- หน้าแรก
- ระบบสวมบทบาท: โชว์เทพกลางรายการเรียลลิตี้
- บทที่ 34 - เปิดฉากปะทะผีสาว อู๋จิงสิ้นท่า
บทที่ 34 - เปิดฉากปะทะผีสาว อู๋จิงสิ้นท่า
บทที่ 34 - เปิดฉากปะทะผีสาว อู๋จิงสิ้นท่า
บทที่ 34 - เปิดฉากปะทะผีสาว อู๋จิงสิ้นท่า
เสียงนาฬิกาปลุกดึงสติของไป๋ลู่ให้กลับคืนมา แต่ความหวาดกลัวที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้เธอกลั้นเสียงไว้ไม่ไหว
"กริ๊ดดดดดด!!"
เสียงกรีดร้องของไป๋ลู่ปลุกทุกคนให้ตื่นจากภวังค์
เหล่าดาราที่กำลังหลับใหลสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง ดวงตายังฉายแววสับสน
มีเพียงเย่ไป๋คนเดียวที่พอลืมตาขึ้น แววตาก็ใสกระจ่างไร้ซึ่งความง่วงงุน
"ใครวะ? แหกปากร้องหาผีอะไรตอนดึกๆ ดื่นๆ!"
จางต้าต้าที่โดนปลุกกะทันหันสมองยังเบลอๆ เขาบ่นอุบด้วยความหงุดหงิด
แต่พอเห็นไป๋ลู่เบิกตาโพลงจ้องมองไปที่ด้านบน เขาก็อดสงสัยไม่ได้
"เห็นผีหรือไง? ถึงได้ร้องซะ..."
จางต้าต้าพูดพลางเงยหน้ามองตามสายตาเธอไป
ภาพที่เห็นทำเอาสมองที่เบลออยู่แล้วของเขาถึงกับช็อตไปดื้อๆ
ใบหน้าขาวซีดเปื้อนเลือดของผีสาวลอยเด่นอยู่ตรงหน้า จางต้าต้าเบิกตากว้างแทบถลน แข่งกันจ้องตากับผีสาว
วินาทีต่อมา...
"ว๊ากกกกก!!"
"ผี!! ผีหลอก!!"
เสียงแหกปากของจางต้าต้านั้นดังยิ่งกว่าไป๋ลู่เป็นสิบเท่า เสียงสะท้อนก้องป่าจนนกที่เกาะอยู่บนยอดไม้แตกฮือบินหนีด้วยความตกใจ
หวงจื่อเทา ฮวาเฉินอวี่ และไช่สวี่คุน แม้จะไม่ได้ร้องเสียงหลงเท่าจางต้าต้า แต่พอเห็นผีสาวชุดขาวลอยอยู่ตรงหน้า ขาก็พากันสั่นพั่บๆ หน้าซีดเผือดยิ่งกว่ากระดาษ เหงื่อกาฬไหลพรากจนไม่มีแรงจะร้อง
หยางมี่ เร่อปา และเมิ่งจื่ออี้ พอตั้งสติได้ก็ตกใจแทบสิ้นสติ อยากจะกรีดร้องแต่สัญชาตญาณสั่งให้เอามือปิดปากแน่น
เหมือนกับว่าถ้าไม่ส่งเสียง ผีก็จะไม่เห็น พวกเธอพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่ใช่แค่สาวๆ ที่คิดแบบนั้น แม้แต่อู๋จิงเองก็อยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เหมือนกัน
หน้าของอู๋จิงซีดไม่แพ้ใคร เขาจ้องมองผีสาวชุดขาวด้วยความหวาดหวั่น ยิ่งเห็นชุดขาวนั่นเขาก็ยิ่งมั่นใจ
ที่เขาเห็นแวบๆ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ตาฝาด... มันคือเรื่องจริง!
"พี่จิง... ช... ช่วยผมด้วย!"
เสียงขอความช่วยเหลือของไช่สวี่คุนดังขึ้นอย่างน่าเวทนา หมดกันภาพลักษณ์ไอดอลสุดคูล ตอนนี้ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว
เขาตะเบ็งเสียงเรียกอู๋จิง แทบจะพุ่งเข้าไปกอดขาพี่แกอยู่รอมร่อ
ตอนแรกผีสาวไม่ได้สนใจไช่สวี่คุน แต่พอเจ้านี่แหกปากร้อง ไม่ใช่แค่คนอื่นที่ตกใจ ผีก็ตกใจเหมือนกัน
ผีสาวตวัดสายตาอาฆาตไปที่ไช่สวี่คุนทันที
พริบตาเดียว!
แววตาของนางเปลี่ยนเป็นดุร้าย ร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำพุ่งวูบเข้าหาไช่สวี่คุน
"ว๊ากกก..."
พอเห็นผีพุ่งมาหา ไช่สวี่คุนก็ตาเหลือก สลบเหมือดล้มตึงไปกองกับพื้นเรือ
อู๋จิงได้สติ รีบดีดตัวเหยียบกราบเรือพุ่งเข้าไปช่วยไช่สวี่คุน
แต่ความเร็วของผีสาวนั้นเหนือกว่ามาก
อู๋จิงร้อนรนตะโกนลั่น
"หยุดนะโว้ย!"
สิ้นเสียงคำราม อู๋จิงกระโดดถีบขาคู่ใส่เล็บยาวเฟื้อยของผีสาว
ทว่า...
จังหวะที่เท้าควรจะปะทะเป้าหมาย เขากลับรู้สึกวูบเหมือนเตะผ่านอากาศธาตุ ร่างของเขาทะลุผ่านตัวผีสาวไปเฉยๆ
"เฮ้ย?"
อู๋จิงตะลึงงัน รีบทรงตัวลงยืนบนพื้นเรืออย่างทุลักทุเล
แรงเหวี่ยงจากการกระโดดทำให้เรือโคลงเคลงไปมา ผิวน้ำกระเพื่อมไหวเป็นวงกว้าง
หยางมี่ได้สติ รีบปลุกพวกเร่อปา เมิ่งจื่ออี้ ไป๋ลู่ และหยางเชาเยว่ที่ยังยืนแข็งทื่อให้ขยับตัว
"หลบเร็ว! ถอยออกมา!"
หยางมี่ลากทุกคนให้ถอยห่าง เปิดพื้นที่ให้อู๋จิง
ขืนยืนเกะกะ นอกจากอู๋จิงจะสู้ไม่ถนัดแล้ว ยังอาจจะโดนลูกหลงเจ็บตัวเปล่าๆ
พอหยางมี่เตือนสติ ฮวาเฉินอวี่ จางต้าต้า และหวงจื่อเทาก็รีบตะเกียกตะกายหนีไปทางท้ายเรือ
ส่วนไช่สวี่คุน...
คงต้องปล่อยไปตามยถากรรม สลบเหมือดขนาดนั้นใครจะไปลากไหว
"พี่มี่!"
"พี่มี่! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
เร่อปาหน้าซีดเผือด หลบอยู่หลังหยางมี่ ตัวสั่นงันงกถามเสียงเครือ
"เมื่อกี้ฉันกับพี่จิงได้ยินเสียงครูดคราด แต่ไม่เห็นตัวต้นเหตุ" หยางมี่จ้องเขม็งไปที่ผีสาวไม่กล้าละสายตา "ไป๋ลู่ เธอไปเห็นมันที่ไหน?"
"นะ... ในน้ำ!"
ไป๋ลู่ตอบเสียงสั่น แววตายังคงเหม่อลอย แทบไม่กล้าหายใจ
"ในน้ำ?"
หยางมี่เพิ่งนึกได้ พวกเธอมองแต่ข้างบนกับข้างหน้า ลืมมองในน้ำไปสนิทใจ
ทันใดนั้น...
อู๋จิงเพิ่งตระหนักความจริงข้อหนึ่ง เล็บของผีสาวทำอันตรายเขาได้ แต่ตัวของนางกลับว่างเปล่า เขาโจมตีไม่โดน!
ฟึ่บ!
จังหวะที่อู๋จิงเผลอ เล็บยาวของผีสาวก็พุ่งตรงเข้าใส่ลำคอของเขา
เสียงเล็บแหวกอากาศดังหวีดหวิว ความรู้สึกเย็นยะเยือกและคมกริบเหมือนโลหะทำเอาอู๋จิงขนลุกซู่
เขาเอี้ยวตัวหลบได้แบบเฉียดฉิว
น้ำจากตัวผีสาวหยดใส่หน้าอู๋จิง ความเย็นเยียบนั้นบาดลึกไปถึงกระดูกสันหลัง
แคว่ก!
เสียงฉีกขาดดังสนั่น อู๋จิงหันขวับไปมอง เล็บของผีสาวจิกเข้าไปในกราบเรือไม้หนาเป็นเมตร แล้วกระชากจนไม้ฉีกขาดเป็นสองท่อนเหมือนฉีกกระดาษ
"เชี่ยเอ้ย! ของจริงนี่หว่า"
อู๋จิงสบถออกมาอย่างหัวเสีย
ถ้าเมื่อกี้โดนคอ เขาคงสภาพไม่ต่างจากไม้แผ่นนั้น ตัวขาดสองท่อนแน่นอน
คอคนจะไปแข็งกว่าไม้ได้ยังไง
พริบตาต่อมา!
อู๋จิงชักมีดพกออกมา แววตาเริ่มฉายแววโมโห โบราณว่าคนกลัวผีสามส่วน แต่ผีกลัวคนเจ็ดส่วน แต่นี่แกจะมากไปแล้วนะเว้ย!
แต่ดูเหมือนผีสาวจะไม่ได้คิดแบบนั้น
นางหันกลับมาเล่นงานอู๋จิงต่อ อู๋จิงสูดหายใจลึก ตวาดลั่นพร้อมตวัดมีดสวนกลับ
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังลั่น มีดของอู๋จิงปะทะกับเล็บของผีสาวอย่างจัง เขาตั้งใจจะฟันเล็บนั่นให้ขาด แต่กลายเป็นว่าเล็บผีแข็งยิ่งกว่าเหล็ก แรงปะทะทำให้เกิดประกายไฟแลบ
ที่น่าตกใจกว่าคือ... มีดเดินป่าของเขาบิ่นจนเกิดรอยร้าว!
อู๋จิงมองผีสาวด้วยความตกตะลึง ไม่นึกว่าเล็บปีศาจนี่จะแข็งขนาดนี้
แล้วจะสู้ยังไงไหว?
[เชี่ย! บ้าไปแล้ว!]
[เล็บอะไรวะนั่น? ทำไมแข็งขนาดนั้น? ขนาดมีดยังเอาไม่อยู่?]
[จบกัน! ตีตัวก็วืด แถมอาวุธเดียวที่มีก็แข็งกว่าเหล็กกล้า สู้ยังไงวะเนี่ย?]
[ผีบ้านี่มันมาจากไหน? พลังช้างสารชัดๆ เห็นสภาพไม้แผ่นนั้นแล้วสยองเลย!]
[โชคดีที่พี่จิงหลบได้ ไม่งั้นคอขาดแน่]
...
ชาวเน็ตเห็นฉากนี้แล้วพากันหน้าถอดสี
นี่มันมวยคนละรุ่นชัดๆ ผีตนนี้น่ากลัวเกินไป
มันพร้อมจะฆ่าทุกคนบนเรือทิ้งได้ทุกเมื่อ!
ซวยแล้ว!
ทำไงดี?
ใครก็ได้ช่วยที!
อู๋จิงหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากเย่ไป๋ แต่เย่ไป๋กลับทำเมิน
วินาทีนั้น ความสิ้นหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของอู๋จิง
[จบแล้ว]