- หน้าแรก
- คอนโดของฉัน ทะลุมิติไปอีกแล้ว
- บทที่ 31 - ปลาไหลยักษ์สักลาย
บทที่ 31 - ปลาไหลยักษ์สักลาย
บทที่ 31 - ปลาไหลยักษ์สักลาย
เพียงแค่คิด การ์ดรับสมัครก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ
การ์ดใบนี้ไม่ใช่อัญมณีและไม่ใช่หยก ผิวสัมผัสเนียนลื่น ด้านหลังเป็นสีม่วงเข้มดูลึกลับ ส่วนด้านหน้าเป็นภาพสามมิติของนกอินทรีฮาร์ปี้ตัวเต็มวัยที่ดูน่าเกรงขาม
ทันทีที่สัมผัสการ์ด ข้อมูลวิธีใช้ก็ไหลเข้ามาในหัว
เพียงแค่หันการ์ดไปทางพื้นที่ว่างแล้วสั่งใช้งาน ก็จะเรียกยูนิตที่ระบุไว้ออกมาได้ และเมื่อเรียกออกมาแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นการ์ดได้อีก
ยูนิตที่ถูกเรียกออกมาคือสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อจริงๆ มีความต้องการทางกายภาพและสัญชาตญาณตามเผ่าพันธุ์ หิวได้ เหนื่อยเป็น บาดเจ็บได้ ป่วยได้ แก่ได้ และมีอารมณ์ความรู้สึกตามธรรมชาติ เช่น กลัว ดีใจ หงุดหงิด
ในขณะเดียวกัน ยูนิตที่ถูกเรียกมาจะมีค่าความภักดีเริ่มต้นที่ 60 (เชื่อฟัง)
หากค่าความภักดีต่ำเกินไป แม้ยูนิตนั้นจะทำร้ายเจ้าของบ้านไม่ได้ แต่มันอาจจะอู้งาน ปฏิเสธคำสั่ง หรือถึงขั้นหนีเอาตัวรอดเมื่อเจออันตราย
นอกจากนี้ ในฐานะผู้เรียก เขายังสามารถรับรู้อารมณ์ง่ายๆ ของยูนิตที่ไม่ใช่มนุษย์ได้ด้วย
นกอินทรีฮาร์ปี้...
ก่อนหน้านี้ฉินจื่อเหวินไม่ค่อยคุ้นกับสัตว์ชนิดนี้เท่าไหร่ รู้แค่ว่าเป็นนกล่าเหยื่อที่บินได้
รูปร่างหน้าตาชัดเจนก็เพิ่งจะเคยเห็นจากรูปบนการ์ดนี่แหละ
ดูจากรูปตัวน่าจะไม่เล็ก
แต่จะตัวใหญ่แค่ไหนเขาก็ไม่รู้
แล้วเรื่องพลังการต่อสู้ล่ะ จะสู้กับผู้ใหญ่ตัวเปล่าที่ไม่มีปืนผาหน้าไม้ได้ไหม
ถ้าตัวเล็กหน่อยก็ปล่อยบินออกไปทางหน้าต่างได้สบาย บ้านเขาด้านหนึ่งติดกับกำแพงทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ค้างคาวที่บินมาเกาะวันแรกก็เกาะกระจกฝั่งนี้นี่แหละ
แต่ถ้าตัวใหญ่ ขยับตัวทีคงปิดบังเสียงไม่ได้แน่
คิดอยู่นาน ฉินจื่อเหวินตัดสินใจพักเรื่องนี้ไว้ก่อน รอดูสถานการณ์อีกที
ยังไงนี่ก็ถือเป็นไพ่ตาย ใบหนึ่ง ยามคับขันสามารถเรียกหน่วยรบทางอากาศออกมาได้ทันที
ส่วนลอบดักปลาอีกสามอัน ถือเป็นลาภลอย
จะได้เอาลอบอันใหม่ไว้เป็นอะไหล่ หรือไม่ก็เอาไปวางดักในที่ที่ไกลออกไปหน่อย
ลงมาข้างล่าง เติ้งกวงเร่งยิกๆ
"เร็วเข้า รีบไปดู"
"เดี๋ยวไปช้าโดนคนอื่นตัดหน้าเอาไปกินนะ"
"จะบอกให้นะ ที่ที่ฉันวางเมื่อวานทำเลทองสุดๆ วันนี้ลอบต้องแตกแน่!"
ตลอดทางเติ้งกวงพล่ามไม่หยุด
ดูออกเลยว่าแกมีใจรักทางนี้จริงๆ
มาถึงจุดวางลอบเมื่อวาน ฉินจื่อเหวินเกี่ยวเชือกดึงลอบขึ้นมา
พอลอบใบแรกพ้นน้ำ
ข้างในมีอะไรบางอย่างดิ้นขลุกขลัก
น้ำแตกกระจาย
"ซ่า~"
ฉินจื่อเหวินยิ้มแก้มปริ แม่น้ำที่ยังไม่เคยมีใครมารบกวนนี่ทรัพยากรสมบูรณ์จริงๆ
พอลากลอบขึ้นฝั่ง ฉินจื่อเหวินหยิบไฟฉายออกมาเปิดไฟระดับเบาสุด ส่องดูในลอบ
"โฮ้ นี่ปลาไหลหรือเปล่าเนี่ย ตัวอ้วนปักเลย"
ช่องบนสุดมีปลาโคลนตัวอ้วนพีอยู่สี่ตัว
ช่องที่สองเป็นปลาขม ตัวไม่ใหญ่มากแต่ดีดเก่ง พ้นน้ำมาแล้วยังดีดไม่หยุด
ช่องที่สามว่างเปล่า
ช่องที่สี่มีกุ้งฝอยใสๆ อยู่สองสามตัว
"รีบไปดูอันที่สองเถอะ"
ฉินจื่อเหวินหยิบลอบอันที่สองขึ้นมา
"เชี่ย!"
เสียง "แปะ" ดังขึ้น ลอบตกลงไปในน้ำ
เติ้งกวงตกใจ "เป็นอะไร?"
ฉินจื่อเหวินหน้าซีด "มีปลาไหลยักษ์"
"ปลาไหลจะกลัวอะไร มันไม่กัดคนสักหน่อย" เติ้งกวงชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วถามลองเชิง "อย่าบอกนะว่ามีรอยสัก?"
"มี"
เติ้งกวงตาเหลือก กลืนน้ำลายเอือก
จากนั้นก็เขย่งเท้า ย่องเข้าไปหยิบลอบอันที่สองอย่างระมัดระวัง
ในลอบดักปลา "ปลาไหล" ยักษ์ลายสีน้ำตาลขดตัวอยู่ มันใช้หัวทรงสามเหลี่ยมจ้องมองเติ้งกวงด้วยสายตาเย็นยะเยือก
"เชี่ย!"
มือเติ้งกวงอ่อนแรง "แปะ~"
ลอบตกลงไปในน้ำเป็นรอบที่สอง
ถึงจะเตรียมใจมาแล้ว แต่พอโดนหัวสามเหลี่ยมใหญ่ขนาดนั้นจ้องหน้า ก็อดใจสั่นไม่ได้
"ไอ้นี่มันหัวสามเหลี่ยมชัดๆ!"
ฉินจื่อเหวินหันไปมองเขา "พี่รู้จักไหม"
"หน้าตาคล้ายๆ งูหอก"
ฉินจื่อเหวินพยักหน้า "อ๋อ งูหอกนี่เอง~"
แล้วทั้งสองก็เงียบกริบ
เติ้งกวงเอ่ยขึ้น "ถ้าไม่จัดการมัน ลอบอันนี้ก็เสียของ แต่ว่ามันอาจจะหาทางออกไปเองก็ได้นะ"
ฉินจื่อเหวินพูดเสียงเรียบ "มีมันอยู่ตรงนี้ พี่จะกล้ามาวางลอบต่อเหรอ มันเข้ามาได้แสดงว่าแถวนี้เป็นถิ่นหากินของมัน เกิดคราวหน้ามาแล้วมันไม่ได้อยู่ในลอบล่ะ"
ทั้งสองมองตากันอย่างรู้ใจ ต้องจัดการเจ้างูหอกตัวนี้
ลากลอบอันที่สองขึ้นฝั่งอย่างระมัดระวัง ฉินจื่อเหวินให้น้องชายถอยไปไกลๆ
แล้วหยิบไม้ขึ้นมาอันหนึ่ง แต่เติ้งกวงห้ามไว้
"ตีตรงๆ ไม่ได้ ลอบนี่ไม่รู้จะทนมือทนเท้าไหม ถ้าตีพลาดทำลอบขาด มันมุดออกมาได้ล่ะยุ่งเลย เจ้านี่ดูท่าทางดุด้วย"
"งั้นทำไงดี"
"ฉันจัดการเอง" เติ้งกวงสูดหายใจลึก งูหอกตัวนี้อยู่ในช่องที่สองของลอบ
พื้นที่ข้างในไม่กว้างมาก มันขดตัวอยู่ค่อนข้างอึดอัด
พอรู้ว่ามีคนมา มันก็ยิ่งหงุดหงิด ส่ายหัวไปมา
เติ้งกวงค่อยๆ คลี่ลอบออก แล้วเอาก้อนหินสองก้อนทับช่องที่หนึ่งกับช่องที่สามไว้ ทำให้ช่องที่สองตรงกลางถูกตรึง
แบบนี้ต่อให้ใส่อะไรลงไป ลอบก็จะไม่ดีดตัวขึ้นมา
ฉินจื่อเหวินเข้าใจแผนของเติ้งกวง
"ผมทำเอง"
เขายกหินก้อนใหญ่มา ปล่อยให้ตกใส่ช่องที่สองจากข้างบน กระแทกใส่งูเต็มๆ
หินก้อนใหญ่กดทับจนมันขยับไม่ได้
หางที่โผล่ออกมาสะบัดอย่างบ้าคลั่ง
ฉินจื่อเหวินหาหินมาทับเพิ่มอีก ทับจนงูหอกค่อยๆ สิ้นฤทธิ์ จากที่ดิ้นพล่านก็เริ่มนิ่ง
จนกระทั่งหางของมันหยุดนิ่งไปหลายนาที
ฉินจื่ออู่ที่ขมวดคิ้วลุ้นมาตลอดถามขึ้น "ตายยัง?"
"ไม่รู้ แต่งูตายยาก รอดูอีกหน่อยดีกว่า" เห็นงูโดนทับจนมิด ฉินจื่อเหวินก็ใจเย็นลง
เติ้งกวงเสียดาย "เสียดายของ ลอบคงพังยับเยิน ดูสิบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว"
"ไม่เป็นไร พังก็ซ่อมได้" ฉินจื่อเหวินส่ายหน้า เทียบกับลอบอันเดียว เขาว่าฆ่างูหอกได้คุ้มกว่า
ไม่รู้ว่าระบบสรุปผลประจำวันจะให้คะแนนการฆ่างูพิษร้ายแรงนี่เท่าไหร่
ถ้าคิดตามน้ำหนักคงได้คะแนนไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าคิดตามระดับความอันตราย คะแนนต้องไม่น้อยแน่
ทั้งสองเทปลาจากลอบอันแรกใส่ถังน้ำ แล้วเอาผ้าคลุมไว้
มองดูลอบอันที่สองที่ทับงูไว้ ทั้งสองยืนรออยู่นานถึงสิบนาที ถึงค่อยผลักหินออก
งูหอกในลอบ หัวและตัวเละแบนแต๊ดแต๋
โครงลอบก็เสียหายตามคาด เหล็กดัดตรงรอยต่อบิดเบี้ยวผิดรูป
ฉินจื่อเหวินไม่วางใจ เอาไม้จิ้มๆ อยู่นาน พอแน่ใจว่ามันไม่ขยับแล้ว ถึงจับมุมลอบเขย่าเทมันออกมา
ร่างของงูหอกร่วงลงมากองกับพื้นเหมือนก้อนเนื้อเละๆ
ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉินจื่อเหวินถึงได้โล่งอก จากจระเข้ มาปลาไทเกอร์ แล้วก็นี่งูหอก แม่น้ำสายนี้เหมือนกล่องสุ่มสมบัติจริงๆ ไม่รู้เลยว่าจะสุ่มเจอสัตว์โลกน่ารักตัวไหนออกมา
(จบแล้ว)