- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ผมดันมีทะเลเป็นสวนหลังบ้าน
- บทที่ 50 ขอให้เธอ
บทที่ 50 ขอให้เธอ
บทที่ 50 ขอให้เธอ
ในที่สุดก็โดนเล่นงานจนได้
เย่ซื่อไห่รู้สึกเซ็งอยู่ในใจ ‘ตาแก่เอ๊ย นั่งกินข้าวเงียบๆ ไปไม่ได้หรือไง ทำไมต้องหาเรื่องผมด้วยเนี่ย?’
ชายคนนี้ที่นั่งติดกับหลินฉางชิง เห็นได้ชัดว่าเป็นเพื่อนสนิทเก่าแก่ของตระกูลหลิน คาดว่าที่บ้านคงมีลูกหลานวัยไล่เลี่ยกันและจ้องจะเกี่ยวดองกับลูกสาวตระกูลหลินอยู่แน่ๆ พอโดนเขามาปาดหน้าเค้กไปแบบนี้ จะถูกเขม่นหรือหาเรื่องบ้างก็พอจะเข้าใจได้
แต่เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเย่ซื่อไห่ หลินเฉี่ยวฮวาก็ถึงกับของขึ้น!
‘ห้ามใครมารังแกเย่ซื่อไห่ของหนูนะ!’
เธอคิดว่าเธอคือคนที่รู้จักเขาดีที่สุด เรื่องหาของทะเลเขาอาจจะเก่งกาจเป็นที่หนึ่ง แต่สมัยอยู่โรงเรียน นอกจากเรื่องเรียนแล้วเขาก็แทบจะทำอะไรไม่เป็นเลย ร้องเพลงไม่เป็น เต้นไม่ได้ แม้แต่บาสเกตบอลก็เล่นไม่เอาไหน หากเป็นเวลาปกติเธอคงออกโรงปกป้องไปแล้ว แต่เธอก็รู้ดีว่าโอกาสในวันนี้ละเอียดอ่อนเพียงใด หากเย่ซื่อไห่ขายหน้า ก็เท่ากับตระกูลหลินต้องพลอยเสียหน้าไปด้วย
‘ตาแก่แซ่หวง! ลุงใจร้ายมาก คอยดูเถอะ ต่อไปหนูจะไม่ไปเหยียบบ้านลุงอีกเลย!’ เด็กสาวเค่นเขี้ยวอยู่ในใจ
ขณะที่หลินฉางชิงกำลังจะเอ่ยปากช่วยกู้สถานการณ์ เซียวเจี้ยนกั๋วกลับลุกขึ้นยืนพลางพูดด้วยรอยยิ้ม “ซื่อไห่ เธอแต่งบทกวีเก่งไม่ใช่หรือ? ลองแต่งให้ทุกคนฟังสักบทสิ”
คำพูดนั้นทำให้น้าเหมยที่กำลังเครียดถึงกับผ่อนคลายลงทันที ‘จริงด้วยสิ ซื่อไห่แต่งกลอนเก่งนี่นา ขนาดศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฝูเฉิงยังชมไม่ขาดปากเลย’
หวงอี้จวินสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปจึงกระซิบถามน้าเหมย “คุณเหมยคะ ซื่อไห่เขาแต่งบทกวีเป็นจริงๆ หรือคะ?” น้าเหมยยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจพลางเล่าเรื่องที่ศาสตราจารย์เฉินมาออกแบบบ้านให้ฟัง ทำเอาหวงอี้จวินถึงกับตกตะลึง
จังหวะนั้น เซียวเจี้ยนกั๋วก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “วันนั้นผมแอบจดบทกวีที่ซื่อไห่แต่งไว้พอดี งั้นผมขออนุญาตอ่านให้ทุกท่านฟังนะครับ” แล้วเขาก็เริ่มอ่านบทกวี ‘หันหน้าสู่ทะเล รับลมใบไม้ผลิบุปผาบาน’ ด้วยน้ำเสียงเปี่ยมอารมณ์
เมื่อสิ้นเสียงอ่าน บรรยากาศในงานก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ หลินฉางชิงยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ส่วนหวงอี้จวินรู้สึกเชิดหน้าชูตาขึ้นมาทันที บรรดาลูกหลานตระกูลหลินต่างมองเย่ซื่อไห่ด้วยสายตาชื่นชม โดยเฉพาะน้องเฉี่ยวฮวาที่ยิ้มไม่หุบ
เย่ซื่อไห่กลับรู้สึกเขินจนอยากจะมุดดินหนี ‘ขอโทษด้วยนะครับ การลอกการบ้านในโลกนี้ถือเป็นความผิดของผมเอง’
แต่เพื่อเป็นการพิทักษ์ตำแหน่งว่าที่เขยและปกป้องชื่อเสียงของว่าที่ภรรยา เขาต้องโชว์ของอีกสักรอบ!
เขาลุกขึ้นยืนและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ความจริงแล้ว ผมก็ตั้งใจจะใช้วาสนาในโอกาสนี้ มอบบทเพลงหนึ่งให้กับคุณหนูหลินเฉี่ยวฮวาอยู่พอดีครับ”
คำประกาศนั้นสร้างความฮือฮาไปทั่วดาดฟ้า ในชาติที่แล้วเย่ซื่อไห่มีทักษะการร้องเพลงและการดนตรีที่ยอดเยี่ยม แม้จะไม่ใช่มืออาชีพแต่เขาก็ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี เขาเดินไปหาหลินเฉี่ยวฮวา แอบขยิบตาให้เธอทีหนึ่งก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัด
“เพลงนี้ผมแต่งขึ้นเพื่อมอบให้หลินเฉี่ยวฮวามานานแล้ว วันนี้จึงขอถือโอกาสในงานเลี้ยงของเธอ มอบเพลงนี้ให้กับเธอและทุกท่านครับ”
เย่ซื่อไห่นั่งลงที่หน้าแกรนด์เปียโนหรูหรา ลองพรมคีย์ทดสอบน้ำหนักมืออย่างคล่องแคล่ว ในโลกคู่ขนานแห่งนี้ที่วัฒนธรรมแตกต่างออกไป เขาไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกแฉประวัติการลอกผลงาน เขาพรมลิ่มนิ้วสองสามท่อนอย่างมีชั้นเชิง
หลินเฉี่ยวฮวายืนอยู่ข้างๆ ทั้งเป็นห่วงทั้งสงสัย “นายไหวแน่ใชไหม?”
เย่ซื่อไห่ยิ้มพราย “คอยดูแล้วกัน อย่าตกใจจนตาค้างล่ะ”
เสียงเปียโนที่พลิ้วไหวดั่งสายน้ำเริ่มบรรเลงออกมา นุ่มนวลและลึกซึ้ง จากนั้นเขาก็เริ่มขับร้องด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์
“ขอให้เธออุ่นกายในยามหนาว
ขอให้เธอไม่ร้าวรานในยามวสันต์
ขอให้มีร่มคันโปรดในวันฝนพรำ
ขอให้หลับฝันดีในทุกค่ำคืน
ขอให้เธออ่อนโยนและเมตตา
ขอให้ใจไม่ว้าวุ่นสับสน
ขอให้เวลาเดินช้าลง
ขอให้คนคุ้นเคยไม่ห่างหาย
ขอให้มีคู่ครองที่ดีเคียงข้างตลอดไป
ไร้โศกมีแต่สุข
ขอให้ใจมีที่พึ่งไม่เดียวดาย
ความทุกข์ใจจงเลือนหายโดยเร็วพลัน...
ขอให้ชีวิตนี้สุขสมใจไร้เสียดาย
ทุกสิ่งสมปรารถนาดั่งใจปอง”
เสียงเพลงผสานกับท่วงทำนองเปียโนสะกดแขกทั้งงานให้ตกอยู่ในภวังค์ เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายเงียบลง เย่ซื่อไห่ก็ลุกขึ้นยืน “เพลงนี้ชื่อว่า ‘ขอให้เธอ’ มอบแด่คุณหนูหลินเฉี่ยวฮวาครับ”
ทั่วทั้งดาดฟ้าเงียบกริบ เพลงนี้งดงามเกินไป... มันช่างถูกที่ถูกเวลาจนไม่มีคำใดจะอธิบายได้ หลินเฉี่ยวฮวายืนจ้องเขาตาค้าง ความสุขที่มาพร้อมกับความตื้นตันใจทำให้เธอขนลุกไปทั้งตัว
“เทพมาก... เพลงนี้มันสุดยอดจริงๆ” พี่ชายของเธออุทานออกมา
หลิวกางและหลินชีต่างมองเย่ซื่อไห่ด้วยความทึ่ง ‘ไอ้หนุ่มนี่! นายจะมัวไปหาปลาทำไม? นายควรจะไปเป็นนักร้องให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะเว้ย!’
บรรยากาศสมบูรณ์แบบจนทุกคนในตระกูลหลินต่างตาสว่างขึ้นมาทันที พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมยัยน้องเล็กถึงได้หลงรักคนๆ นี้จนถอนตัวไม่ขึ้น พี่น้องตระกูลหลินต่างคิดเหมือนกันว่า น้องเขยเกรดพรีเมียมแบบนี้ต้องรักษาไว้ให้มั่น ห้ามปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด!
ทันใดนั้น หลินเฉี่ยวฮวาก็โถมเข้ากอดเย่ซื่อไห่พลางร้องไห้ออกมาด้วยความเปี่ยมสุข “คนบ้า! ฮือๆๆ ทั้งหมดเป็นความผิดของนาย! ทำไมต้องมาแย่งซีนในงานเลี้ยงของฉันด้วย!”
จบบท