เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - วันสิ้นโลกอุบัติ เป้าหมายคือหอพักหญิง

บทที่ 3 - วันสิ้นโลกอุบัติ เป้าหมายคือหอพักหญิง

บทที่ 3 - วันสิ้นโลกอุบัติ เป้าหมายคือหอพักหญิง


บทที่ 3 - วันสิ้นโลกอุบัติ เป้าหมายคือหอพักหญิง

ซูเป่ยขับรถมาจนถึงพื้นที่ก่อสร้างวิทยาเขตใหม่ที่อยู่ห่างจากตัวมหาวิทยาลัยออกมาพอสมควร ถึงค่อยยอมจอดรถ

บริเวณนี้ร้างผู้คนเพราะการก่อสร้างที่ยืดเยื้อ

ทันทีที่ปลดเข็มขัดนิรภัย ซูเป่ยก็ทิ้งตัวพิงเบาะนุ่มอย่างหมดแรง

เพียงแค่ช่วงเช้าวันเดียว เขาต้องเผชิญกับความตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่คนทั้งชีวิตอาจไม่เคยเจอมาก่อน

และแล้วเสียงเตือนจากระบบถึงการมาเยือนของวันสิ้นโลกก็ดังขึ้น

ซูเป่ยเงยหน้ามองท้องฟ้า

เขานิ่งค้างไป

กลุ่มควันรูปดอกเห็ดสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วปฐพี

ตามมาด้วยวงแหวนแสงสีแดงฉาน ยานรบขนาดยักษ์ลำหนึ่งค่อยๆ ปรากฏโฉมออกมาใต้ชั้นเมฆ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะม่านหมอกบดบังหรือระยะห่างที่ไกลเกินไป

ซูเป่ยรู้สึกว่าเจ้ายานยักษ์นั่นเผยโฉมออกมาให้เห็นเพียงแค่ปลายภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น

ตูม! ตูม! ตูม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องปลุกซูเป่ยจากภวังค์ความคิด

อาคารเรียนหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเป็นรูปเป็นร่างในไซต์งานก่อสร้างข้างจุดจอดรถของเขา ถูกลำแสงสีแดงยิงถล่มจนจมหายไปในทะเลเพลิง

ภายใต้การโจมตีแบบปูพรมไม่เลือกหน้าเช่นนี้ การขับรถหนีไปทั่วถือเป็นการกระทำที่โง่เขลา แม้ว่าเขาจะขับรถบ้านหุ้มเกราะอยู่ก็ตาม

หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าปิดล็อกประตูหน้าต่างแน่นหนาดีแล้ว ซูเป่ยรูดม่านปิดกระจกหน้ารถ แล้วเดินกลับเข้าไปในส่วนห้องพักด้านหลัง

ด้วยวัสดุพิเศษของตัวถัง แม้ภายนอกจะมีการระเบิดตูมตาม แต่ภายในกลับได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบา

สำหรับซูเป่ยที่นั่งอยู่ในรถ มันฟังดูเหมือนเสียงฝนเม็ดใหญ่ตกกระทบหลังคาเสียมากกว่า ฟังดูชวนง่วงนอนพิลึก

แต่เมื่อมองกองสินค้าที่วางระเกะระกะเต็มห้อง ซูเป่ยคงนอนไม่ลง

ในแง่กายภาพน่ะนะ

หลังจากลองผิดลองถูกอยู่พักหนึ่ง ซูเป่ยก็พบว่า 'พื้นที่จัดเก็บ' ที่ระบบบอก น่าจะเป็นตู้เก็บของใต้เคาน์เตอร์ครัวแบบเปิด

แม้ภายนอกจะดูเหมือนตู้ธรรมดา แต่ไม่ว่าซูเป่ยจะยัดของเข้าไปเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนจะไม่มีวันเต็ม

เขาแยกของใช้จำเป็นบางส่วนออกมาไว้ข้างนอก ที่เหลือก็จัดการยัดลงคลังมิติทั้งหมดตามหมวดหมู่

ซูเป่ยทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยว เปิดทีวีจอแบนที่แขวนอยู่บนผนัง

บนโต๊ะไม้สักข้างตัวมีชานมที่เพิ่งชงเสร็จวางอยู่

ซูเป่ยยกแก้วชานมขึ้นจิบเบาๆ

สิบนาทีผ่านไปนับตั้งแต่การโจมตีระลอกแรก

ซูเป่ยรู้สึกได้ว่าเสียงฝนตกข้างนอกซาลงไปมากแล้ว

ทีวีเริ่มรายงานข่าวด่วน:

"สวัสดีครับ ขอนำท่านเข้าสู่ข่าวด่วน เมื่อสิบนาทีที่ผ่านมา ทั่วโลกถูกโจมตีพร้อมกันโดยสิ่งมีชีวิตและเทคโนโลยีที่ไม่ทราบที่มา กระทรวงกลาโหมกำลังเร่งตรวจสอบและตอบโต้เต็มกำลัง รัฐบาลจะเร่งฟื้นฟูความเสียหายโดยเร็วที่สุด ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก!"

สิ่งมีชีวิตและเทคโนโลยีไม่ทราบที่มาเหรอ?

พอนึกถึงยานอวกาศยักษ์ที่เห็นเมื่อกี้ แล้วหันมามองรถบ้านไฮเทคที่ตัวเองซ่อนตัวอยู่

ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจ

ซูเป่ยหยิบมือถือขึ้นมาดู

โลกโซเชียลเต็มไปด้วยข้อมูลการโจมตีเมื่อครู่

ฟ้าคราม: "ว้าว! เมื่อกี้มันอะไรน่ะ? ขีปนาวุธเหรอ? ใครหน้าไหนกล้าเปิดศึกกับเราฟะ?"

ห้าแสนเดินดิน: "หน่วยป้องกันภัยทางอากาศทำอะไรกันอยู่? ปล่อยให้โดนถล่มแบบนี้ได้ไง!"

เชอร์ล็อก: "เมื่อกี้ฉันเห็นกับตา! มันคือเอเลี่ยน! มีรูปยืนยัน!" [รูปภาพ] [รูปภาพ]

ชาวบ้าน1: "ไหนรูป?"

เชอร์ล็อก: "แปลกแฮะ ฉันโพสต์ไปแล้วนะ พวกนายไม่เห็นเหรอ?"

ไอออนพเนจร: "ว่าแต่ฉันเห็นหลายคนที่โดนระเบิดลุกขึ้นมายืนเฉยเลย หรือว่าการโจมตีนี้ไม่ถึงตาย? เดี๋ยวไปถามคนแถวนั้นแป๊บ เดี๋ยวมาบอก!"

ชาวบ้าน1: "เฮ้ย เพื่อน หายไปสิบนาทีแล้ว เป็นไงบ้าง?"

...

การระเบิดระลอกแรกไม่ได้ทำให้กลไกของรัฐบาลล่มสลาย ผู้คนจึงมีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าความหวาดกลัว

อ่านถึงตรงนี้ ซูเป่ยก็เก็บมือถือ ลุกเดินกลับไปที่ห้องคนขับ

เมื่อเปิดม่านออกดู นอกจากไฟที่ยังลุกไหม้อาคารรอบๆ สถานการณ์ภายนอกดูเหมือนจะกลับสู่ภาวะปกติแล้ว

ดูเหมือนการโจมตีจะหยุดลงจริงๆ

แต่เพราะตรงนี้เป็นที่เปลี่ยวไร้ผู้คน บรรยากาศเงียบสงัดจึงดูวังเวงชอบกล

ขณะที่ซูเป่ยลังเลว่าจะลงไปดูดีไหม เสียงระบบก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

[ติ๊ง! วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว หากโฮสต์ต้องการชีวิตที่ดีในยุควิปโยค ความปลอดภัยของรถบ้านเป็นสิ่งจำเป็น]

[ภารกิจหลัก: โปรดเดินทางไปยังจุดสูงสุดของหอพักนักศึกษาที่ 1 มหาวิทยาลัยเจียงไห่ เพื่อทำการเช็คอิน]

[รางวัล: 1. สายเลือดจ้าวบรรพกาล (เพิ่มค่าสถานะทุกด้าน 100 แต้ม, เพิ่มพลังป้องกันกายภาพและเวท 1000 แต้ม, ต้านทานไวรัสซอมบี้และการควบคุมจิตใจ, ร่างกายอมตะไม่ดับสูญ, เมื่อสายเลือดตื่นรู้ถึงระดับหนึ่งสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรบริวารจากต่างมิติ 12 ตนที่เป็นดั่งร่างอวตารแห่งหายนะ)

2. อัปเกรดรถบ้าน]

[หนทางยังอีกยาวไกล มีเพื่อนร่วมทางย่อมดีกว่า]

[ภารกิจย่อย: ทุกครั้งที่มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 1 คน โฮสต์จะได้รับรางวัลแบบสุ่ม]

[ทุนเริ่มต้น: หน้าไม้อัลลอยด์ขนาดพกพา (ยิงรัวได้, ลูกดอกเติมเองอัตโนมัติไม่จำกัด)]

ซูเป่ยหมุนหน้าไม้สีเงินวาววับที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นในมือเล่น

รางวัลสุ่มฟังดูน่าสนใจ แต่หมายความว่าต้องหาคนขึ้นรถไปด้วยงั้นเหรอ?

แม้ข้อเสนอจะเย้ายวนใจ แต่ซูเป่ยต้องคิดให้รอบคอบ

เพราะในวันสิ้นโลก มนุษย์นี่แหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุด

เอาเถอะ อย่างน้อยก็ต้องคว้าไอ้สายเลือดจ้าวบรรพกาลที่ฟังดูเทพซ่าขนาดนั้นมาให้ได้ก่อน

แต่กว่าจะออกมาจากมหาลัยได้แทบตาย ตอนนี้ต้องกลับเข้าไปอีก?

แถมต้องไปเช็คอิน?

ภารกิจบ้าบออะไรวะเนี่ย

ขณะที่ซูเป่ยกำลังบ่นอุบ เขาก็สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายคนแต่ไม่ใช่คน เดินโซเซออกมาจากลานโล่งหน้ารถ

สัญชาตญาณบอกซูเป่ยทันทีว่า นั่นคือ 'ซอมบี้'

ผิวหนังที่เคยมีเลือดฝาดบัดนี้แห้งกรังและดำคล้ำราวกับถูกไฟเผา เส้นเลือดสีดำปูดโปนเหมือนไส้เดือนน่าขยะแขยงเกาะอยู่บนผิวหนัง ชวนให้อาเจียน

ดวงตาสีแดงฉานของซอมบี้เหมือนจะจับจ้องมาที่รถบ้านคันยักษ์ มันอ้าปากกว้างที่มีน้ำลายสีดำเหม็นเน่าไหลย้อย ค่อยๆ เดินตรงเข้ามา

เห็นดังนั้น ซูเป่ยรีบคาดเข็มขัดนิรภัยทันที

"เวรเอ๊ย สุดท้ายก็ต้องมาเจอไอ้ตัวขยะแขยงพวกนี้จนได้!"

แม้ความฝันที่จะ 'ขับรถบ้านไปปลีกวิเวกในที่รกร้าง' จะพังทลาย แต่บนใบหน้าซูเป่ยกลับไม่มีความผิดหวังให้เห็น

เขารู้ดีว่า เมื่อเทียบกับคนที่กลายสภาพเป็นซอมบี้ตรงหน้า

เขาโชคดีกว่ามากแล้ว

เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องเรียกความสนใจ ซอมบี้ตัวนั้นเร่งฝีเท้าพุ่งเข้ามาหาทันที

ซูเป่ยค่อยๆ เลื่อนกระจกลง มือซ้ายยกหน้าไม้ขึ้น

เล็งไปที่หัวของซอมบี้ แล้วเหนี่ยวไกเบาๆ

ฟุ่บ!

ลูกดอกเจาะทะลุกะโหลกแข็งๆ อย่างง่ายดาย ซอมบี้ร่วงลงไปกองกับพื้นเหมือนก้อนดิน

หน้าไม้ในมือเติมลูกดอกใหม่อัตโนมัติทันทีหลังยิงเสร็จ

ตลอดทางกลับไปมหาวิทยาลัยเจียงไห่ ซูเป่ยใช้มือขวาบังคับพวงมาลัย มือซ้ายถือหน้าไม้ ไล่ยิงเก็บซอมบี้หลงฝูงที่วิ่งตามเสียงรถมาได้อีกห้าหกตัว

ความแม่นยำของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ไม่นาน ซูเป่ยก็ขับรถกลับมาถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัย

ไม้กั้นที่เขาขับชนหักเมื่อครู่ยังไม่มีใครมาซ่อม

ข้างป้อมยามมีซอมบี้ในชุด รปภ. เดินลากขาไปมาอยู่หลายตัว

เหมือนเดิม ซูเป่ยกระทืบคันเร่งมิด พุ่งทะยานเข้าสู่มหาวิทยาลัยเจียงไห่

แม้เสียงเครื่องยนต์จะล่อเป้า แต่ก็ยังดีกว่าทิ้งรถแล้วเดินเท้าเข้าไป

ซอมบี้นับสิบตัวที่ออกันอยู่หน้าประตูหันขวับตามเสียงเครื่องยนต์ แล้วพุ่งเข้ามาหา

ก่อนจะถูกชนกระเด็นไปคนละทิศละทาง

ซูเป่ยขับรถไปตามเส้นทางที่แสดงบนหน้าจอสัมผัส ซิ่งผ่านถนนในมหาวิทยาลัยโดยไม่แตะเบรก

"จอดด้วย! จอดรถด้วย!"

"รับพวกเราไปด้วย! ช่วยด้วย!"

"ฉันยังไม่อยากตาย..."

นักศึกษากลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งหนีซอมบี้ เห็นรถบ้านของซูเป่ยก็รีบวิ่งตามหลังมา ร้องขอความช่วยเหลืออย่างบ้าคลั่ง

ซูเป่ยไม่มีความคิดจะจอดรถ หนำซ้ำยังเหยียบคันเร่งหนี

ไม่นาน เสียงขอความช่วยเหลือก็เงียบหายไป

กระจกมองหลังไม่สะท้อนเงาของพวกเขาอีก

ซูเป่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย

มหาวิทยาลัยเจียงไห่ในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับโรงเชือดที่มีไว้ให้ซอมบี้ล่าเหยื่อ

บนพื้นเกลื่อนไปด้วยชิ้นส่วนมนุษย์ เครื่องใน และซอมบี้ที่กำลังก้มหน้าก้มตากัดกินซากศพราวกับสัตว์ป่า

เมื่อเทียบกับจำนวนซอมบี้มหาศาล ผู้รอดชีวิตที่ซูเป่ยมองเห็นนั้นแทบจะไม่เหลือแล้ว

ซูเป่ยขับรถมุ่งหน้าไปยังตึกทดลองที่คนพลุกพล่านน้อยกว่า

หอพักนักศึกษาที่ 1 ตั้งอยู่ด้านหลังตึกทดลองนั่นเอง

และมันคือ... หอพักหญิง

ซูเป่ยจอดรถเทียบท่าที่ใต้ตึกทดลองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักหญิงนัก

มองผ่านกระจกรถออกไป เห็นหอพักความสูงสิบห้าชั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ซูเป่ยขมวดคิ้วมุ่น

เพราะบนถนนด้านหน้าที่ควรจะโล่งสะดวก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยกองซากศพสูงเป็นภูเขาเลากา

รวมถึงเหล่าซอมบี้หน้าตาเกรี้ยวกราดที่เริ่มทยอยมารวมตัวกันหลังเห็นรถบ้านปรากฏขึ้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - วันสิ้นโลกอุบัติ เป้าหมายคือหอพักหญิง

คัดลอกลิงก์แล้ว