เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 28

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 28

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 28


ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 28

หลังจากอาบน้ำชำระกายเสร็จแล้ว ร็อดก็หยิบเสื้อผ้าของเอลล็อตภายในแหวนมิติออกมาสวมใส่ จากนั้นจึงนำชุดคลุมที่พับเอาไว้อย่างเรียบร้อยออกมาสวมทับ

หลังจากสวมชุดคลุมแล้ว ผ้าคลุมผืนใหญ่ก็ได้ปกปิดรูปร่างของร็อดเอาไว้ และหลังจากที่สวมหมวกคลุม มองจากภายนอกก็ยากจะเห็นใบหน้าของร็อด ตั้งแต่หัวจรดเท้าล้วนถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยชุดคลุมสีดำ

หลังจากจัดแจงเสื้อผ้าจนเข้าที่แล้ว ร็อดก็พาแวมไพร์เดินเลียบไปตามแม่น้ำเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดในแผนที่

เดินมาได้สักพัก ร็อดก็เห็นว่าที่ด้านหน้าของเขามีกวางกลุ่มหนึ่งกำลังกินน้ำอยู่ จู่ๆก็เกิดระลอกความคิดขึ้นในตราประทับวิญญาณ แวมไพร์กำลังขออนุญาตจากเขา

เนื่องเพราะอาการบาดเจ็บยังไม่หายดี เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตอยู่ตรงหน้า แวมไพร์จึงไม่อาจยับยั้งความหิวกระหายตามสัญชาตญาณ แต่หากปราศจากคำอนุญาตจากร็อด มันก็ไม่กล้าลงมือ

เมื่อคิดว่าเลือดและเนื้อสดๆของกวางพวกนี้สามารถเร่งกระบวนการฟื้นฟูของแวมไพร์ได้ ร็อดจึงอนุญาต วินาทีถัดมา แวมไพร์ก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อแวมไพร์พุ่งตัวออกไปได้ครึ่งทาง พวกกวางก็รู้สึกตัวและหลบหนี แวมไพร์ไล่ตามกวางตัวหนึ่งไปก่อนจะตวัดกรงเล็บออกไป จากนั้นจึงเบนสายตาไปยังกวางตัวถัดไป

กวางที่ถูกแวมไพร์จู่โจมยังคงวิ่งหนีต่อไป บนร่างกายของมันปรากฏแผลลึกสี่รอย หลังจากวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าว กล้าตัวแรกก็ล้มลงเพราะทนบาดแผลไม่ไหว แต่เพราะหยุดลงมือกับกวางตัวแรก กวางตัวที่เหลือจึงมีเวลาให้วิ่งหนี ดังนั้นจึงเป้นเรื่องยากที่แวมไพร์จะตามทันได้

พวกกวางกระจายตัวกันหนีหายเข้าไปในป่า แต่มีกวางตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้กับร็อดมาก

ร็อดมือยกขึ้นเล็งก่อนจะใช้ [เมจิกแอโรว์] ศรเวทดอกหนึ่งพุ่งเข้าใส่กวางที่อยู่ใกล้ๆตัวนั้นและทะลวงร่างมันจนเป็นรู กวางล้มลงจมกองเลือด

เมื่อเห็นว่าไล่ตามกวางตัวที่เหลือไม่ทันแล้ว แวมไพร์ก็กลับไปหากวางตัวแรกก่อนจะเริ่มกัดกินเลือดเนื้อของมัน

ขณะที่แวมไพร์กำลังกินกวางอยู่นั้น ร็อดก็เปิดข้อความจากระบบขึ้นมาดู

กวางนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตไร้ลำดับขั้น ดังนั้นจึงไม่ให้ค่าประสบการณ์ใดๆหลังจากที่ฆ่าได้ ร็อดที่คาดการณ์เอาไว้ก่อนแล้วจึงไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรนัก

ร็อดลองทำการทดลอง หลังจากเปลี่ยนรางวัลความสำเร็จ เขาก็ลองใช้ [ปลุกชีพ] กับกวางบนพื้น ผลลัพธ์ของมานาที่จะต้องใช้คือ 5 หน่วย ซึ่งเท่ากับการใช้ [เมจิกแอโรว์] 1 ครั้ง ในใจของร็อดลพันบังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

แวมไพร์จัดการกวางตัวนั้นเสร็จในเวลาไม่นาน และความผันผวนของรอยประทับวิญญาณก็แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย

ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปต่อ ร็อดก็ใช้ [ปลุกชีพ] กับกวางบนพื้น

ภายใต้ผลของ [ปลุกชีพ] เลือดของกวางที่ตายแล้วเริ่มจับตัวแข็งก่อนจะหยุดไหลในที่สุด แม้จะมีบาดแผลจากการถูกแวมไพร์กัดแทะ แต่กวางที่ตายไปแล้วก็ยังลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

แต่เนื่องเพราะกวางไม่ถูกจัดอยู่ในลำดับขั้นและแทบจะไม่มีพลังโจมตี ดังนั้นถึงแม้ว่าจะถูกปลุกชีพขึ้นมา แต่มันก็ไม่ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทอันเดด

แต่เดิมทีร็อดก็ไม่ได้จะใช้กวางซอมบี้มาสู้ในฐานะอันเดดอยู่แล้ว แต่เขาจะใช้มันด้วยวิธีการอื่น

ร็อดพลิกตัวปีนขึ้นไปนั่งบนหลังกวาง จากนั้นจึงออกคำสั่งผ่านทางตราประทับวิญญาณให้มันเดินหน้า

พวกอันเดดนั้นไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพ ดังนั้นร็อดจึงเลือกที่จะเปลี่ยนกวางให้กลายเป็นพาหนะของเขา ทำให้ช่วยย่นเวลาที่จะไปถึงเมืองเป้าหมาย

ร็อดทำเช่นเดียวกันกับกวางอีกตัว จากนั้นจึงให้แวมไพร์ขึ้นไปขี่มัน

พวกเขาออกเดินทางต่อ ด้วยเพราะมีกวางเป็นพาหนะ ต่อให้เส้นทางจะขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่ความเร็วในการเดินทางก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในระหว่างการเดินทาง พวกเขาไม่ได้พบเจอสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆอีก และก่อนที่ท้องฟ้าจะมืด ร็อดก็มองเห็นตัวเมือง

จากการประเมินดูแล้ว เขาคิดว่าเมืองแห่งนี้สมควรเป็นเมืองขนาดเล็กเมืองหนึ่ง และอาจเป็นเพราะใกล้ค่ำ ที่ประตูเมืองจึงมีคนอยู่มากมาย

ตามบันทึกการเดินทางของเอลล็อต เอลล็อตเคยมาซื้อขายภายในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเพื่อซื้อขายอันเดดหรือผู้กล้า ที่นี่ก็สมควรมีสมาคมการค้าอิสระตั้งอยู่ และการค้าขายกับเนโครแมนเซอร์ก็ไม่ใช่ข้อห้ามแต่อย่างใด

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหายุ่งยาก ร็อดจึงนำชุดคลุมอีกตัวออกมาให้แวมไพร์สวมใส่ไว้ จากนั้นจึงฉีกผ้าสีดำบางส่วนออกมาปกปิดใบหน้าของแวมไพร์ ไม่ให้เห็นเขี้ยวอันโดดเด่นของมัน

วิธีการนี้เพียงสามารถปกปิดรูปลักษณ์ภายนอกได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถปกปิดออร่าของอันเดดที่แผ่ออกมาจากตัวมัน หากว่านักเวทมาพบเห็น พวกเขาจะรู้ได้ในทันที

ทั้งสองลงจากหลังกวาง จากนั้นร้อดจึงใช้ดาบฆ่ากวางทิ้ง ตระเตรียมจะเข้าเมือง

ในช่วงเวลาแบบนี้ยังคงมีผู้คนเข้าออกเมืองเป็นปกติ ร็อดนำแวมไพร์ไปต่อด้านหลังของแถว

ก่อนที่จะเข้าเมืองนั้น ทหารที่เฝ้าประตูเมืองจะตรวจสอบสิ่งของสัมภาระของผู้ที่บรรทุกสิ่งของจำนวนมาก ส่วนผู้ที่สวมชุดทหารจะสามารถผ่านเข้าเมืองได้โดยตรง

นอกจากมหานครหรือตามเมืองใหญ่ๆแล้ว เมืองอื่นๆมักจะไม่ได้กำหนดค่าผ่านทาง แต่แน่นอนว่าอาจจะมีเมืองเล็กๆที่ขุนนางเจ้าเมืองเลือกที่จะเก็บค่าผ่านทางอยู่

ทหารไม่ได้ตรวจค้นร็อดอย่างเข้มงวดเท่าใดนัก หลังจากตรวจเพียงเล็กน้อยก็ปล่อยให้เขาเข้าไปในเมือง

เมื่อเทียบกับชาวบ้านหรือพ่อค้าที่แต่งตัวธรรมดาสามัญแล้ว การแต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำทั้งตัวของร็อดและแวมไพร์ออกจะโดดเด่นสะดุดตาไปสักหน่อย

ทหารที่ท่าทางมีประสบการณ์ขมวดคิ้วขณะมองสำรวจดูร็อด แต่เขาก็ปล่อยร็อดเข้าไปในเมือง

หลังจากที่ร็อดเข้าไปในเมืองแล้ว ทหารที่มีประสบการณ์คนนั้นก็ส่งสายตาเป็นสัญญาณให้กับทหารคนอื่นๆ ทหารที่อยู่โดยรอบพลันเคลื่อนไหว

ในขณะที่ผ่านเข้าไปในเมือง ร็อดย่อมเห็นการเคลื่อนไหวเหล่านี้

ร็อดเข้าใจการกระทำของพวกเขา หากว่ามีเนโครแมนเซอร์ที่แข็งแกร่งต้องการจะเข้าไปในเมือง เขาเองก็คงเลือกที่จะไม่ฉีกหน้าลงมือในทันทีเพราะไม่ทราบความแข็งแกร่งของเนโครแมนเซอร์คนนั้น แต่เขาจะส่งคนไปจับตาดูเอาไว้ เพื่อไม่ให้เนโครแมนเซอร์ทำลายความสงบสุขภายในเมือง

ร็อดส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ภายในเกมเองก็มีการตอบสนองแบบนี้อยู่เช่นกัน

ภายในเกมในชีวิตที่แล้วของเขานั้น ก่อนที่จะมีภาคเสริมตัวที่สองปล่อยออกมา พวกเนโครแมนเซอร์นั้นจะถูกห้ามไม่ให้เข้าเมืองโดยเด็ดขาด ยกเว้นที่ดีย่า เพราะว่าเคยมีครั้งหนึ่งที่เนโครแมนเซอร์เข้าไปทำลายเมืองและสร้างกองทัพอันเดดขึ้นมา ดังนั้นจึงมักจะมีผู้ตรวจสอบพิเศษคอยประจำการอยู่ที่ประตูทางเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบผู้ที่มีความผิดปกติโดยเฉพาะ

ที่ร้อดคาดคิดไม่ถึงก็คือ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการตรวจสอบอะไร แต่ทหารที่เจนศึกนั้นกลับสามารถค้นพบตัวตนของเขาได้โดยเพียงการมองสำรวจเท่านั้น

เมื่อเทียบกับพวกทหารเกณฑ์ที่ไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ทหารเจนศึกสามารถวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกเขามักจะถอนตัวออกจากกองทัพแทนที่จะสู้จนต้องตายในสงคราม

ร็อดไม่ได้สนใจมากนัก เขาเดินเข้าไปภายในเมือง

มีชายในชุดชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาจากทางด้านหน้าของร็อดอย่างรวดเร็ว

แม้จะไม่ต้องพึ่งสกิลสอดแนม ร็อดก็รู้สึกได้ว่า แม้ชายคนนี้จะไม่ได้มองมาทางเขาแม้สักแวบเดียว แต่ความสนใจทั้งหมดล้วนอยู่บนตัวของเขา

"กำลังทดสอบกันสินะ...."

ร็อดแค่นเสียง

ขณะที่ร็อดกำลังจะเดินชายคนนั้นไป ชายคนนี้ก็ดูเหมือนจะเสียหลัก ร่างของเขาล้มมาทางร็อด ขณะเดียวกัน มือขวาของเขาก็เหมือนพยายามจะคว้าหลักยึด มือข้างนั้นยื่นมาทางร็อด......

จบบทที่ ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 28

คัดลอกลิงก์แล้ว