- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นแม่ของเหล่าบอสตัวร้าย
- บทที่ 28: ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
บทที่ 28: ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
บทที่ 28: ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
บทที่ 28: ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
จ้าวซือรุ่ย เด็กหนุ่มรูปร่างผอมเกร็งท่าทางเคร่งขรึมที่ไม่ค่อยไว้ใจหวังฉีเท่าไหร่ ถูกหุ้นส่วนเกลี้ยกล่อมให้อธิบายแนวคิดและแผนงานอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ
พอเขาพูดใกล้จะจบ เจียงซือเฉิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวสามคนที่แต่งตัวแตกต่างกัน
จ้าวซือรุ่ยหยุดพูดเมื่อเห็นเจียงซือเฉิงและคนอื่นๆ สีหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัดกับการปรากฏตัวกะทันหันนี้
เจียงซือเฉิงยิ้มและโบกมือให้กลุ่มของจ้าวซือรุ่ย แล้วเดินมาหาหวังฉี ชี้ไปที่หญิงสาวร่างสูงหน้ากลมข้างๆ ว่า "ผู้จัดการหวังครับ นี่คือเจิ้งหยวนหยวนที่ผมเคยเล่าให้ฟังครับ"
หวังฉีพยักหน้ายิ้มให้สามสาวข้างเจียงซือเฉิง แล้วบอกว่า "รอก่อนสักสิบนาทีได้ไหมคะ?"
หญิงสาวทั้งสามแปลกใจที่เจ้านายของเจียงซือเฉิงยังดูเด็กและสวยขนาดนี้ แต่ก็พยักหน้ารับ
หวังฉีหันไปบอกจ้าวซือรุ่ย "เชิญพูดต่อค่ะ"
โชคดีที่จ้าวซือรุ่ยพูดมาถึงตอนท้ายพอดี เขาใช้เวลาอธิบายแนวคิดไม่ถึงสิบนาทีก็จบ จากนั้นเพื่อนอีกสามคนก็ช่วยเสริมประเด็นต่างๆ ทำให้แผนงานดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
หากก่อนหน้านี้พวกเขายังสงสัยในตัวตนของหวังฉี ข้อสงสัยเหล่านั้นก็มลายหายไปเมื่อเห็นเจียงซือเฉิง นักศึกษาระดับหัวกะทิจากคณะนิติศาสตร์เรียกเธอว่าผู้จัดการหวัง พวกเขาเริ่มมองหวังฉีในฐานะนักลงทุนอย่างจริงจัง
พอพูดจบ ทั้งสี่ก็มองหวังฉีอย่างประหม่า ราวกับนักโทษรอฟังคำตัดสิน
หวังฉีนั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ ยิ่งเพิ่มความกดดันให้จ้าวซือรุ่ยและเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"พวกคุณต้องการเงินลงทุนเท่าไหร่?"
ทันทีที่หวังฉีเอ่ยปาก สีหน้าเคร่งเครียดของทั้งสี่ก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มโล่งอก จ้าวซือรุ่ยกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มองหวังฉีแล้วตอบว่า "พวกเราคำนวณมาหลายรอบแล้วครับ ช่วงเริ่มต้นต้องใช้เงินลงทุนประมาณสามล้าน"
สามล้าน!
หญิงสาวสามคนที่มากับเจียงซือเฉิงหันขวับไปมองทั้งสี่คนด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินตัวเลขนั้น พวกเขาเป็นแค่บัณฑิตที่ยังไม่ทันเรียนจบด้วยซ้ำ กล้าดียังไงถึงเสนอตัวเลขขนาดนั้น!
จ้าวซือรุ่ยกับเพื่อนอีกสามคนก็มองหวังฉีอย่างลุ้นระทึก กงหมิงที่ใส่เสื้อเชิ้ตลายดอกกลัวหวังฉีจะปฏิเสธ รีบพูดแทรกขึ้นมาว่า "จริงๆ แล้ว สักสองแสน..."
"ตกลงค่ะ" หวังฉีพูดสวนขึ้นมา
"หา!"
"หือ?"
ทุกคนมองหวังฉีอย่างตกตะลึง เธอตกลงง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ!?
"ฉันจะลงทุนแลกกับหุ้น ในอนาคตถ้าบริษัทดำเนินการเต็มรูปแบบ ฉันขอถือหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์และมีสิทธิ์กำหนดทิศทางบริษัท ถ้าต้องการเงินทุนเพิ่มก็มาคุยกันได้ แต่ฉันต้องเห็นผลงานภายในสามปี" หวังฉีมองทั้งสี่คน "รับเงื่อนไขนี้ได้ไหมคะ?"
"ไม่มีปัญหาครับ!" ทั้งสี่คนไม่เคยพูดพร้อมเพรียงกันขนาดนี้มาก่อน!
"ถ้าบ่ายนี้ว่าง ก็ตามซือเฉิงไปเซ็นสัญญาที่บริษัทได้เลยค่ะ"
"ขอบคุณครับผู้จัดการหวัง!"
หวังฉียิ้ม "ไม่ต้องเกรงใจค่ะ มันเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน วิน-วินทั้งคู่ ยินดีที่ได้ร่วมงานค่ะ"
หวังฉีลุกขึ้นยื่นมือออกไป
จ้าวซือรุ่ยและเพื่อนๆ รีบจับมือกับหวังฉีด้วยความตื่นเต้น ใครจะคิดว่าแค่มาบ่นระบายความอัดอั้นที่ชมรมโต้วาที จะดันมาเจอนักลงทุนเข้าให้ โชคดีเป็นบ้าเลย!
หวังฉีเองก็รู้สึกว่าโชคของเธอพุ่งกระฉูดเหมือนกัน ตอนแรกแค่คุ้นๆ กับสิ่งที่พวกจ้าวซือรุ่ยพูด แต่พอได้ยินชื่อจ้าวซือรุ่ย เธอก็นึกออกทันทีว่าในนิยายต้นฉบับบรรยายถึงกลุ่มของจ้าวซือรุ่ยไว้ว่าเป็น 'เจ้าพ่ออินเทอร์เน็ต'
แม้ในนิยายจะเป็นแค่ตัวประกอบ แต่ผู้เขียนต้นฉบับได้สร้างคาแรคเตอร์ของจ้าวซือรุ่ยและพวกโดยอ้างอิงจากผู้ก่อตั้ง 'โรงงานห่าน' ในโลกแห่งความจริง หวังฉีดีใจที่ได้เจอพวกเขาและร่วมทุนตั้งแต่ช่วงก่อตั้ง ยิ่งกว่าตอนผ่าหินได้หยกจักรพรรดิเสียอีก
พอกลุ่มจ้าวซือรุ่ยจากไปพร้อมนัดแนะเวลากับเจียงซือเฉิงเรียบร้อย หวังฉีถึงหันมามองหญิงสาวสามคนที่ยังยืนอึ้งกับดีลเงินล้านเมื่อครู่
"แล้วพวกเธอล่ะ?"
เจียงซือเฉิงขยับเข้ามาแนะนำต่อ "ผู้จัดการหวังครับ นี่คือรูมเมทของเจิ้งหยวนหยวน พวกเธอเอาผลงานออกแบบมาให้คุณพิจารณาด้วยครับ"
เพราะหวังฉีเคยบอกว่าต้องการคน พอเจียงซือเฉิงเล่าให้เจิ้งหยวนหยวนฟังแล้วรู้ว่ารูมเมทสนใจ เขาเลยเสนอให้มาด้วยกัน
เจิ้งหยวนหยวนมองหวังฉีที่เพิ่งจ่ายเงินสามล้านไปในเวลาไม่กี่นาที นึกถึงคำบอกเล่าของรุ่นพี่ รีบลุกขึ้นแนะนำตัว "สวัสดีค่ะผู้จัดการหวัง ฉันชื่อเจิ้งหยวนหยวน นักศึกษาปีสี่ สาขาออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเมืองเผิงค่ะ"
"สวัสดีค่ะผู้จัดการหวัง ฉันชื่อฟางเค่อค่ะ"
"ฉันชื่อหวังฟางค่ะ"
"สวัสดีจ้ะ ขอดูผลงานหน่อยนะ" หวังฉียิ้มรับ
ทั้งสามพยักหน้าพร้อมกัน ยื่นแฟ้มผลงานให้หวังฉี พอเห็นหวังฉีเริ่มเปิดดู พวกเธอก็เข้าใจความรู้สึกประหม่าของกลุ่มจ้าวซือรุ่ยเมื่อครู่นี้ทันที
หวังฉีเปิดแฟ้มของเจิ้งหยวนหยวนเป็นคนแรก ต้องยอมรับว่าสมกับเป็นเจ้าของรางวัลเหรียญทองการออกแบบระดับประเทศ งานดีไซน์ของเธอต่อให้ผ่านไปอีกสิบปีก็ยังไม่เชย
ที่สำคัญคือข้างๆ แบบร่างแต่ละชุดมีปรัชญาการออกแบบเขียนกำกับไว้ หวังฉียกยิ้มมุมปาก นี่แหละคนเก่งที่เธอกำลังตามหา!
พอวางแฟ้มลง เจิ้งหยวนหยวนเม้มปากแน่นด้วยความลุ้นรอคำวิจารณ์ แต่หวังฉีไม่ได้พูดอะไร หยิบแฟ้มต่อไปขึ้นมาดูทันที
ถ้างานของเจิ้งหยวนหยวนคือความโดดเด่นและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ งานของฟางเค่อก็เน้นความสบาย เรียบง่าย และใส่ได้จริง สไตล์ของสองคนนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ส่วนงานของหวังฟาง... หวังฉีเปิดผ่านๆ ไม่กี่หน้า ดีไซน์ไม่มีจุดเด่นอะไรเป็นพิเศษ เหมือนแค่ดัดแปลงเสื้อผ้าตามท้องตลาดนิดหน่อย ยังไม่มีสไตล์เป็นของตัวเอง
หวังฉีคืนแฟ้มผลงานให้เจ้าของแล้วยิ้ม "ฉันดูผลงานครบแล้ว เดี๋ยวให้ซือเฉิงแจ้งผลสัมภาษณ์และตกลงเรื่องเงินเดือนกับสวัสดิการอีกที ถ้าได้รับผลแล้วยินดีจะร่วมงานกับ 'ซีหวัง' ก็ยินดีต้อนรับเข้าบริษัทจ้ะ"
"ขอบคุณค่ะผู้จัดการหวัง!" สามสาวฉีกยิ้มกว้าง ดูจากท่าทีของหวังฉีแล้ว พวกเธอสังหรณ์ใจว่าน่าจะผ่านทั้งสามคน!
หลังออกจากมหาวิทยาลัยเมืองเผิง เจียงซือเฉิงยังตื่นเต้นไม่หาย
"ผู้จัดการหวังครับ ผมเชื่อว่ามีเคสของจ้าวซือรุ่ยกับเจิ้งหยวนหยวน บริษัทเราต้องดังในมหา'ลัยเร็วแน่ๆ ถึงตอนนั้นเรื่องรับคนคงไม่ใช่ปัญหา"
"แต่เราก็ต้องคัดคนให้เข้มงวดนะ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ" เธอจะไม่รับใครสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด
"รับทราบครับผู้จัดการหวัง!"
ระหว่างทางกลับโรงงาน มือถือของหวังฉีก็ดังขึ้น อู๋คังที่เดิมนัดจะเจอพรุ่งนี้ จู่ๆ ก็โทรมาขอพบที่โรงงานวันนี้เลย
สำหรับหวังฉีจะเจอวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ไม่ต่างกัน ที่นัดพรุ่งนี้เพราะแค่อยากให้อู๋คังมีเวลาตัดสินใจเท่านั้น
แต่ทว่า... เมื่อกลับมาถึงหน้าโรงงาน แล้วเห็นกลุ่มคนท่าทางไม่น่าไว้ใจ แต่งตัวดูดีแต่แฝงกลิ่นอายอันธพาลกำลังคุมตัวอู๋คังอยู่ เธอก็ขมวดคิ้วมุ่น นี่มันเรื่องอะไรกันอีกเนี่ย?