เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - การแลกเปลี่ยน

บทที่ 29 - การแลกเปลี่ยน

บทที่ 29 - การแลกเปลี่ยน


"พี่ คนเยอะจัง"

"ปกติ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม สำหรับหลายๆ คน นี่อาจเป็นช่วงเวลาเดียวที่ได้ผ่อนคลาย"

เซียวเสวี่ยเหมยปิดปากหัวเราะเบาๆ "จื่อเหวินพูดถูก พอลืมตาตื่นก็ต้องวิ่งเต้นหาอาหาร มีแค่ตอนนี้แหละที่พอจะได้พักบ้าง"

ฉินจื่อเหวินไม่เห็นเติ้งกวง "พี่สะใภ้ พี่เติ้งล่ะครับ?"

เซียวเสวี่ยเหมยบอก "แกง่วง งีบอยู่ เดี๋ยวเสี่ยวเหวินขึ้นไปปลุก"

"มีดทำครัวจ้า มีดสแตนเลสคมๆ"

"เขียงจ้า เขียง เขียงไม้แท้แผ่นใหญ่!"

เสียงร้องเรียกลูกค้าดังมาจากไม่ไกล สองร้านตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ร้านหนึ่งขายมีด อีกร้านขายเขียง

ภาพแปลกตานี้ดึงดูดคนให้หยุดดู

มีคนแซว "เขียงนี่เอาไปทำอะไรได้ มีดทำครัวยังพอเอาไปฟันอะไรได้บ้าง ข้างนอกป่าดงดิบ พี่มาขายเขียงนี่ไม่เหมือนขายทรายในทะเลทรายเหรอ"

คนขายเป็นตาลุงสวมแว่นกลม ใส่ชุดจงซาน (ชุดคอจีนแบบเหมา) ท่าทางคงแก่เรียน โดนสงสัยก็ไม่โกรธ แค่หัวเราะหึๆ ตอบอย่างมั่นใจ "ผมไม่ได้ขายทรายในทะเลทราย แต่ขายน้ำดื่มบริสุทธิ์กลางทะเลต่างหาก"

"มันต่างกันตรงไหน"

"น้ำทะเลกินได้ไหมล่ะ? หลักการเดียวกัน ข้างนอกต้นไม้เยอะจริง แต่ถ้าไม่มีเครื่องมือ ต้นไม้ก็เป็นได้แค่ต้นไม้ เปลี่ยนเป็นเครื่องมือไม่ได้ คุณคงไม่ใช่หลวงจีนหลู่จื้อเซินที่ถอนต้นหลิวด้วยมือเปล่าหรอกนะ

ดูเขียงไม้กลมแผ่นใหญ่นี่สิ เส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งฟุตหนึ่งนิ้วสามหุน หนาหนึ่งนิ้วห้าหุน แค่ติดด้ามจับด้านหลัง ก็กลายเป็นโล่ได้แล้ว ปกติพวกคุณใช้มีดสับเขียง น่าจะรู้นะว่ามันทนทานแค่ไหน"

"หนึ่งฟุตหนึ่งนิ้ว? เขียงลุงใหญ่ขนาดนั้นเชียว?"

ลุงนักวิชาการหน้าตาย "ผมหมายถึงมาตรวัดสมัยถัง"

มีคนแย้งอีก "แล้วด้ามจับล่ะ? ไม่เห็นมีด้ามจับ จะหลอกขายของก็ให้เนียนหน่อย นี่มันเขียงชัดๆ ไม่มีด้ามจับจะมีประโยชน์อะไร"

ลุงนักวิชาการยิ้มบางๆ "เมื่อวานมีคนได้กระท่อมช่างไม้ไปไม่ใช่เหรอ? มีเครื่องมือช่างไม้อยู่ จะติดด้ามจับให้เขียงแค่นี้ ยากตรงไหน?"

"งั้นทำไมฉันไม่ไปซื้อโล่สำเร็จรูปจากคนนั้นเลยล่ะ?"

ลุงนักวิชาการเหมือนจะไปต่อไม่ถูก อึกอัก หน้าแดงก่ำ ก่อนจะเริ่มแถ

ประมาณว่าเขียงบ้านผมใช้มานานมีจิตวิญญาณ นี่ของตกทอดจากปู่ทวด เขียงเขาเล่นกันที่อายุไม้

เรียกเสียงฮาครืนจากไทยมุงที่มามุงดู

"แล้วเขียงลุงขายยังไง?"

ลุงชุดจงซานตอบอย่างใจกว้าง "ให้อะไรกินก็ได้ ผมกระเพาะเล็ก กินนิดเดียวก็อิ่ม"

"เอ้า เห็นแก่ที่ลุงอายุปูนนี้ยังออกมาต้มตุ๋นไม่ง่ายเลย นี่ตั๊กแตนทอดที่ฉันจับได้เมื่อวาน เอาไหม?" ชายคนนั้นหยิบถุงออกมา

"ขอดูหน่อย" ลุงนักวิชาการรับถุงมาส่องดู แล้วยิ้มร่า "ได้สิ ได้แน่นอน ไม่ได้กินของแบบนี้มานานแล้ว"

รับถุงเสร็จ แกก็ลุกขึ้นปัดก้น "ได้ข่าวว่ากระท่อมช่างไม้อยู่ตึกเจ็ด อยากติดด้ามจับก็ไปหาเขาได้ ในนั้นเครื่องมือครบ น่าจะรับทำเครื่องไม้เครื่องมืออื่นด้วย ถือว่าเป็นข้อมูลแถมให้ฟรีละกัน"

ลุงนักวิชาการเดินอ้อมไปไกล สุดท้ายก็วนกลับมาที่ตึกเจ็ด

ในโถงบันได ลุงถอดแว่นออก ฮาใส่เลนส์ เช็ดฝ้าออก

เดินขึ้นไปชั้นเจ็ด

เคาะประตู ลุงนักวิชาการสวมแว่นกลับเข้าไป ยิ้มแฉ่ง "เรียบร้อย ผลการโฆษณาเป็นไปตามเป้า"

หวงเทาที่แอบฟังอยู่ข้างบนลังเล "ผมว่ามุกโฆษณามันดูหยาบไปหน่อย น่าจะมีคนดูออกนะ"

ลุงนักวิชาการไม่ยี่หระ ยิ้มกริ่ม "ดูออกแล้วไง ตอนนี้มีแค่คุณที่มีเครื่องมือ ของหายากย่อมมีราคา เถ้าแก่หวง งานผมจบแล้วนะ"

"รอเดี๋ยว ผมไปหยิบเนื้อให้" หวงเทาเดินเข้าครัว

ไม่นานก็หิ้วถุงออกมาส่งให้ลุงนักวิชาการ

ลุงรับไป ประสานมือคารวะ "งั้นก็ขอให้เถ้าแก่หวงรวยๆ กิจการรุ่งเรืองนะคร้าบ~"

มองแผ่นหลังลุงนักวิชาการ หวงเทาขมวดคิ้ว ลุงคนนี้มาหาเมื่อคืน บอกจะช่วยโปรโมทหาลูกค้าให้ แถมแนะนำเพื่อนบ้านที่เป็นช่างไม้เก่าให้ด้วย

ค่าตอบแทนคือเนื้อจระเข้สามจิน เขาคิดอยู่นานถึงตกลง

ไม่ได้หวังเรื่องโฆษณา แต่หวังเรื่องช่างไม้มากกว่า

เพราะถ้าไม่มีช่างไม้ กระท่อมช่างไม้ก็ไร้ประโยชน์ เนื้อที่เขาลงทุนไปก็จะสูญเปล่า

เจ้าของแผงถักเชือกฟางเห็นฉินจื่อเหวินหยุดดู เลยเริ่มขายของ "สุดหล่อ ซื้อกระต่ายไหม? กระต่ายสดๆ เพิ่งล่ามาได้วันนี้เลย"

"มีแต่กระต่ายตายเหรอครับ มีตัวเป็นๆ ไหม"

"ตัวเป็นๆ?" เจ้าของแผงส่ายหน้า ขำ "กระต่ายมันไวเหมือนปลาไหล เผลอนิดเดียวก็มุดหายไปแล้ว ล่าตายง่ายกว่าจับเป็นเยอะ ผมอยากได้เกลือ คุณมีไหม? เกลือหนึ่งขีด แลกกระต่ายตัวนี้ไปเลย"

ฉินจื่อเหวินไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินหนีทันที

เกลือ?

ตราบใดที่ยังหาแหล่งผลิตเกลือที่มั่นคงไม่ได้ เกลือในหมู่บ้านก็มีแต่จะน้อยลง

"เฮ้ยๆๆ ต่อราคาได้นะ ผักก็ได้ ผักผลไม้ห้าจิน... สี่จิน สี่จินก็ได้เอ้า"

ฉินจื่อเหวินเดินไปไกลแล้ว เขาไม่ขาดแคลนเนื้อกระต่ายแค่นี้ ถ้าเป็นกระต่ายเป็นยังมีค่าพอให้แลก แต่ถ้าตายแล้วก็มีค่าแค่เนื้อไม่กี่ขีด

อย่างมากก็เพิ่มขนกระต่ายผืนหนึ่ง

แต่บ้านก็ทะลุมิติมาด้วย เสื้อผ้าในตู้มีถมเถ

เดินไปสักพัก เขาก็หยุดฝีเท้า

แผงข้างหน้ามีพลาสเตอร์ปิดแผลกับกอเอี๊ยะที่ถูกตัดแบ่งวางขายอยู่

คนมุงอยู่หน้าแผงหลายคน ท่าทางสนใจพลาสเตอร์พวกนี้

"พลาสเตอร์หมดอายุยัง?"

"เพิ่งซื้อจากร้านขายยามาเดือนเดียว ใหม่กิ๊ก นี่กล่อง วันผลิตยังอยู่เลย"

"ขายยังไง?"

คนขายเป็นผู้หญิงอายุราวๆ ยี่สิบ ใส่เสื้อดำกางเกงยีนส์ ได้ยินคนถามก็ลำบากใจ ไม่รู้จะตั้งราคายังไง

ใจจริงเธอก็อยากขายแพงๆ ไม่มีใครรังเกียจที่มีของกินเยอะหรอก

แต่เธอรู้ว่าเป็นไปไม่ได้

ถ้าตั้งราคาสูงเกินไป ลูกค้าจะหนีหมด เธออดข้าวมาวันหนึ่งแล้ว

หญิงสาวคิดสักพัก แล้วบอก "ฉันอยากได้อาหารที่ให้พลังงานสูง อิ่มท้อง พวกคุณเสนอราคามาเลย ถ้าเหมาะสมฉันก็ขาย"

หน้าแผง ชายตาชี้ผมซอยสั้นเอ่ยปาก "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งซอง"

หญิงสาวหน้าบาน ราคานี้เกินกว่าที่เธอคาดไว้เยอะ

แต่ประโยคต่อมาทำเอาหน้าถอดสี "แลกพลาสเตอร์กล่องนี้ของคุณ"

หญิงสาวส่ายหน้า กัดริมฝีปาก "ไม่ได้ ในนี้มีสิบห้าแผ่น อย่างน้อยต้อง... ห้าซอง"

หญิงสาวชูห้านิ้ว

ฉินจื่อเหวินพูดแทรก "บะหมี่ห้าซอง อย่างมากก็กินได้สองวัน เนื้อจระเข้สามจิน เหมาพลาสเตอร์ทั้งหมด แลกไหม?"

หญิงสาวตะลึง รีบพยักหน้าตกลง

ฉินจื่อเหวินกำชับ "รออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวผมกลับไปเอาเนื้อ"

เขาไม่ขาดแคลนเนื้อ เอาเนื้อสามจินแลกพลาสเตอร์ที่เป็นยุทธปัจจัยใช้แล้วหมดไปถือว่าคุ้มค่า

ในป่าดงดิบแบบนี้ บางทีแผลเล็กๆ ถ้าติดเชื้อขึ้นมา อาจถึงตายได้

"เฮ้ย ไม่เห็นเหรอว่าฉันถามก่อน" ชายตาชี้หันมาโวยวาย ชี้หน้าหญิงชุดดำ "เธอมีมารยาทไหม ไม่ให้เกียรติกันเลย ฉันเสนอราคาก่อน เธอต้องตอบฉันก่อนสิ"

หญิงชุดดำเงียบไปพักหนึ่ง พยักหน้า แล้วบอก "ขอโทษด้วย ราคาคุณต่ำไป ฉันไม่ขาย"

ชายตาชี้ความดันพุ่งปรี๊ด แต่ไม่รู้จะไปลงที่ใคร

ราคาไอ้หนุ่มนั่นให้สูงกว่าจริงๆ จนเขาเองยังแอบหวั่นไหว

ฉินจื่อเหวินหันมายิ้มให้เขา "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเยอะเหรอพี่? เนื้อจระเข้หนึ่งจิน แลกบะหมี่ห้าซอง แลกไหม"

ชายตาชี้ชะงัก แล้วฉุนกึก ดูถูกกันนี่หว่า!

"อย่างน้อยสองจิน!"

"เนื้อสองจิน..." ฉินจื่อเหวินลากเสียงยาว ท่ามกลางสายตาคาดหวังของชายตาชี้ "พี่ต้องเอาบะหมี่มาแลกอย่างน้อยแปดซอง"

ชายตาชี้ลังเลอยู่นาน กัดฟันตอบ "เจ็ดซอง!"

"ดีล"

เห็นอีกฝ่ายตกลงง่ายๆ ชายตาชี้เริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองกำไรหรือขาดทุน

แต่เขาอยากกินเนื้อจะตายอยู่แล้ว! เจ็ดวันมานี้กินแต่บะหมี่ ไม่อยู่ท้องเลย

ระหว่างทางกลับบ้านไปเอาเนื้อ ฉินจื่ออู่กระซิบถามพี่ชาย "พี่ เนื้อสองจินแลกบะหมี่เจ็ดซอง ขาดทุนหรือเปล่า บะหมี่มีแต่แป้ง ไม่มีโปรตีน วิตามิน กินไปก็ไม่อิ่มทน"

ฉินจื่อเหวินส่ายหน้า "คิดแบบนั้นไม่ได้ บะหมี่มีเกลือ แถมผงปรุงรสรสชาติดี ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ถือเป็นอาหารรสเลิศ"

"รสเลิศ?" ฉินจื่ออู่ไม่เห็นด้วย "ผมกินจนจะอ้วกแล้ว"

ฉินจื่อเหวินหัวเราะ "รอให้นายกินของจืดชืดไปสักสองเดือนก่อนเถอะ อีกอย่างเนื้อจระเข้สดเก็บได้ไม่นาน ถ้าไม่รีบแลกออกไป เดี๋ยวก็เน่าเสียเปล่าๆ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 29 - การแลกเปลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว