- หน้าแรก
- คอนโดของฉัน ทะลุมิติไปอีกแล้ว
- บทที่ 203 - การแสดงโชว์
บทที่ 203 - การแสดงโชว์
บทที่ 203 - การแสดงโชว์
"ราบรื่นสุดๆ! พี่ เราเจอระงมันแล้ว!" ฉินจื่ออู่กระโดดลงจากหลังฮาร์ปี้ ตะโกนอย่างตื่นเต้น "อยู่ตรงกลางภูเขาหินลูกนั้น รังของไอ้ทาร์โบซอรัสนั่นอยู่ตรงนั้นจริงๆ!"
"เอามือถือมา"
รับโทรศัพท์มาจากมือน้องชาย เห็นแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่น้อยนิด ก็หยิบพาวเวอร์แบงค์จากเป้ออกมาเสียบชาร์จ
เมื่อตอนบ่าย เขาให้น้องชายขี่ฮาร์ปี้ตามรอยทาร์โบซอรัสไปสำรวจรัง พอเจอแล้วก็ให้ใช้มือถือถ่ายวิดีโอกลับมา
วิดีโอถ่ายจากมุมสูง
บนภูเขาหินสูงร้อยเมตร มีถ้ำหินงอกหินย้อยธรรมชาติปรากฏให้เห็นเด่นชัด
ถ้ำไม่ลึก แต่กว้างและค่อนข้างสูง พอดีให้ทาร์โบซอรัสนอนขดตัวหลบแดดได้
ในคลิป ทาร์โบซอรัสเห็นพวกเขาแล้ว
มันเดินออกมาจากถ้ำ เงยหน้าคำรามข่มขวัญ
มุมกล้องถูกดึงสูงขึ้น พร้อมกับมีเสียงร้องท้าทายของฮาร์ปี้ดังเข้ามาในคลิป
จากนั้นเป็นการถ่ายภาพมุมกว้างรอบภูเขาหินแบบ 360 องศา
"ไอ้ทาร์โบซอรัสนั่นซ่อนตัวมิดชิดเกินไป เอาตูดอุดข้างหลังไว้ตลอด ผมสงสัยว่าข้างหลังต้องมีอะไรแน่ๆ อยากให้ฮาร์ปี้เปลี่ยนมุม แต่ฮาร์ปี้เหมือนจะฟังผมไม่รู้เรื่อง มันเอาแต่ด่ากับทาร์โบซอรัสตัวนั้น" ฉินจื่ออู่เพิ่งพูดจบ ก้นก็โดนถีบเข้าให้
"โอ๊ย ใครถีบ?"
ฉินจื่ออู่หันขวับไปมอง ฮาร์ปี้ยืนอยู่ข้างหลัง ก้มหน้าก้มตาไซ้ขนตัวเองอยู่
"เมื่อกี้แกถีบฉันใช่ไหม?" ฉินจื่ออู่มองอย่างจับผิด
ฮาร์ปี้ไซ้ขนตัวเองหน้าตาเฉย แล้วเดินนวยนาดขาเป๋จากไป
ฉินจื่อเหวินขำ ฮาร์ปี้จะไม่เข้าใจได้ยังไง เจ้านกนี่ดูภายนอกซื่อบื้อ แต่จริงๆ เจ้าเล่ห์จะตาย
แต่ข้อมูลตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว
อันดับแรกยืนยันตำแหน่งรังทาร์โบซอรัสได้แล้ว ทาร์โบซอรัสที่มีรังเป็นหลักแหล่ง และกลับมารังสม่ำเสมอ รับมือได้ง่ายกว่าพวกที่เร่ร่อนไปทั่ว เพราะมันมีบ้าน ก็เท่ากับมีจุดอ่อน
"พี่ เราเจอรังมันแล้ว ขั้นต่อไปจะจัดการมันยังไง?"
ฉินจื่อเหวินครุ่นคิด น้ำมันเบนซินที่เหลืออยู่ตอนนี้มีไม่มาก ไม่น่าจะพอใช้ต่อสู้
ตอนข้ามมิติรอบสอง รถที่จอดอยู่นอกหมู่บ้านไม่ได้ข้ามมาด้วย รถที่เหลือก็พังไปเกือบหมด
ชาวบ้านคนอื่นอาจจะซ่อนน้ำมันไว้บ้าง แต่ปริมาณคงจำกัด
ถ้าจะเอาน้ำมันราดรังมันให้ทั่ว คงไม่พอ
เพราะทาร์โบซอรัสมีขา มันวิ่งหนีได้
และอีกอย่าง ก่อนหน้านี้ทาร์โบซอรัสเคยเห็นฮาร์ปี้ใช้น้ำมันเผาแฮดรอซอรัสมาแล้ว
ดังนั้นมันน่าจะไวต่อกลิ่นน้ำมัน
สัตว์นักล่าระดับท็อปที่กินเนื้อเป็นอาหารแบบนี้ จมูกมักจะไว
ถ้าใช้น้ำมันดักซุ่มโจมตี อาจจะไม่ได้ผล
แต่ถ้าใช้ระเบิดขวดทิ้งจากกลางอากาศ ก็พอเป็นไปได้
ฉินจื่อเหวินจึงเรียกสมาชิกทีมมาช่วยกันระดมสมอง
"ระเบิดขวดอาจจะไม่ได้ผล" หยางฉุนเสิ่นแสดงความเห็นเป็นคนแรก
"อย่างแรกคือทาร์โบซอรัสรูปร่างต่างจากคางคกยักษ์ รูปร่างของคางคกยักษ์ทำให้น้ำมันติดหลังได้ง่ายกว่า ทาร์โบซอรัสรูปร่างไม่เหมาะ แล้วที่นี่เป็นที่ราบ ถ้าเราปาระเบิดขวด ทาร์โบซอรัสวิ่งไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเราแล้ว"
"ให้ฮาร์ปี้ทิ้งจากที่สูงล่ะ?"
"งั้นอาจจะต้องเตรียมระเบิดขวดเยอะมาก เพื่อให้ทิ้งได้ต่อเนื่อง" พูดถึงตรงนี้ หยางฉุนเสิ่นก็เว้นช่วง "หมู่บ้านเราจะหาขวดกับน้ำมันได้เยอะขนาดนั้นเหรอ"
ฉินจื่ออู่เสนอ "งั้นใช้หน้าไม้ติดรถไหม? รอทาร์โบซอรัสกลับรัง เราเตรียมหน้าไม้ติดรถสักยี่สิบคันซุ่มยิงจากระยะไกล มันจะเก่งแค่ไหนก็แค่เลือดเนื้อเชื้อไข ผมไม่เชื่อหรอกว่าโดนลูกศรยักษ์ยี่สิบดอกแล้วจะไม่ตาย"
เฉาเปี้ยนเซิงรับมุกหน้าตาย "ถ้าขนาดนั้นยังทนได้ ผมขอยกฉายา 'ราชันย์จอมอึด' จากหนอนยักษ์ทะเลทรายให้มันเลย"
ทุกคนกลั้นขำ
"มันทนไม่ได้หรอก" ฉินจื่อเหวินส่ายหน้า "ความยากอยู่ที่การติดตั้งล่วงหน้า หน้าไม้ติดรถวิ่งตามทาร์โบซอรัสในที่ราบไม่ทันแน่ และถ้าเราเข้าไปใกล้ ทาร์โบซอรัสก็น่าจะรู้ตัว"
หวังจวินกลับมีความเห็นต่าง "พวกนายประเมินไอคิวมันสูงไปหรือเปล่า มันจะฉลาดแค่ไหน ก็จินตนาการถึงของที่ไม่เคยเห็นไม่ออกหรอก ถ้าเป็นน้ำมัน มันอาจจะไว เพราะมันเคยเห็นเราใช้น้ำมันเผาแฮดรอซอรัส
แต่หน้าไม้ติดรถ ขอพูดตรงๆ นะ ในสายตามัน คงไม่ต่างอะไรกับก้อนหินข้างทาง ความแตกต่างเดียวคือมันอาจจะมีกลิ่นของพวกเราติดอยู่ เพราะเราเพิ่งจับต้องมัน"
"เอาไปจ่อหน้ามัน?" ฉินจื่อเหวินทวนคำ
"เอาไปจ่อหน้ามัน" หวังจวินพยักหน้า
"เราเอาหน้าไม้ติดรถไปวางไว้แถวรังมันล่วงหน้าได้ หันหน้าไปทางรัง พอมันกลับรัง เราก็หาทางเข้าไปใกล้ แล้วกดไกยิงหน้าไม้แค่นั้นเอง"
หยวนต้าจวินรำพึง "พวกนายกำลังรังแกทาร์โบซอรัสที่ไม่มีการศึกษา ไม่รู้จักรถหน้าไม้นี่นา"
ฉินจื่ออู่หันไปหาหวังจวิน "หมอหวัง จมูกมันไว ถ้าเราจะเข้าไปใกล้ ต้องทาอะไรกลบกลิ่นไหม?"
"ใช่ ถ้ากลบกลิ่นได้จะดีที่สุด ใช้โคลนก้นทะเลสาบทาตัวไว้ล่วงหน้าก็ได้"
"ใช้ขี้มันไม่ได้เหรอ?" เฉาเปี้ยนเซิงสงสัย
ฉินจื่ออู่กับหยวนหมิงขมวดคิ้วทันที "เชี่ยตาเฒ่าเฉา นายโคตรขยะแขยงเลย ไม่นึกว่านายจะมีรสนิยมแบบนี้ จะทาขี้ก็ทาคนเดียวไป๊"
"อะไรวะ ฉันไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้น ฉันแค่สงสัย! สงสัยเฉยๆ!" เฉาเปี้ยนเซิงหน้าแดงเถือก ปากก็พร่ำบอกว่าฉันแค่อยากพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อะไรเทือกนั้น
"มูลสัตว์ไม่เหมาะ เผลอๆ จะกระตุ้นความสงสัยของมัน ลองจินตนาการดู คุณนอนอยู่ในบ้าน จู่ๆ ได้กลิ่นตัวเองอยู่หน้าประตู คุณจะสงสัยไหม? แถมมูลทาร์โบซอรัสสดๆ น่าจะอยู่แถวรังมัน การไปเก็บมูลก็เป็นขั้นตอนที่อันตรายอยู่แล้ว" หวังจวินส่ายหน้า
เฉาเปี้ยนเซิงพูดว่า "ต้องไปที่รังมันเลยเหรอ ไปหาที่อื่นไม่ได้เหรอ มันคงไม่ถึงกับต้องกลับบ้านมาเข้าห้องน้ำหรอกมั้ง"
"หยาบคายชะมัด" ฉินจื่ออู่ฟังแล้วส่ายหน้า
"ที่นี่มีทาร์โบซอรัสสองตัวนะ เกิดนายไปเจอของอีกตัวเข้าล่ะ" หวังจวินยิ้มกริ่ม
นึกถึงภาพทาร์โบซอรัสสองตัวเผชิญหน้ากันก่อนหน้านี้ เฉาเปี้ยนเซิงก็เงียบกริบ
"ส่วนโคลนก้นทะเลสาบ จริงๆ ก็มีความเสี่ยง เพราะสำหรับทาร์โบซอรัส มันก็เป็นกลิ่นแปลกปลอม แต่ยังไงก็ยังช่วยกลบกลิ่นคนได้ ในมุมมองของทาร์โบซอรัส จากที่มีหนูแปลกหน้ายืนอยู่หน้าบ้าน ก็เปลี่ยนเป็นทีวีแปลกหน้ายืนอยู่หน้าบ้านแทน"
"พี่น้องครับ ผมนึกปัญหาออกข้อหนึ่ง กิลด์เราอยู่ที่นี่มีแค่สิบคน ต่อให้คนหนึ่งคุมหน้าไม้หนึ่งคัน ก็ได้แค่สิบคัน สิบคันจะพอเหรอ? แต่ถ้าใช้หน้าไม้เยอะกว่านี้ เกิดโดนคนนอกกิลด์ลาสช็อต (แย่งฆ่า) ไปจะทำไง" หยวนหมิงยกมือขึ้น
คนอื่นมองเขาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน
หยวนหมิงลังเล "ฉันพูดอะไรผิดเหรอ"
เฉาเปี้ยนเซิงพูดว่า "เป็นไปได้ไหมว่า ทาร์โบซอรัสเนี่ย ฆ่าแค่ตัวเดียวก็จบภารกิจ ใครฆ่าไม่สำคัญ สำคัญที่มันตายต่างหาก"
ฉินจื่อเหวินเคาะโต๊ะสรุป "ตกลง เอาตามแผนนี้ แต่ตอนนี้ต้องรอไปอีกสองสามวัน เพราะหน้าไม้ติดรถยังมีไม่พอ รอให้หน้าไม้ล็อตใหม่มาส่ง ค่อยเริ่มแผนล่าทาร์โบซอรัส ตอนนี้ก็ทำภารกิจอื่นไปพลางๆ ก่อน"
เฉาเปี้ยนเซิงกระตือรือร้น "ท่านประธาน เป้าหมายต่อไปคืออะไร?"
"ซุงกาเรียยักษ์ (Paraceratherium) แต่ไม่ต้องให้พวกเราลงมือ ต่อไปนายไปเชิญคนอื่นมาดูการแสดงโชว์ก็พอ"
ริมทะเลสาบ ซุงกาเรียยักษ์ห้าตัวยืนตระหง่านอยู่บนทุ่งหญ้า เล็มหญ้ากินอย่างเชื่องช้า
ที่ที่พวกมันเดินผ่าน ต้นไม้ใบหญ้าถูกกินจนเหี้ยน
แต่ในฐานะสัตว์ยักษ์ระดับท็อปของโอเอซิสแห่งนี้ พวกมันเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์
แองไคโลซอรัสตัวหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ไม่ไกล มันมองซุงกาเรียยักษ์ตรงหน้าด้วยสายตาระแวดระวัง
แม้ดูจากความยาวลำตัว ทั้งสองฝ่ายจะดูเหมือนอยู่รุ่นเดียวกัน แต่น้ำหนักตัวคนละเรื่องกันเลย
ซุงกาเรียยักษ์ไม่รวมหางยาวแปดเมตร ไหล่สูงห้าเมตร หนักกว่ายี่สิบสี่ตัน
มันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
ยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนภูเขาลูกย่อมๆ
ส่วนแองไคโลซอรัสแม้รวมหางจะยาวเกือบแปดเมตร แต่ไหล่สูงแค่สองเมตร หนักห้าถึงเจ็ดตัน
แต่เพราะพวกมันมีเกราะกระดูกหนาเตอะที่หลัง แข็งเหมือนหิน อาศัยแค่โครงกระดูกภายนอกชุดนี้ ก็เบียดขึ้นมาอยู่ในท็อป 3 สัตว์กินพืชแห่งโอเอซิสได้
ซุงกาเรียยักษ์ แองไคโลซอรัส และแฮดรอซอรัส สามเผ่าพันธุ์นี้อยู่ร่วมกันอย่างสันติมาตลอด ต่างคนต่างอยู่
แต่ในวันนี้ ความสงบสุขถูกทำลาย
จ่าฝูงแฮดรอซอรัสถูกลากลงทะเลสาบ
ทำให้ฝูงแฮดรอซอรัสตกอยู่ในความตื่นตระหนกเพราะไร้ผู้นำ
ก่อนหน้านี้พวกมันครองพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของโอเอซิสได้ ก็เพราะความแข็งแกร่งของจ่าฝูงและจำนวนที่มากกว่า
ไม่อย่างนั้น ถ้าวัดกันตัวต่อตัว แฮดรอซอรัสก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าซุงกาเรียยักษ์
"แกว๊ก——"
เสียงร้องหนาทุ้มดังมาจากเหนือหัว
ทำเอาฝูงแฮดรอซอรัสแตกตื่น
พวกซุงกาเรียยักษ์ขยับเข้าหากันเงียบๆ
พวกแองไคโลซอรัสสะบัดหาง ก้มหน้ากินหญ้าต่อ
สัตว์อื่นกลัว แต่มันไม่กลัว
เพราะมันมีเกราะ ต่อให้เป็นเจ้าถิ่นอย่างทาร์โบซอรัสยังไม่อยากจะยุ่งกับมัน
จนกระทั่งเงาดำเหนือหัวขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แองไคโลซอรัสถึงเริ่มรู้สึกผิดปกติ
มันส่งเสียงคำรามต่ำ แต่กลับเงยหน้าขึ้นไม่ได้
เพราะกระดูกคอของมันสั้นมาก สั้นจนเรียกได้ว่าไม่มีคอ
เกราะกระดูกหนาหนักให้การป้องกันชั้นยอด แต่ก็จำกัดการเงยหน้าของมัน
เมื่อเผชิญหน้ากับนักล่าที่โจมตีจากด้านบน สิ่งที่มันทำได้คือหมุนตัวไปรอบๆ
กรงเล็บแหลมคมของฮาร์ปี้เหมือนมีดผ่าตัดแปดเล่ม เจาะเข้าที่หัวแองไคโลซอรัสอย่างแม่นยำ
แองไคโลซอรัสสะบัดหัว ลูกตุ้มหนามที่หางเหวี่ยงไปมาไม่หยุด
ลูกตุ้มหนามที่สามารถทุบกระดูกขาทาร์โบซอรัสให้แตกได้ กลับหวดใส่อากาศธาตุอย่างเปล่าประโยชน์
ฮาร์ปี้ทรงตัวไว้ กรงเล็บออกแรงกด แล้วปรับท่าทาง
ทันใดนั้น แองไคโลซอรัสใต้เท้าก็งอขาสี่ข้าง นอนหงายท้อง กลิ้งตัวกับพื้น
ร่างมหึมาบดขยี้พืชพรรณเป็นวงกว้าง
จริงๆ แล้วมันไม่ค่อยใช้ท่านี้ เพราะการกลิ้งจะเปิดเผยหน้าท้อง ซึ่งเป็นจุดอ่อนของแองไคโลซอรัส
ฮาร์ปี้กระพือปีกบินขึ้นเหนือหัว หลบการโจมตีของแองไคโลซอรัสได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นมันก็ร่อนลงมาโจมตีที่หัวแองไคโลซอรัสต่อ
ทำแบบนี้ซ้ำๆ ผ่านไปสิบกว่านาที แองไคโลซอรัสก็ล้มตึง
บนซากศพของมัน มีแสงสว่างลอยออกมา รวมตัวกันเป็นการ์ดสองใบ
พร้อมกันนั้น ฉินจื่อเหวินได้รับแจ้งเตือนจากระบบบ้านพัก
【สำเร็จภารกิจแลดเดอร์ล่าสัตว์ระดับ 1 · ล่าแองไคโลซอรัสตัวเต็มวัย*1】
【ได้รับรางวัล: การ์ดรักษาอาการบาดเจ็บภายนอก (เล็ก), 2 คะแนน】
ภารกิจระดับ 1 ที่หกสำเร็จ!
ฉินจื่อเหวินดีใจ เป้าหมายระดับ 2 อีกสองตัวก็ระบุได้แล้ว หลังจากฮาร์ปี้เลื่อนขั้นเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ เขาพบว่าการทำภารกิจง่ายขึ้นเรื่อยๆ
ภารกิจระดับ 2 พักไว้ก่อน แต่อย่างน้อยภารกิจระดับ 1 ด้วยความคล่องตัวของฮาร์ปี้ ขอแค่ยอมเสียเวลาหน่อย
ก็ไม่ยากเลย
แค่ไม่รู้ว่าคะแนนพวกนี้เอาไว้ทำอะไร
ตอนนี้เขาสะสมได้ 7 คะแนนแล้ว
ไกลออกไป บนแท่นหิน ผู้คนที่นั่งบ้างยืนบ้างต่างอุทานด้วยความทึ่ง "แองไคโลซอรัสตัวนั้นแพ้ทางสุดๆ"
"เป็นครั้งแรกที่ฉันได้สัมผัสคำว่า 'แพ้ทาง' อย่างชัดเจน" หวังเซิ่งทอดถอนใจ
แองไคโลซอรัสตัวนี้เก่งไหม
เก่ง
ด้วยพลังป้องกัน บวกกับจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เกราะกระดูกหนา มีหนามแหลม แถมยังมีลูกตุ้มหางที่แรงเหมือนค้อนทำลายกำแพง
รับมือยากสุดๆ ธนูทั่วไปยิงไม่เข้าแน่
นักล่าส่วนใหญ่ก็คงไม่อยากยุ่งกับตัวแทงค์ที่มีเกราะสะท้อนดาเมจแบบนี้หรอก
มีคนพูดขึ้น "แสดงว่าขอแค่เลี้ยงนกได้สักตัว ก็จัดการแองไคโลซอรัสได้สบายเลยสิ"
คนข้างๆ รีบขัด "ก็ต้องดูด้วยว่าเป็นนกอะไร นกของคุณฉินฉลาดมาก ตัวก็ใหญ่ ลองเป็นนกกระจอกสิ เจาะเกราะแองไคโลซอรัสไม่เข้าหรอก"
ฉินจื่อเหวินรู้สาเหตุบางส่วน หลังจากทะลวงขีดจำกัด พละกำลังของฮาร์ปี้เพิ่มขึ้นมหาศาล กรงเล็บคมกริบ ยิ่งกว่ามีดเหล็กกล้าเสียอีก
กรงเล็บแปดนิ้วจิกเข้าที่หัว แองไคโลซอรัสก็ทำได้แค่ยืนรับตีน
เมื่อแองไคโลซอรัสตาย สัตว์ป่ารอบๆ ต่างถอยหนี
แต่ก็มีพวกใจกล้า อย่างแรปเตอร์ทะเลทราย มันได้กลิ่นคาวเลือดในอากาศ ลองเดินเข้ามาใกล้ๆ สองสามก้าว ร้องเรียกใส่ฮาร์ปี้ที่อยู่บนหัว
แล้วฮาร์ปี้ก็พุ่งลงมาโฉบเฉี่ยวทีเดียว มันก็วิ่งหนีหางจุกตูด
"ตอนนี้ศพแองไคโลซอรัสอยู่นั่น เราจะเอากลับมายังไง ชำแหละตรงนั้นเลยเหรอ?" มีคนเสนอ
แต่บางคนคิดว่าเสี่ยงเกินไป
หลังจากแองไคโลซอรัสตัวนั้นตาย ก็มีพวกเดียวกันสามตัวเดินมาล้อมศพไว้ ยืนล้อมเป็นวงกลมอยู่ด้านข้าง
ฮาร์ปี้บินโฉบลงมาไล่พวกแองไคโลซอรัสที่เหลือให้แตกกระเจิง
จากนั้นฉินจื่อเหวินก็ขี่ฮาร์ปี้เข้าไปเก็บการ์ด
การ์ดสองใบนี้คือการ์ดก๊อปปี้สิ่งก่อสร้างทั่วไปหนึ่งใบ และคอกม้าระดับ 1 อีกหนึ่งใบ
สองวันต่อมา ฮาร์ปี้ร่วมมือกับทุกคน ออกล่าในโอเอซิสแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง
สร้างชื่อเสียงความโหดเหี้ยมไปทั่ว
และขบวนรถที่กลับไปหมู่บ้านก็กลับมาถึงโอเอซิสอีกครั้ง
พวกเขายังขนเสบียงสนับสนุนจำนวนมากที่ขนมาจากหมู่บ้านมาด้วย
เช่น เต็นท์ ผ้านวม ผ้าห่ม และของกันหนาวอื่นๆ
รวมถึงเครื่องปรุงอย่างเกลือ
ทีมขนส่งที่เพิ่งกลับมา พอมาถึงโอเอซิสก็รู้สึกว่าบรรยากาศที่นี่แปลกไป เช่น ระหว่างทางเจอม้าป่าฝูงหนึ่ง ม้าพวกนี้เมื่อก่อนเมินเฉยใส่พวกเขา แต่พอเห็นพวกเขาคราวนี้กลับวิ่งหนีตีนผี
ยังมีพวกแรปเตอร์ทะเลทรายที่เมื่อก่อนชอบมาก่อกวน พอเห็นพวกเขา ก็ยืนดูอยู่บนเนินทรายสักพัก แล้วหันหลังวิ่งหนีไปไม่เหลียวหลัง
ภาพแบบนี้ เคยเห็นแต่ในโลกเดิมเท่านั้น...
(จบแล้ว)