- หน้าแรก
- ปั๊มเลเวลไวทะลุพิกัด เริ่มจัดตั้งแต่ช่วงเบต้า
- บทที่ 19 - เข้าเกม
บทที่ 19 - เข้าเกม
บทที่ 19 - เข้าเกม
บทที่ 19 - เข้าเกม
โลกกุยซู, หมู่บ้านเสี่ยวสือถาน
ในห้องพักไม่ไกลจากเตาผิงบรรพกาล ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง ข้างกายมีหนังสือ <สารานุกรมภัยพิบัติ> วางอยู่
เห็นหนังสือเปิดค้างอยู่ที่หน้าเดิมที่เขาอ่านก่อนไป หลินอันก็พยักหน้า
เป็นอย่างที่สำนักงานจัดการพลังพิเศษบอกจริงๆ ผู้เล่นอยู่ที่โลกไหน เวลาของอีกโลกจะหยุดนิ่ง
'เป็นพลังระดับพระเจ้าชัดๆ'
หลินอันทอดถอนใจ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง
ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มสว่าง แสงไฟจากเตาผิงบรรพกาลที่ลุกโชนตลอดคืนเริ่มหรี่ลงเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานเมื่อมีแสงอาทิตย์
"เอาล่ะ... ได้เวลาเข้าทีมล่าสัตว์แล้ว"
หลินอันตัดสินใจเด็ดขาด
สำหรับผู้เล่นที่ส่วนใหญ่พาตัวเองมาถึงหมู่บ้านเริ่มต้นได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้มีเรื่องเดียว คือตีมอนเก็บเลเวลเพิ่มความแกร่ง
เพียงแต่บทลงโทษที่ว่า 'ตายแล้วลบไอดีลบความจำ' มันทำให้คนไม่กล้าเสี่ยง
คิดแบบนั้นก็ไม่ผิด เพราะต้องรอดถึงจะทำดาเมจได้ ขืนซ่าจนตัวตาย ของที่หามาได้ก็สูญเปล่า
แต่... พอมียันต์แทนตัว 2 ใบ สถานการณ์มันเปลี่ยนไปคนละเรื่อง!
ใบนึงกันตาย ใบนึงใช้วาร์ป เว้นแต่จะซวยไปเจอตัวอะไรที่กล้าบุกเข้ามาฆ่าแกงกันถึงในหมู่บ้านเสี่ยวสือถาน ไม่งั้นเขาก็แทบจะเป็นอมตะ!
และถ้าเจอตัวระดับที่หมู่บ้านยังเอาไม่อยู่ ต่อให้มุดหัวเก็บเวลอยู่ในหมู่บ้านก็ตายอยู่ดี หนีไม่พ้นหรอก
เปิดหน้าต่างระบบ หลินอันมองมุมขวาบน
[นับถอยหลังกลับสู่โลกจริง: 71:57:30]
"รอบนี้ให้อยู่ยาว 3 วันเลยแฮะ"
แปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะช่วงทดสอบเกมมันก็เอาแน่เอานอนเรื่องเวลาไม่ได้อยู่แล้ว
เปิดหน้าต่างสถานะผู้เล่น
[ผู้เล่น: หลินอัน
เลเวล: 3
พรสวรรค์: สมดุลสามมิติ
ค่าประสบการณ์: 0%
จิง (กาย): 14 (+2)
ชี่ (พลังงาน): 14 (+2)
เสิน (จิต): 14
สกิล: วิชาพยัคฆ์วิหค (ขั้นกลาง), ยันต์แทนตัว (ขั้นกลาง)
ไอเทม: ยันต์อวตารสกิล, หน้ากากหน้าแมว, ลูกแก้วอัคคี, ยาฟื้นฟูระดับต้น *2...
สถานะปัจจุบัน: ดี]
ด้วยผลของพรสวรรค์ ค่าสถานะทั้งสามพุ่งไปที่ 14 แต้ม รวมเป็น 42 แต้ม!
นั่นหมายความว่า ยันต์แทนตัวของเขาสามารถวาร์ปกลับจุดเซฟได้ในระยะ 42 กิโลเมตร!
ระยะนี้เหลือเฟือมาก
เพราะทีมล่าสัตว์ส่วนใหญ่หากินอยู่รอบๆ หมู่บ้าน ไม่ได้ออกไปไกลมากนัก
แถมต่อให้ไม่นับเวลาล่าสัตว์ สำหรับผู้ฝึกตนเลเวลต่ำ การเดินทางไปกลับเกือบ 100 กิโลเมตรในเวลากลางวันอันสั้นจุ๊ดจู๋นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
ต้องรู้ก่อนว่าสมาชิกทีมล่าสัตว์ทั่วไปเลเวลแค่ 2-4 ค่าร่างกายส่วนใหญ่ยังสู้เขาไม่ได้เลย เรื่องจิตกับพลังงานยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ซ่อนยันต์แทนตัวใบหนึ่งไว้ในห้อง พอหลินอันเดินออกมา ก็เห็นเถียนเซิ่งกำลังเดินตรงมาหาพอดี
"พี่เถียน อรุณสวัสดิ์ครับ"
"อรุณสวัสดิ์"
เถียนเซิ่งยิ้มกว้าง "น้องหลิน พี่มีข่าวดีมาบอก"
ไม่อ้อมค้อม เถียนเซิ่งพูดเลย "ท่านผู้ใหญ่บ้านพอรู้ว่าน้องอ่านคัมภีร์วิชาพยัคฆ์วิหคจบเดียวแล้วบรรลุขั้นต้นได้เลย ท่านตกใจมาก ตัดสินใจควักกระเป๋าตัวเองสนับสนุนน้องเดือนละ 1,000 เหรียญกุยซู!"
"ท่านยังบอกอีกว่า ถ้าน้องฝึกจนถึง 'ขั้นกลาง' เมื่อไหร่ รับรางวัลไปเลย 10,000 เหรียญ!"
ขั้นกลาง?
หลินอันกระพริบตาปริบๆ ถ้าเถียนเซิ่งกับผู้ใหญ่บ้านรู้ว่าตอนนี้เขาฝึกถึงขั้นกลางไปแล้ว จะทำหน้ายังไงนะ?
แต่คิดแล้วก็เหยียบเบรกไว้ก่อน อย่าเพิ่งบอก ให้เวลาพวกเขาทำใจหน่อย
เพราะ 'เร็วกว่าก้าวหนึ่งคืออัจฉริยะ เร็วกว่าสิบก้าวคือคนบ้า'
"แน่นอน เรื่องนี้ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ประกาศให้คนนอกรู้ รู้กันแค่พวกเรานะ"
"รับทรัพย์เงียบๆ อย่าเอ็ดไป"
พูดจบ เถียนเซิ่งทำหน้าเจ้าเล่ห์แบบขำๆ จนหลินอันรู้สึกตลก
"เข้าใจครับ"
หลินอันพยักหน้า แล้วพูดต่อ "จริงสิพี่เถียน ผมอยากเข้าทีมล่าสัตว์ครับ"
"หือ? พี่กะไว้แล้วเชียว"
เถียนเซิ่งไม่แปลกใจ กลับทำหน้ามั่นใจ "ตอนนั้นพี่ก็รู้สึกแล้วว่าน้องหลินไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่อย่างธรรมดาๆ ไม่งั้นคงไม่กล้าไปบวกกับมนุษย์ปลอมเลเวล 3 หรอก"
"และการเข้าทีมล่าสัตว์ คือทางเลือกที่ทำให้พัฒนาเร็วที่สุด!"
"ป่ะ เดินไปคุยไป"
ในฐานะหัวหน้าใหญ่กองล่าสัตว์ เถียนเซิ่งรู้ระบบงานดีที่สุด เขาอธิบายให้หลินอันฟังระหว่างเดิน
"ทีมล่าสัตว์แบ่งเป็นทีมย่อยๆ ต้องเป็นผู้ฝึกตนเลเวล 5 ขึ้นไปถึงจะเป็นหัวหน้าทีมพาลูกทีมออกไปล่าได้"
"ทีมเราค่อนข้างอิสระ แค่ทำยอดให้ถึงเป้า จะมาทำงานตอนไหนก็ได้"
"ถ้าล่าได้เกินเป้า จะเก็บไว้เองหรือขายให้หมู่บ้านก็ได้ แลกเงินได้โขอยู่"
"จริงสิ!"
เถียนเซิ่งชะงัก หันมาถาม "จะว่าไปพี่ยังไม่รู้เลย น้องหลินเฉวียนเลเวลเท่าไหร่แล้ว?"
"เลเวล 5 ครับ"
หลินอันตอบทันควันแบบไม่ต้องคิด
เขาไม่ได้กะจะปาร์ตี้กับ NPC อยู่แล้ว เพราะของวิเศษและร่างอวตารที่มีมันไม่เหมาะจะโชว์ให้ใครเห็น เดี๋ยวความแตก
ดังนั้น การเป็นหัวหน้าทีมที่ฉายเดี่ยวได้ คือทางเลือกที่ดีที่สุด
"จริงดิ?"
เถียนเซิ่งทำหน้าไม่อยากเชื่อ
ถึงเขาจะไม่มีสกิลตรวจสอบ แต่ด้วยสัญชาตญาณระดับกึ่งยอดมนุษย์ (Half-step Superhuman) เขารู้สึกว่าหลินอันน่าจะอยู่แค่เลเวล 3-4
นิ่งคิดไป 2 วินาที เถียนเซิ่งบอก "น้องหลิน ลองระเบิดพลังหมัดใส่พี่ทีซิ"
"เอ่อ... งั้นพี่เถียนระวังตัวด้วยนะครับ"
รู้ว่าเถียนเซิ่งอยากทดสอบ หลินอันเลยไม่ยั้งมือ
พลังงาน 14 แต้มระเบิดออกมาตูมเดียว หมัดหนักหน่วงพุ่งเข้าใส่เถียนเซิ่งเต็มรัก!
"ปัง!"
เสียงปะทะดังสนั่น คลื่นลมกระจายออกจากจุดศูนย์กลาง!
ท่ามกลางคลื่นลม เถียนเซิ่งใช้มือเดียวรับหมัดนั้นไว้ได้สบายๆ แต่สีหน้ากลับครุ่นคิด
"พลังงานถือว่าใช้ได้ แต่ค่ากายภาพแค่คาบเส้นเลเวล 5 เองมั้ง"
เหมือนนึกอะไรได้ เขาถามอย่างแปลกใจ "หรือว่า... แต่ก่อนน้องหลินเน้นฝึกสายจิต?"
"ใช่ครับ"
หลินอันพยักหน้า แล้วเริ่มแต่งนิยายชีวิตตัวเองทันทีแบบตาไม่กระพริบ
"ความจริงแล้ว... ผมมาจากตระกูลผู้ใช้อาคมน่ะครับ"