เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 27

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 27

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 27


ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 27

ร็อดพาแวมไพร์เดินผ่านป่าทึบ

ภายในป่ามีแสงส่องลอดต้นไม้ลงมาไม่มาก ตามพื้นยังมีกิ่งไม้ใบไม้อยู่เกลื่อนกล่น รอบด้านมีแต่ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ร็อดกวาดตามองดู ต้นไม้แต่ละต้นใหญ่ประมาณห้าหกคนโอบ เมื่อรอบด้านมีแต่ต้นไม้ การจำแนกทิศทางภายในป่าจึงยากลำบากไม่ใช่น้อย

เนื่องเพราะภายในป่านั้นไม่มีถนนหนทาง อีกทั้งทุกทิศยังดูเหมือนกันไปหมด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับร็อดที่จะระบุตำแหน่งของตัวเอง แม้จะมีแผนที่อยู่ในมือ แต่เขาก็จะต้องหาจุดอ้างอิงให้ได้เสียก่อน หลังจากนั้นจึงจะสามารถมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายได้

ดูจากสัญลักษณ์บนแผนที่แล้ว ร็อดก็เลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน จากนั้นจึงค่อยเดินเลียบแม่น้ำเพื่อตามหาเมืองขนาดเล็ก

ร็อดก้มหน้าลงดูแผนที่ในมือ ตามสิ่งที่บันทึกบนแผนที่นั้น หากว่าเขาต้องการจะมุ่งตรงไปยังแม่น้ำ เขาก็จะต้องผ่านจุดที่ระบุสัญลักษณ์อันตรายเอาไว้

ร็อดไม่ล่วงรู้สภาพพื้นที่หรือว่าศัตรูที่เขาจะต้องพบเจอ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เดินทางด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีแวมไพร์ร่วมทางมาด้วย ทั้งสองก็ช่วยกันสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบ

ร็อดที่มีสกิลสอดแนมย่อมสามารถสอดส่องพื้นที่โดยรอบอย่างสะดวกสบาย แม้จะทำให้การเดินทางเชื่องช้าลงบ้าง แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับเส้นทางอ้อม

ตามความคิดของร็อดแล้ว ศัตรูที่เอลล็อตคิดว่าจัดการได้ยากนั้นไม่ได้หมายความว่าจะยากสำหรับเขาด้วย

ขณะที่มุ่งตรงไปทางแม่น้ำ ร็อดจะสามารถพบเห็นศัตรูได้ตั้งแต่ระยะไกลผ่านสกิลสอดแนม หากว่าเป็นศัตรูที่แข็งแกร่ง เขาก็จะหลบเลี่ยง แต่หากว่าเป็นศัตรูที่อ่อนแอ เขาก็จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นค่าประสบการณ์

ร็อดประเมินว่าถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีแวมไพร์อยู่ด้วย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับเอลล็อตอีกครั้งแบบซึ่งหน้า เขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวแต่อย่างใด ชัยชนะอย่างต่อเนื่องติดต่อกันทำให้เขามีความกระหายอยากที่จะเอาชนะศัตรูที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน

ในระหว่างที่เดินทาง แม้รอบด้านจะไม่พบสิ่งปกติใดๆ ร็อดก็ไม่เคยลดความตื่นตัวลง เขาไม่ได้เดินดุ่มๆไปตรงๆ แต่เขาจะคอยสอดส่องสภาพแวดล้อมก่อนทุกครั้ง

ยิ่งออกมาไกลจากสุสาน แสงสว่างก็ยิ่งน้อยลงทุกที ร็อดกวาดมองโดยรอบ ต้นไม้ในพื้นที่แถบนี้สูงจนผิดปกติ กิ่งก้านสาขาที่งอกเงยออกมาก็บดบังแสงสว่างจนแทบไม่เหลือ ร็อดจำต้องเดินผ่านต้นไม้เหล่านี้

ในระหว่างที่เดินไปข้างหน้า ร็อดก็สะดุดตากับต้นไม้ที่โค่นเอียงลงมาสองสามต้น

ต้นไม้เหล่านี้ดูเหมือนจะล้มลงมาด้วยเหตุผลบางอย่าง ขณะที่ต้นอื่นๆโดยรอบยังยืนต้นอย่างแข็งแรง

ต้นไม้ที่ล้มลงมาเหล่านี้ราวกับถูกขุดรากถอนโคนขึ้นมาได้ไม่นาน เพราะบริเวณส่วนรากยังคงมีดินเกาะอยู่

ความผิดปกตินี้ทำให้ร็อดเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น อาศัยการรับรู้ที่ได้รับผ่านสกิลสอดแนม เขารีบกวาดสายตามองดูรอบๆ แต่ก็ไม่พบเห็นสิ่งใด ดังนั้นจึงได้แต่มุ่งหน้าไปต่อ

เดินไปได้ไม่ไกล สัญชาตญาณของเขาก็พลันส่งเสียงแจ้งเตือน ความรู้สึกวิกฤตอย่างแรงกล้าผุดขึ้นในใจของร็อด เขารีบพาแวมไพร์หลบเข้าหลังต้นไม้ต้นหนึ่งทันที

พื้นดินเกิดเสียงดังตึงตัง แรงสั่นสะเทือนเริ่มใกล้เข้ามา ในป่ามีเสียงของกิ่งไม้ใบไม้ขยับเคลื่อนไหว และเสียงที่เกิดขึ้นก็ยิ่งมายิ่งเข้าใกล้พวกเขา

ร็อดรับรู้ได้ตั้งแต่ระยะไกล สิ่งมีชีวิตบางสิ่งกำลังใกล้เข้ามาในทิศทางที่เขาอยู่ จากที่สัมผัสได้ผ่านความรู้สึก แม้จะหลบอยู่หลังต้นไม้แต่ร็อดยังรู้สึกใจสั่นขึ้นมา

แรงสั่นสะเทือนของพื้นดินเริ่มใกล้เข้ามาทุกที แวมไพร์เหมือนจะสัมผัสได้ถึงพลังของศัตรูตัวนี้ ร่างกายที่หลบอยู่หลังต้นไม้เริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรง

แรงสั่นสะเทือนนั้นมาจากทางด้านหน้าของต้นไม้ ร็อดตระหนักดีว่าหากไม่มีต้นไม้ต้นนี้เป็นที่กำบัง ศัตรูตัวนี้คงจะค้นพบพวกเขาเป็นที่เรียบร้อย

ตราประทับวิญญาณส่งสัญญาณแจ้งเตือนถี่ยิบ ร็อดสามารถรับรู้ได้แวมไพร์กำลังรู้สึกกลัว เขาทำได้เพียงบังคับแวมไพร์ให้อยู่นิ่งๆผ่านทางตราประทับวิญญาณ ขณะเดียวกันเขาก็กลั้นลมหายใจของตัวเองด้วย

แรงสั่นสะเทือนค่อยๆเคลื่อนห่างออกไป ศัตรูตัวนี้ไม่พบตัวร็อดและแวมไพร์ มันค่อยๆเดินไปที่ส่วนลึกของป่า

เมื่อศัตรูที่แข็งแกร่งจากไป แวมไพร์ก็สงบลง ร็อดเอนหลังพิงต้นไม้ นึกถึงศัตรูตัวเมื่อครู่

ในตอนที่ศัตรูจากไปนั้น ร็อดก็รีบชะโงกหน้าออกไปมอง และด้วยการมองเพียงแวบเดียวนี้ ร็อดก็สามารถระบุตัวตนของศัตรูตัวนี้

ร่างกายของมันสูงใหญ่เท่ากับต้นไม้ยักษ์ที่อยู่โดยรอบ ร่างกายส่วนบนของมันนั้นคล้ายคลึงกับมนุษย์ ผิวหนังของมันปกคลุมไปด้วยริ้วรอยที่คล้ายกับต้นไม้ที่ตายไปแล้ว.....

มันคือเดดวูดวอริเออร์

แรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินค่อยๆจางหายไป แต่ร็อดยังคงคิดถึงพลังรบของศัตรูตัวนี้

ขั้นที่ 5 หรืออาจจะสูงกว่านั้น?

ร็อดไม่ทราบ แต่เขารู้ว่าศัตรูตัวนี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาในเวลานี้จะรับมือได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเดดวูดวอริเออร์มีค่าการรับรู้ที่ต่ำ บางทีมันอาจจะรู้สึกตัวขึ้นมา

สำหรับเหล่าผู้คนที่หลงทางอยู่ในป่านั้น เดดวูดวอริเออร์มักจะไม่สนใจ ทั้งยังอาจจะช่วยพาพวกเขาออกจากป่า แต่สำหรับเหล่าเนโครแมนเซอร์แล้ว เดดวูดวอริเออร์ไม่ได้จิตใจดีถึงเพียงนั้น ร็อดไม่กล้าคิดเลยว่าหากมันพบตัวพวกเขาขึ้นมาจะเป็นอย่างไร

โชคดีที่ในพื้นหนึ่งนั้นจะมีเดดวูดวอริเออร์เพียงตัวเดียว หลังจากเฝ้ามองดูศัตรูเดินจากไป ร็อดก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะเจอเดดวูดวอริเออร์ตัวอื่นๆอีก

ร็อดพร้อมกับแวมไพร์มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เดดวูดวอริเออร์ใช้เดินทางมา

"เอลิ..."

ร้อดเหมือนจะนึกออกแล้วว่าตอนนี้เขาอยู่ตรงตำแหน่งไหนในแผนที่

ก่อนที่จะพบเจอกับเดดวูดวอริเออร์นั้น เพียงมองจากต้นไม้ที่สูงตะหง่านโดยรอบ ร็อดก็ได้แต่คาดเดา แต่ไม่กล้าฟันธง ตอนนี้หลังจากได้พบกับเดดวูดวอริเออร์ ร็อดก็มั่นใจว่าตอนนี้ที่ที่เขาอยู่ก้คือ เอลิ

เอลินั้นถูกปกครองโดยเผ่าพันธุ์เอลฟ์ พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นผืนป่า ที่นี่ยังมีสัตว์วิเศษอยู่จำนวนมาก อาทิ เซนทอร์หรือพรายไม้

ในหมู่สิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ในผืนป่า เดดวูดวอริเออร์ที่เขาเพิ่งเจอไปนั้นถือเป็นผู้พิทักษ์ที่ทรงพลังของเอลิ ด้วยความแข็งแกร่งที่ควบคู่ไปกับพลังชีวิตอันมหาศาล นั่นทำให้เดดวูดวอริเออร์เป็นศัตรูที่รับมือได้ยากยิ่ง ร็อดยังคงจำได้ดีว่าพลังที่เดดวูดวอริเออร์แสดงออกมาในสนามรบนั้นน่ากลัวเพียงใด

และดีย่า สถานที่ที่เหล่าเนโครแมนเซอร์มาชุมนุมกันนั้นก็ตั้งอยู่ติดชายแดนของเอลิ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในเอลินั้นชิงชังเหล่าเนโครแมนเซอร์เป็นอย่างมาก หากว่าต้องเข้ามาภายในเอลิ พวกเนโครแมนเซอร์จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะว่าเมื่อใดที่ถูกพบตัว พวกเขาก็จะถูกสิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในเอลิออกไล่ล่า

แม้จะรับรู้ตำแหน่งที่ตนเองอยู่โดยคร่าวๆ แต่ร็อดก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงเวลาไหนของเกม

หากว่าเขารู้ทั้งตำแหน่งและช่วงเวลา จากประสบการณ์อันโชกโชนในชีวิตที่แล้วของเขา ร็อดก็จะสามารถอ้างอิงจากเนื้อเรื่องของเกมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

ขณะที่กำลังเดินอยู่ เขาก็รู้สึกได้ถึงความชื้นในอากาศ ขณะที่ความรู้สึกนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร็อดทราบว่าตัวเขาอยู่ห่างจากเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ตอนแรกอีกไม่ไกลแล้ว

หมู่มวลไม้ที่ด้านหน้าเริ่มลดลง แสงสว่างเริ่มปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า จากนั้นแม่น้ำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของร็อด จากเสียงน้ำไหลเชี่ยวที่ดังกระทบใบหู ร็อดรู้ว่าเขามาถึงแม่น้ำที่มาร์กเอาไว้ในแผนที่แล้ว

อ้างอิงจากในแผนที่แล้ว เป้าหมายต่อไปของร็อดก็คือการเดินเลียบแม่น้ำไปหาเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด

เมื่อมาถึงแม่น้ำ ร็อดก็มองเงาสะท้อนของตนเอง เขาเห็นเพียงเส้นผมที่สั้นของตนเอง แต่ไม่อาจประเมินได้ว่าเป็นสีใด แม่น้ำที่ไหลเชี่ยวตลอดเวลาทำให้เขาไม่อาจสังเกตรูปลักษณ์ของตนได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าส่วนใหญ่ของเขาเต็มไปด้วยคราบเลือด เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ขาดหลุดลุ่ยไปนานแล้ว ตามร่างกายมีรอยบาดแผลที่ตกสะเก็ดแล้วอยู่ไม่น้อย

ร็อดยิ้มเจื่อน ตั้งแต่ที่เข้ามาในโลกนี้เขาก็ต่อสู้ไม่หยุด ดังนั้นจึงยังไม่มีเวลาได้จัดแต่งตัวเอง ไหนๆก็มาถึงแม่น้ำแล้ว ร็อดถอดเสื้อผ้าออกแล้วโยนลงแม่น้ำ จากนั้นจึงค่อยๆเดินลงไปในแม่น้ำเพื่ออาบน้ำสักครา.....

จบบทที่ ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 27

คัดลอกลิงก์แล้ว