เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ต่อหน้าผู้อื่นกลั้นเจ็บวางมาดเข้ม ต่อหน้าเจียงหลิงเซียนกลับครวญครางปางตาย~......

บทที่ 16 ต่อหน้าผู้อื่นกลั้นเจ็บวางมาดเข้ม ต่อหน้าเจียงหลิงเซียนกลับครวญครางปางตาย~......

บทที่ 16 ต่อหน้าผู้อื่นกลั้นเจ็บวางมาดเข้ม ต่อหน้าเจียงหลิงเซียนกลับครวญครางปางตาย~......


บทที่ 16 ต่อหน้าผู้อื่นกลั้นเจ็บวางมาดเข้ม ต่อหน้าเจียงหลิงเซียนกลับครวญครางปางตาย~......

"ไอ้สารเลว! จ้องจะมุดเข้าร่างข้าอยู่เรื่อย ไสหัวไปซะ!"

หวังเฉินไม่นำพาต่ออาการบาดเจ็บที่มือ เขารีบโคจรเพลิงโกลาหลห่อหุ้มฝ่ามือซ้าย ก่อนจะฟาดลงไปที่แขนขวาของตนเองอย่างดุดัน!

ปัง! กร๊อบ!!

แขนขวาของหวังเฉินถูกระเบิดออกด้วยเพลิงโกลาหลสีขาวดำ ไอทมิฬที่พยายามจะชอนไชเข้าไปในร่างถูกเผาผลาญจนระเหยหายไปอย่างไร้ความปรานีในชั่วพริบตา

ทว่าสิ่งที่ต้องแลกมาคือกระดูกแขนขวาที่แตกละเอียด บาดแผลจากคมกระบี่ที่ลากยาวตั้งแต่หัวไหล่จนถึงหลังมือยิ่งฉีกขาดเหวอะหวะหนักกว่าเดิม

"ซู้ด~! เด็กคนนี้น่ากลัวจริงๆ!"

เหล่าศิษย์โดยรอบเมื่อเห็นหวังเฉินลงมือกับตัวเองอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ ต่างก็อดสูดปากด้วยความหวาดเสียวไม่ได้

ฟุ่บ!

ทันใดนั้น ร่างของเจียงหลิงเซียนก็ปรากฏขึ้นข้างกายหวังเฉิน รูม่านตาของนางหดเกร็งทันทีเมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของเขา

"พี่สาวนางฟ้า... ข้า... ข้าเจ็บเหลือเกิน..."

หวังเฉินที่เมื่อครู่ยังสบถด่ากราด เปลี่ยนท่าทีเป็นโศกเศร้าเคล้าน้ำตาทันทีที่เห็นเจียงหลิงเซียนปรากฏตัว

เนื่องจากการเสียเลือดมากบวกกับฝ่ามือที่ฟาดลงไปเมื่อครู่ ใบหน้าของหวังเฉินจึงซีดเผือดไร้สีเลือด

เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียงหลิงเซียนที่มักจะสุขุมเยือกเย็นก็เริ่มลนลาน นางรีบหยิบขวดหยกบรรจุโอสถรักษาออกมาหลายขวด

"รีบอ้าปากเร็วเข้า"

เจียงหลิงเซียนเทเม็ดยาออกมาหลายเม็ดใส่มือ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยฉายแววร้อนรนขึ้นมาวูบหนึ่ง

"อ้า~..."

หวังเฉินทำทีเป็นข่มความเจ็บปวดจากบาดแผล เงยหน้าอ้าปากด้วยสีหน้าแสนน้อยเนื้อต่ำใจ

เจียงหลิงเซียนไม่สนใจสิ่งอื่นใด นางประคองเม็ดยาในฝ่ามืออย่างระมัดระวังแล้วป้อนเข้าปากหวังเฉิน

ขณะที่ถูกป้อนยา หวังเฉินสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออันเย็นเฉียบที่แนบชิดริมฝีปาก จึงเผลอขบกัดมือนุ่มนิ่มขาวผ่องของนางเบาๆ ไปทีหนึ่ง

เจียงหลิงเซียนสัมผัสได้ถึงแรงขบกัดเบาๆ ที่ฝ่ามือก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

เมื่อมั่นใจว่าเม็ดยาเข้าปากหวังเฉินแล้ว นางก็รีบชักมือกลับราวกับถูกไฟดูด แล้วซ่อนมือไว้ข้างลำตัวทันที

เมื่อโอสถหลายเม็ดละลายในปากกลายเป็นของเหลวไหลลงสู่ลำคอ

หวังเฉินรู้สึกอบอุ่นไปทั่วร่างทันใด บาดแผลที่แขนได้รับการรักษาด้วยฤทธิ์ยา เลือดที่ไหลทะลักเริ่มหยุดลง

เมื่อเห็นอาการของหวังเฉินคงที่แล้ว เจียงหลิงเซียนจึงเอาตัวเข้าบังปกป้องเขาไว้ด้านหลัง สายตาเย็นชาจับจ้องไปที่ฉินเย่ฟานซึ่งลอยค้างอยู่กลางอากาศ

โดยเฉพาะดวงตาคู่สวยที่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก ทำให้ผู้คนรอบข้างหวาดเกรงไปตามๆ กัน

"ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์... เอ่อ... ดูเหมือนเขาจะตายแล้วนะขอรับ..."

ท่ามกลางไทยมุง มีคนหนึ่งชี้ไปยังฉินเย่ฟานที่ถูกไอเย็นบีบคอแขวนอยู่กลางอากาศอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ดวงตาเย็นชาของเจียงหลิงเซียนราบเรียบดั่งผืนน้ำ ทว่าจิตสังหารอันรุนแรงกลับค่อยๆ ปะทุขึ้นภายใน

ทำร้ายหวังเฉิน! ตาย!

ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นในใจเจียงหลิงเซียน สายตาอำมหิตล็อคเป้าไปที่ฉินเย่ฟาน ไอเย็นที่พันธนาการร่างนั้นระเบิดออกเสียงดังสนั่น

กร๊อบ! ปัง!!

หยกคุ้มกันที่คอของฉินเย่ฟานระเบิดออกช่วยชีวิตเขาไว้ได้หวุดหวิด

แต่กระนั้น ภายใต้โทสะอันเยือกเย็นของเจียงหลิงเซียน กระดูกสันหลังของฉินเย่ฟานก็ยังถูกบดขยี้จนหักสะบั้นเป็นสองท่อน

ฟุ่บ!

ทันใดนั้น เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้น ไอเย็นที่เกือบจะบดขยี้ฉินเย่ฟานซ้ำสองถูกพลังปราณสีม่วงปัดเป่าจนสลายไป

"ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ นี่คือศิษย์ของข้า เหตุใดท่านจึงลงมือกับเขา!?"

สตรีในชุดคลุมสีแดงปรากฏกายขึ้นตรงหน้า กลิ่นอายพลังแข็งแกร่งทรงอำนาจ ใบหน้างดงามหยาดเยิ้มชวนหลงใหล

ผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครอื่น นางคืออาจารย์หญิงของฉินเย่ฟาน หนึ่งในนางสนมของเขาในชาติก่อนนั่นเอง!

เมื่อเห็นผู้มาใหม่ เจียงหลิงเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้ดีว่าคงสังหารฉินเย่ฟานในตอนนี้ไม่ได้แล้ว

"พรุ่งนี้ข้าต้องการเห็นแขนขวาของมัน หากไม่เห็น ข้าจะลงมือฆ่ามันด้วยตัวเอง!"

เจียงหลิงเซียนกล่าวเสียงเรียบเย็น จ้องมองสตรีชุดแดงเขม็ง ประกาศเจตจำนงชัดเจน

"ศิษย์ของข้าถูกลงโทษปางตายแล้ว ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์จะไม่ไว้หน้ากันบ้างเลยหรือ?"

"เจ้าไม่คู่ควร"

เจียงหลิงเซียนได้ยินดังนั้นก็ปรายตามองสตรีชุดแดงและฉินเย่ฟานอย่างเฉยชา ก่อนจะเอ่ยสามคำนี้ออกมาเบาๆ

นางหันหลังกลับโดยไม่แยแสใบหน้าบึ้งตึงของสตรีชุดแดง ค่อยๆ หันมามองหวังเฉินด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย

หวังเฉินที่แอบดูเรื่องสนุกอยู่ด้านหลัง พอเห็นเจียงหลิงเซียนหันมาก็รีบปรับสีหน้ากลับมาเจ็บปวดรวดร้าวทันที

เหล่าศิษย์สำนักเซียนไท่ซูที่มุงดูเหตุการณ์ต่างพากันพูดไม่ออก

หวังเฉินยามอยู่ลำพังบาดเจ็บสาหัสเพียงใดก็ยังนิ่งเฉยราวกับว่าถ้าไม่ตายก็ถือว่าไม่เจ็บ

แต่พอเห็นหน้าเจียงหลิงเซียน สภาพกลับดูอ่อนระโหยโรยแรงน่าสงสารจับใจ

แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าศิษย์อิจฉาริษยาที่สุดคือ เจียงหลิงเซียนดันร้อนใจจริงๆ เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของหวังเฉิน

"ไปกันเถอะ"

เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของหวังเฉิน เจียงหลิงเซียนก็ทิ้งมาดอาจารย์ผู้สูงส่ง เข้าประคองแขนซ้ายของเขาอย่างอ่อนโยน

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน ความว่างเปล่าเบื้องหน้าถูกฉีกกระชากออกจนเกิดรอยแยกมิติ

เจียงหลิงเซียนไม่พูดพร่ำทำเพลง ประคองหวังเฉินก้าวเข้าไปข้างใน

หลังจากทั้งสองหายลับไป รอยแยกมิติที่ถูกฉีกออกด้วยพลังไอเย็นก็ค่อยๆ ปิดตัวลงและจางหายไป

ในขณะเดียวกัน สตรีชุดแดงที่ห่วงศิษย์ก็รีบอุ้มฉินเย่ฟานที่บาดเจ็บสาหัสหายวับเข้าไปในสุสานศาสตราอย่างรวดเร็ว

"ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ถึงกับฉีกมิติได้แล้ว ยอดฝีมือขอบเขตจิตศักดิ์สิทธิ์นี่น่ากลัวจริงๆ"

เหล่าศิษย์ในสุสานศาสตราเมื่อเห็นละครจบลง ก็เริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

"จุ๊ๆๆ! ศิษย์ที่ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์พามาด้วยคนนั้น คงจะก่อเรื่องวุ่นวายไปทั่วสำนักเซียนไท่ซูเป็นแน่"

"ใช่ๆ..."

...

ลึกเข้าไปในสำนักเซียนไท่ซู ณ ตำหนักนักบุญศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู

ระลอกคลื่นมิติแผ่ซ่านออกมาจากกลางห้องนอนที่ปิดสนิท ตามด้วยรอยแยกมิติที่เปิดออก

หวังเฉินที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า บัดนี้ทิ้งน้ำหนักตัวพิงไหล่เจียงหลิงเซียนอย่าง "หมดเรี่ยวแรง"

ดวงตาของหวังเฉินปรือลงเล็กน้อยด้วยความง่วงงุน... คือง่วงจริงๆ ไม่ใช่ง่วงเพราะใกล้ตาย

"พี่สาวนางฟ้า... ข้าจะตายไหมเนี่ย?"

ด้วยความสะลึมสะลือ หวังเฉินจึงเผลอพูดจาหยอกเย้าเจียงหลิงเซียนไปตามสัญชาตญาณ

แต่ดูเหมือนเจียงหลิงเซียนจะไม่มีอารมณ์ขันด้วย พอได้ยินคำว่า "ตาย" อารมณ์ของนางก็ดูจะแปรปรวนขึ้นมาทันที

ฝีเท้าของเจียงหลิงเซียนที่ประคองหวังเฉินก้าวเดินในรอยแยกมิติเร็วขึ้น

สุดท้ายนางถึงกับช้อนตัวเขาอุ้มขึ้นมา เดินจ้ำอ้าวดิ่งออกจากรอยแยกมิติ แล้ววางเขาทิ้งลงบนเตียงนุ่มข้างๆ ทันที

หวังเฉินสะดุ้งโหยงกับการถูกอุ้มกะทันหัน ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง

วินาทีต่อมา ยังไม่ทันที่หวังเฉินจะตั้งตัว เขาก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าที่แขนขวากำลังถูกดึงออก

"โอ๊ย! เจ็บๆๆ!"

แขนเสื้อยาวของชุดคลุมสำนักเซียนไท่ซูที่แห้งกรังติดกับเนื้อแผลเหวอะหวะที่แขนขวาของหวังเฉิน พอถูกดึงออก มันจึงกระชากเนื้อแผลตามไปด้วย

"อดทนไว้ เดี๋ยวข้าจะรักษาให้เจ้าเดี๋ยวนี้!"

สีหน้าของเจียงหลิงเซียนฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางรีบโคจรปราณวิญญาณน้ำแข็งอันอ่อนโยนส่งไปยังบาดแผลที่แขนขวาของเขา

"อ๊าก! หนาวๆๆ! เย็นยะเยือกเลย!"

หวังเฉินที่เพิ่งจะเจ็บตัวมาหมาดๆ พอโดนจับแช่แข็ง หน้าตาก็แดงก่ำตื่นตัวขึ้นมาทันที

[เจียงหลิงเซียน! ทำไมวิธีการรักษาของท่านถึงยังมือสมัครเล่นเหมือนชาติที่แล้วเลยฟะเนี่ย!!]

หวังเฉินตะโกนก้องร้องโหยหวนในใจ เพราะในชาติก่อนตอนที่เขาบาดเจ็บสาหัส เจียงหลิงเซียนก็รักษาเขาด้วยวิธีบ้านๆ แบบนี้แหละ

[ฮ่าฮ่าฮ่า! ระบบขำจะตายอยู่แล้ว โฮสต์ รู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตกลับไปชาติก่อนเลยไหม?]

[ย้อนบ้านแกสิ!!]

จบบทที่ บทที่ 16 ต่อหน้าผู้อื่นกลั้นเจ็บวางมาดเข้ม ต่อหน้าเจียงหลิงเซียนกลับครวญครางปางตาย~......

คัดลอกลิงก์แล้ว