้สึกเหมือนจิตใจกำลังจะพังทลาย
การเปรียบเทียบคือบ่อเกิดแห่งความทุกข์ เอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นมีแต่จะช้ำใจตายเปล่าๆ!
ถังหยามองดูฮั่วอวี่ห่าวเปลี่ยนสีวงแหวนวิญญาณไล่เฉดไปเรื่อยๆ ทั้ง แดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ด้วยความหมั่นไส้จนปากยื่น น้ำตาแทบไหลพราก
พี่น้องครับ ใครจะไปเข้าใจหัวอกข้า! เจ้าเด็กนี่มันน่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว!
ฮั่วอวี่ห่าวมองดูสีหน้าเศร้าสร้อยของถังหยาด้วยความไร้เดียงสา ทว่าขณะที่กำลังจะเอ่ยปาก สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันควัน เขาหันขวับไปมองทางด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
"ฟุ่บ"
เสียงลมพัดเบาๆ สัตว์วิญญาณรูปร่างประหลาดลำตัวยาวประมาณสามเมตรกระโจนออกมาจากป่า เปลวเพลิงสีทองที่ลุกโชนบนกรงเล็บแหลมคมทั้งสี่ดับวูบลงอย่างเงียบเชียบขณะที่มันแลนดิ้งลงบนพื้น
เป่ยเป่ยและถังหยาเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติ สีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนไปทันทีพลางจ้องมองสัตว์วิญญาณที่มีรูปลักษณ์งดงามตัวนี้ด้วยความระแวดระวัง
หลังจากใช้พลังจิตสัมผัสตบะของสัตว์วิญญาณตัวนี้คร่าวๆ ใบหน้าของเป่ยเป่ยก็มืดครึ้มลงทันตา "โชคของพวกเรามันจะ 'ดี' เกินไปแล้ว... สัตว์วิญญาณหมื่นปีอีกตัว!"