- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นแม่ของเหล่าบอสตัวร้าย
- บทที่ 23: ซื้อบ้าน
บทที่ 23: ซื้อบ้าน
บทที่ 23: ซื้อบ้าน
บทที่ 23: ซื้อบ้าน
หวังฉีและคนอื่นๆ รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารจีนซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแผนกมัธยมต้นและมัธยมปลาย เนื่องจากผู้ปกครองคนอื่นๆ ไม่อยู่แล้ว หวังฉีจึงรับหน้าเสื่อเป็นเจ้ามือเลี้ยงทุกคนเอง
นักเรียนสามคนกับผู้ใหญ่อีกสี่คน สั่งผัดผักห้าอย่าง เนื้อสัตว์สี่อย่าง และแกงจืดอีกหนึ่งอย่าง รวมเป็นเงินทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดสิบแปดหยวน ซึ่งถือว่าราคาไม่เบาเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม หยางกั๋วได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ร้านอาหารจีนแห่งนี้ราคาจะสูงกว่าโรงอาหารอื่นเล็กน้อย เพราะเป็นการปรุงอาหารแบบจานต่อจาน ไม่ใช่ตักราดข้าว รสชาติจึงค่อนข้างดีทีเดียว
เมื่อได้ยินราคา ฟางหยางก็ลูบเงินสามร้อยหยวนที่แม่ทิ้งไว้ให้ในกระเป๋าเสื้อ แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า "คุณครูคะ อาหารในโรงอาหารอื่นแพงแบบนี้เหมือนกันไหมคะ?"
ครูหลี่ยิ้มตอบ "ไม่หรอกจ้ะ โรงอาหารทิศใต้กับทิศตะวันตกข้างหอพักที่พวกเด็ก ม.ต้น ชอบไปทานกันจะมีราคาประหยัดกว่า สำหรับเด็กผู้หญิงอย่างเธอ กับข้าวเนื้อสัตว์หนึ่งอย่าง ผักสองอย่าง ข้าวสวยอีกหน่อย ราคาก็ประมาณสามหยวน แถมยังเติมข้าวได้ไม่อั้นด้วย คุ้มค่ามากจ้ะ"
ด้วยความที่เคยชินกับการเป็นนักเรียนยากจนในชาติที่แล้ว หวังฉีจึงอดไม่ได้ที่จะคำนวณในใจ
หากนักเรียนกินข้าวแค่ที่โรงอาหารราคาประหยัดสองแห่งนั้น ค่าอาหารปกติจะตกวันละประมาณเจ็ดถึงแปดหยวน เดือนหนึ่งรวมค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ค่าครองชีพของนักเรียนจะอยู่ที่ราวๆ สามร้อยหยวน นี่ถือเป็นระดับการใช้จ่ายปกติและค่อนข้างประหยัดแล้ว ทว่าเงินเดือนเฉลี่ยของคนทั่วไปในเมืองเผิงยุคนั้นอยู่ที่ประมาณห้าร้อยหยวน ดังนั้นค่าครองชีพในโรงเรียนมัธยมจินหัวจึงถือว่าไม่ถูกเลยจริงๆ
ฟางหยางเมื่อรู้ว่าเงินค่าขนมที่แม่ให้มานั้นเพียงพอ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เธอเพิ่งย้ายจากบ้านนอกเข้ามาอยู่ในเมืองกับพ่อแม่ จึงไม่อยากสร้างภาระให้ท่าน ยิ่งไปกว่านั้นเธอได้ใช้เงินพ่อแม่ไปตั้งห้าหมื่นหยวนเพื่อเข้าเรียนที่นี่ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกผิดมาก
พ่อแม่ไม่ได้มีลูกแค่คนเดียว ยังมีน้องสาวของเธอที่ต้องดูแล น้องสาวต้องอดเรียนขี่ม้าเพราะการมาของเธอ หากหาครูสอนเปียโนไม่ได้อีก น้องสาวคงยิ่งเสียใจแย่
หลังมื้อเที่ยง ไป๋เย่าจู่และฟางหยางยังคงอยู่ที่โรงเรียน หลังจากพักผ่อนในห้องพักครูสักครู่ พวกเขาก็เดินตามครูหลี่ไปจัดการเรื่องหอพัก รับตำราเรียน และยืนยันห้องเรียน
แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่หยางกั๋วได้แจ้งหวังฉีแล้วว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ทั้งสามคนจะได้อยู่ห้อง 17 เหมือนกัน
พวกเขาออกจากโรงเรียนตอนประมาณเที่ยงกว่า
"ผู้จัดการอู๋ รบกวนคุณอีกสักเรื่องได้ไหมคะ"
หวังฉีถือคติว่าไหนๆ ก็วานแล้วก็วานให้จบในคนเดียว เธอคิดว่าในเมื่อจะซื้อบ้าน ปรึกษาอู๋คังไปเลยน่าจะดีกว่า เขาเพิ่งขายบ้านไปไม่นาน น่าจะมีความเข้าใจในตลาดปัจจุบันพอสมควร
แม้ว่าอู๋คังจะยังไม่ได้บอกหวังฉี แต่เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะติดตามเธอ ดังนั้นอู๋คังจึงแสดงความกระตือรือร้นต่อว่าที่เจ้านายคนใหม่ยิ่งกว่าเมื่อเช้าเสียอีก
"ผู้จัดการหวัง เกรงใจกันเกินไปแล้ว ไม่ต้องเรียกผู้จัดการอู๋หรอกครับ เรียกผมว่าอู๋คังเฉยๆ ก็พอ มีอะไรให้รับใช้บอกมาได้เลยครับ ถ้าช่วยได้ผมช่วยเต็มที่แน่นอน"
"คืออย่างนี้ค่ะ ฉันอยากจะซื้อบ้านในหมู่บ้านที่ไม่ไกลจากโรงเรียนจินหัวมากนัก ขอที่ระบบรักษาความปลอดภัยเยี่ยม สภาพแวดล้อมดี คุณพอจะมีที่แนะนำไหมคะ?"
อู๋คังยิ้มกว้าง "คุณถามถูกคนแล้วครับ! มีอยู่ที่หนึ่ง ราคาอาจจะแรงหน่อย แต่สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยยอดเยี่ยม เพื่อนบ้านที่พักอาศัยล้วนเป็นบุคคลระดับแนวหน้า ถ้าผมจำไม่ผิด ที่นั่นน่าจะยังมีบ้านว่างขายอยู่ไม่กี่หลัง เราไปดูกันตอนนี้เลยไหมครับ?"
"ดีเลยค่ะ ครั้งนี้รบกวนคุณแย่เลย ไว้ฉันจะหาโอกาสตอบแทนอย่างงามนะคะ"
"ผู้จัดการหวังพูดอะไรอย่างนั้น ยินดีรับใช้ครับ!"
โครงการที่อู๋คังพูดถึงอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมัธยมจินหัวจริงๆ ห่างออกไปเพียงสี่แยกไฟแดง หากรถไม่ติด นั่งรถไปไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึง
ยิ่งไปกว่านั้น หมู่บ้านแห่งนี้ไม่เพียงแต่มีขนาดใหญ่ แต่ยังตั้งอยู่ในทำเลที่เงียบสงบ หลีกหนีจากความวุ่นวาย แต่กลับห่างจากใจกลางเมืองเผิงเพียงยี่สิบนาที แม้แต่จะไปโรงงานเสื้อผ้าของหวังฉีก็ใช้เวลาขับรถเพียงสามสิบนาทีเท่านั้น
หวังฉีพอใจกับทำเลนี้มาก
อู๋คังขับรถพาหวังฉีตรงไปยังสำนักงานขายของโครงการ 'สวนจิ่วหรง'
สำนักงานขายเป็นอาคารสไตล์โบราณ ภายนอกดูราวกับคฤหาสน์ของตระกูลเศรษฐีผู้มั่งคั่ง
ทันทีที่เดินเข้าไป หญิงสาวแรกรุ่นสี่คนในชุดกี่เพ้าสีแดงรัดรูปสดใสก็เข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มมาตรฐาน เพียงแค่เห็นระดับการบริการก็รู้ได้ทันทีว่าราคาบ้านในโครงการนี้ย่อมไม่ถูก
ขณะที่ทั้งสามเดินเข้าไป ผู้จัดการฝ่ายขายในชุดสูทสีดำก็เดินตรงเข้ามา
"ผู้จัดการอู๋ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ" ชายหนุ่มเดินเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น ราวกับได้พบเพื่อนเก่าที่ห่างหายกันไปนาน
อู๋คังยิ้มและยื่นมือออกไปจับทักทาย "ผู้จัดการเฉียน ไม่เจอกันนานครับ"
"วันนี้ผู้จัดการอู๋มาดูบ้านที่สวนจิ่วหรงของเราเหรอครับ?"
อู๋คังส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วหันไปแนะนำหวังฉีให้ผู้จัดการเฉียนรู้จัก "นี่คือผู้จัดการหวัง วันนี้ผมพาผู้จัดการหวังมาดูบ้านครับ"
ผู้จัดการเฉียนตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่แล้วพูดกลั้วหัวเราะ "ตาถั่วจริงๆ ผมนี่! การมาเยือนของผู้จัดการหวังทำให้ที่นี่สว่างไสวขึ้นทันตา ท่านต่างหากคือตัวเอกของวันนี้!"
หวังฉียิ้มอย่างสุภาพแล้วกล่าวว่า "ฉันมีเวลาไม่มาก ถ้าถูกใจจะย้ายเข้าวันนี้เลย ไม่ทราบว่าสะดวกพาไปดูบ้านตอนนี้เลยไหมคะ?"
ดวงตาของผู้จัดการเฉียนเป็นประกายวาบ เวลาน้อยแปลว่าโอกาสปิดการขายไม่ต่ำแน่! ถ้าดีลนี้สำเร็จ ค่าผ่อนรถเดือนนี้ก็สบายแล้ว!
"ได้ครับ ได้ครับ ได้เลยครับ เชิญผู้จัดการหวังทางนี้ครับ!"
หลังจากออกจากสำนักงานขาย ผู้จัดการเฉียนก็ขับรถนำทางพาหวังฉีและคณะมุ่งหน้าเข้าสู่สวนจิ่วหรง
ทางเข้าสวนจิ่วหรงขนาบข้างด้วยต้นอู๋ถงสูงใหญ่ แผ่กิ่งก้านสาขาหนาทึบและเขียวชอุ่มเรียงรายเป็นทิวแถว ด้านหลังแนวต้นไม้คือสนามหญ้าที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีต
เมื่อลอดผ่านอุโมงค์ต้นไม้ที่มีความยาวกว่าสองร้อยเมตร ก็มาถึงตัวโครงการ ประตูใหญ่ของสวนจิ่วหรงมีความกว้างกว่าสิบเมตร แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงลงบนพื้นผิวสีเข้มที่ดูเคร่งขรึมและเย็นเยียบ มีป้อมยามรักษาการณ์ตั้งอยู่ขนาบทั้งสองข้างของประตู
หลังจากผู้จัดการเฉียนแสดงบัตรผ่าน เขาก็พาหวังฉีไปจอดรถที่ลานจอดรถสำหรับผู้มาติดต่อภายในโครงการ จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถกอล์ฟชมวิว เพื่อพาหวังฉีและอีกสองคนเยี่ยมชมสวนจิ่วหรง
หวังฉีต้องยอมรับว่า หากไม่รู้มาก่อนว่านี่คือหมู่บ้านจัดสรร ด้วยระดับความร่มรื่นของต้นไม้และความวิจิตรของสถาปัตยกรรม เธอคงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นวนอุทยานแห่งหนึ่ง
"โครงการสวนจิ่วหรงของเราตั้งชื่อตามต้นไทรโบราณเก้าต้นที่อยู่ในพื้นที่ครับ พื้นที่ทั้งหมดของโครงการครอบคลุมหกแสนหกหมื่นตารางเมตร โดยสี่แสนสองหมื่นตารางเมตรเป็นพื้นที่ทัศนียภาพธรรมชาติ ประตูหลังของโครงการเชื่อมต่อโดยตรงกับภูเขาหนานซาน ดังนั้นทิวทัศน์ธรรมชาติที่นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นที่สุดในเมืองเผิง ทั้งโครงการประกอบด้วยอาคารสูงหกตึก และวิลล่าอีกสามสิบหกหลัง ตอนนี้เหลือวิลล่าประกาศขายอยู่สามหลัง และห้องชุดบนตึกสูงอีกสองยูนิต ส่วนที่เหลือขายหมดแล้วครับ ผู้จัดการหวังอยากชมแบบไหนก่อนดีครับ?"
"ไปดูวิลล่าก่อนค่ะ"
รอยยิ้มของผู้จัดการเฉียนกว้างขึ้นทันทีที่ได้ยิน "ได้ครับ เชิญทางนี้ครับ"