- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ผมดันมีทะเลเป็นสวนหลังบ้าน
- บทที่ 5 ถล่มรังปูมันเหลือง
บทที่ 5 ถล่มรังปูมันเหลือง
บทที่ 5 ถล่มรังปูมันเหลือง
“ว้าว พี่ซื่อไห่ พี่นี่โคตรเจ๋งเลย”
“เย่ซื่อไห่ นายอย่าบอกนะว่าเจอปูมันเหลืองอีกแล้ว?”
“อะไรคือ ‘อีกแล้ว’ หา? แหกตาดูนี่สิว่าคืออะไร?”
อาโม่ชี้ไปที่ถังข้างตัวด้วยความไม่พอใจ
กลุ่มเด็กวัยรุ่นด้านหลังต่างพากันหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
เจ้าของคำถามคือชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เมื่อเขายื่นหน้าเข้ามาดู นัยน์ตาก็แทบจะถลนออกมานอกเบ้า
รอบนี้เย่ซื่อไห่เตรียมถังใบใหญ่มา ใส่น้ำไว้หล่อเลี้ยงชีวิตสัตว์ทะเล และในนั้นมีปูมันเหลืองขนาดหนึ่งจินครึ่งขึ้นไปแออัดยัดเยียดกันอยู่กว่าสิบตัว!
“ซื่อไห่ เอ็งมีเคล็ดลับอะไรหรือเปล่าเนี่ย?”
“ลุงหาของทะเลมาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยเจอเรื่องมหัศจรรย์แบบเอ็งเลย”
“ถ้าเอ็งหาได้แบบนี้ทุกวันนะ...!”
เย่ซื่อไห่ในชุดเอี๊ยมกันน้ำ ไฟฉายห้อยคอ เงยหน้าขึ้นมาจากแอ่งน้ำ ใบหน้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เขายิ้มซื่อ ๆ ตอบกลับไป
“ลุงหลี่ โชคช่วยครับ โชคล้วน ๆ”
ปากบอกว่าโชคช่วย แต่มือที่ถือคีมชูขึ้นมานั้น คีบปูมันเหลืองตัวเบ้อเริ่มที่กำลังกางก้ามขู่ฟ่อขึ้นมาอีกตัว
กะจากสายตา ตัวนี้ต้องมีสองจิน!
ลุงหลี่ถึงกับลมจับ ยืนนิ่งพูดไม่ออก
แอ่งน้ำนี้แกเพิ่งจะเดินสำรวจไปสองรอบ พลิกหินทุกก้อน มุดดูทุกซอกทุกมุมแต่ไม่เจออะไรเลย
พวกเด็ก ๆ โห่ร้องด้วยความดีใจ รีบช่วยอาโม่ขยับถังมารับของ
อาโม่ตอนนี้เคลิบเคลิ้มไปไกลแล้ว
ฉันหนึ่ง นายเก้า... เครื่องเกมจ๋า พี่กำลังขยับเข้าไปหาแล้วนะจ๊ะ
เย่ซื่อไห่มัดปูอย่างคล่องแคล่ว ลองเดาะน้ำหนักดูแล้วฉีกยิ้มกว้าง
“ไม่เลว ตัวนี้ถึงสองจินจริง ๆ”
เขาส่งปูให้เด็กคนหนึ่งถือไว้ แล้วลุกขึ้นตะโกนสั่งการ
“ไป! ย้ายหลุม”
ใบหน้าสีทองแดงกรำแดดของลุงหลี่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
ความรู้สึกเหมือนเพิ่งทำเงินร้อยล้านหล่นหายไปต่อหน้าต่อตา
คนรอบข้างที่เริ่มสงสัยก็พากันมุงเข้ามา
“เชี่ย! เย่ซื่อไห่ เอ็งเป็นลูกเขยพญามังกรเจ้าสมุทรหรือไงวะ?”
“แม่งเอ๊ย พรุ่งนี้ข้าจะไปโดดทะเลบ้างแล้ว”
“ถังของหมอนั่นมีแต่เงิน แต่ถังของข้ามีแต่ขยะไร้ค่าชัด ๆ”
“เมื่อกี้เอ็งเพิ่งโม้ไม่ใช่เรอะว่าจับหมึกสายสามจินได้สองตัว? โลละตั้งแปดสิบหยวนนะเว้ย”
“ไสหัวไปเลยไป!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
คนที่มามุงดูต่างหมดอารมณ์จะหาของต่อ พากันเดินตามกลุ่มเด็กวัยรุ่นไปเป็นพรวน จ้องมองเย่ซื่อไห่กระโดดลงไปในแอ่งน้ำที่พวกตนเพิ่งจะงมผ่านไปหยก ๆ
เย่ซื่อไห่แกล้งทำท่าเอาคราดเขี่ย ๆ ไปตามร่องหินพอเป็นพิธี แล้วพอยกคีมขึ้นมา... ก็มีปูมันเหลืองติดขึ้นมาอีกตัว
สายตาที่ทุกคนมองเขาตอนนี้ มันเกินกว่าคำบรรยายใด ๆ
ทั้งอิจฉา ทั้งริษยา ทั้งหมั่นไส้ปนทึ่ง
“นี่มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์แล้ว!”
“เมื่อกี้ข้าเพิ่งจะคลำตรงนั้นมากับมือนะเว้ย”
อาโม่ยืนเฝ้าถัง สายตาระแวดระวังจ้องมองคนรอบข้าง เขากลัวว่าจะมีใครมือบอนขโมยของ ใครกล้าฉก พ่อจะแลกด้วยชีวิต
เครื่องเกมรุ่นใหม่กำลังกวักมือเรียกอยู่รำไร
ตอนนี้ในถังมีปูสิบแปดตัวแล้ว
ถ้าคำนวณจากราคารับซื้อแปดร้อยหยวนต่อจิน ตีซะว่าสามสิบจิน เขาจะได้ส่วนแบ่งสองพันห้าร้อยหยวน
ดูจากทรงของพี่ซื่อไห่วันนี้แล้ว ตัวเลขนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดแน่นอน
เผลอ ๆ ยอดอาจจะพุ่งไปอีกเท่าตัว
ห้าพันหยวนเหนาะ ๆ
อาโม่เริ่มคำนวณในใจอย่างเคร่งเครียด... จะทำยังไงถึงจะหลอกถามเคล็ดลับการหาปูมันเหลืองมาจากเย่ซื่อไห่ได้นะ?
เจ๊ครับ สงสัยงานนี้ผมต้องเสียสละเจ๊เพื่อชาติแล้วล่ะ
แต่ไม่รู้ว่าพี่ซื่อไห่เขาจะชอบรสนิยมกางเกงในตัวจิ๋วของเจ๊หรือเปล่านะ?
วันนี้เย่ซื่อไห่ทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยทัศนคติที่ว่า ‘ลงน้ำแล้วต้องไม่เสียเที่ยว’ ขอแค่เขาหย่อนขาลงไปในแอ่งน้ำ ไม่ว่าใครจะเคยงมมาก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างน้อยที่สุดต้องมีปูมันเหลืองไซซ์จินครึ่งติดมือขึ้นมาสักตัว
มันง่ายเหมือนก้มเก็บเงิน
ไม่สิ!
ง่ายยิ่งกว่าก้มเก็บเงินเสียอีก
ตั้งแต่ห้าโมงครึ่งยันหนึ่งทุ่มครึ่ง ฟ้าเริ่มมืดสนิท แต่ฝูงชนรอบกายเขากลับยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ถังใบใหญ่ที่เขาเตรียมมาเต็มเอี้ยด จนต้องล้นไปใส่ถังของอาโม่จนเต็มเช่นกัน
เหล่าเด็กน้อยทั้งสี่คนทำหน้าที่เป็นองครักษ์พิทักษ์ถังปู จับคู่กันเฝ้าถังละสองคน เปิดไฟฉายคาดหัวสว่างจ้า คอยกันท่าไม่ให้ใครเข้าใกล้
เมื่อเห็นว่าน้ำเริ่มขึ้นสูง เย่ซื่อไห่ก็ตัดสินใจหยุดภารกิจโกยเงินในที่สุด
ประเมินด้วยสายตา น่าจะมีไม่ต่ำกว่าห้าสิบจิน
ทั้งน้ำหนักและสภาพความสมบูรณ์ เรียกได้ว่าเกรดพรีเมียมทุกตัว
งานนี้เขาไม่ต้องถ่อไปถึงท่าเรือด้วยซ้ำ เพราะ เซียวเจี้ยนกั๋ว ที่เคยรับซื้อปูของเขาไปเมื่อหลายวันก่อน ได้ข่าวระแคะระคายเข้า จึงรีบขับรถกระบะมารอดักรอที่ชายหาดแต่หัววัน แถมยังจัดการกันท่าพ่อค้ารายย่อยคนอื่น ๆ ให้เสร็จสรรพ
เซียวเจี้ยนกั๋วมีหุ้นส่วนทำภัตตาคารอาหารทะเลอยู่ที่เมืองฝูเฉิง ดังนั้นเมื่อเจอของเกรดพรีเมียม แกจึงกล้าสู้ราคามากกว่าคนอื่น
เพราะแกซื้อตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกทอด
บางครั้ง วัตถุดิบชั้นยอดก็คือหน้าตาและศักดิ์ศรีของร้านอาหาร
อย่าได้ดูแคลนปูมันเหลืองไม่กี่สิบจินนี้เชียว ในช่วงเวลาสำคัญ มันอาจเป็นไม้ตายที่ช่วยกู้สถานการณ์ของร้านได้เลยทีเดียว
เซียวเจี้ยนกั๋วเองก็นึกสงสัยอยู่ครามครัน ว่าเจ้าหนูเย่ซื่อไห่คนนี้ไปแทงรังปูมันเหลืองแตกหรือยังไง?
หรือควรจะพิจารณาเรื่องการร่วมมือกันให้ลึกซึ้งกว่านี้ดี?
เจ้าเด็กนี่ต้องมีของดีซ่อนอยู่แน่ ๆ เก่งกาจกว่าที่ตาเห็นภายนอกเยอะ
ส่วนจะร่วมมือกันแบบไหน?
ปกติแล้วเซียนหาของทะเลฝีมือดี มักจะมี ‘ขาประจำ’ คอยรับซื้อของ และฝ่ายรับซื้อก็จะคอยสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือให้ตามที่นักล่าต้องการ
เซียวเจี้ยนกั๋วมีเส้นสายกว้างขวาง อะไรที่เกี่ยวกับประมง แกพอจะหาช่องทางได้หมด
ภายใต้แสงไฟวูบวาบจากไฟฉายนับสิบดวง การซื้อขายระหว่างเย่ซื่อไห่และเซียวเจี้ยนกั๋วก็เริ่มขึ้น
น้ำหนักรวมทั้งหมด 57 จิน
เมื่อชั่งน้ำหนักเสร็จ เซียวเจี้ยนกั๋วก็ลากเย่ซื่อไห่ไปคุยหลบมุม พลางกระซิบยิ้ม ๆ
“ซื่อไห่ ราคาตลาดตอนนี้อยู่ที่แปดร้อย แต่อาจะให้เราจินละหนึ่งพันสอง”
เย่ซื่อไห่รีบปั้นหน้าซื่อทันที ยกมือเกาหัวแก้เขินแล้วเอ่ยว่า
“เถ้าแก่เซียว แบบนี้จะดีเหรอครับ?”
“เรียก อาเซียว สิ จะมาเกรงใจอะไรกับอาล่ะ?”
เซียวเจี้ยนกั๋วโอบไหล่เย่ซื่อไห่อย่างสนิทสนม แล้วกระซิบเสียงเบา
“อาพูดตรง ๆ กับเราเลยนะ อาเปิดภัตตาคารที่ฝูเฉิง ของพวกนี้อาเอาไปขายต่อได้จินละสองพันหรืออาจจะสูงกว่านั้น วันหน้าวันหลังถ้าเราอยากได้อุปกรณ์อะไร บอกอาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”
เย่ซื่อไห่ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นเลือดร้อนที่จะหลงคำหวานง่าย ๆ เขาแกล้งเยินยอเซียวเจี้ยนกั๋วกลับไปสองสามประโยค ก่อนจะถือโอกาสถามสิ่งที่ต้องการ
“อาเซียวครับ อาพอจะมีเส้นสายเรื่องตกปลาหรือการออกเรือบ้างไหมครับ?”
เซียวเจี้ยนกั๋วยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ
“เราอยากได้อะไรล่ะ? ขอแค่ไม่ใช่เรือยอชต์ลำยักษ์ อาเซียวของหลานพอจะคุยให้ได้หมด”
เย่ซื่อไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“ผมแค่ถามดูเฉย ๆ ครับ ไว้ถ้าจำเป็นจริง ๆ ผมจะโทรหาอาเซียวแน่นอน”
เซียวเจี้ยนกั๋วตบไหล่เขาดังปึก
“ไม่มีปัญหา!”
ปูมันเหลือง 57 จิน ในราคาจินละ 1,200 หยวน คิดเป็นเงินทั้งหมด 68,400 หยวน
เซียวเจี้ยนกั๋วใจป้ำ โอนให้เย่ซื่อไห่เป็นเลขกลม ๆ ที่ 70,000 หยวน
ไทยมุงที่ยืนดูเหตุการณ์มาทั้งคืนได้แต่มองตาปริบ ๆ น้ำลายแทบหก
เจ็ดหมื่นหยวนเชียวนะ!
ชาวประมงออกเรือลำหนึ่งใช้คนสามถึงห้าคน ตรากตรำทั้งวัน หักค่าน้ำมันค่าสึกหรอแล้ว เหลือแบ่งกันหมื่นสองหมื่นก็แทบจะจุดธูปขอบคุณสวรรค์แล้ว
แต่ไอ้หนูนี่... ถังใบเดียว คีมอันเดียว เดินคีบอยู่สองชั่วโมง ฟันกำไรเน้น ๆ เจ็ดหมื่น!
หลังจากส่งเซียวเจี้ยนกั๋วกลับไป เย่ซื่อไห่ก็หันมายิ้มตาหยีให้อาโม่
“อาโม่ ร่วมหุ้นกับฉันเป็นไงบ้าง?”
หลินโม่ตื่นเต้นจนมือสั่น ถูมือไปมาไม่หยุด
ฉันหนึ่ง นายเก้า...
เจ็ดพันหยวน!
แค่หิ้วถังเดินตามต้อย ๆ สองชั่วโมงเนี่ยนะ?
ไม่สิ!
แทบไม่ได้หิ้วเองด้วยซ้ำ คุณชายอาโม่มีลูกสมุนคอยช่วยถือให้อีกต่างหาก
แค่มาอีกสักสองรอบ เครื่องเกมในฝันก็ได้อุ้มกลับบ้านแล้ว
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี
ส่วนเด็กคนอื่น ๆ อีกสี่คนที่ช่วยหิ้วถัง ได้ค่าขนมคนละ 500 หยวน
และอีกห้าคนที่คอยส่องไฟ ได้ไปคนละ 300 หยวน
รวยเละกันถ้วนหน้า
ทุกคนยิ้มแก้มปริแยกย้ายกันกลับบ้าน
จะมีก็แต่พวกผู้ใหญ่ที่ยืนมองตาละห้อย จิตใจห่อเหี่ยวด้วยความอิจฉา
แผนการสร้าง ‘วิมานรักริมทะเล’ ของเย่ซื่อไห่ ได้รับเงินทุนก้อนแรกมาหมุนเวียนแล้ว
ติดอยู่เรื่องเดียวคือ... จะกล่อมให้น้าเหมยยอมรับแผนการรีโนเวทบ้านเก่าแบบล้ำยุคของเขาได้ยังไง
เพราะสำหรับน้าเหมยและคนแถวนี้ พอมีเงินก้อนโต ความคิดแรกคือต้องทุบทิ้งแล้วสร้างตึกสูง ๆ
คนแถบหมิ่นไห่นิยมสร้างตึก ยิ่งสูงยิ่งดี
บ้านไหนมีสมาชิกกี่คน ก็ต้องสร้างจำนวนชั้นให้เท่ากับคนในบ้าน
ที่ดินแค่ร้อยตารางวา แต่ดันสร้างตึกแปดเก้าชั้น มีให้เห็นกันเกลื่อนเมือง
เด็กน้อยคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความอาลัยอาวรณ์
“พี่ซื่อไห่ พรุ่งนี้พี่จะมาอีกไหม? เดี๋ยวผมให้พี่สาวทำน้ำแข็งไสมาให้กิน”
เย่ซื่อไห่หัวเราะลั่น ขยี้หัวเด็กคนนั้นด้วยความเอ็นดู
“มาทุกวันไม่ได้หรอกไอ้หนู ต้องเว้นช่วงสักสองสามวัน ของดี ๆ มันไม่ได้มีให้เก็บทุกวันนะ”
อาโม่แอบค้อนขวับใส่เด็กคนนั้นในใจ... คราวหน้าไม่พาเอ็งมาด้วยแล้ว
แล้วอีกอย่าง พี่สาวเอ็งจะสวยสู้เจ๊ข้าได้เรอะ?
แต่ดูเหมือนเย่ซื่อไห่จะไม่ค่อยสนใจพี่สาวของเขาเท่าไหร่ กลายเป็นฝ่ายพี่สาวเขาเสียอีกที่ต้องคอยตามตื๊อ
อาโม่เริ่มรู้สึกปวดตับตะหงิด ๆ
ช่างมันเถอะ ขอแค่พาฉันหาเงินได้ จะให้เรียกว่า ‘พี่เขย’ ก็ยอมวะ
เจ๊... ผมช่วยเจ๊ได้แค่นี้แหละนะ
จบบท