- หน้าแรก
- คอนโดของฉัน ทะลุมิติไปอีกแล้ว
- บทที่ 28 - ความร่วมมือ
บทที่ 28 - ความร่วมมือ
บทที่ 28 - ความร่วมมือ
"พี่สะใภ้ นี่มัน..."
เซียวเสวี่ยเหมยสีหน้าจริงจัง ยัดถุงใส่มือ "ฉันรู้ว่าพี่น้องเธอจิตใจดี แต่การคบหากันก็ต้องมีกฎเกณฑ์ ความสัมพันธ์ถึงจะยั่งยืน"
"ตกลงครับ งั้นผมไม่เกรงใจนะ" ฉินจื่อเหวินรับถุงมา
เซียวเสวี่ยเหมยหันไปมองเติ้งเหวินที่นั่งอยู่บนโซฟา "เสี่ยวเหวิน นั่งบื้ออยู่ทำไม ไปล้างแอปเปิลให้พี่ๆ เขาหน่อย"
เติ้งเหวินกระเด้งตัวจากโซฟา หยิบแอปเปิลสองลูกจากตะกร้าบนโต๊ะวิ่งเข้าครัว
เซียวเสวี่ยเหมยถาม "เสี่ยวฉิน พี่เรียกเธอแบบนี้ได้ไหม"
"พี่สะใภ้เรียกตามสบายเลยครับ" ฉินจื่อเหวินรู้อยู่เต็มอก เซียวเสวี่ยเหมยจงใจเรียกเขากับน้องชายขึ้นมา ทั้งให้ปลา ทั้งเลี้ยงผลไม้ คงมีเรื่องไหว้วานแน่
เซียวเสวี่ยเหมยถอนหายใจ "พี่เขยเธอเป็นคนจิตใจดี ตอนนั้นที่ฉันแต่งงานกับเขา ก็เพราะชอบตรงนี้แหละ เขาเป็นคนรักครอบครัว นิสัยมั่นคง หนักเอาเบาสู้ ถ้าเป็นเวลาปกติก็ดีอยู่หรอก นิสัยแบบนี้ขอแค่มีงานมั่นคง ก็ดูแลครอบครัวได้สบาย
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน เราทะลุมิติมาแล้ว สมัยสาวๆ ฉันก็ชอบอ่านนิยายนะ"
พูดถึงตรงนี้ เซียวเสวี่ยเหมยก็ยิ้มออกมา "ตอนนั้นนิยายทะลุมิติกำลังฮิต ฉันอ่านมาไม่น้อย ถ้าเราทะลุไปในที่ที่มีอารยธรรมคงดีกว่านี้ แต่ดันมาโผล่ในป่าดงดิบ ถ้าไม่มีหมู่บ้านนี้ ป่านนี้คงได้ใช้ชีวิตแบบมนุษย์ถ้ำไปแล้ว"
ฉินจื่อเหวินพยักหน้าช้าๆ ตั้งใจฟังต่อ
เซียวเสวี่ยเหมยพูดต่อ "นิสัยพี่เขยเธอไม่ค่อยเหมาะกับที่แบบนี้ เขาใจดี ขี้สงสาร โดนหลอกง่าย ฉันแค่อยากให้พวกเธอดึงๆ เขาไว้หน่อย"
"พี่สะใภ้หมายความว่า?"
"เมื่อก่อนฉันทำงานฝ่ายบุคคล เรื่องดูคน ฉันมั่นใจว่ามองไม่พลาด เสี่ยวฉิน เธออาจจะดูเด็ดขาด แต่เนื้อแท้เป็นคนมีหลักการ ข้อนี้ดีมาก ทำงานทำการต้องมีกฎเกณฑ์
เหล่าเติ้งแกไม่มีงานอดิเรกอื่น ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่นไพ่ ชอบแต่ตกปลาหลังเลิกงาน ฉันก็นึกไม่ถึงว่าตอนนี้ที่บ้านต้องพึ่งงานอดิเรกแกประทังชีวิต แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ยั่งยืนหรอก" เซียวเสวี่ยเหมยถอนหายใจ "ตกปลาใครๆ ก็ตกเป็น เดี๋ยวคนในหมู่บ้านก็แห่กันไปตกปลา
ลำน้ำช่วงนี้ลำพังตกปลาเลี้ยงคนตั้งเยอะแยะไม่ไหวหรอก เดี๋ยวคนเยอะปลาน้อย จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้"
"คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย ในป่าแบบนี้ ลุยเดี่ยวไม่รอดแน่ ครั้งก่อนพวกเธอล่าจระเข้ อุตส่าห์เว้นที่ให้เหล่าเติ้ง แกจำแม่นเลยนะ รู้ว่าพวกเธอดีกับแก" เซียวเสวี่ยเหมยเหลือบมองลูกสาวในครัว ลดเสียงลง "เหล่าเติ้งเรื่องอื่นไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องแรงงานแกมีเยอะ แถมซื่อสัตย์ พี่น้องเธอสองคนดูมีหัวคิด พาแกไปด้วย ให้แกเป็นลูกมือพวกเธอก็ได้"
เธอเว้นจังหวะ สายตาเว้าวอน "ฉันไม่หวังให้แกได้ดิบได้ดีอะไร แค่อยากให้แกได้เรียนรู้อะไรจากพวกเธอบ้าง ติดสอยห้อยตามไปช่วยงานก็ยังดี โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันไม่อยากให้วันหนึ่งแม่ลูกเรากลายเป็นตัวถ่วงของแก"
เติ้งกวงที่กำลังผูกเบ็ดอยู่ตรงระเบียงนั่งนิ่งท่าเดิมอยู่นาน
ตอนนั้นเอง เติ้งเหวินก็ยกแอปเปิลที่ล้างเสร็จแล้วออกมา
สาวน้อยตาวาว ยกจานมาให้ "พี่ฉิน"
ฉินจื่อเหวินพยักหน้าเงียบๆ หยิบแอปเปิลขึ้นมาเดาะในมือ
ใบหน้าเปื้อนยิ้มอบอุ่น "พี่สะใภ้ ผมเข้าใจความหมายพี่แล้ว พี่เติ้งเป็นคนซื่อสัตย์ เราช่วยๆ กัน ดีกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ
อีกอย่าง ใครว่าพี่เติ้งมีดีแค่แรง ตกปลาแกก็เซียนไม่ใช่เหรอ วันนี้ตกได้ตัวระดับเมตรเลยนะ"
ฉินจื่อเหวินปรายตามองน้องชาย ฉินจื่ออู่รับลูกทันควัน ยิ้มแป้น "ใช่ครับพี่สะใภ้ พี่เติ้งแกจริงใจ เราเข้ากันได้ดีครับ"
เซียวเสวี่ยเหมยได้ยินดังนั้น คิ้วที่ขมวดมุ่นก็คลายลง
เสียงเติ้งกวงดังมาจากระเบียง "81.3 เซนติเมตร"
"ฮ่าๆๆ" ฉินจื่อเหวินขำก๊าก ที่แท้เอาปลากลับมา พี่แกยังอุตส่าห์วัดความยาวเก็บสถิติอีก
ไม่รู้ว่าถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยหรือเปล่า
สองครอบครัวคุยกันต่ออีกพักใหญ่ เติ้งกวงบอกว่าตอนเย็นจะไปวางลอบให้เรียกแกด้วย แกเก็บเครื่องในปลาไทเกอร์ไว้แล้ว เอาไปใส่ลอบรับรองปลาเข้าตรึม
บ่ายคล้อย ฉินจื่อเหวินกับน้องชายเตรียมอุปกรณ์ทำกับดักบ่วงบาศ เดินลึกเข้าไปทางทิศเหนือของหมู่บ้าน
นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองเดินออกมาไกลขนาดนี้ ห่างจากหมู่บ้านเป็นเส้นตรงกว่าสองร้อยเมตร ต้นไม้หนาทึบบังสายตา มองไม่เห็นแม้แต่เงาตึก
"ตรงนี้แหละ" ฉินจื่อเหวินสำรวจสภาพแวดล้อม ตัดสินใจวางกับดักบ่วงบาศไว้ใต้ต้นไม้สองต้น เหยื่อล่อคือลูกหม่อนตากแห้ง
เพื่อกันลืม พวกเขาทำสัญลักษณ์ลับๆ ไว้ที่ต้นไม้ระหว่างทาง
ที่น่าสนใจคือ หลังจากตากแดดมาหกวัน ลูกหม่อนที่เก็บมาวันแรกก็แห้งได้ที่
อย่างน้อยดูภายนอกก็ไม่ต่างจากผลไม้แห้งที่ขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต
"พี่ นี่มันต้นลูกไหนนี่นา! เมื่อก่อนที่โรงเรียนปลูกไว้ตั้งเยอะ" ขากลับ ฉินจื่ออู่ชี้ไปที่ต้นไม้ข้างทาง แล้วทำหน้าเสียดาย "ลูกไหนบนต้นโดนเก็บไปแล้ว... อ๊ะ ตรงนั้นเหลืออยู่ไม่กี่ลูก"
มองตามมือน้องชายไป ฉินจื่อเหวินเห็นลูกไหนไม่กี่ลูกที่เหลืออยู่ ล้วนอยู่ในตำแหน่งที่เก็บยาก "ดูท่าจะมีคนมาแถวนี้แล้ว"
เรื่องนี้ไม่แปลก ทะลุมิติมาตั้งหกวันแล้ว ถึงการล่าจระเข้ที่หมู่บ้านจะดูเอิกเกริก แต่จริงๆ คนเข้าร่วมมีแค่สามสี่ร้อยคน ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ประตูทิศใต้กับริมน้ำ
ทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก หรือทิศตะวันตกที่ไกลออกไป พื้นที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ ย่อมต้องมีคนออกไปสำรวจ
ถ้าไม่มีระบบสรุปผลประจำวัน เขาอาจจะเลือกอีกเส้นทาง แต่ในเมื่อมีระบบ ก็ขอเลือกทางที่ปลอดภัยหน่อยดีกว่า
แน่นอน ไม่ใช่ว่าปลอดภัยจนไม่กล้าทำอะไร เพื่อคะแนนที่สูงขึ้น การเสี่ยงภัยบ้างก็จำเป็น
กลับถึงหมู่บ้าน ฟ้าเริ่มมืด
วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส ลมพัดเอื่อยๆ
พื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้านกลายเป็นตลาดนัดย่อมๆ ไปโดยปริยาย
ตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงพีค รออีกสักพัก พอกลุ่มคนที่ออกไปหาของป่ากลับมากันครบ ตลาดนัดถึงจะคึกคักที่สุด
เซียวเสวี่ยเหมยเป็นคนบอกฉินจื่อเหวินเรื่องนี้ เมื่อคืนเธอลงมาเดินเล่น ถือเป็นการผ่อนคลายไปในตัว
เทียบกับตลาดแลกเปลี่ยนที่ไม่เสถียรในสองวันแรก หลังผ่านการคัดกรองตามธรรมชาติ หลายคนเริ่มมองเห็นมูลค่าของสิ่งของต่างๆ ราคาตลาดเริ่มนิ่ง เกิดเป็น "ห่วงโซ่มูลค่า" เฉพาะตัวของหมู่บ้าน
(จบแล้ว)