เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - เช็คอินห้องสมุด ปะทะแมวส้มกลายพันธุ์

บทที่ 31 - เช็คอินห้องสมุด ปะทะแมวส้มกลายพันธุ์

บทที่ 31 - เช็คอินห้องสมุด ปะทะแมวส้มกลายพันธุ์


บทที่ 31 - เช็คอินห้องสมุด ปะทะแมวส้มกลายพันธุ์

เช้าวันที่สามของวันสิ้นโลก

[ภารกิจหลัก: ขอให้โฮสต์ขับรถบ้านไปยังห้องสมุดมหาวิทยาลัยเจียงไห่เพื่อทำการเช็คอิน]

[รางวัล: ปืนกลแกตลิงแบบพกพาหกลำกล้อง ขนาด 30 มม. อัตราการยิง 12,000 นัดต่อนาที พร้อมระบบเร่งความเร็วแม่เหล็กไฟฟ้า]

[ภารกิจรอง: กำจัดซอมบี้ระดับหนึ่ง 10,000 ตัว และซอมบี้ระดับสอง 1,000 ตัว ตลอดเส้นทาง]

[รางวัล: แต้มวิวัฒนาการพิเศษ 30,000 แต้ม]

เวลาเจ็ดโมงเช้า ขณะที่เวินหลานและสาวๆ กำลังนั่งทานมื้อเช้ากันอย่างสบายใจ เสียงแจ้งเตือนภารกิจจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของซูเป่ย

เป้าหมายรอบนี้คือห้องสมุดมหาวิทยาลัยเจียงไห่อย่างนั้นหรือ

ซูเป่ยจำได้ว่าห้องสมุดอยู่ห่างจากหอศิลป์ที่พวกเขาจอดรถอยู่พอสมควร หากคำนวณจากความเร็วรถและความหนาแน่นของซอมบี้ในตอนนี้ น่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง

แต่ที่น่าสนใจคือภารกิจรองที่ให้ล่าซอมบี้ระดับสองจำนวนมาก ผ่านไปแค่คืนเดียวจำนวนซอมบี้ระดับสองเพิ่มขึ้นขนาดนี้เชียวหรือ อัตราการวิวัฒนาการของพวกมันรวดเร็วจนน่าตกใจ ดูท่าอีกไม่นานเขาคงได้เจอซอมบี้ระดับสาม ระดับสี่ หรือพวกซอมบี้ที่มีสติปัญญาแน่

ซูเป่ยยกโจ๊กขึ้นซดคำหนึ่งแล้วหันไปบอกสี่สาว "เดี๋ยวผมจะขับรถไปห้องสมุด ระหว่างทางอาจจะแวะยิงซอมบี้บ้าง พวกคุณพักผ่อนกันตามสบายเลยนะ อยากทำอะไรก็ทำ"

"รับทราบค่า~" สี่สาวขานรับพร้อมเพรียง

ซูเป่ยเดินกลับไปที่ห้องคนขับ สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับรถบ้านมุ่งหน้าออกจากหอศิลป์ไปยังทิศทางของห้องสมุด

...

ณ โถงชั้นล่างของหอศิลป์

ความหิวโหยปลุกให้ทุกคนตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ แววตาของนักศึกษาแต่ละคนเต็มไปด้วยความสับสนมึนงง บางคนแกะลูกอมเม็ดสุดท้ายที่เหลือจากเมื่อคืนกินประทังชีวิต ส่วนคนที่กินหมดไปแล้วก็ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ พลางนึกถึงรสชาติบะหมี่หอมกรุ่นที่ได้ลิ้มลองเมื่อคืนวาน

"เจียงฝาน! เจียงฝาน! แย่แล้ว!"

จู่ๆ เหยียนฮ่าวเซวียนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาจากข้างนอก สีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด

"เกิดอะไรขึ้น" เจียงฝานรีบปรี่เข้าไปถาม ท่าทางร้อนรนของเพื่อนทำให้ทุกคนในโถงพลอยตึงเครียดไปด้วย

"ซูเป่ย... รถบ้านของซูเป่ยหายไปแล้ว! มันทิ้งพวกเราหนีไปแล้ว!"

"อะไรนะ!"

เหวินมั่วและสาวๆ ที่ได้กินบะหมี่เมื่อคืนหน้าถอดสี รีบวิ่งออกไปดูที่หน้าประตู ก็พบแต่ความว่างเปล่า ลานกว้างที่เคยมีรถบ้านคันมหึมาจอดอยู่ ตอนนี้เหลือเพียงรอยล้อรถจางๆ

"หมอนั่นทิ้งเราไปแล้วจริงๆ เหรอ" ไป๋ถิงถิงที่พยายามรักษามาดนางพญาเริ่มหน้าซีดเผือด

"เขาอาจจะมีธุระด่วนหรือเปล่า เมื่อคืนเขาก็บอกว่าจะมาใหม่นี่นา" ถังอวี้เตี๋ยพยายามพูดปลอบใจตัวเองและคนอื่น

"ฉันก็คิดแบบนั้น เขาต้องกลับมาแน่" เหวินมั่วพูดเสียงอ่อย

เมื่อเห็นความระส่ำระสาย เจียงฝานรู้ทันทีว่าเป็นโอกาสดีที่จะเรียกศรัทธากลับคืนมา เขาเดินไปกลางวงล้อมแล้วประกาศเสียงดัง

"ทุกคน! เห็นไหมว่าผมพูดถูก ซูเป่ยไม่เคยเห็นหัวพวกเราตั้งแต่แรก ในสายตามันมีแต่ตัวเอง ไม่เคยสนความเป็นความตายของใคร แต่ผมไม่เหมือนมัน ผมเห็นทุกคนเป็นเพื่อนตาย ผมสัญญาว่าจะพาพวกเราทุกคนรอดไปด้วยกัน!"

"ใช่! พวกเราเชื่อเจียงฝาน!"

"เราจะเชื่อฟังนาย เราต้องรอด!"

จ้าวปิน เหยียนฮ่าวเซวียน และกลุ่มนักศึกษาชายรีบส่งเสียงสนับสนุนทันที พวกเขาเกลียดขี้หน้าซูเป่ยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เฉินซูถิงก้าวออกมาช่วยพูดอีกแรง "เจียงฝานพูดถูก ยิ่งสถานการณ์เลวร้าย เรายิ่งต้องสามัคคีกัน ไม่แบ่งชายแบ่งหญิง ทุกคนต้องช่วยกันเพื่อความอยู่รอด!"

"ตกลง! เราจะสู้ไปด้วยกัน!"

"นับฉันเข้าทีมค้นหาด้วย ฉันก็จะออกไปหาอาหาร!"

"ฉันด้วย!"

บรรยากาศฮึกเหิมถูกจุดติด ทุกคนไม่ว่าจะชายหรือหญิงต่างเสนอตัวช่วยงาน

"ขอบคุณทุกคนมาก! มาพยายามไปด้วยกันนะ!" เจียงฝานกล่าวด้วยความซาบซึ้ง

เนื่องจากร้านสะดวกซื้อใกล้เคียงโดนซูเป่ยเหมาไปหมดแล้ว พวกเขาจึงต้องขยายขอบเขตการค้นหาออกไปรอบนอกหอศิลป์ เจียงฝานแบ่งกำลังคนชาย 21 คน หญิง 13 คน ออกเป็นห้าทีมผสม โดยมีหัวหน้าทีมคือ เจียงฝาน จ้าวปิน หูอวี่ หลินอวี่หาน และไป๋ถิงถิง

แต่ละทีมมีมือถืออย่างน้อยหนึ่งเครื่องเพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และมีกฎเหล็กจากหลินอวี่หานว่าไม่ว่าจะได้ของหรือไม่ ต้องกลับมารวมตัวก่อนฟ้ามืด

ต้องยอมรับว่าเจียงฝานมีภาวะผู้นำพอตัว เขาสามารถเปลี่ยนกลุ่มคนที่กำลังสิ้นหวังให้ลุกขึ้นมาสู้และสามัคคีกันได้ ซึ่งดีกว่าการนั่งรอความตายอยู่ในตึกเฉยๆ เป็นไหนๆ

เมื่อซักซ้อมความเข้าใจเสร็จ ทั้งห้าทีมก็แยกย้ายกันออกปฏิบัติการ

...

ตัดกลับมาทางด้านซูเป่ย

การเดินทางราบรื่นไร้อุปสรรค รถบ้านหุ้มเกราะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ขณะเดียวกันซูเป่ยก็ใช้ปืนกลและหน้าไม้เก็บกวาดซอมบี้ข้างทางไปตลอดสาย

[ติ๊ง! กำจัดซอมบี้ระดับหนึ่ง 10 ตัว]

[ติ๊ง! กำจัดซอมบี้ระดับสอง 2 ตัว]

...

เสียงแจ้งเตือนดังรัวๆ จนกระทั่งเขาเก็บแต้มครบ 9,810 ตัวสำหรับระดับหนึ่ง และ 1,002 ตัวสำหรับระดับสอง รถบ้านก็มาจอดเทียบท่าหน้าห้องสมุด

ซูเป่ยเปิดไซเรนเสียงดังสนั่นล่อเป้า แล้วกระโดดลงจากรถ ทันทีที่เสียงหวอทำงาน ฝูงซอมบี้จากทั่วสารทิศก็แห่แหนกันเข้ามาหาเขาเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ

"ควบคุมแรงโน้มถ่วง!"

ซูเป่ยไม่ได้ใช้ปืน แต่เลือกใช้พลังของมู่เสี่ยวอวี๋ ซอมบี้ที่กำลังวิ่งหน้าตั้งเข้ามาล้มพับลงไปกองกับพื้นทันที แรงกดทับมหาศาลบดขยี้จนหัวระเบิดโพละ

[ติ๊ง! กำจัดซอมบี้ระดับหนึ่ง 42 ตัว]

แม้จะกินพลังจิตพอสมควร แต่สกิลนี้เคลียร์พื้นที่ได้ไวมาก ซูเป่ยเปิดระบบอาวุธของรถบ้านให้ยิงคุ้มกัน แล้วเดินอาดๆ เข้าไปในห้องสมุด

ภายในห้องสมุดถูกยึดครองโดยซอมบี้ไปหมดแล้ว ซูเป่ยยิงหน้าไม้เก็บพวกที่อยู่ใกล้ๆ แล้วเปิดหน้าต่างระบบ

[ติ๊ง! เช็คอินห้องสมุดมหาวิทยาลัยเจียงไห่สำเร็จ]

[รางวัล: ปืนกลแกตลิงหมุนหกลำกล้องแบบพกพา (เข้าสู่คลังเรียบร้อย)]

"เท่ชะมัด หนักใช้ได้เลยนะเนี่ย!"

ซูเป่ยเรียกปืนกลออกมาถือด้วยสองมือ ลูบคลำลำกล้องเหล็กเย็นเยียบด้วยความหลงใหล ทว่าสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติ

บนโต๊ะอ่านหนังสือด้านหน้า มีก้อนขนสีส้มกำลังกระโดดหยองแหยง หันหลังให้เขา หัวของมันขยับขึ้นลงเหมือนกำลังกัดกินอะไรบางอย่าง

ดูจากข้างหลังเหมือนแมวส้ม แต่ขนาดตัวใหญ่เท่าหมาพันธุ์กลาง ขาหลังปูดโป่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ที่น่าสยดสยองคือตามตัวมีเส้นเลือดสีแดงคล้ำปูนโปนออกมาเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต

"นั่นมัน... แมวส้มกลายพันธุ์งั้นเหรอ"

ในยุคนี้สัตว์ก็ติดเชื้อและกลายพันธุ์ได้ไม่ต่างจากคน ขณะที่ซูเป่ยกำลังประเมินสถานการณ์ เจ้าก้อนขนสีส้มก็หันขวับกลับมา

ดวงตาสีแดงฉานเหมือนทับทิมเลือดจ้องประสานกับซูเป่ย ในปากของมันคาบแขนมนุษย์ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด

เจ้าแมวส้มคายอาหารในปากทิ้ง แล้วจ้องเขม็งมาที่เขา แววตานั้นไม่ใช่สัญชาตญาณสัตว์ป่าธรรมดา แต่มันกำลังประเมินเหยื่อ

ซูเป่ยเกลียดสายตาที่มองเขาเป็นอาหารแบบนี้ที่สุด เขายกปืนแกตลิงขึ้นเล็ง ปากกระบอกปืนหกรูหันไปหาเป้าหมาย

วินาทีนั้นเอง เจ้าแมวส้มย่อขาหลังลง โต๊ะอ่านหนังสือหักสะบั้นเป็นสองท่อนด้วยแรงถีบ ร่างสีส้มพุ่งทะยานเข้ามาหาซูเป่ยด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน ทิ้งไว้เพียงภาพติดตา

"เร็วมาก!"

ซูเป่ยอุทานลั่น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 31 - เช็คอินห้องสมุด ปะทะแมวส้มกลายพันธุ์

คัดลอกลิงก์แล้ว