- หน้าแรก
- ระบบรถบ้านผ่าวิกฤตวันสิ้นโลก
- บทที่ 3 - วันสิ้นโลกอุบัติ เป้าหมายคือหอพักหญิง
บทที่ 3 - วันสิ้นโลกอุบัติ เป้าหมายคือหอพักหญิง
บทที่ 3 - วันสิ้นโลกอุบัติ เป้าหมายคือหอพักหญิง
บทที่ 3 - วันสิ้นโลกอุบัติ เป้าหมายคือหอพักหญิง
ซูเป่ยขับรถมาจนถึงพื้นที่ก่อสร้างวิทยาเขตใหม่ที่อยู่ห่างจากตัวมหาวิทยาลัยออกมาพอสมควร ถึงค่อยยอมจอดรถ
บริเวณนี้ร้างผู้คนเพราะการก่อสร้างที่ยืดเยื้อ
ทันทีที่ปลดเข็มขัดนิรภัย ซูเป่ยก็ทิ้งตัวพิงเบาะนุ่มอย่างหมดแรง
เพียงแค่ช่วงเช้าวันเดียว เขาต้องเผชิญกับความตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่คนทั้งชีวิตอาจไม่เคยเจอมาก่อน
และแล้วเสียงเตือนจากระบบถึงการมาเยือนของวันสิ้นโลกก็ดังขึ้น
ซูเป่ยเงยหน้ามองท้องฟ้า
เขานิ่งค้างไป
กลุ่มควันรูปดอกเห็ดสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วปฐพี
ตามมาด้วยวงแหวนแสงสีแดงฉาน ยานรบขนาดยักษ์ลำหนึ่งค่อยๆ ปรากฏโฉมออกมาใต้ชั้นเมฆ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะม่านหมอกบดบังหรือระยะห่างที่ไกลเกินไป
ซูเป่ยรู้สึกว่าเจ้ายานยักษ์นั่นเผยโฉมออกมาให้เห็นเพียงแค่ปลายภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องปลุกซูเป่ยจากภวังค์ความคิด
อาคารเรียนหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเป็นรูปเป็นร่างในไซต์งานก่อสร้างข้างจุดจอดรถของเขา ถูกลำแสงสีแดงยิงถล่มจนจมหายไปในทะเลเพลิง
ภายใต้การโจมตีแบบปูพรมไม่เลือกหน้าเช่นนี้ การขับรถหนีไปทั่วถือเป็นการกระทำที่โง่เขลา แม้ว่าเขาจะขับรถบ้านหุ้มเกราะอยู่ก็ตาม
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าปิดล็อกประตูหน้าต่างแน่นหนาดีแล้ว ซูเป่ยรูดม่านปิดกระจกหน้ารถ แล้วเดินกลับเข้าไปในส่วนห้องพักด้านหลัง
ด้วยวัสดุพิเศษของตัวถัง แม้ภายนอกจะมีการระเบิดตูมตาม แต่ภายในกลับได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบา
สำหรับซูเป่ยที่นั่งอยู่ในรถ มันฟังดูเหมือนเสียงฝนเม็ดใหญ่ตกกระทบหลังคาเสียมากกว่า ฟังดูชวนง่วงนอนพิลึก
แต่เมื่อมองกองสินค้าที่วางระเกะระกะเต็มห้อง ซูเป่ยคงนอนไม่ลง
ในแง่กายภาพน่ะนะ
หลังจากลองผิดลองถูกอยู่พักหนึ่ง ซูเป่ยก็พบว่า 'พื้นที่จัดเก็บ' ที่ระบบบอก น่าจะเป็นตู้เก็บของใต้เคาน์เตอร์ครัวแบบเปิด
แม้ภายนอกจะดูเหมือนตู้ธรรมดา แต่ไม่ว่าซูเป่ยจะยัดของเข้าไปเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนจะไม่มีวันเต็ม
เขาแยกของใช้จำเป็นบางส่วนออกมาไว้ข้างนอก ที่เหลือก็จัดการยัดลงคลังมิติทั้งหมดตามหมวดหมู่
ซูเป่ยทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยว เปิดทีวีจอแบนที่แขวนอยู่บนผนัง
บนโต๊ะไม้สักข้างตัวมีชานมที่เพิ่งชงเสร็จวางอยู่
ซูเป่ยยกแก้วชานมขึ้นจิบเบาๆ
สิบนาทีผ่านไปนับตั้งแต่การโจมตีระลอกแรก
ซูเป่ยรู้สึกได้ว่าเสียงฝนตกข้างนอกซาลงไปมากแล้ว
ทีวีเริ่มรายงานข่าวด่วน:
"สวัสดีครับ ขอนำท่านเข้าสู่ข่าวด่วน เมื่อสิบนาทีที่ผ่านมา ทั่วโลกถูกโจมตีพร้อมกันโดยสิ่งมีชีวิตและเทคโนโลยีที่ไม่ทราบที่มา กระทรวงกลาโหมกำลังเร่งตรวจสอบและตอบโต้เต็มกำลัง รัฐบาลจะเร่งฟื้นฟูความเสียหายโดยเร็วที่สุด ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก!"
สิ่งมีชีวิตและเทคโนโลยีไม่ทราบที่มาเหรอ?
พอนึกถึงยานอวกาศยักษ์ที่เห็นเมื่อกี้ แล้วหันมามองรถบ้านไฮเทคที่ตัวเองซ่อนตัวอยู่
ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจ
ซูเป่ยหยิบมือถือขึ้นมาดู
โลกโซเชียลเต็มไปด้วยข้อมูลการโจมตีเมื่อครู่
ฟ้าคราม: "ว้าว! เมื่อกี้มันอะไรน่ะ? ขีปนาวุธเหรอ? ใครหน้าไหนกล้าเปิดศึกกับเราฟะ?"
ห้าแสนเดินดิน: "หน่วยป้องกันภัยทางอากาศทำอะไรกันอยู่? ปล่อยให้โดนถล่มแบบนี้ได้ไง!"
เชอร์ล็อก: "เมื่อกี้ฉันเห็นกับตา! มันคือเอเลี่ยน! มีรูปยืนยัน!" [รูปภาพ] [รูปภาพ]
ชาวบ้าน1: "ไหนรูป?"
เชอร์ล็อก: "แปลกแฮะ ฉันโพสต์ไปแล้วนะ พวกนายไม่เห็นเหรอ?"
ไอออนพเนจร: "ว่าแต่ฉันเห็นหลายคนที่โดนระเบิดลุกขึ้นมายืนเฉยเลย หรือว่าการโจมตีนี้ไม่ถึงตาย? เดี๋ยวไปถามคนแถวนั้นแป๊บ เดี๋ยวมาบอก!"
ชาวบ้าน1: "เฮ้ย เพื่อน หายไปสิบนาทีแล้ว เป็นไงบ้าง?"
...
การระเบิดระลอกแรกไม่ได้ทำให้กลไกของรัฐบาลล่มสลาย ผู้คนจึงมีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าความหวาดกลัว
อ่านถึงตรงนี้ ซูเป่ยก็เก็บมือถือ ลุกเดินกลับไปที่ห้องคนขับ
เมื่อเปิดม่านออกดู นอกจากไฟที่ยังลุกไหม้อาคารรอบๆ สถานการณ์ภายนอกดูเหมือนจะกลับสู่ภาวะปกติแล้ว
ดูเหมือนการโจมตีจะหยุดลงจริงๆ
แต่เพราะตรงนี้เป็นที่เปลี่ยวไร้ผู้คน บรรยากาศเงียบสงัดจึงดูวังเวงชอบกล
ขณะที่ซูเป่ยลังเลว่าจะลงไปดูดีไหม เสียงระบบก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
[ติ๊ง! วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว หากโฮสต์ต้องการชีวิตที่ดีในยุควิปโยค ความปลอดภัยของรถบ้านเป็นสิ่งจำเป็น]
[ภารกิจหลัก: โปรดเดินทางไปยังจุดสูงสุดของหอพักนักศึกษาที่ 1 มหาวิทยาลัยเจียงไห่ เพื่อทำการเช็คอิน]
[รางวัล: 1. สายเลือดจ้าวบรรพกาล (เพิ่มค่าสถานะทุกด้าน 100 แต้ม, เพิ่มพลังป้องกันกายภาพและเวท 1000 แต้ม, ต้านทานไวรัสซอมบี้และการควบคุมจิตใจ, ร่างกายอมตะไม่ดับสูญ, เมื่อสายเลือดตื่นรู้ถึงระดับหนึ่งสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรบริวารจากต่างมิติ 12 ตนที่เป็นดั่งร่างอวตารแห่งหายนะ)
2. อัปเกรดรถบ้าน]
[หนทางยังอีกยาวไกล มีเพื่อนร่วมทางย่อมดีกว่า]
[ภารกิจย่อย: ทุกครั้งที่มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 1 คน โฮสต์จะได้รับรางวัลแบบสุ่ม]
[ทุนเริ่มต้น: หน้าไม้อัลลอยด์ขนาดพกพา (ยิงรัวได้, ลูกดอกเติมเองอัตโนมัติไม่จำกัด)]
ซูเป่ยหมุนหน้าไม้สีเงินวาววับที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นในมือเล่น
รางวัลสุ่มฟังดูน่าสนใจ แต่หมายความว่าต้องหาคนขึ้นรถไปด้วยงั้นเหรอ?
แม้ข้อเสนอจะเย้ายวนใจ แต่ซูเป่ยต้องคิดให้รอบคอบ
เพราะในวันสิ้นโลก มนุษย์นี่แหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุด
เอาเถอะ อย่างน้อยก็ต้องคว้าไอ้สายเลือดจ้าวบรรพกาลที่ฟังดูเทพซ่าขนาดนั้นมาให้ได้ก่อน
แต่กว่าจะออกมาจากมหาลัยได้แทบตาย ตอนนี้ต้องกลับเข้าไปอีก?
แถมต้องไปเช็คอิน?
ภารกิจบ้าบออะไรวะเนี่ย
ขณะที่ซูเป่ยกำลังบ่นอุบ เขาก็สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายคนแต่ไม่ใช่คน เดินโซเซออกมาจากลานโล่งหน้ารถ
สัญชาตญาณบอกซูเป่ยทันทีว่า นั่นคือ 'ซอมบี้'
ผิวหนังที่เคยมีเลือดฝาดบัดนี้แห้งกรังและดำคล้ำราวกับถูกไฟเผา เส้นเลือดสีดำปูดโปนเหมือนไส้เดือนน่าขยะแขยงเกาะอยู่บนผิวหนัง ชวนให้อาเจียน
ดวงตาสีแดงฉานของซอมบี้เหมือนจะจับจ้องมาที่รถบ้านคันยักษ์ มันอ้าปากกว้างที่มีน้ำลายสีดำเหม็นเน่าไหลย้อย ค่อยๆ เดินตรงเข้ามา
เห็นดังนั้น ซูเป่ยรีบคาดเข็มขัดนิรภัยทันที
"เวรเอ๊ย สุดท้ายก็ต้องมาเจอไอ้ตัวขยะแขยงพวกนี้จนได้!"
แม้ความฝันที่จะ 'ขับรถบ้านไปปลีกวิเวกในที่รกร้าง' จะพังทลาย แต่บนใบหน้าซูเป่ยกลับไม่มีความผิดหวังให้เห็น
เขารู้ดีว่า เมื่อเทียบกับคนที่กลายสภาพเป็นซอมบี้ตรงหน้า
เขาโชคดีกว่ามากแล้ว
เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องเรียกความสนใจ ซอมบี้ตัวนั้นเร่งฝีเท้าพุ่งเข้ามาหาทันที
ซูเป่ยค่อยๆ เลื่อนกระจกลง มือซ้ายยกหน้าไม้ขึ้น
เล็งไปที่หัวของซอมบี้ แล้วเหนี่ยวไกเบาๆ
ฟุ่บ!
ลูกดอกเจาะทะลุกะโหลกแข็งๆ อย่างง่ายดาย ซอมบี้ร่วงลงไปกองกับพื้นเหมือนก้อนดิน
หน้าไม้ในมือเติมลูกดอกใหม่อัตโนมัติทันทีหลังยิงเสร็จ
ตลอดทางกลับไปมหาวิทยาลัยเจียงไห่ ซูเป่ยใช้มือขวาบังคับพวงมาลัย มือซ้ายถือหน้าไม้ ไล่ยิงเก็บซอมบี้หลงฝูงที่วิ่งตามเสียงรถมาได้อีกห้าหกตัว
ความแม่นยำของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นาน ซูเป่ยก็ขับรถกลับมาถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัย
ไม้กั้นที่เขาขับชนหักเมื่อครู่ยังไม่มีใครมาซ่อม
ข้างป้อมยามมีซอมบี้ในชุด รปภ. เดินลากขาไปมาอยู่หลายตัว
เหมือนเดิม ซูเป่ยกระทืบคันเร่งมิด พุ่งทะยานเข้าสู่มหาวิทยาลัยเจียงไห่
แม้เสียงเครื่องยนต์จะล่อเป้า แต่ก็ยังดีกว่าทิ้งรถแล้วเดินเท้าเข้าไป
ซอมบี้นับสิบตัวที่ออกันอยู่หน้าประตูหันขวับตามเสียงเครื่องยนต์ แล้วพุ่งเข้ามาหา
ก่อนจะถูกชนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ซูเป่ยขับรถไปตามเส้นทางที่แสดงบนหน้าจอสัมผัส ซิ่งผ่านถนนในมหาวิทยาลัยโดยไม่แตะเบรก
"จอดด้วย! จอดรถด้วย!"
"รับพวกเราไปด้วย! ช่วยด้วย!"
"ฉันยังไม่อยากตาย..."
นักศึกษากลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งหนีซอมบี้ เห็นรถบ้านของซูเป่ยก็รีบวิ่งตามหลังมา ร้องขอความช่วยเหลืออย่างบ้าคลั่ง
ซูเป่ยไม่มีความคิดจะจอดรถ หนำซ้ำยังเหยียบคันเร่งหนี
ไม่นาน เสียงขอความช่วยเหลือก็เงียบหายไป
กระจกมองหลังไม่สะท้อนเงาของพวกเขาอีก
ซูเป่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย
มหาวิทยาลัยเจียงไห่ในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับโรงเชือดที่มีไว้ให้ซอมบี้ล่าเหยื่อ
บนพื้นเกลื่อนไปด้วยชิ้นส่วนมนุษย์ เครื่องใน และซอมบี้ที่กำลังก้มหน้าก้มตากัดกินซากศพราวกับสัตว์ป่า
เมื่อเทียบกับจำนวนซอมบี้มหาศาล ผู้รอดชีวิตที่ซูเป่ยมองเห็นนั้นแทบจะไม่เหลือแล้ว
ซูเป่ยขับรถมุ่งหน้าไปยังตึกทดลองที่คนพลุกพล่านน้อยกว่า
หอพักนักศึกษาที่ 1 ตั้งอยู่ด้านหลังตึกทดลองนั่นเอง
และมันคือ... หอพักหญิง
ซูเป่ยจอดรถเทียบท่าที่ใต้ตึกทดลองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักหญิงนัก
มองผ่านกระจกรถออกไป เห็นหอพักความสูงสิบห้าชั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ซูเป่ยขมวดคิ้วมุ่น
เพราะบนถนนด้านหน้าที่ควรจะโล่งสะดวก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยกองซากศพสูงเป็นภูเขาเลากา
รวมถึงเหล่าซอมบี้หน้าตาเกรี้ยวกราดที่เริ่มทยอยมารวมตัวกันหลังเห็นรถบ้านปรากฏขึ้น
[จบแล้ว]