- หน้าแรก
- สมรภูมิระดับโลก ผมมีระบบสุ่มการ์ดไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 17 แลกซื้อปืนลูกซอง
บทที่ 17 แลกซื้อปืนลูกซอง
บทที่ 17 แลกซื้อปืนลูกซอง
บทที่ 17 แลกซื้อปืนลูกซอง
ค่ำคืนที่มืดมิดได้มาเยือนอีกครั้ง
ความเงียบสงบที่คงอยู่มาตลอดทั้งวันของหมู่บ้านหลงเฉิงตี้จิ่งกำลังถูกทำลายลง เริ่มมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะมาจากภายนอก พร้อมกับเสียงโหยหวนที่ไม่แน่ชัดว่าเป็นของมนุษย์หรือชาวบากาตัน
การปรากฏตัวของหน่วยเจียงปินไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เพียงวันเดียว ชาวบากาตันแทบจะกระจายตัวไปทั่วทั้งเมือง ฝ่ายกองทัพมนุษย์เองก็กระจายกำลังออกปฏิบัติการทั่วเมืองเช่นกัน
มีกองกำลังหลายหน่วยได้เดินทางมาถึงบริเวณใกล้เคียงแล้ว
ทว่าการมาถึงของพวกเขา ก็ได้ดึงดูดชาวบากาตันจำนวนมากตามมาด้วย
เส้นทางของหลินฉวินทำให้เขาเดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านหลงเฉิงตี้จิ่งได้รวดเร็วกว่า
อันดับของเขายังคงรั้งตำแหน่งที่สามไว้อย่างเหนียวแน่น
ผู้รอดชีวิตที่เคยออกไปออหน้าประตูหมู่บ้านหายไปหมดแล้ว แต่กลับมีผู้รอดชีวิตออกมาเคลื่อนไหวภายในหมู่บ้านมากขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไป ย่อมมีคนที่ใจกล้าพอและไม่อยากซ่อนตัวอยู่ในที่พักอีกต่อไป
ทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงความจริงที่ว่า: หลบได้ชั่วคราว แต่หลบไปตลอดกาลไม่ได้
หลินฉวินกลับมาที่หมู่บ้านแต่ยังไม่ขึ้นตึก เขาเก็บหน้ากากตือโป๊ยก่ายแล้วนั่งพักผ่อนบนม้านั่งใต้ตึก
ยามค่ำคืนอาจเป็นประโยชน์ต่อชาวบากาตันมากกว่า แต่มันก็เป็นประโยชน์ต่อหลินฉวินเช่นกัน
เพียงแต่ตอนนี้เขาสูญเสียพลังกายไปมาก และเรี่ยวแรงก็แทบไม่เหลือ จึงต้องการเวลาสักพักเพื่อฟื้นฟู
เขาวางแผนว่าทันทีที่หายเหนื่อย จะออกไปล่าต่อทันที เพื่อสะสมแต้มผลงานให้มากขึ้น และรักษาตำแหน่งอันดับสามเอาไว้
แม้ว่าวันนี้เขาจะสามารถโต้กลับพวกชาวบากาตันที่ไล่ล่าเขาได้ แต่มันกลับทำให้หลินฉวินรู้สึกว่าเขาสามารถถูกคุกคามได้ทุกเมื่อ
มีเพียงการแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ถึงจะเปลี่ยนจากการรอดตายอย่างหวุดหวิด เป็นการที่ไม่มีใครสามารถคุกคามเขาได้อีก!
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ขึ้นห้อง และเตรียมพร้อมที่จะกลับเข้าสู่สมรภูมิทุกเมื่อ
ในระหว่างนั้น เขาคอยระวังตัวไปพร้อมกับการเปิดดูร้านค้าแต้มผลงาน
ของในนั้นส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่มีให้เลือกละลานตา
แต้มผลงาน 1 แต้ม สามารถแลกปืนพก มีดสั้นไทเทเนียม มีดปังตอ และอื่นๆ
หากมี 2 แต้ม ก็สามารถแลกปืนลูกซองหรือปืนไรเฟิลได้แล้ว
ส่วน 3 แต้ม สามารถแลกเครื่องยิงจรวดขนาดเล็กได้
หลินฉวินที่มี 3 แต้มในมือ จ้องมองเครื่องยิงจรวดด้วยความอยากได้อยู่พักหนึ่ง
สุดท้าย เขาตัดสินใจเลือกแลกปืนลูกซองหนึ่งกระบอกโดยใช้ 2 แต้มผลงาน และอีก 1 แต้มที่เหลือแลกกับกระสุนปืนลูกซองจำนวน 10 นัด
เช่นเดียวกับยาฟื้นฟูพลังจิต เมื่อยืนยันการแลกซื้อ แสงสีดำก็วาบขึ้น ปืนลูกซองที่มีน้ำหนักอึ้งก็ปรากฏขึ้นในมือของหลินฉวินทันที
แต้มผลงาน 3 แต้มนั้นไม่พอสำหรับการสุ่มการ์ด หลินฉวินจึงอยากเปลี่ยนมันให้เป็นความสามารถในการป้องกันตัวที่จับต้องได้ในทันที ในสถานการณ์ช่นนี้ ปืนลูกซองคือตัวเลือกที่ดีที่สุด
โดยมันสามารถใช้เป็นอาวุธสำรองในตอนที่พลังจิตของเขาหมดลง จะใช้ยิงพวกบากาตันหรือใช้ยิงคนก็ได้
ปืนลูกซองกระบอกนี้เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ สามารถบรรจุกระสุนได้สูงสุด 5 นัด ซึ่งช่วยอุดช่องโหว่ของทักษะระเบิดหัวได้เป็นอย่างดี
หลินฉวินถอดเสื้อคลุมออกมาห่อปืนไว้ก่อนจะสะพายไว้ที่ข้างหลัง
ภายในหมู่บ้านมืดสนิท มีเพียงเงาตะคุ่มเคลื่อนไหววูบวาบ
ผู้คนที่ออกมาข้างนอกในเวลาเช่นนี้ จะต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง ไม่อย่างนั้นคงไม่ทนดมกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและอันตรายที่อาจเกิดได้ทุกเมื่อ
และแน่นอนว่าไม่มีใครสังเกตเห็นหลินฉวินเลยสักคน
เขานั่งพักอยู่ประมาณ 7-8 นาที ก็ได้ยินเสียงร้องดังมาจากส่วนลึกของหมู่บ้าน
หลินฉวินลุกขึ้นและพุ่งตัวไปยังทิศทางของเสียงร้องทันที ในขณะที่ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ต่างพากันวิ่งหนีในเงามืดไปยังทิศตรงกันข้าม
สำหรับพวกเขาแล้ว ชาวบากาตันคือฝันร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่นานหลินฉวินก็พบกับต้นตอของเสียง นั่นคือเสียงของชายร่างอ้วนที่บังเอิญไปเจอกับชาวบากาตันตนหนึ่งที่ปีนข้ามรั้วหลังหมู่บ้านเข้ามาพอดี
หลินฉวินเข้าใกล้เป้าหมายแล้วยกปากกระบอกปืนขึ้น
นี่คือการลองใช้ปืนลูกซองครั้งแรกของเขา
"ตูม!"
เสียงปืนอันหนักหน่วงสะท้อนก้องไปทั่วหมู่บ้าน หลินฉวินกลายเป็นนักล่าในเงามืดอย่างสมบูรณ์แบบ เขาอาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่เข้าประชิดชาวบากาตัน จนกระทั่งวินาทีก่อนจะลั่นไก ชาวบากาตันตนนั้นยังไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย
หลินฉวินเล็งไปยังหัวของชาวบากาตัน แต่ด้วยแรงถีบของปืนที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้กระสุนพลาดเป้าไปเล็กน้อย
โชคดีที่ปืนลูกซองมีระยะหวังผลกว้าง การยิงนัดนี้จึงกระแทกร่างของชาวบากาตันเดนตายตนนั้นจนกระเด็นไปข้างหลัง พร้อมกับปรากฏรูพรุนที่มีเลือดไหลกระฉูดออกมา
พวกชาวบากาตันเดนตายพวกนี้ ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอย่างชาวบากาตันที่หลินฉวินเจอก่อนหน้า ชุดที่ใส่ก็ดูแปลกประหลาด แถมยังไม่ใช่เกราะป้องกันอีก
แม้ผลลัพธ์หลังจากการยิงจะน่าเป็นห่วงเนื่องจากชาวบากาตันตนนั้นยังไม่ตาย แต่หลินฉวินกลับรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ นี่คือความสะใจอันเป็นเอกลักษณ์ของการกระหน่ำยิงอย่างไม่ต้องสงสัย
ถ้าเป็นมนุษย์ทั่วไป โดนปืนลูกซองยิงระยะขนาดนี้ ไม่ตายก็พิการไปแล้ว แต่ชาวบากาตันตนนี้กลับดุร้ายยิ่งกว่าเดิม มันพยายามหาต้นตอของสิ่งที่ทำให้มันบาดเจ็บ
และในวินาทีถัดมา…เสียง "ปัง!" ก็ดังขึ้น
ร่างที่ไร้หัวขนาดมหึมาก็ได้ล้มลงกับพื้นเสียงดัง
หลินฉวินใช้ทักษะระเบิดหัวเพื่อปิดงาน
กระสุนเหลือเพียง 9 นัดเท่านั้น เขาแค่ลองยิงให้รู้มือก็พอแล้ว ที่เหลือต้องเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น
เหตุผลหนึ่งที่เลือกปืนลูกซองคือ อาวุธชนิดนี้ไม่ต้องฝึกความแม่นยำก็สามารถแสดงอานุภาพได้
หลินฉวินไม่ได้มีแต้มผลงานเหลือเฟือพอจะเอาไปทิ้งกับการซื้อกระสุน
แต้มผลงานเพิ่มขึ้น 1 แต้ม ทำให้อันดับสามของหลินฉวินมั่นคงขึ้นไปอีก
จากนั้นเขาจึงเข้าไปตรวจสอบศพของชาวบากาตันตนนั้น
นี่คือชาวบากาตันที่อาภัพที่สุดเท่าที่หลินฉวินเคยเห็นมา
มันไม่มีแม้กระทั่งปืนสักกระบอกเดียว
หลินฉวินถึงกับคิดภายในใจ :"ไม่ใช่ว่าพวกฉายเดี่ยวจะต้องเก่งเสมอไป…บางทีอาจจะเป็นพวกที่ไม่มีใครเอาก็ได้"
ทว่าในตอนนั้นเอง หลินฉวินกลับได้ยินเสียงความวุ่นวายดังมาจากหน้าหมู่บ้าน
หมู่บ้านที่เคยมืดมิดกลับสว่างไสวขึ้นมาทันที
หลินฉวินชะงักเล็กน้อยก่อนจะห่อปืนแล้วรีบก้าวไปข้างหน้า และพบว่าระหว่างทางนั้น ผู้รอดชีวิตในตึกต่างพากันรีบวิ่งลงมาข้างล่าง แม้แต่ฟ่านเหวินฉวนและหลี่ซิงเหอก็ออกมาด้วย
ก่อนหน้านี้ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ภายใต้แสงไฟที่สว่างไสวขึ้นมา ดวงตาของแต่ละคนกลับเป็นประกายด้วยแสงแห่งความหวังที่ไม่ได้เห็นมานาน
"ทหาร! ทหารมาแล้ว!"
"ทหารมาช่วยแล้ว! พวกเรารอดแล้ว! ผมบอกแล้วว่าพวกเขาจะไม่ทอดทิ้งพวกเรา!"
ทหารหน่วยที่มาถึงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือกลุ่มของเจียงปินที่เขาเพิ่งสบตากันผ่านกองไฟเมื่อครู่นั่นเอง
พวกเขาสลัดการตามล่าของชาวบากาตันได้ และตามรอยมาจนถึงหมู่บ้านหลงเฉิงตี้จิ่ง เพียงแต่ตำแหน่งเดิมของพวกเขาต้องเดินอ้อม จึงมาถึงช้ากว่าเล็กน้อย
เจียงปินมองดูผู้รอดชีวิตนับร้อยคนที่อยู่ตามตึกต่างๆ ก็รู้สึกตกใจ
เขาไม่นึกว่าที่นี่จะมีคนเยอะขนาดนี้ เขายืนขึ้นบนที่สูง โบกมือสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียง แล้วกล่าวว่า "ทุกคนเงียบก่อนครับ! พวกเราคือทหารจากกองพลยานเกราะที่ 6 กรม 3 กองพัน 2 กองร้อย 6 หมวด 9 หมู่ 3 แห่งสหพันธรัฐเมืองโม๋ตู"
"ผมคือหัวหน้าหมู่เจียงปินครับ"
"พวกเราไม่เคยทอดทิ้งประชาชนครับ กำลังหลักของเรากำลังปะทะกับพวกบากาตันอยู่ และเราไม่ได้เป็นรอง พวกเราจะทำสุดความสามารถเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของทุกคน ผมขอเอาชีวิตเป็นประกัน แต่พวกเราต้องการความร่วมมือจากพวกคุณ"
"ผมต้องการให้ทุกคนใจเย็นและอยู่ในความสงบ พยายามอย่าส่งเสียงดังเกินไป ปฏิบัติตามคำแนะนำในการหลบซ่อนของเรา และหากใครที่มีความสามารถพอและเต็มใจจะช่วยพวกเรา ก็ขอให้ก้าวออกมาเพื่อช่วยกันต่อต้านชาวบากาตันครับ"
ฝูงชนเริ่มมีเสียงพึมพำด้วยความลังเล
"ทหารแค่ไม่กี่คนจะคุ้มครองเราได้เหรอ?"
"ไหนว่าทหารมา นึกว่าจะมาเป็นกองทัพ จบกัน... มีแค่นี้แถมยังจะมาขอยืมแรงเราอีก... พวกเราตายแน่!"
"แล้วกำลังหลักอยู่ที่ไหน! เมื่อไหร่เราจะได้ไปอยู่ในที่ปลอดภัย!"
"ทุกคนเงียบก่อน เราต้องเชื่อมั่นในตัวเหล่านักรบของกองทัพ..."
เจียงปินมองภาพตรงหน้าแล้วสูดหายใจลึก "ทุกคนโปรดอย่าเพิ่งวู่วาม พวกเราเป็นเพียงหน่วยแรกที่มาถึง เท่าที่ผมทราบ ยังมีกำลังอีกสองหมู่ที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่"
"เรามีกำลังพลเพียงพอที่จะปกป้องทุกคน แต่ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือด้วย หากส่งเสียงดังเกินไป อาจจะดึงดูดชาวบากาตันกลุ่มใหญ่มาได้!"
พอพูดถึงชาวบากาตัน ผู้คนก็เริ่มสงบลงชั่วคราว
คำอธิบายเพิ่มเติมของเจียงปินดูเหมือนจะพอทำให้คนพอใจได้บ้าง
ทุกคนเงียบเสียงลงครู่หนึ่ง
ในจังหวะนั้น เจียงปินก็กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วถามขึ้นมาตรงๆ ว่า "พวกคุณ... ใครคือหลี่ซิงเหอ?"
คำถามนี้สร้างความตกใจให้กับทุกคน ไม่มีใครคิดว่าทหารคนนี้จะรู้จักยอดฝีมือในหมู่พวกเขาตั้งแต่แรกเห็น
ทุกคนต่างหันไปมองหลี่ซิงเหอ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นยอดฝีมือที่คนในหมู่บ้านหลงเฉิงตี้จิ่งแทบทุกคนรู้จักไปแล้ว ทว่าหลี่ซิงเหอที่ตกเป็นเป้าสายตากลับมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เพราะเมื่อครู่ในตอนที่ทุกคนวิ่งกรูออกมาด้วยความโกลาหล เขาถูกใครบางคนชนเข้า และมีกระดาษแผ่นหนึ่งถูกยัดใส่มือมา
บนนั้นเขียนข้อความไว้อย่างชัดเจนว่า: ถ้าทหารมาตามหาแก ไม่ว่าจะถามอะไร ให้แกบอกว่าเป็นคนทำทั้งนั้น ทำตัวดีๆ แล้วจะรับประกันว่าแกจะไม่ตาย รู้ใช่ไหมถ้าไม่ทำตามจะเกิดอะไรขึ้น?
หลี่ซิงเหอจะไม่รู้ได้อย่างไร
นี่มันฝีมือของท่านยอดฝีมือคนนั้นอีกแล้วแน่ๆ!
หลี่ซิงเหอเขาร้องไห้อยู่ในใจ พร้อมกับตัดพ้อ : ฉันก็แค่ไอ้กระจอกคนนึงแท้ๆ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับฉันด้วยนะ?
แต่เขาก็ตกกระไดพลอยโจนไปแล้ว และไม่กล้าล่วงเกินท่านยอดฝีมือที่ไปมาไร้ร่องรอยและมีพลังน่าสะพรึงกลัวคนนั้น เพราะกลัวว่าถ้าทำให้ฝ่ายนั้นไม่พอใจ หัวของเขาอาจจะระเบิดไปแบบไม่รู้ตัวท่ามกลางฝูงชน
ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันก้าวออกมาท่ามกลางสายตานับร้อยคู่
"ผะ... ผมเอง!"