- หน้าแรก
- บัณฑิตปราบปีศาจระห่ำสะท้านภพ
- ตอนที่ 57 นิมิตแห่งวังอักษร .
ตอนที่ 57 นิมิตแห่งวังอักษร .
ตอนที่ 57 นิมิตแห่งวังอักษร .
ตอนที่ 57 นิมิตแห่งวังอักษร
.
ลู่เจิ้งสั่งปิดบ่อนด้วยวาจาไม่กี่คำ หม่าซานกุ้ยไม่กล้าหือ
กลับรู้สึกว่าลู่เจิ้งดูมีความเป็นบัณฑิตผู้ทรงธรรมยิ่งกว่าบัณฑิตคนไหนที่เคยเจอ มิน่าถึงเป็นซิ่วไฉฟ้าประทาน
ลู่เจิ้งถามหม่าซานกุ้ย "ที่เขาหงเฟิงมีนักพรตวิเศษอยู่จริงหรือ?"
"เรื่องนี้..." หม่าซานกุ้ยตอบเสียงเบา "ข้าน้อยไม่รู้แน่ชัด แค่เคยได้ยินข่าวลือ ผีขี้งกตัวนั้นก็ฝากคนไปซื้อมาจริงๆ"
หม่าซานกุ้ยเป็นนักสู้ ไม่อยากยุ่งกับพวกสายมูสายดำ
ผีขี้งกตัวนี้เลยฝากคนอื่นไปซื้อ ไม่ได้ไปเอง
หม่าซานกุ้ยเล่าสิ่งที่รู้ให้ฟัง
เขาหงเฟิงมีนักพรตเร้นกายอยู่ แต่ไม่ใช่ใครจะเจอได้ง่ายๆ
ถ้าเจอ ก็ขอให้ช่วยได้สารพัด รักษาโรค ขอโชคลาภ... ขอแค่จ่ายหนักพอ ก็บันดาลให้ได้
ลู่เจิ้งฟังคร่าวๆ เดาว่าน่าจะเป็นผู้ฝึกตนระดับ 2 ที่มีวิชามารนิดหน่อย ไม่น่าเก่งมาก
ลู่เจิ้งถามต่อ "ในตำบลจื่อจู๋ มีบ้านไหนเลี้ยงผีอีกไหม?"
หม่าซานกุ้ยส่ายหน้า "ไม่รู้ขอรับ"
ถ้ารู้คงบอกไปแล้ว จะได้ลดโทษ
ทันใดนั้น หม่าซานกุ้ยก็นึกขึ้นได้ "ได้ยินว่าลูกสาวตระกูลหวังโดนผีหลอกจนเป็นบ้า ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน..."
อยู่ตำบลเดียวกัน แต่หม่าซานกุ้ยไม่ค่อยสุงสิงกับตระกูลหวัง แค่เคยได้ยินผ่านๆ ไม่ได้สนใจ
ลู่เจิ้งยิ้ม "ข้าไปบ้านตระกูลหวังมาแล้วเมื่อคืน"
หม่าซานกุ้ยตาโต "บ้านนั้นมีผีจริงหรือขอรับ?"
ลู่เจิ้งตอบเรียบๆ "มีปีศาจกับผีอาละวาดอยู่หลายตัว แต่ตัวเก่งสุดแค่ปีศาจระดับ 2 ตอนนี้น่าจะกลายเป็นขี้เถ้าไปหมดแล้ว"
น้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาหม่าซานกุ้ยขนลุก
ปีศาจระดับ 2... ถ้าเขาเจอ คงได้แต่วิ่งหนี
จังหวะนั้น คนรับใช้ก็มารายงานว่าเตรียมของเสร็จแล้ว รออยู่ที่ประตูหลัง
ลู่เจิ้งเดินลงไปห้องใต้ดิน อุ้มไหหนักอึ้งขึ้นมาด้วยตัวเอง
หม่าซานกุ้ยเดินตามหลัง ทั้งคู่เดินออกจากบ่อน
ที่ประตูหลัง ชายฉกรรจ์หลายคนหามโลงไม้แดงรออยู่ พร้อมธูปเทียนกระดาษเงินกระดาษทอง
ขบวนแห่ไปที่ป่าช้านอกเมือง เลือกทำเลดีๆ ขุดหลุม วางโลง
ลู่เจิ้งล้วงมือเข้าไปในไห หยิบศพทารกแห้งกรังออกมา
ผีขี้งกสิงอยู่ในศพ ไม่กล้าออกมา
ผีตัวนี้ไม่ใช่ผีร้าย แค่เด็กน้อยน่าสงสาร ลู่เจิ้งไม่คิดจะทำลายวิญญาณ
แค่ฝังให้เรียบร้อยก็พอ
ลู่เจิ้งวางศพลงในโลงอย่างเบามือ คนอื่นช่วยกันวางของเซ่นไหว้ กลบฝัง แล้วจุดธูปไหว้
"แอ้ แอ้..."
เสียงเด็กทารกดังแว่วมา
ทุกคนมองไปที่หลุมศพ เห็นผีเด็กตัวน้อยลอยขึ้นมา
ประสานมือเล็กๆ คารวะลู่เจิ้ง
สูดดมควันธูปไปสองสามเฮือก แล้วก็สลายไปในแสงแดด
[ท่านโปรดสัตว์ ช่วยเหลือผีขี้งกระดับ 1, จิตใจเมตตา, ปราณอักษร +3!]
หม่าซานกุ้ยเห็นดังนั้น รีบกราบไหว้ปลกๆ คิดในใจว่าเรื่องจบซะที
ลู่เจิ้งหันมามอง "อย่าลืมสัญญาล่ะ"
หม่าซานกุ้ยพยักหน้า "ไม่ลืมขอรับ ทำตามสัญญาแน่นอน"
ขบวนคนกลับเข้าเมือง ระหว่างทางหม่าซานกุ้ยชวนลู่เจิ้งไปกินข้าว
แต่ลู่เจิ้งปฏิเสธ กลับไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยม
"เฮ้อ..."
ลู่เจิ้งทิ้งตัวลงนอน เพลียจัด หลับเป็นตาย ตื่นมาอีกทีก็บ่าย
เขาลุกขึ้น หยิบเครื่องเขียนออกมา
เมื่อคืนใช้สมบัติอักษรไปหลายแผ่น ต้องเขียนเพิ่ม
ภารกิจที่บ้านตระกูลหวัง ทำให้ปราณอักษรเขาพุ่งไปถึงสี่ร้อยกว่านิ้ว
ลู่เจิ้งสูดหายใจลึก ตั้งสมาธิ จรดพู่กัน
"ฟ้าดินมีไอธรรม ปะปนก่อเกิดรูปทรง"
"เบื้องล่างเป็นแม่น้ำขุนเขา เบื้องบนเป็นดวงดาวตะวันจันทรา"
เขียนรวดเดียวสี่ประโยค ไอธรรมเที่ยงแท้ในตัวลู่เจิ้งโดนสูบออกไปเกือบหมด
ทันใดนั้น ตัวอักษรบนกระดาษก็ส่องแสงเจิดจ้า
ลู่เจิ้งตาพร่า พอลืมตาขึ้น ก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในวังอักษร ตำหนักไอธรรมเที่ยงแท้
ในตำหนักที่เคยว่างเปล่า เกิดการเปลี่ยนแปลง
รอบตัวเขามีไอธรรมก่อตัวเป็นภาพดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ภูเขา แม่น้ำ
แม้จะดูเลือนรางเหมือนหมอกควัน แต่ลู่เจิ้งสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่
"นี่มัน..."
ลู่เจิ้งยืนอึ้ง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ต้องเป็นเรื่องดีแน่ๆ
สักพัก จิตเขาก็กลับสู่โลกภายนอก
บนโต๊ะ กระดาษแผ่นนั้นกลายเป็นสมบัติอักษรสี่ประโยค สงบนิ่ง
ลู่เจิ้งหยิบหินวิญญาณมาฟื้นฟูพลัง แล้วลองกระตุ้นไอธรรมเที่ยงแท้ในตัว
ไอธรรมหมุนวน ก่อตัวเป็นภาพนิมิตแบบเดียวกับในวังอักษร ล้อมรอบตัวเขา
ลู่เจิ้งลองยื่นมือไปจับดวงอาทิตย์ทองคำขนาดเท่ากำปั้น รู้สึกได้ถึงความร้อนระอุ
ดวงอาทิตย์จิ๋วที่สร้างจากไอธรรม... ถ้าปาใส่ศัตรู จะแรงขนาดไหนนะ... ลู่เจิ้งคิด
เขาคว้าภูเขาจำลองขนาดฝ่ามือที่เท้า รู้สึกหนักอึ้งเหมือนแบกภูเขาจริง มีพลังกดทับมหาศาล
แต่การคงสภาพนิมิตนี้ กินพลังมหาศาล
ครู่เดียว ไอธรรมลู่เจิ้งก็เกลี้ยงถัง
เขาต้องรีบดูดหินวิญญาณ แล้วทดลองต่อ พบว่าเขาสามารถเรียกออกมาทีละอย่างได้ แต่ก็กินพลังเยอะอยู่ดี
ที่ชายคาไม่ไกล นักพรตคนหนึ่งยืนอ้าปากค้าง
ชิงเสวียนตามลู่เจิ้งมาตั้งแต่เมื่อคืน คอยสังเกตการณ์เงียบๆ
เขารู้ว่าถ้าจะหาเบาะแส ตามลู่เจิ้งไปเดี๋ยวก็เจอ แถมยังได้คอยคุ้มกันด้วย
แต่เขาไม่ใช่นักถ้ำมอง เวลาลู่เจิ้งอยู่คนเดียวในห้อง เขาจะไม่แอบดู
แต่เมื่อกี้มีกลิ่นอายไม่ธรรมดาแผ่ออกมา เขาเลยอดใจไม่ไหว ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบ แล้วก็ต้องตกตะลึง
นิมิตแห่งบัณฑิต! นึกไม่ถึงว่าลู่เจิ้งจะมีนิมิตปรากฏ
สิ่งที่เรียกว่านิมิตบัณฑิต จริงๆ ก็คือรูปแบบหนึ่งของ 'ธรรมลักษณ์'
ผู้บำเพ็ญเพียรบางคน พลังปราณจะเกิดการเปลี่ยนแปลงพิเศษ ก่อตัวเป็นภาพสรรพสิ่ง เป็นสัญลักษณ์แห่งมรรควิถี ช่วยเสริมพลัง และบ่งบอกถึงพรสวรรค์
อย่างเช่น 'ย่างก้าวเกิดดอกบัว' หรือ 'ปราณม่วงบูรพา' นิมิตพวกนี้จะมีเฉพาะอัจฉริยะในหมู่คนอัจฉริยะเท่านั้น
ชิงเสวียนไม่นึกว่าลู่เจิ้งที่เป็นแค่บัณฑิตระดับ 2 จะมีนิมิต แถมยังเป็นนิมิตระดับจักรวาล 'ตะวันจันทราภูผานที'!
"เจ้าเด็กนี่... หรือจะเป็นปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์กลับชาติมาเกิด..."
ชิงเสวียนยืนทื่อ จิตใจปั่นป่วน สงบลงไม่ได้