- หน้าแรก
- มิติเพาะปลูกระดับเทพ
- ตอนที่ 49 จัดเตรียมเสบียง
ตอนที่ 49 จัดเตรียมเสบียง
ตอนที่ 49 จัดเตรียมเสบียง
ตอนที่ 49 จัดเตรียมเสบียง
ค่ำคืนผ่านไปโดยไร้เรื่องราวใดๆ
เนื่องจากมัวแต่คิดเรื่อง 'มิติต้นกำเนิดอันโกลาหล' เย่เทียนจึงนอนไม่ค่อยหลับ พอรุ่งสางเขาก็รีบลุกขึ้นมา เข้าไปในมิติต้นกำเนิดอันโกลาหลเพื่อศึกษาเรื่องที่เขาอยากรู้ทันที
ทว่าเขาเพิ่งจะฝังเศษ 'เสื้อเกราะมาร' ที่ฟันมาจากร่างของเหลยเทียนเป้าลงไปในดินดำ เสียงเคาะประตูของเย่เชี่ยนเชี่ยนก็ดังขึ้นจากด้านนอก "ท่านพี่! เลิกนอนกินบ้านกินเมืองได้แล้ว ท่านแม่ให้ข้ามาตามท่านไปตลาดเพื่อซื้อของเตรียมตัวไปสำนักศึกษาตระกูลม่อด้วยกัน ขืนไปช้าเดี๋ยวของดีๆ จะหมดเสียก่อนนะ"
"รู้แล้วๆ รอประเดี๋ยว ข้ากำลังจะออกไปแล้ว!" เย่เทียนรีบออกจากมิติต้นกำเนิดอันโกลาหล หยิบชุดยาวสีดำตัวใหม่มาเปลี่ยน
เขาไม่อยากให้น้องสาวเห็นคราบดินดำติดอยู่บนเสื้อผ้าตั้งแต่เช้าตรู่หรอกนะ
หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ เย่เทียนก็เปิดประตูออกมา และต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าวันนี้เย่เชี่ยนเชี่ยนสวมชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนตัวใหม่ ประดับด้วยปิ่นปักผมหยกตานกเฟิ่งหวง ดูงดงามบริสุทธิ์และสดใสไร้เดียงสายิ่งนัก
"ท่านพี่!" เย่เชี่ยนเชี่ยนหมุนตัวให้ดูอย่างเริงร่า "ชุดใหม่ที่ข้าเพิ่งซื้อมาเมื่อวาน สวยไหมเจ้าคะ?"
"อืม สวยมากเลยล่ะ!" เย่เทียนตอบตามตรง
เย่เชี่ยนเชี่ยนกะพริบตาอย่างซุกซน "ท่านพี่ว่าสวยก็ดีแล้ว งั้นเราไปที่ประตูใหญ่กันเถอะ ท่านแม่กับท่านยายอู๋รอพวกเราอยู่แล้วนะ!"
"ท่านยายอู๋ก็ไปตลาดด้วยรึ?" เย่เทียนถามขึ้นขณะปิดประตูห้อง
เย่เชี่ยนเชี่ยนส่ายหน้า "ท่านยายอู๋ไม่ได้ไปซื้อของหรอก ทว่าไปคุ้มกันพวกเราต่างหากล่ะ"
"อ้อ... เป็นเช่นนี้นี่เอง!" เย่เทียนยิ้มรับ ก่อนจะจูงมือเย่เชี่ยนเชี่ยนเดินไปทางประตูใหญ่คฤหาสน์ตระกูลเย่
ณ ประตูใหญ่
รถม้าคันใหญ่ที่สร้างจากไม้สีน้ำตาลแดงจอดรออยู่ด้านข้าง องครักษ์ร่างกำยำหลายคนกำลังเดินลาดตระเวนไปมา ยายเฒ่าอู๋ที่หลังค่อมกำลังยืนคุยอยู่กับหวังซือในชุดกระโปรงสีแดง
เมื่อนางเห็นเย่เทียนกับเย่เชี่ยนเชี่ยนเดินมา ก็รีบยุติการสนทนา "ฮูหยิน นายน้อยมาแล้ว พวกเราออกเดินทางกันเถอะเจ้าค่ะ"
"อืม!" หวังซือยิ้มรับ ก่อนจะเปิดประตูหลังรถม้าแล้วก้าวขึ้นไป
"พวกเจ้ารีบขึ้นมาสิ!" ยายเฒ่าอู๋กวักมือเรียกเย่เทียนกับเย่เชี่ยนเชี่ยน แล้วก้าวขึ้นรถม้าตามไป
ภายในรถม้าตกแต่งอย่างหรูหรา กว้างขวางปูด้วยหนังสัตว์หายากและไม้สีน้ำตาลแดง ตรงกลางมีขนมหลากสีสันวางเรียงรายเตรียมไว้พร้อมสรรพ
เย่เทียนกับเย่เชี่ยนเชี่ยนขึ้นไปนั่งประจำที่ แล้วก็หยิบขนมเข้าปากกินอย่างไม่เกรงใจ
หวังซือมองดูแล้วก็ส่ายหัว "อย่าเพิ่งรีบกินให้อิ่มนักสิ เดี๋ยวพอไปถึงตลาด จะมีของอร่อยๆ ให้กินอีกเยอะแยะเลยนะ!"
"อืม!" เย่เชี่ยนเชี่ยนพยักหน้ารับทั้งที่ในปากยังเคี้ยวขนมตุ้ยๆ
เย่เทียนจิบน้ำไปอึกหนึ่ง "ท่านแม่ ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเราต้องตื่นเต้นไปซื้อของเตรียมตัวไปสำนักศึกษาตระกูลม่อขนาดนี้ด้วย ที่เมืองม่อเจียไม่มีของพวกนี้ขายรึไงขอรับ?"
"แน่นอนว่ามี ทว่าราคาแพงหูฉี่เลยล่ะ แถม... ต้องจ่ายเป็นหินวิญญาณด้วยนะ ซึ่งมันเป็นภาระที่หนักหน่วงสำหรับตระกูลเย่ของเรามากทีเดียว!" หวังซืออธิบายตามความจริง
สำนักศึกษาตระกูลม่อคือศูนย์รวมผู้ฝึกยุทธ์ทุกประเภทในเมืองม่อเจีย มีผู้คนพลุกพล่าน ข้าวของเครื่องใช้จึงมีราคาแพงลิบลิ่ว ของที่หาซื้อได้ทั่วไปในเมืองหรงเหยียน เมื่อไปถึงเมืองม่อเจีย ราคาอาจจะพุ่งสูงขึ้นถึงสิบเท่า แถมยังต้องจ่ายด้วยหินวิญญาณอีกต่างหาก
หินวิญญาณคือสกุลเงินที่ใช้กันในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์ ซึ่งสำหรับคนธรรมดาและผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปนั้น ถือเป็นสิ่งที่หามาได้ยากยิ่ง
ในทวีปต้นกำเนิด หินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนสามารถแลกเป็นเหรียญทองได้หนึ่งหมื่นเหรียญ
ทว่าหากจะนำเหรียญทองหนึ่งหมื่นเหรียญไปแลกหินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนนั้น กลับเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ
ด้วยเหตุนี้ เพื่อเห็นแก่เย่เทียน เย่เชี่ยนเชี่ยน และตระกูลเย่ หวังซือจึงพยายามซื้อของใช้จำเป็นจากเมืองหรงเหยียนให้ได้มากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการไปซื้อที่เมืองม่อเจีย
"อ้อ!" เย่เทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรอีก เลิกผ้าม่านหน้าต่างขึ้น แล้วทอดสายตามองทิวทัศน์สองข้างทาง ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปตามจังหวะการโคลงเคลงของรถม้า ไม่รู้ว่าทำไม จู่ๆ ภาพความทรงจำในชาติก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัว
แม้จะเลือนราง ทว่าก็มีบางเหตุการณ์ที่สลักลึกอยู่ในใจจนไม่อาจลืมเลือนได้
เขานึกถึงคนที่เขารัก และเพื่อนฝูงในอดีต ทว่าหลังจากใช้ชีวิตในทวีปต้นกำเนิดมาถึงสิบหกปี ใบหน้าของพวกเขาก็เริ่มเลือนหายไปจากความทรงจำ เหลือเพียงความทรงจำบางอย่างที่ฝังรากลึกอยู่ในใจ
ในอดีต เขาก็เคยคิดจะนำประสบการณ์จากชาติก่อนมาใช้เปลี่ยนแปลงทวีปต้นกำเนิด สร้างความยิ่งใหญ่ และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต
ทว่าหลังจากล้มเหลวมาหลายครั้ง เขาก็เลือกที่จะถอยร่น ยอมรับชะตากรรมการเป็นคุณชายตระกูลเย่อย่างสงบเสงี่ยม ไม่ใช่เพราะเขาขี้ขลาด ทว่าความลึกลับและอำนาจอันยิ่งใหญ่ของทวีปต้นกำเนิดนั้น มันเหนือจินตนาการของเขาไปมาก
โลกใบนี้คือโลกที่ผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ มีทั้งเทพ มาร และปีศาจเดินปะปนอยู่ทั่วไป พวกเขาสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้เพียงแค่สะบัดมือ หากโกรธเกรี้ยวขึ้นมา ก็สามารถบดขยี้ประเทศใดประเทศหนึ่งให้ราบเป็นหน้ากลองได้อย่างง่ายดาย
การจะเปลี่ยนแปลงทวีปต้นกำเนิดด้วยความรู้และประสบการณ์จากโลกมนุษย์นั้น มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
……
ตลาดในเมืองหรงเหยียนอยู่ห่างจากคฤหาสน์ตระกูลเย่ประมาณสิบกิโลเมตร รถม้าวิ่งไปอย่างช้าๆ ใช้เวลาถึงสี่ชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย
ทว่าตลาดในเมืองหรงเหยียนแห่งนี้ ช่างแตกต่างจากตลาดในโลกมนุษย์ราวฟ้ากับเหว
แท้จริงแล้วมันคือลานกว้างกลางแจ้งที่จัดขึ้นชั่วคราว ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีของขายทุกสารพัดอย่าง
ทั้งอาวุธ โอสถ อาหาร เสบียงกรัง หรือแม้แต่การค้าทาส... มีให้เลือกซื้อมากมายจนละลานตา
ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่เบียดเสียด เสียงจอแจดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ บรรยากาศช่างคึกคักยิ่งนัก
ฮี้~~~!
คนขับรถม้าดึงบังเหียนให้ม้าหยุดพักที่ริมทางหญ้าข้างทาง ทว่ายังไม่ทันจะเปิดประตูรถ เย่เชี่ยนเชี่ยนก็ชิงเปิดประตูแล้วกระโดดลงไปก่อน นางวิ่งตรงดิ่งไปยังโซนขายอาหารอย่างตื่นเต้น
"เด็กคนนี้นี่!" หวังซือขมวดคิ้ว รีบสั่งให้องครักษ์สองคนที่ตามมาด้วยให้ตามไปคุ้มกันทันที
ในตลาดแห่งนี้มีผู้คนร้อยพ่อพันแม่ หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาคงแย่แน่
เย่เทียนเห็นดังนั้นก็หัวเราะร่วน "ท่านแม่ เชี่ยนเชี่ยนไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะขอรับ นางดูแลตัวเองได้น่า"
"รอให้เกิดเรื่องก่อนเถอะ แล้วเจ้าจะรู้สึก!" หวังซือส่ายหน้าอย่างจนใจขณะก้าวลงจากรถม้า นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ย "เอาอย่างนี้ เจ้าไปคอยดูแลน้องก็แล้วกัน แม่กับยายเฒ่าอู๋จะไปหาซื้อของเตรียมตัวไปสำนักศึกษาตระกูลม่อให้ แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาเจอกันที่รถม้านี่แหละ"
"ได้ขอรับ!" เย่เทียนพยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินตามเย่เชี่ยนเชี่ยนไป
"ท่านพี่! ทางนี้! ทางนี้!" เย่เชี่ยนเชี่ยนกำลังยืนรออยู่หน้าร้านขายมันเผา เมื่อเห็นเย่เทียนเดินมา นางก็รีบโบกมือเรียกด้วยความดีใจ
"มาแล้วๆ!" เย่เทียนจำต้องเร่งฝีเท้า ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงกรีดร้องโหยหวนของหญิงสาวก็ดังแว่วมาจากทางขวามือ ทำให้เขาต้องหันไปมองตามสัญชาตญาณ
เมื่อเห็นต้นตอของเสียง เขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น