เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: ค่าบำรุงการศึกษา

บทที่ 22: ค่าบำรุงการศึกษา

บทที่ 22: ค่าบำรุงการศึกษา


บทที่ 22: ค่าบำรุงการศึกษา

"ค่าบำรุงการศึกษาจะแตกต่างกันไปตามประเภทของห้องเรียนค่ะ ห้าหมื่นหยวนสำหรับห้องธรรมดา หนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนสำหรับห้องคิง และสามแสนหยวนสำหรับห้องนานาชาติ ไม่ทราบว่าคุณผู้ปกครองสนใจห้องไหนคะ?"

"เอาห้องธรรมดาก็พอค่ะ" หญิงสาวท่าทางสง่างามเอ่ยขึ้น พลางติ๊กเครื่องหมายลงในแบบฟอร์ม

ทว่าพ่อของไป่เย่าซูกลับโบกมืออย่างป๋าๆ แล้วพูดว่า "ลูกชายฉันแน่นอนว่าต้องเรียนสิ่งที่ดีที่สุด เลือกห้องนานาชาติไปเลย!"

"เดี๋ยว! พ่อจะรีบไปไหน ผมยังไม่ได้ตกลงเลยนะ!" ไป่เย่าซูตะโกนใส่พ่อตัวเอง

"จะเรียนทั้งทีก็ต้องเรียนห้องที่ดีที่สุดสิ เด็กอย่างแกจะไปรู้อะไร!"

พ่อของไป่เย่าซูมองลูกชายอย่างไม่พอใจ แต่หญิงสาวที่อยู่ข้างกายกลับควงแขนเขาแล้วพูดเสียงหวาน "ที่รักคะ ลองฟังความคิดเห็นของเย่าซูหน่อยเถอะค่ะ!"

ตั้งสามแสน! เงินขนาดนี้ซื้อเครื่องเพชรได้ตั้งเยอะ แค่ไปโรงเรียนจำเป็นต้องจ่ายแพงขนาดนั้นเชียวหรือ? อีกอย่าง เด็กเกเรแบบนี้ต่อให้เข้าไปเรียนห้องนานาชาติจะมีประโยชน์อะไร?

หวังฉีนั่งลงข้างๆ หนิงเจียง "ลูกอยากเรียนห้องไหน?"

ความจริงแล้วถ้าหนิงเจียงเรียนไหว เธออยากให้เขาเข้าห้องคิงมากกว่า แต่เขาไม่ได้ไปโรงเรียนมาสองปีแล้ว คงต้องใช้เวลาปรับตัวสักพัก

"ห้องธรรมดาก็พอครับ"

"ฉันก็จะเข้าห้องธรรมดาเหมือนกัน!" ไป่เย่าซูเห็นหนิงเจียงติ๊กเลือกช่องนั้น ก็แย่งแบบฟอร์มจากมือพ่อมาขีดฆ่าเลือกใหม่ทันที "ครูครับ ผมกับเขามีวาสนาต่อกันขนาดนี้ ช่วยจัดให้เราอยู่ห้องเดียวกันได้ไหมครับ?"

"ถ้าจำนวนคนในห้องยังว่างอยู่ ก็ได้จ้ะ"

"เยี่ยมไปเลย!"

"ต่อไปเป็นเรื่องหอพักค่ะ มีทั้งห้องพักสี่คนและห้องพักสองคน แน่นอนว่าเลือกไม่พักหอก็ได้ค่ะ" ครูสาวแนะนำพลางชี้ไปที่ตารางบนโต๊ะ

หนิงเจียงนั่งฟังพลางถูนิ้วมือไปมา เขาเพิ่งได้กลับมาอยู่กับแม่ ไม่ได้อยากแยกจากเธอเลย

ความคิดของหวังฉีตรงกับหนิงเจียงพอดี เธอเพิ่งรับหนิงเจียงกลับมา แม้ภายนอกเขาจะดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย แต่เขาก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง การต้องไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ย่อมมีความกังวลและความตื่นตระหนกอยู่แล้ว ดังนั้นหวังฉีจึงยังไม่คิดจะให้หนิงเจียงอยู่โรงเรียนประจำในตอนนี้

"เราไม่พักหอค่ะ"

"ผมจะอยู่หอ!" ไป่เย่าซูตะโกนสวนขึ้นมา

"จะไปอยู่หอทำไม? ให้คนขับรถไปรับไปส่งทุกวันก็ได้ อยู่บ้านสบายกว่าตั้งเยอะ"

ไป่เย่าซูหันหน้าหนี ไม่แม้แต่จะมองหน้าพ่อตัวเอง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "แค่เห็นหน้าพวกคุณสองคนผมก็รำคาญแล้ว ผมไม่กลับบ้านหรอก" พูดจบเขาก็หันไปบอกครู "จองห้องพักสองคนให้ผมด้วย!"

พ่อของไป่เย่าซูมองลูกชายจอมดื้อรั้นแล้วถอนหายใจ ได้แต่ยอมตามใจลูกไป

"แล้วคุณติงล่ะคะ?" ครูสาวหันไปมองหญิงสาวท่าทางเรียบร้อยสง่างามที่ไม่ค่อยพูดค่อยจา

ฟางหยางเม้มปากแน่นด้วยความประหม่า สายตามองไปที่แม่ของเธอ

"แกจะพักหอ เอาห้องสี่คน"

พอผู้เป็นแม่พูดจบ ใบหน้าของฟางหยางก็ฉายแววผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้คัดค้านอะไร

หลังจากทุกคนชำระค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ครูอีกท่านที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้น "ได้เวลาพอดี ทุกท่านอยากลองไปชิมอาหารที่โรงอาหารของโรงเรียนเราไหมคะ?"

ครูสาวเอ่ยชวนด้วยความกระตือรือร้นและเป็นมิตร แต่ทันทีที่พูดจบ พ่อของไป่เย่าซูก็ถูกหญิงสาวข้างกายสะกิดแขนยิกๆ ดูเหมือนพวกเขจะมีโปรแกรมอื่นสำหรับมื้อเที่ยงแล้ว

พ่อของไป่เย่าซูทิ้งบัตรเครดิตไว้ให้ลูกชายด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับภรรยาสาวสวย ท่ามกลางสายตาเอือมระอาของไป่เย่าซู

"วันนี้แม่ต้องไปรับน้องสาวแกไปพบครูเหมือนกัน ปกติแกดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว คงไม่เป็นไรใช่ไหม?"

ฟางหยางพยักหน้าอย่างว่าง่าย

แม่ของฟางหยางทิ้งธนบัตรใบละร้อยหยวนไว้ให้เธอสามใบก่อนจะเดินจากไป จังหวะนั้นนางยื่นมือมาเหมือนจะลูบหัวลูกสาวอย่างเก้ๆ กังๆ แต่สุดท้ายมือก็ตกลงแค่ที่หัวไหล่ "ดูแลตัวเองดีๆ นะ"

พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ฟางหยางยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว

หนิงเจียงหันมองหวังฉี สงสัยว่าเธอกำลังจะไปหรือเปล่า เพราะตั้งแต่กลับมาถึงเมืองเผิงเธอก็งานยุ่งมาก

แต่หวังฉีกลับโอบไหล่หนิงเจียงแล้วยิ้ม "ไปเถอะ เราไปชิมกันว่าโรงอาหารโรงเรียนลูกมีอะไรอร่อยบ้าง"

หนิงเจียงกลั้นยิ้มไม่อยู่ "ครับ"

ระหว่างทางเดินไปโรงอาหาร เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน ที่นั่นจึงมีคนน้อยมาก

ครูสาวแซ่หลี่เดินนำหน้าไปพร้อมกับหยางกั๋ว ฟางหยางเดินอยู่ตรงกลาง ส่วนด้านหลังคือหวังฉีและอู๋คัง หนิงเจียงเดินเกาะติดข้างกายหวังฉีตลอดเวลา ทำให้ไป่เย่าซูต้องเดินตามประกบเขาไปด้วย

"เดี๋ยวนี้เถ้าแก่อู๋ทำธุรกิจใหม่เหรอคะ?" หวังฉีถามยิ้มๆ วันนี้เธอรบกวนอู๋คังมาทั้งวัน จึงอยากหาโอกาสขอบคุณเขา

อู๋คังได้ยินดังนั้นก็ยิ้มขื่น "พูดตามตรงนะครับ ก่อนหน้านี้เพื่ออุดรอยรั่วทางการเงินของที่บ้าน ผมขายโรงงานกับบ้านไปสองหลังแล้ว ตอนนี้..." อู๋คังถอนหายใจ "ตอนนี้แม้แต่เงินทุนตั้งต้นก็ยังไม่มี จะไปทำธุรกิจอะไรได้ล่ะครับ"

หวังฉีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม... จากการที่ได้ร่วมงานกันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และได้ฟังคำวิจารณ์จากคนงานในโรงงานเย็บผ้า อู๋คังถือเป็นเจ้านายที่ดีคนหนึ่ง แม้โรงงานเย็บผ้าจะไม่ได้ขยายกิจการใหญ่โตมาหลายปี แต่อย่างน้อยก็ไม่เคยขาดทุน และเขาก็เป็นคนซื่อสัตย์ มีชื่อเสียงที่ดีในย่านนี้

"แล้วเถ้าแก่อู๋สนใจรับงานจากคนนอกไหมคะ?"

"รับงานคนนอก?" อู๋คังมองหวังฉีอย่างงุนงง ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเธอนัก

"ใช่ค่ะ บริษัทของฉันกำลังขาดคน ถ้าเถ้าแก่อู๋ยินดี ฉันอยากจ้างคุณด้วยเงินเดือนสูง"

"ไปทำที่โรงงานเย็บผ้าเหรอครับ?" โดยทั่วไปแล้ว คนปกติคงตะขิดตะขวงใจที่จะจ้างอดีตเจ้านายกลับมาทำงานในโรงงานเดิมของตัวเอง ถ้าเกิดปัญหาภายหลังจะพูดกันลำบาก

หวังฉีส่ายหน้า "แน่นอนว่าไม่ใช่ค่ะ โรงงานเย็บผ้าเป็นแค่ฝ่ายผลิตของบริษัทฉัน ฉันอยากให้คุณมาลองทำฝ่ายขายของ 'เสื้อผ้าซีหวัง' ดูค่ะ"

"ฝ่ายขาย?"

"ใช่ค่ะ เสื้อผ้าผลิตออกมาก็ต้องขายไม่ใช่เหรอคะ?"

"เถ้าแก่หวังตั้งใจจะทำแบบครบวงจร ผลิตเองขายเองเลยเหรอครับ"

หวังฉีพยักหน้า แผนแรกของเธอคือการสร้างแบรนด์ของตัวเอง

"คุณไม่ต้องรีบตอบตอนนี้ก็ได้ ถ้าตัดสินใจได้แล้ว บอกฉันก่อนวันมะรืนนี้นะคะ"

อู๋คังลอบกลืนน้ำลาย เขาพยักหน้า นึกไม่ถึงว่าแค่มาช่วยงานจะได้งานทำกลับไป

หวังฉีกับอู๋คังเดินคุยเรื่องงานกันอยู่ด้านหน้า โดยไม่รู้ตัวเลยว่าหนิงเจียงที่เดินตามหลังอยู่ไม่กี่ก้าว คอยจ้องมองและเดินตามเธอต้อยๆ ใครไม่รู้คงนึกว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอ

"แม่นายดูเก่งมากเลยนะ ทำธุรกิจด้วยเหรอ?"

"อื้ม"

"แล้วพ่อนายล่ะ? มีเมียสวยแถมเก่งขนาดนี้ พ่อของหนิงเจียงไม่มีความรู้สึกถึงวิกฤตบ้างหรือไง"

จู่ๆ หนิงเจียงก็หยุดเดิน ไป่เย่าซูมองหนิงเจียงด้วยความแปลกใจ

หนิงเจียงจ้องตาไป่เย่าซู แล้วพูดเน้นทีละคำ "ฉันไม่มีพ่อ"

ไป่เย่าซูอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่แล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้า เขาพูดเสียงดังว่า "นั่นสินะ มีแม่ดีขนาดนี้ จะเอาพ่อไปทำไมกันเล่า!"

จบบทที่ บทที่ 22: ค่าบำรุงการศึกษา

คัดลอกลิงก์แล้ว