- หน้าแรก
- คอนโดของฉัน ทะลุมิติไปอีกแล้ว
- บทที่ 50 - หมูป่าอันธพาล
บทที่ 50 - หมูป่าอันธพาล
บทที่ 50 - หมูป่าอันธพาล
เทปลาไหลสองตัวออกมา โยนใส่ถังน้ำอีกใบ
ปลาไหลสดๆ ลงถังก็ว่ายปร๋อ ทำเอาน้ำกระเพื่อม
"ซุปปลาไหลอร่อย น้องเล็ก คืนนี้ฉันอยากกินซุปปลาไหล"
ฉินจื่ออู่ตอบรับทันควัน "จัดไป!" จู่ๆ เขาก็ตบหน้าผากตัวเองดังฉาด "โอ๊ย เมื่อวานลืมถามคนเรื่องเห็ดที่เก็บมา ถ้ากินได้เอามาใส่ซุปคงหวานน่าดู"
"ฮ่าๆ อะไรก็ได้ แต่ถ้าไม่ชัวร์อย่ากินดีกว่า" ฉินจื่อเหวินเก็บลอบขึ้นมา
"ลอบตรงนี้ต้องย้ายที่ ฮวงจุ้ยไม่ดี วันแรกทำลอบพัง วันที่สองเจอสเน็ค"
เขาหิ้วลอบเดินทวนน้ำขึ้นไปอีกหลายสิบเมตร ตรงนี้เป็นเนินลาด ริมฝั่งน้ำหญ้ารกครึ้ม เหมาะแก่การวางลอบ
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็ไม่ได้วางลอบ เพราะอีกวันสองวันเขาจะไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ลองไปหาแท่นบูชาที่ภูเขาทางทิศเหนือ
ถ้าวางลอบไว้ที่นี่ พรุ่งนี้ต้องถ่อมาเก็บอีก แค่เดินไปกลับก็เสียเวลาไปค่อนวัน
เลยตัดสินใจเก็บอุปกรณ์ทำกับดักใส่เป้ให้หมด พรุ่งนี้ไม่มาทางนี้แล้ว กับดักก็ไม่ต้องวาง
หยิบแผนที่ออกมา เทียบทิศทางน้ำไหล กับสัญลักษณ์ในแผนที่ ไม่นานก็กะตำแหน่งของดงกีวี่ป่าได้
สามคนเดินลัดเลาะในป่า
ฉินจื่อเหวินหยุดเดิน มองซ้ายมองขวา "ได้กลิ่นไหม"
ฉินจื่ออู่ขมวดคิ้ว "ได้กลิ่น เหมือนกลิ่นศพ"
กลิ่นศพเหม็นคลุ้ง โดยเฉพาะกลิ่นศพมนุษย์ด้วยกัน
ใครเคยดมสักครั้งไม่มีวันลืมกลิ่นเอกลักษณ์นี้
เติ้งกวงเริ่มสำรวจรอบๆ "ได้กลิ่นแสดงว่าอยู่ไม่ไกล"
ช่วยกันหาไม่นาน ก็เจอศพนอนคว่ำหน้าอยู่ไม่ไกลจากโคนต้นไม้ต้นหนึ่ง
ศพเป็นผู้ชาย หัวบิดเอียง ใบหน้าบิดเบี้ยว เสื้อด้านหลังเปิดขึ้นมาถึงเอว แก้มกับฝ่ามือเปื้อนดินโคลน
ผิวหนังส่วนที่โผล่พ้นเสื้อผ้าเต็มไปด้วยจ้ำเลือดสีม่วงคล้ำ
มือเท้ามีรอยถลอก มดเดินกันให้ว่อนแถวปากแผล
สามคนรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
มีคนตายตรงนี้ แสดงว่าแถวนี้อันตราย
ฉินจื่อเหวินประเมินจากสภาพศพ "ตายมาไม่น่าจะนาน อย่างมากก็เมื่อวาน"
ในป่าอุณหภูมิสูง ศพเน่าเร็ว แถมแมลงเยอะ ถ้าตายนานกว่านี้สภาพคงดูไม่จืด
"ตรงนี้โดนแทงทะลุ" เติ้งกวงชี้ไปที่ไหล่ศพ ตรงนั้นมีแผลเหวอะหวะ เลือดเกรอะกรัง เห็นกระดูกขาวๆ โผล่ออกมา
ฉินจื่อเหวินขมวดคิ้ว "ไม่น่าใช่สัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ ถ้าใช่ศพคงโดนแทะไปแล้ว แต่นี่ไม่มีรอยฟัน"
ฉินจื่ออู่เดา "งั้นน่าจะเป็นสัตว์กินพืชที่ดุร้าย? แผลอยู่ข้างหลัง น่าจะโดนไล่กวดแล้วแทงข้างหลัง"
เติ้งกวงเสริม "หรืออาจจะเป็นสัตว์กินพืชผสมเนื้อ"
มองแผล 'ทะลุ' ที่ไหล่ ฉินจื่อเหวินยิ่งดูยิ่งสงสัย จู่ๆ เขาก็นึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง "เป็นไปได้ไหมว่าเป็นหมูป่า? รูเหมือนโดนเขี้ยวแทง"
"หมูป่า? หมูป่าเมื่อวานกระโดดยังไงก็ไม่น่าถึงตรงนี้นะ" ฉินจื่ออู่ส่ายหน้า ชี้ไปที่ตำแหน่งแผล "ถ้าเป็นหมูป่า แทงโดนตรงนี้ได้ ตัวต้องสูงขนาดไหน"
สิ้นเสียง บรรยากาศเงียบกริบไปชั่วขณะ
เติ้งกวงหัวเราะแห้งๆ "เป็นไปไม่ได้มั้ง เมื่อวานเราก็เจอหมูป่า ตัวมันไม่ใหญ่ขนาดนั้นนี่นา"
"สัตว์ที่นี่ตัวใหญ่กว่าโลกเราทั้งนั้น จระเข้ยังยาวเจ็ดเมตรกว่า หมูป่าจะตัวใหญ่ยักษ์บ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก" คิดได้ดังนั้น ฉินจื่อเหวินก็เริ่มรู้สึกว่ารอบตัวไม่ปลอดภัย
เขาเงยหน้ามองบนต้นไม้ ฮาร์ปี้เกาะกิ่งไม้นิ่ง คอยระวังภัย ไม่มีท่าทีตื่นตระหนก
ยังดี แสดงว่าตอนนี้รอบๆ ยังปลอดภัย
ฉินจื่ออู่ถาม "แล้ววันนี้เรายังจะไปเก็บกีวี่ไหม"
มองเข้าไปในป่าลึก ฉินจื่อเหวินเงียบไปครู่ใหญ่ "ไป เดินมาไกลขนาดนี้แล้ว เป้าหมายอยู่ข้างหน้านี่เอง"
เขาหยิบมือถือมาถ่ายรูปศพไว้
"คนนี้น่าจะเป็นเพื่อนของหลี่เยว่ เดี๋ยวกลับไปค่อยถามเขา"
ฉินจื่อเหวินเตือน "เมื่อวานเส้นทางที่เราไปก็เจอหมูป่า แสดงว่าแถบนี้น่าจะเป็นถิ่นหากินของมัน ทุกคนระวังตัวด้วย"
โชคดีที่เดินไปถึงจุดหมายโดยไม่มีเหตุร้าย พวกเขาเก็บกีวี่ป่าที่เหลือบนต้นใส่เป้จนหมด รอบนี้ได้แค่เป้ครึ่ง
มีประสบการณ์เดินป่ามาบ้างแล้ว ความเร็วในการเดินเท้าของทั้งสามคนดีขึ้นมาก ฉินจื่อเหวินดูมือถือ เพิ่งจะเที่ยงวัน เวลาเหลือเฟือ
กินเสบียงแห้งรองท้องเสร็จ
ฉินจื่อเหวินตัดสินใจเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย
"วี๊ดดดด-อา!"
เสียงร้องแหลมสูงดังลั่นป่า
ฮาร์ปี้ตีปีก ส่งสัญญาณเตือนภัย
ทุกคนมองไปตามทิศที่มันตีปีก ที่ตีนเนินลาดด้านข้าง เงาดำทะมึนขนาดมหึมาแอบย่องเข้ามาเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
สามคนขนลุกซู่ ไอ้เจ้านี่ฉลาดเป็นบ้า รู้จักแอบย่องเบาด้วย
พอรู้ตัวว่าโดนจับได้ หมูป่ายักษ์ตีนเนินก็หยุดเดิน ส่งเสียงขู่คำรามในลำคอ
ข้างหลังหมูป่ายักษ์ มีหมูป่าตัวเล็กโผล่ออกมา เทียบกับตัวยักษ์ข้างๆ แล้ว เจ้าตัวเล็กดูเหมือนโมเดลของเล่นไปเลย
"หนี!"
ฉินจื่อเหวินสั่งเฉียบขาด
ทางลาดลงไปไม่ได้ ต้องเปลี่ยนทาง
โชคดีที่เนินนี้เถาวัลย์กิ่งไม้เยอะ หมูป่ายักษ์ตัวใหญ่เท่ายักษ์ปักหลั่นจะพุ่งขึ้นมาตรงๆ ลำบาก
สามคนไถลลงจากด้านหลังเนิน ทางนี้ชันกว่า แต่ต้นไม้เยอะ เกาะต้นไม้รูดลงมาได้อย่างรวดเร็วแต่ทุลักทุเล
"ไป อ้อมไปอีกทาง"
ด้านหลัง หมูป่ายักษ์ตะกายขึ้นมาถึงยอดเนิน
"ก๊าซ!"
ฮาร์ปี้ร้องเสียงหลง โฉบลงมาจิกตา
หมูป่ายักษ์เงยหน้าสะบัดเขี้ยวสวน แต่ฮาร์ปี้กระพือปีกกลางอากาศ หลอกล่อหลบฉากไปได้
หมูป่ายักษ์ทำท่าจะปีนเนินต่อ ฮาร์ปี้โฉบไปทางด้านหลัง เฉี่ยวหัวหมูป่าตัวเล็ก เล่นเอาหมูป่าหนักสองร้อยจินร้องอี๊ดๆ
บีบให้ตัวยักษ์ต้องหันกลับมาปกป้องลูกน้อย
ฮาร์ปี้ไม่เน้นปะทะ เน้นก่อกวน
หลอกล่อจนหมูป่ายักษ์หัวหมุน หงุดหงิดงุ่นง่าน แหกปากร้องด้วยความโมโห
แม้ฮาร์ปี้จะบินหนีไปแล้ว หมูป่ายักษ์ก็ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ ระแวดระวังอยู่นาน มองทิศที่พวกฉินจื่อเหวินหนีไป แล้วส่งเสียงฮึดฮัดสองสามที ก่อนจะพาหมูเด็กเดินกลับไปช้าๆ
หนีลงมาได้แล้ว พวกฉินจื่อเหวินก็รีบเดินอ้อมเป็นวงกลมใหญ่โดยไม่หยุดพัก
เทียบกับสัตว์อื่น ข้อได้เปรียบที่สุดของมนุษย์คือความอึด
ฉินจื่อเหวินพูดเสียงเครียด "ฉันสงสัยว่าคนตายคนนั้นน่าจะโดนหมูป่าตัวนี้แหละเล่นงาน"
แอบย่องเข้ามาเงียบๆ แสดงเจตนาล่าชัดเจน ดีไม่ดีนี่อาจจะไม่ใช่ศพแรกของมัน
ถ้าไม่มีฮาร์ปี้คอยเตือนและถ่วงเวลา รอให้มันเข้ามาใกล้กว่านี้ คงหนีไม่ทันแน่
(จบแล้ว)