เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 ถล่มรังปูมันเหลือง

บทที่ 5 ถล่มรังปูมันเหลือง

บทที่ 5 ถล่มรังปูมันเหลือง


“ว้าว พี่ซื่อไห่ พี่นี่โคตรเจ๋งเลย”

“เย่ซื่อไห่ นายอย่าบอกนะว่าเจอปูมันเหลืองอีกแล้ว?”

“อะไรคือ ‘อีกแล้ว’ หา? แหกตาดูนี่สิว่าคืออะไร?”

อาโม่ชี้ไปที่ถังข้างตัวด้วยความไม่พอใจ

กลุ่มเด็กวัยรุ่นด้านหลังต่างพากันหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น

เจ้าของคำถามคือชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เมื่อเขายื่นหน้าเข้ามาดู นัยน์ตาก็แทบจะถลนออกมานอกเบ้า

รอบนี้เย่ซื่อไห่เตรียมถังใบใหญ่มา ใส่น้ำไว้หล่อเลี้ยงชีวิตสัตว์ทะเล และในนั้นมีปูมันเหลืองขนาดหนึ่งจินครึ่งขึ้นไปแออัดยัดเยียดกันอยู่กว่าสิบตัว!

“ซื่อไห่ เอ็งมีเคล็ดลับอะไรหรือเปล่าเนี่ย?”

“ลุงหาของทะเลมาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยเจอเรื่องมหัศจรรย์แบบเอ็งเลย”

“ถ้าเอ็งหาได้แบบนี้ทุกวันนะ...!”

เย่ซื่อไห่ในชุดเอี๊ยมกันน้ำ ไฟฉายห้อยคอ เงยหน้าขึ้นมาจากแอ่งน้ำ ใบหน้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เขายิ้มซื่อ ๆ ตอบกลับไป

“ลุงหลี่ โชคช่วยครับ โชคล้วน ๆ”

ปากบอกว่าโชคช่วย แต่มือที่ถือคีมชูขึ้นมานั้น คีบปูมันเหลืองตัวเบ้อเริ่มที่กำลังกางก้ามขู่ฟ่อขึ้นมาอีกตัว

กะจากสายตา ตัวนี้ต้องมีสองจิน!

ลุงหลี่ถึงกับลมจับ ยืนนิ่งพูดไม่ออก

แอ่งน้ำนี้แกเพิ่งจะเดินสำรวจไปสองรอบ พลิกหินทุกก้อน มุดดูทุกซอกทุกมุมแต่ไม่เจออะไรเลย

พวกเด็ก ๆ โห่ร้องด้วยความดีใจ รีบช่วยอาโม่ขยับถังมารับของ

อาโม่ตอนนี้เคลิบเคลิ้มไปไกลแล้ว

ฉันหนึ่ง นายเก้า... เครื่องเกมจ๋า พี่กำลังขยับเข้าไปหาแล้วนะจ๊ะ

เย่ซื่อไห่มัดปูอย่างคล่องแคล่ว ลองเดาะน้ำหนักดูแล้วฉีกยิ้มกว้าง

“ไม่เลว ตัวนี้ถึงสองจินจริง ๆ”

เขาส่งปูให้เด็กคนหนึ่งถือไว้ แล้วลุกขึ้นตะโกนสั่งการ

“ไป! ย้ายหลุม”

ใบหน้าสีทองแดงกรำแดดของลุงหลี่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

ความรู้สึกเหมือนเพิ่งทำเงินร้อยล้านหล่นหายไปต่อหน้าต่อตา

คนรอบข้างที่เริ่มสงสัยก็พากันมุงเข้ามา

“เชี่ย! เย่ซื่อไห่ เอ็งเป็นลูกเขยพญามังกรเจ้าสมุทรหรือไงวะ?”

“แม่งเอ๊ย พรุ่งนี้ข้าจะไปโดดทะเลบ้างแล้ว”

“ถังของหมอนั่นมีแต่เงิน แต่ถังของข้ามีแต่ขยะไร้ค่าชัด ๆ”

“เมื่อกี้เอ็งเพิ่งโม้ไม่ใช่เรอะว่าจับหมึกสายสามจินได้สองตัว? โลละตั้งแปดสิบหยวนนะเว้ย”

“ไสหัวไปเลยไป!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

คนที่มามุงดูต่างหมดอารมณ์จะหาของต่อ พากันเดินตามกลุ่มเด็กวัยรุ่นไปเป็นพรวน จ้องมองเย่ซื่อไห่กระโดดลงไปในแอ่งน้ำที่พวกตนเพิ่งจะงมผ่านไปหยก ๆ

เย่ซื่อไห่แกล้งทำท่าเอาคราดเขี่ย ๆ ไปตามร่องหินพอเป็นพิธี แล้วพอยกคีมขึ้นมา... ก็มีปูมันเหลืองติดขึ้นมาอีกตัว

สายตาที่ทุกคนมองเขาตอนนี้ มันเกินกว่าคำบรรยายใด ๆ

ทั้งอิจฉา ทั้งริษยา ทั้งหมั่นไส้ปนทึ่ง

“นี่มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์แล้ว!”

“เมื่อกี้ข้าเพิ่งจะคลำตรงนั้นมากับมือนะเว้ย”

อาโม่ยืนเฝ้าถัง สายตาระแวดระวังจ้องมองคนรอบข้าง เขากลัวว่าจะมีใครมือบอนขโมยของ ใครกล้าฉก พ่อจะแลกด้วยชีวิต

เครื่องเกมรุ่นใหม่กำลังกวักมือเรียกอยู่รำไร

ตอนนี้ในถังมีปูสิบแปดตัวแล้ว

ถ้าคำนวณจากราคารับซื้อแปดร้อยหยวนต่อจิน ตีซะว่าสามสิบจิน เขาจะได้ส่วนแบ่งสองพันห้าร้อยหยวน

ดูจากทรงของพี่ซื่อไห่วันนี้แล้ว ตัวเลขนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดแน่นอน

เผลอ ๆ ยอดอาจจะพุ่งไปอีกเท่าตัว

ห้าพันหยวนเหนาะ ๆ

อาโม่เริ่มคำนวณในใจอย่างเคร่งเครียด... จะทำยังไงถึงจะหลอกถามเคล็ดลับการหาปูมันเหลืองมาจากเย่ซื่อไห่ได้นะ?

เจ๊ครับ สงสัยงานนี้ผมต้องเสียสละเจ๊เพื่อชาติแล้วล่ะ

แต่ไม่รู้ว่าพี่ซื่อไห่เขาจะชอบรสนิยมกางเกงในตัวจิ๋วของเจ๊หรือเปล่านะ?

วันนี้เย่ซื่อไห่ทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยทัศนคติที่ว่า ‘ลงน้ำแล้วต้องไม่เสียเที่ยว’ ขอแค่เขาหย่อนขาลงไปในแอ่งน้ำ ไม่ว่าใครจะเคยงมมาก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างน้อยที่สุดต้องมีปูมันเหลืองไซซ์จินครึ่งติดมือขึ้นมาสักตัว

มันง่ายเหมือนก้มเก็บเงิน

ไม่สิ!

ง่ายยิ่งกว่าก้มเก็บเงินเสียอีก

ตั้งแต่ห้าโมงครึ่งยันหนึ่งทุ่มครึ่ง ฟ้าเริ่มมืดสนิท แต่ฝูงชนรอบกายเขากลับยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

ถังใบใหญ่ที่เขาเตรียมมาเต็มเอี้ยด จนต้องล้นไปใส่ถังของอาโม่จนเต็มเช่นกัน

เหล่าเด็กน้อยทั้งสี่คนทำหน้าที่เป็นองครักษ์พิทักษ์ถังปู จับคู่กันเฝ้าถังละสองคน เปิดไฟฉายคาดหัวสว่างจ้า คอยกันท่าไม่ให้ใครเข้าใกล้

เมื่อเห็นว่าน้ำเริ่มขึ้นสูง เย่ซื่อไห่ก็ตัดสินใจหยุดภารกิจโกยเงินในที่สุด

ประเมินด้วยสายตา น่าจะมีไม่ต่ำกว่าห้าสิบจิน

ทั้งน้ำหนักและสภาพความสมบูรณ์ เรียกได้ว่าเกรดพรีเมียมทุกตัว

งานนี้เขาไม่ต้องถ่อไปถึงท่าเรือด้วยซ้ำ เพราะ เซียวเจี้ยนกั๋ว ที่เคยรับซื้อปูของเขาไปเมื่อหลายวันก่อน ได้ข่าวระแคะระคายเข้า จึงรีบขับรถกระบะมารอดักรอที่ชายหาดแต่หัววัน แถมยังจัดการกันท่าพ่อค้ารายย่อยคนอื่น ๆ ให้เสร็จสรรพ

เซียวเจี้ยนกั๋วมีหุ้นส่วนทำภัตตาคารอาหารทะเลอยู่ที่เมืองฝูเฉิง ดังนั้นเมื่อเจอของเกรดพรีเมียม แกจึงกล้าสู้ราคามากกว่าคนอื่น

เพราะแกซื้อตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกทอด

บางครั้ง วัตถุดิบชั้นยอดก็คือหน้าตาและศักดิ์ศรีของร้านอาหาร

อย่าได้ดูแคลนปูมันเหลืองไม่กี่สิบจินนี้เชียว ในช่วงเวลาสำคัญ มันอาจเป็นไม้ตายที่ช่วยกู้สถานการณ์ของร้านได้เลยทีเดียว

เซียวเจี้ยนกั๋วเองก็นึกสงสัยอยู่ครามครัน ว่าเจ้าหนูเย่ซื่อไห่คนนี้ไปแทงรังปูมันเหลืองแตกหรือยังไง?

หรือควรจะพิจารณาเรื่องการร่วมมือกันให้ลึกซึ้งกว่านี้ดี?

เจ้าเด็กนี่ต้องมีของดีซ่อนอยู่แน่ ๆ เก่งกาจกว่าที่ตาเห็นภายนอกเยอะ

ส่วนจะร่วมมือกันแบบไหน?

ปกติแล้วเซียนหาของทะเลฝีมือดี มักจะมี ‘ขาประจำ’ คอยรับซื้อของ และฝ่ายรับซื้อก็จะคอยสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือให้ตามที่นักล่าต้องการ

เซียวเจี้ยนกั๋วมีเส้นสายกว้างขวาง อะไรที่เกี่ยวกับประมง แกพอจะหาช่องทางได้หมด

ภายใต้แสงไฟวูบวาบจากไฟฉายนับสิบดวง การซื้อขายระหว่างเย่ซื่อไห่และเซียวเจี้ยนกั๋วก็เริ่มขึ้น

น้ำหนักรวมทั้งหมด 57 จิน

เมื่อชั่งน้ำหนักเสร็จ เซียวเจี้ยนกั๋วก็ลากเย่ซื่อไห่ไปคุยหลบมุม พลางกระซิบยิ้ม ๆ

“ซื่อไห่ ราคาตลาดตอนนี้อยู่ที่แปดร้อย แต่อาจะให้เราจินละหนึ่งพันสอง”

เย่ซื่อไห่รีบปั้นหน้าซื่อทันที ยกมือเกาหัวแก้เขินแล้วเอ่ยว่า

“เถ้าแก่เซียว แบบนี้จะดีเหรอครับ?”

“เรียก อาเซียว สิ จะมาเกรงใจอะไรกับอาล่ะ?”

เซียวเจี้ยนกั๋วโอบไหล่เย่ซื่อไห่อย่างสนิทสนม แล้วกระซิบเสียงเบา

“อาพูดตรง ๆ กับเราเลยนะ อาเปิดภัตตาคารที่ฝูเฉิง ของพวกนี้อาเอาไปขายต่อได้จินละสองพันหรืออาจจะสูงกว่านั้น วันหน้าวันหลังถ้าเราอยากได้อุปกรณ์อะไร บอกอาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

เย่ซื่อไห่ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นเลือดร้อนที่จะหลงคำหวานง่าย ๆ เขาแกล้งเยินยอเซียวเจี้ยนกั๋วกลับไปสองสามประโยค ก่อนจะถือโอกาสถามสิ่งที่ต้องการ

“อาเซียวครับ อาพอจะมีเส้นสายเรื่องตกปลาหรือการออกเรือบ้างไหมครับ?”

เซียวเจี้ยนกั๋วยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ

“เราอยากได้อะไรล่ะ? ขอแค่ไม่ใช่เรือยอชต์ลำยักษ์ อาเซียวของหลานพอจะคุยให้ได้หมด”

เย่ซื่อไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“ผมแค่ถามดูเฉย ๆ ครับ ไว้ถ้าจำเป็นจริง ๆ ผมจะโทรหาอาเซียวแน่นอน”

เซียวเจี้ยนกั๋วตบไหล่เขาดังปึก

“ไม่มีปัญหา!”

ปูมันเหลือง 57 จิน ในราคาจินละ 1,200 หยวน คิดเป็นเงินทั้งหมด 68,400 หยวน

เซียวเจี้ยนกั๋วใจป้ำ โอนให้เย่ซื่อไห่เป็นเลขกลม ๆ ที่ 70,000 หยวน

ไทยมุงที่ยืนดูเหตุการณ์มาทั้งคืนได้แต่มองตาปริบ ๆ น้ำลายแทบหก

เจ็ดหมื่นหยวนเชียวนะ!

ชาวประมงออกเรือลำหนึ่งใช้คนสามถึงห้าคน ตรากตรำทั้งวัน หักค่าน้ำมันค่าสึกหรอแล้ว เหลือแบ่งกันหมื่นสองหมื่นก็แทบจะจุดธูปขอบคุณสวรรค์แล้ว

แต่ไอ้หนูนี่... ถังใบเดียว คีมอันเดียว เดินคีบอยู่สองชั่วโมง ฟันกำไรเน้น ๆ เจ็ดหมื่น!

หลังจากส่งเซียวเจี้ยนกั๋วกลับไป เย่ซื่อไห่ก็หันมายิ้มตาหยีให้อาโม่

“อาโม่ ร่วมหุ้นกับฉันเป็นไงบ้าง?”

หลินโม่ตื่นเต้นจนมือสั่น ถูมือไปมาไม่หยุด

ฉันหนึ่ง นายเก้า...

เจ็ดพันหยวน!

แค่หิ้วถังเดินตามต้อย ๆ สองชั่วโมงเนี่ยนะ?

ไม่สิ!

แทบไม่ได้หิ้วเองด้วยซ้ำ คุณชายอาโม่มีลูกสมุนคอยช่วยถือให้อีกต่างหาก

แค่มาอีกสักสองรอบ เครื่องเกมในฝันก็ได้อุ้มกลับบ้านแล้ว

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี

ส่วนเด็กคนอื่น ๆ อีกสี่คนที่ช่วยหิ้วถัง ได้ค่าขนมคนละ 500 หยวน

และอีกห้าคนที่คอยส่องไฟ ได้ไปคนละ 300 หยวน

รวยเละกันถ้วนหน้า

ทุกคนยิ้มแก้มปริแยกย้ายกันกลับบ้าน

จะมีก็แต่พวกผู้ใหญ่ที่ยืนมองตาละห้อย จิตใจห่อเหี่ยวด้วยความอิจฉา

แผนการสร้าง ‘วิมานรักริมทะเล’ ของเย่ซื่อไห่ ได้รับเงินทุนก้อนแรกมาหมุนเวียนแล้ว

ติดอยู่เรื่องเดียวคือ... จะกล่อมให้น้าเหมยยอมรับแผนการรีโนเวทบ้านเก่าแบบล้ำยุคของเขาได้ยังไง

เพราะสำหรับน้าเหมยและคนแถวนี้ พอมีเงินก้อนโต ความคิดแรกคือต้องทุบทิ้งแล้วสร้างตึกสูง ๆ

คนแถบหมิ่นไห่นิยมสร้างตึก ยิ่งสูงยิ่งดี

บ้านไหนมีสมาชิกกี่คน ก็ต้องสร้างจำนวนชั้นให้เท่ากับคนในบ้าน

ที่ดินแค่ร้อยตารางวา แต่ดันสร้างตึกแปดเก้าชั้น มีให้เห็นกันเกลื่อนเมือง

เด็กน้อยคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความอาลัยอาวรณ์

“พี่ซื่อไห่ พรุ่งนี้พี่จะมาอีกไหม? เดี๋ยวผมให้พี่สาวทำน้ำแข็งไสมาให้กิน”

เย่ซื่อไห่หัวเราะลั่น ขยี้หัวเด็กคนนั้นด้วยความเอ็นดู

“มาทุกวันไม่ได้หรอกไอ้หนู ต้องเว้นช่วงสักสองสามวัน ของดี ๆ มันไม่ได้มีให้เก็บทุกวันนะ”

อาโม่แอบค้อนขวับใส่เด็กคนนั้นในใจ... คราวหน้าไม่พาเอ็งมาด้วยแล้ว

แล้วอีกอย่าง พี่สาวเอ็งจะสวยสู้เจ๊ข้าได้เรอะ?

แต่ดูเหมือนเย่ซื่อไห่จะไม่ค่อยสนใจพี่สาวของเขาเท่าไหร่ กลายเป็นฝ่ายพี่สาวเขาเสียอีกที่ต้องคอยตามตื๊อ

อาโม่เริ่มรู้สึกปวดตับตะหงิด ๆ

ช่างมันเถอะ ขอแค่พาฉันหาเงินได้ จะให้เรียกว่า ‘พี่เขย’ ก็ยอมวะ

เจ๊... ผมช่วยเจ๊ได้แค่นี้แหละนะ

จบบท

จบบทที่ บทที่ 5 ถล่มรังปูมันเหลือง

คัดลอกลิงก์แล้ว