- หน้าแรก
- คอนโดของฉัน ทะลุมิติไปอีกแล้ว
- บทที่ 8 - แบ่งเนื้อ
บทที่ 8 - แบ่งเนื้อ
บทที่ 8 - แบ่งเนื้อ
ชายร่างยักษ์ถูกฟาดกระเด็น แต่ขวานยังปักคาอยู่บนหัวจระเข้ ความเจ็บปวดรวดร้าวทำให้มันสะบัดหัวที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าม่านอย่างบ้าคลั่ง พร้อมส่งเสียงขู่คำรามด้วยความโกรธแค้น
หวงเทาตะโกน "อย่าเข้าด้านข้าง ตีข้างหน้าเลย"
พลั่วเหล็กขนาดใหญ่ในมือคนข้างๆ ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวจระเข้
"เปง!"
เสียงพลั่วกระทบหัวดังสนั่น
เล่นเอาหัวจระเข้สะบัดเชิดขึ้น
"เปง!"
พลั่วฟาดซ้ำลงไปอีกที คราวนี้โดนด้ามขวาน จระเข้เจ็บจนส่ายหัวดิก
ฉินจื่อเหวินก้าวขึ้นหน้าครึ่งก้าว ยกหอกแทงตรงๆ จึกเข้าที่ผิวหนังจระเข้ แรงสะท้อนทำเอาแขนเขาชา "หนังโคตรแข็ง ต้องใช้อาวุธหนักสถานเดียว"
เจิ้งหยวนยิ้มเหี้ยม "แม่งเอ๊ย ดุแค่ไหนก็เป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน เจ็บเป็นก็หนีเป็น"
จระเข้พุ่งชนไปอีกทาง เสียงฉีกขาดดังแควก ในที่สุดหัวของมันก็มุดออกมาจากรูขาดบนผ้าม่าน
มันหันกลับมามองพวกมนุษย์แวบหนึ่ง ก่อนจะบิดร่างเทอะทะวิ่งหนีไปทางแม่น้ำ
"ดึงมันไว้!"
กลุ่มคนวิ่งไล่ตาม ในพงหญ้าความเร็วของจระเข้เทียบกับคนไม่ติด
รปภ. สองคนถือไม้ง่ามกันจลาจลพุ่งเข้าประชิดจากซ้ายขวา ล็อกคอจระเข้ไว้
จระเข้อ้าปากกว้างตามสัญชาตญาณ ฉินจื่อเหวินที่ดักรออยู่ข้างหน้าฉวยโอกาสนั้น แทงหอกราวตากผ้าสวนเข้าไปในปากที่อ้ากว้างของมัน ทะลวงลึกเข้าไปในลำคอ
ฉินจื่อเหวินไม่รู้ว่าตัวเองแทงโดนอะไร รู้แต่ว่าจับราวตากผ้าหมุนคว้านไปมา
กรงเล็บจระเข้ตะกุยพื้นโคลน ดิ้นรนสุดชีวิต
ขวาน ท่อนเหล็ก ท่อนไม้ จากคนรอบข้างระดมฟาดลงไปไม่ยั้ง
แรงของจระเข้ค่อยๆ แผ่วลง
จนในที่สุดก็แน่นิ่งไป
ฉินจื่อเหวินจ้องมองจระเข้ เขารอดูว่าจระเข้ตัวนี้จะ "ดร็อป" การ์ดออกมาหรือเปล่า
สามวินาที สี่วินาที...
จนกระทั่งมีคนเอาขวานมาสับคอจระเข้จนหัวเกือบขาด ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ดูท่าจระเข้ตัวนี้จะยังไม่เข้าเกณฑ์สิ่งมีชีวิตทรงพลังของพื้นที่นี้
ชายฉกรรจ์สิบกว่าคน ต้องใช้ผ้าม่านปิดตามันก่อน แล้วใช้อาวุธยาวรุมโจมตีบนบกถึงจะจัดการมันได้
"จระเข้ตายแล้ว?"
"สุดยอด!"
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ข้างหลังทยอยเดินเข้ามา บางคนทำใจกล้าลองเอาเท้าเขี่ยซากจระเข้ดู
หวงเทาไม่รู้ไปเอาตลับเมตรมาจากไหน เดินเข้าไปวัดขนาด
"ยาวห้าเมตรกับอีกสามเซ็นฯ!"
"โห ยาวเอาเรื่องนะเนี่ย"
"พวกคุณเก่งกันจัง จระเข้ตัวเบ้อเริ่มขนาดนี้ ฆ่าได้เฉยเลย"
หนุ่มไรเดอร์ที่เคยเป็นคนเลี้ยงจระเข้นั่งลงมองซากด้วยความทึ่ง "จระเข้ยาวห้าเมตรในธรรมชาติหาดูยากมาก ต่อให้ในสวนสัตว์ก็น้อยตัวที่จะเลี้ยงจนโตได้ขนาดนี้"
เพราะเคยเลี้ยงจระเข้ เขาถึงรู้ดีว่าจระเข้ไซส์นี้ในธรรมชาติน่ากลัวขนาดไหน
ฉินจื่อเหวินผละออกมาจากฝูงชน เดินไปหารปภ. ที่โดนหางจระเข้ฟาดกระเด็นเมื่อกี้
เขาถูกคนลากไปนั่งพิงกำแพงด้านหลัง ขาท่อนล่างส่วนที่ไม่มีอะไรปกปิดบิดเบี้ยวผิดรูป เลือดโชกไปทั้งขา กระดูกสีขาวแทงทะลุเนื้อออกมา คาดว่ากระดูกหน้าแข้งคงหักยับ
ถ้าส่งโรงพยาบาลได้ทันทีก็น่าจะพอรักษาได้ แต่อยู่ที่นี่คงต้องทำใจว่าพิการแน่
รปภ. หน้าซีดเผือด เหงื่อท่วมตัว ตาปิดสนิท เลือดไหลนองพื้น
ชายวัยกลางคนสวมแว่นนั่งยองๆ ข้างรปภ. ตรวจดูอาการอย่างละเอียดแล้วลุกขึ้น "ถ้าไม่ผ่าตัดทันที โอกาสรอดต่ำมาก ตอนนี้เขาช็อกจากการเสียเลือดมากที่เส้นเลือดใหญ่ ต้องรีบให้เลือดด่วน ที่นี่ไม่มีเครื่องมือผ่าตัด เขาพอจะมีญาติไหม..."
"หมอหลิน รปภ. พวกนี้บ้านไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกครับ"
หมอหลินส่ายหน้าอย่างเสียดาย "จากประสบการณ์ของผม ต่อให้โชคดีช่วยกลับมาได้ ผลข้างเคียงก็ร้ายแรงมาก แล้วยิ่งไม่มีญาติคอยดูแลด้วย"
ตาแก่ข้างๆ พูดขึ้น "หมอหลินยังบอกว่าไม่รอด เฮ้อ พ่อหนุ่มนี่ดวงซวยจริงๆ"
ยายสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกส่ายหน้า "หมอหลินเป็นหมอใหญ่โรงพยาบาลประจำเมือง แกยังรักษาไม่ได้ ก็คงหมดหนทางแล้วล่ะ"
"หมอหลินเป็นถึงผอ. ไม่ใช่เหรอ ผอ. ก็ช่วยไม่ได้เหรอ?"
หมอหลินหน้าเขียว ผมเป็นหมอนะ ไม่ใช่เทวดา
ถ้าคุณหาห้องฉุกเฉินให้ผมได้ ผมยังพอจะลองดู แต่นี่ไม่มีอะไรเลย จะให้ผมเอาอะไรไปรักษา
หวงเทาแหวกฝูงชนเข้ามา นั่งลงเขย่าตัวรปภ. เบาๆ "โต้วกู่ โต้วกู่"
เปลือกตาโต้วกู่สั่นระริก ริมฝีปากขยับ แต่สุดท้ายก็ไม่มีเสียงตอบรับ
หมอหลินอธิบาย "ช็อกไม่ใช่การหลับ แต่คือระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว สมองและอวัยวะสำคัญขาดเลือดและออกซิเจนอย่างรุนแรง เป็นการหมดสติทางสรีรวิทยา"
หวงเทาฟังแล้วลังเล "งั้นเขา... ไม่รอดแล้ว?"
หมอหลินถอนหายใจเบาๆ ไม่ตอบคำถาม
เจิ้งหยวนเดินเข้ามา มองดูโต้วกู่ที่นอนช็อกอยู่ ลังเลนิดหนึ่ง "เสียดายพี่ชายคนนี้... เรามาแบ่งเนื้อกันเถอะ อากาศแบบนี้เก็บไว้ไม่นานเดี๋ยวจะเน่าหมด"
หวงเทาพยักหน้า "ตกลง"
เจิ้งหยวนยื่นมือให้ฉินจื่อเหวิน แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม "เมื่อกี้ใจกล้ามากเพื่อน แทงหอกเข้าปากจระเข้เน้นๆ เลย ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันเจิ้งหยวน อยู่ตึกสาม"
ทั้งสองจับมือกัน
"ฉินจื่อเหวิน ตึกแปด"
พี่เติ้งเดินหัวเราะร่ามาจากด้านข้าง "น้องฉิน เมื่อกี้แทงได้แม่นมาก อาศัยบารมีน้องชายแท้ๆ เลยได้ปลาตัวยาวห้าเมตร ทั้งชีวิตพี่ไม่เคยตกได้ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน"
ฉินจื่อเหวินถ่อมตัว "ทุกคนช่วยกันถึงทำได้ ลำพังผมคนเดียวคงจัดการจระเข้ไม่ไหวหรอกครับ"
มีคนยกตาชั่งกับกะละมังใบใหญ่มาจากบ้าน
การแบ่งเนื้อจระเข้กินเวลาไปค่อนเช้า
คนมุงดูเยอะมาก บางคนพยายามใช้หลักจริยธรรมมาอ้างขอส่วนแบ่ง
เจิ้งหยวนผู้เลือดร้อนด่าเปิงกลับไป "ไปตายซะ ตอนฆ่าจระเข้ไม่เห็นหัว พอตอนแบ่งเนื้อเสนอหน้ามาเชียว ในแม่น้ำมีจระเข้เพียบ อยากกินก็ไปฆ่าเอง!"
เจิ้งหยวนกำลังหั่นเนื้ออยู่ พอพูดจบก็ลุกขึ้นชูมีดเลาะกระดูกในมือ ทำเอาคนคนนั้นรีบหดหัวกลับเข้าฝูงชนไป
หวงเทาช่วยแก้สถานการณ์ "น้องเจิ้ง นายแล่เนื้อคล่องดีนี่นา เมื่อก่อนทำงานอะไร"
เจิ้งหยวนตวัดมีดเลาะกระดูก ฉับเดียวก็ได้เนื้อแดงๆ ออกมาชิ้นหนึ่ง "คนฆ่าหมูน่ะสิ จระเข้นี่ให้เนื้อน้อยชะมัด น่าจะได้แค่ครึ่งเดียวของหมู"
สุดท้ายฉินจื่อเหวินได้เนื้อมาแปดสิบจิน
จระเข้ตัวนี้แล่เนื้อออกมาได้ทั้งหมดหกร้อยสี่จิน คนที่ลงมือฆ่าจระเข้มีทั้งหมดสิบหกคน โต้วกู่เกิดอุบัติเหตุ เขาข้ามมิติมาตัวคนเดียว คนอื่นเลยถือวิสาสะข้ามส่วนของเขาไป
เจิ้งหยวนรับหน้าที่แบ่งเนื้อ การชำแหละจระเข้หนักหนึ่งถึงสองตันเป็นงานใช้แรง คนทั่วไปทำไม่ไหวหรอก
ส่วนเกินสี่จินนั้นเลยถือเป็น "ค่าแรง" ของเจิ้งหยวน
ฉินจื่อเหวินกับฉินจื่ออู่เป็นพี่น้องกัน รวมกันเลยได้ไปแปดสิบจิน
เนื้อหนักอึ้งอยู่ในถุง เนื้อจระเข้สีออกขาว มีลายเส้นสีชมพูจางๆ แทรกอยู่
ส่วนที่เขาได้คือเนื้อส่วนหาง มองไกลๆ เหมือนอกไก่ชิ้นยักษ์ที่เส้นใยหยาบกว่า
พอได้เนื้อแล้ว ไม่ใช่แค่ฉินจื่อเหวิน พี่เติ้งเองก็หมดอารมณ์ตกปลา
เนื้อก้อนโตขนาดนี้ พอให้คนในครอบครัวกินไปได้อีกนาน
เหล่าหลิวตาแดงด้วยความอิจฉา สี่สิบจินเชียวนะ! เมื่อวานเขานั่งตกปลาทั้งวันได้ปลามาแค่สองจินกว่าเอง
(จบแล้ว)