- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ผมดันมีทะเลเป็นสวนหลังบ้าน
- บทที่ 10 เก็บเกี่ยวครั้งมโหฬาร
บทที่ 10 เก็บเกี่ยวครั้งมโหฬาร
บทที่ 10 เก็บเกี่ยวครั้งมโหฬาร
เมื่อหลินชีขับรถมาถึงชายหาดฝั่งตะวันตกของท่าเรือ
เซียวเจี้ยนกั๋วก็มารออยู่ก่อนแล้ว
“ตาแก่เซียว คุณมาทำอะไรที่นี่?”
เซียวเจี้ยนกั๋วยิ้มมุมปาก
“คุณชายเจ็ด คุณมาทำอะไร ผมก็มาทำอย่างนั้นแหละครับ”
หลินชีชักสีหน้าไม่พอใจทันที
“ตาแก่เซียว อย่ามาแย่งของผมนะ ผมตกลงกับเย่ซื่อไห่ไว้แล้ว”
เซียวเจี้ยนกั๋วผายมือออกยักไหล่
“ก็ซื่อไห่โทรเรียกผมมาเองนี่ครับ”
“หือ?”
คิ้วเข้มของหลินชีขมวดเข้าหากัน
ไอ้หนุ่มนี่หมายความว่าไง?
จะปั่นราคาเหรอ?
ถ้าคิดแค่นั้น วิสัยทัศน์ก็คับแคบไปหน่อยมั้ง
หรือว่า...
เขาสบตากับเซียวเจี้ยนกั๋วแวบหนึ่ง แล้วสีหน้าของทั้งคู่ก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นขึ้นมาพร้อมกัน
“ซู้ด... หรือว่าไอ้เด็กนั่น...!”
ไม่นานนัก
ท่ามกลางความมืดมิดของชายหาด แสงไฟจากไฟฉายคาดหัวหลายดวงก็สาดส่องเข้ามา
เย่ซื่อไห่นำขบวนมาเป็นคนแรก มือข้างหนึ่งหิ้วถังใบใหญ่ด้วยท่าทางกินแรง ด้านหลังตามมาด้วยเด็กหนุ่มอีกห้าคน สี่คนช่วยกันหามถังสองใบ ส่วนอีกคนหิ้วถังเดี่ยวเดินตามขึ้นฝั่ง
หลินชีและเซียวเจี้ยนกั๋วรีบปรี่เข้าไปดูแทบจะพร้อมกัน
และเมื่อเห็นของในถัง ทั้งคู่ก็ตาค้างจนแทบถลน
คุณพระช่วย!
ถังที่เย่ซื่อไห่หิ้วมา เต็มไปด้วยปูมันเหลืองตัวอ้วนพีที่เปลือกมันวาวเป็นสีทอง อัดแน่นจนแทบล้น
และอีกสองถังด้านหลัง ก็สภาพเดียวกัน
รวมทั้งหมดสามถังเต็ม ๆ แต่ละถังคะเนดูแล้วไม่ต่ำกว่าสามสิบจิน
ส่วนถังอีกใบ อัดแน่นไปด้วยปูทองหลางก้ามโตไซซ์ยักษ์
และถังสุดท้าย มีปลาไหลทะเลตัวเบ้อเริ่มกับหมึกยักษ์นอนขดกันอยู่
“พี่เจ็ด! พี่ซื่อไห่เขาไปถล่มรังปูมันเหลืองมาครับ นี่ขนาดยังจับไม่หมดนะ!”
เสียงของอาโม่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
สองหมื่นหยวน... งานนี้ได้ชัวร์!
หลินชีและเซียวเจี้ยนกั๋วยืนอึ้งตะลึงงัน
นี่มันเรื่องจริงหรือความฝันวะเนี่ย?
เซียวเจี้ยนกั๋วตั้งสติได้ก่อน หันไปถามเย่ซื่อไห่เสียงสั่น
“ซื่อไห่... นี่เราไปเป็นลูกเขยพญามังกรเจ้าสมุทรมาจริง ๆ ใช่ไหม?”
เย่ซื่อไห่ส่งยิ้มซื่อ ๆ ประจำตัวให้
“อาเซียวครับ ก็แค่โชคดีน่ะครับ”
เซียวเจี้ยนกั๋วอิจฉาจนอกแทบระเบิด
“อาหากินกับทะเลมาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยเจอโชคบ้าบอคอแตกแบบนี้เลย!”
หลินชีไม่รอช้า รีบเดินไปเปิดท้ายรถเบนซ์ หยิบชุดเอี๊ยมกันน้ำออกมา
“จะมัวพล่ามอะไรกันอยู่? ลงมือสิครับ หรือจะรอให้ปูมันเดินเข้าถังเอง?”
เซียวเจี้ยนกั๋วเห็นดังนั้นก็รีบใส่ชุดเอี๊ยม สวมไฟฉายคาดหัวด้วยความว่องไว
ต้องรีบหน่อยแล้ว
เพราะอีกแค่ชั่วโมงกว่า ๆ น้ำก็จะขึ้น
ขืนชักช้า เดี๋ยวได้นั่งร้องไห้กันพอดี
“เจ้าสิบ แกพาสองคนนี้เฝ้าของอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพี่จะลงไปกับพี่เจ็ดแล้วก็อาเซียว อ้อ หวังเหอ นายลงมาช่วยด้วย เดี๋ยวหมึกยักษ์ตัวนั้นพี่ยกให้นาย แถมค่าแรงพิเศษให้อีก”
อาโม่ใจจริงอยากจะลงไปดูความมันส์ข้างล่างด้วย
แต่ในเมื่อ ‘พี่เขย’ สั่งมา เขาหรือจะกล้าขัด
เพื่อเครื่องเกม... ผมยอมถวายหัวครับ
ทั้งสี่คนช่วยกันลำเลียงปูมันเหลืองจากในถ้ำใส่ถัง แล้วหามขึ้นมาใส่ท้ายรถกระบะของเซียวเจี้ยนกั๋ว
ของพวกนี้ล้ำค่ามาก ต้องทำด้วยความทะนุถนอม ขืนก้ามหักขาหลุด ราคาก็ตกฮวบฮาบ
หนึ่งตัว...
สองตัว...
สิบตัว...
ยี่สิบตัว...
ปาเข้าไปหกสิบเอ็ดตัวแล้ว แต่ละตัวหนักอย่างน้อยหนึ่งจินครึ่ง
ร้อยจิน... ทะลุเป้าแน่นอน
เย่ซื่อไห่ประเมินดูแล้ว ในรังนี้น่าจะมีเหลืออีกไม่ต่ำกว่าสองร้อยจิน
รวมทั้งหมดก็น่าจะสามร้อยจิน ถ้าคิดจินละพันหยวน ก็ปาเข้าไปสามแสนหยวน!
ตลอดหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสี่คนเดินขึ้นเดินลงกันหลายรอบจนลิ้นห้อย
ในที่สุด ก็สามารถกวาดล้างรังปูมันเหลืองได้เกลี้ยงเกลาก่อนน้ำจะขึ้นพอดิบพอดี
เซียวเจี้ยนกั๋วยิ้มแก้มแทบฉีกถึงรูหู
“มโหฬาร! เก็บเกี่ยวครั้งมโหฬารจริง ๆ พูดไปใครจะเชื่อ!”
หลินชีเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ทิ้งถังในมือดังตึง แล้วทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นทราย แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข
“ซื่อไห่ สนใจจะมาทำงานกับ...!”
“หยุดเลย!”
เซียวเจี้ยนกั๋วรีบเบรกทันควัน
“ซื่อไห่เขาตกลงให้ผมเป็นคนรับซื้อขาประจำแล้ว ใช่ไหมซื่อไห่?”
เย่ซื่อไห่ยิ้มพยักหน้า
อาโม่และแก๊งเด็กแสบต่างก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น คืนนี้คงนอนไม่หลับกันแน่
พรุ่งนี้ไปโรงเรียน พวกเขาจะเป็นคนที่เท่ที่สุดในกลุ่มเพื่อนแน่นอน เรื่องโม้มีเพียบ
กระบะท้ายรถของเซียวเจี้ยนกั๋วดัดแปลงมาเป็นพิเศษ แค่ปล่อยน้ำออกก็ชั่งน้ำหนักแบบดิจิทัลได้เลย แล้วค่อยเติมน้ำทะเลเข้าไปใหม่
น้ำหนักรวมทั้งหมด 328 จิน
ปัญหาคือจะแบ่งกันยังไง
แต่เย่ซื่อไห่ขอถอยออกมาวงนอก ไม่ขอยุ่งเกี่ยว
หลินชีกับเซียวเจี้ยนกั๋วซุบซิบตกลงกันอยู่นานสองนาน กว่าจะลงตัว
สรุปว่าปูทั้งหมดจะให้เซียวเจี้ยนกั๋วขนไปเก็บรักษาที่ร้านในท่าเรือก่อน เพราะบ้านตระกูลหลินไม่มีอุปกรณ์เลี้ยงปูเป็น
หลินชีขอแบ่งไป 150 จิน ในราคาที่ตกลงกับเย่ซื่อไห่ไว้คือจินละ 1,000 หยวน รวมเป็นเงิน 150,000 หยวน
ส่วนเซียวเจี้ยนกั๋วรับไป 178 จิน ในราคาจินละ 1,200 หยวน รวมเป็นเงิน 213,600 หยวน
เย่ซื่อไห่ไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบมือถือขึ้นมา
“สแกนเลยครับ”
หลินชีโอนมา 150,000 หยวน
เซียวเจี้ยนกั๋วก็ใจป้ำเช่นเคย ปัดเศษให้เป็นตัวเลขสวย ๆ โอนมา 214,000 หยวน
เย่ซื่อไห่หันไปแจกเงินค่าแรงให้เด็ก ๆ คนละ 1,000 หยวน พร้อมแจกปูทองหลางตัวใหญ่ให้คนละสองตัว
หวังเหอได้หมึกยักษ์เพิ่มไปอีกตัว
อาโม่ยืนมองตาละห้อย ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
ตกลงกันไว้ว่านายเก้า ฉันหนึ่ง... พี่คงไม่ให้ผมแค่สองหมื่นจริง ๆ หรอกนะ?
ถ้าคิดตามส่วนแบ่ง ผมขาดทุนยับเยินเลยนะนั่น
เย่ซื่อไห่แกล้งถามยิ้ม ๆ
“อาโม่ นายจะเอาสองหมื่น หรือจะเอาส่วนแบ่งตามที่ตกลงไว้ตอนแรก?”
อาโม่เงียบกริบ พูดไม่ออก
เย่ซื่อไห่หัวเราะร่า
“มานี่สิ สแกนมา”
ติ๊ง!
เงินเข้าบัญชี 36,000 หยวน
อาโม่กอดมือถือไว้แนบอก หน้าบานเป็นจานดาวเทียม
“ขอบคุณครับพี่เขย!”
เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าทำเอาเด็กคนอื่น ๆ อิจฉาตาร้อนผ่าว
น่าเสียดายที่ฉันไม่มีพี่สาวสวย ๆ ให้ขายบ้าง
หลิวเสี่ยวเอ้อร์มีพี่สาวก็จริง ทำน้ำแข็งไสอร่อยด้วย แต่ความสวยสู้พี่สาวอาโม่ไม่ได้เลย
หลินชีลุกขึ้นปัดทรายที่ก้น เดินมาตบไหล่เย่ซื่อไห่
“อย่าลืมเรื่องเดือนหน้านะ”
เย่ซื่อไห่พยักหน้า แล้วดึงตัวเซียวเจี้ยนกั๋วไปกระซิบถาม
“อาเซียวครับ อาพอจะมีเพื่อนที่ทำธุรกิจแปรรูปอัญมณีบ้างไหม?”
เซียวเจี้ยนกั๋วชะงักไปนิดหนึ่ง
“ก็พอมีนะ เพื่อนอาที่บ้านทำบริษัทจิวเวลรี่ มีฟาร์มเลี้ยงมุกใหญ่โตเลย ซื่อไห่ถามทำไมเหรอ?”
เย่ซื่อไห่ตัดสินใจบอกความจริงบางส่วน
“ช่วยสืบให้หน่อยได้ไหมครับ ว่าเพื่อนอา หรือคนรู้จักของเขา มีใบอนุญาตแปรรูปและจำหน่าย สัตว์ทะเลคุ้มครองพิเศษ บ้างไหม? เรื่องนี้สำคัญมาก รบกวนอาช่วยหน่อยนะครับ”
เซียวเจี้ยนกั๋วเป็นคนหัวไว แค่นี้ก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง
ตาลุงเจ้าเล่ห์มองเย่ซื่อไห่ด้วยแววตาลุกวาว
ไอ้หนูนี่มันขุมทรัพย์เดินได้ชัด ๆ
ในมหาสมุทรมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่มากมาย บริษัทกู้ซากเรือระดับโลกพวกนั้นทำอะไรกัน?
ก็แบบนี้แหละ นานทีปีหนเปิดงานที แต่ฟันกำไรกินยาวไปร้อยปี
เซียวเจี้ยนกั๋วยิ่งทำตัวสนิทสนมกับเย่ซื่อไห่มากขึ้นไปอีก
“พรุ่งนี้อาจะรีบไปถามให้ วางใจเถอะ ไม่เกินพรุ่งนี้เย็น อาต้องมีคำตอบให้เราแน่”
เย่ซื่อไห่พยักหน้าขอบคุณ
เขาจำตำแหน่งของฟอสซิลหอยมือเสือได้แม่นยำ ไม่กลัวว่าใครจะมาแย่งไป
ของสิ่งนี้ถึงจะหายาก แต่ราคาก็ไม่ได้สูงเว่อร์วังอะไรนัก
อย่างมากก็หลักล้านต้น ๆ
แต่มันคือของขวัญชิ้นแรกที่จะให้เฉี่ยวฮวา ทั้งความหมายและเจตนาต้องสมบูรณ์แบบที่สุด
คุ้มค่าที่จะลงแรง
ต้องทำให้ดีที่สุด
หลินชีหายเหนื่อยแล้ว เดินกลับมาตบก้นปุ ๆ
“ปะ กลับกันได้แล้ว”
อาโม่เขย่าถังเปล่า ตะโกนเรียกเย่ซื่อไห่
“พี่ซื่อไห่ ขอปูทองหลางเพิ่มอีกสักหน่อยสิ บ้านผมคนเยอะ”
เย่ซื่อไห่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
“เออ ๆ บ้านนายกี่คน ก็หยิบไปคนละตัวเลยไป”
อาโม่ไม่เกรงใจ คัดปูทองหลางไซซ์สองจินออกมาอีกสิบสองตัว
ในถังของเย่ซื่อไห่เลยเหลือปูแค่ห้าตัว
กับปลาเก๋าหนูหนึ่งตัว และปลาไหลทะเลอีกสองสามตัว
ทั้งหมดนี้ เขาจะเอาไปบำรุงสุขภาพให้น้าเหมย
จบบท