เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 24

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 24

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 24


ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 24

ร็อดจ้องมองแวมไพร์ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล ภายใต้การสังเกตอย่างละเอียดดูแล้ว เขาก็เหมือนจะพบบางสิ่ง

แวมไพร์ที่เพิ่งจะคืนร่างได้พุ่งเข้าหาร็อดในทันที แต่เนื่องเพราะพวกซอมบี้ยังบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย ร็อดจึงไม่ได้ให้พวกมันเข้ามาล้อมโจมตีแวมไพร์อีก ครั้งนี้เขาจะเผชิญหน้ากับมันโดยตรง

ร่างของแวมไพร์และร็อดพุ่งเข้าปะทะกัน ดาบและกรงเล็บฟาดฟันกันและแยกตัวออกหลายครั้งจนเกิดเป็นเสียงดังบาดหู ร็อดอาศัยสกิลชำนาญดาบระดับเชี่ยวชาญและค่าความสามารถที่เข้าเกณฑ์มาตราฐานในการชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ

ขณะที่การต่อสู้ดำเนินไป จากค่าความสามารถในการรับรู้ของร็อด เขาก็สามารถประเมินค่าความสามารถของแวมไพร์ตรงหน้าได้โดยคร่าวๆ

ในหมู่มอนสเตอร์ระดับสามนั้น แวมไพร์มีค่าความสามารถสมดุลในทุกด้าน มันไม่มีจุดอ่อนอย่างเด่นชัดสักเท่าใด ไม่ว่าจะด้านความแข็งแรง ความเร็วหรือค่าพลังกาย นอกจากสกิลค้างคาวแปลงกายและคุณลักษณะของอันเดดแล้ว โดยส่วนใหญ่มันจะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการเอาตัวรอดและจัดการศัตรูที่อ่อนแอกว่าแบบเป็นกลุ่ม ดังนั้นมันจึงไม่อาจแก้ทางการโจมตีจากร็อดไปได้อีกพักหนึ่ง

ส่วนร็อดในตอนนี้นั้น ศัตรูที่ยากจะรับมือก็คือศัตรูที่มุ่งเน้นค่าความสามารถไปที่ค่าใดค่าหนึ่งอย่างสุดโต่ง เมื่อเผชิญหน้ากับแวมไพร์ที่สมดุลไปเสียทุกด้านแบบนี้ ของเพียงอีกฝ่ายไม่มีไพ่ตายที่เป็นสกิลระดับสูง ร็อดก็สามารถใช้ความสามารถในเชิงดาบเอาชนะมัน

แม้ว่าจะยังมีช่องว่างในด้านค่าความสามารถอยู่บ้าง แต่สกิลชำนาญดาบก็ยังสามารถช่วยทดแทนค่าความสามารถที่ยังขาดไปได้อยู่

ส่วนการโจมตีของแวมไพร์ ร็อดสามารถคาดเดาได้จากการประเมินบาดแผลบนร่างของพวกอันเดด ร็อดมั่นใจว่าหากเขาถูกแวมไพร์คว้าคอเอาไว้ได้ เขาคงตายภายในเวลาไม่กี่วิ

เมื่อต้องรับมือกับแวมไพร์ วิธีที่ร็อดใช้ส่วนใหญ่จะเป็นการป้องกันและสวนกลับ ขณะเดียวกันก็ยังควบคุมระยะห่างเอาไว้ด้วย เขาใช้ดาบปัดกรงเล็บที่โจมตีเข้ามาควบคู่ไปกับการเบี่ยงตัวหลบ ดังนั้นแวมไพร์จึงยังไม่อาจแตะสัมผัสถูกร่างของร็อดได้

ในเวลานี้ผลลัพธ์ของสกิลชำนาญดาบได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าแวมไพร์จะโจมตีสักกี่ครั้ง มันก็ยังไม่อาจทำร้ายถูกตัวร็อด กลับกัน บนร่างของแวมไพร์เริ่มกลาดเกลื่อนไปด้วยบาดแผล

แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น สีหน้าของร็อดก็ยังคงเคร่งขรึมจริงจัง อีกทั้งยิ่งเวลาผ่านไป สีหน้าเขาก็ยิ่งเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ

ประสบการณ์การต่อสู้ของแวมไพร์ แม้จะเทียบไม่ได้กับสกิลชำนาญดาบของร็อด แต่ก็เหนือกว่าศัตรูทุกตัวที่ร็อดเคยพบเจอมา

เมื่อใดก็ตามที่ร็อดต้องการจะโจมตีไปที่จุดตาย แวมไพร์ก็จะสามารถหลบเลี่ยงหรือพึ่งพาร่างกายอันทรงพลังโจมตีเข้าใส่ร็อดเพื่อบีบให้เขายกเลิกการโจมตี

แน่นอนว่าร็อดย่อมไม่คิดจะแลกแผลกับมัน สุดท้ายจึงได้แต่ละทิ้งโอกาสไป

ในขณะที่ต่อสู้ไป ร็อดก็ตระหนักได้ว่าวิธีการโจมตีเช่นนี้ การโจมตีของเขาทำได้เพียงฝากบาดแผลอันตื้นเขินไว้ตามร่างของแวมไพร์ และบาดแผลตื้นๆเหล่านั้นก็แทบจะไม่ส่งผลใดๆ เพราะแวมไพร์มีค่าความสามารถที่สูง กลับกันบาดแผลเล็กๆเหล่านี้กลับยิ่งทำให้แวมไพร์ลงมือดุร้ายยิ่งขึ้น

ซอมบี้โดยรอบที่เดิมได้แต่ยืนนิ่งเฉย เมื่อร็อดนึกแผนการได้ เขาก็ควบคุมพวกมันอีกครั้ง เมื่อใดก็ตามที่แวมไพร์ต้องการจะโจมตีใส่ร็อด ซอมบี้ที่อยู่รอบๆก็จะก้าวเท้าออกมารับค่าความเสียหายไป

ซอมบี้นั้นจะทำหน้าที่รับค่าความเสียหายแทนร็อด ส่วนหมาป่าซอมบี้นั้นจะคอยหาโอกาสโจมตีใส่แวมไพร์

ทว่าการใช้วิธีนี้ก็ทำให้พวกอันเดดใต้การควบคุมของร็อดลดจำนวนลงเรื่อยๆ ไม่ว่าซอมบี้หรือหมาป่าซอมบี้ก็แทบจะไม่อาจต้านทานกรงเล็บของแวมไพร์

เมื่อเห็นว่าอันเดดค่อยๆตกตายไปทีละตัว ร็อดก็เริ่มกังวลขึ้นมาบ้างแล้ว แต่เมื่อเลือกใช้วิธีการนี้ในการจัดการกับแวมไพร์ เขาก็ได้แต่ต้องอดทนรอ....

เดิมทีแวมไพร์ต้องการจะแปลงร่างเป็นค้างคาวเพื่อกวาดล้างพวกซอมบี้ที่อยู่โดยรอบ จากนั้นมันก็จะสามารถรุกโจมตีร็อดได้โดยตรง แต่เนื่องเพราะตอนอยู่ภายในสุสานได้ใช้ค้างคาวแปลงกายไปแล้วหลายครั้ง จำนวนครั้งที่สามารถใช้ได้จึงถึงขีดจำกัด ทำให้มันได้แต่พึ่งพาร่างกายในการโจมตี

ยิ่งเวลาผ่านไป บาดแผลบนร่างของแวมไพร์ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ แต่บาดแผลเหล่านั้นก็เป็นเพียงบาดแผลขนาดเล็ก ด้วยคุณลักษณะของเผ่าพันธุ์อันเดด แวมไพร์จึงไม่อ่อนแอลงหลังจากได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลเหล่านี้ ร็อดยังคงไม่อาจโจมตีเข้าใส่จุดอ่อนของมัน

แวมไพร์เหวี่ยงกรงเล็บเข้าใส่ร็อด ร็อดยกดาบขึ้นพยายามจะป้องกันการโจมตีนั้น ทว่าจู่ๆกรงเล็บของแวมไพร์กลับพลิกเปลี่ยนทิศทาง มันไม่สนใจว่าจะถูกดาบบาดทำร้าย มือของมันคว้ากำใบดาบเอาไว้แน่น ขณะที่มืออีกข้างพลันโจมตีใส่ร็อด

ในเวลานี้ นอกจากจ่าฝูงหมาป่าซอมบี้ที่บาดเจ็บหนักจากฝีมือของแวมไพร์และยังไม่ตายนั้น อันเดดส่วนใหญ่ต่างนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นกันเกือบหมดแล้ว

แวมไพร์คิดแผนการนี้ขึ้นมาโดยใช้ประโยชน์จากตอนที่พวกอันเดดเหลืออยู่เพียงบางตา ต้องการจะโจมตีปิดฉากใส่ร็อด

ประสบการณืที่เพิ่มพูนขึ้นในระหว่างการต่อสู้ทำให้แวมไพร์ตระหนักได้ว่าต่อให้มนุษย์ตรงหน้าจะเหนือกว่าตนในด้านเทคนิคการต่อสู้ กระนั้นก็ยังไม่มีหนทางในการจัดการพิชิตตน ขอเพียงสร้างบาดแผลอย่างร้ายแรงได้สักแผล มันก็จะจัดการอีกฝ่ายได้โดยง่าย

'มาแล้ว....' ดวงตาของร็อดหรี่ลง เขาย่อมมองแผนการของแวมไพร์ออก ขณะเดียวกันนี่ก็เป็นโอกาสที่ร็อดกำลังเฝ้ารอคอย

นอกจากการปลุกศพพวกหมาป่าและจุดไฟเผาในตอนแรกแล้ว ร็อดก็ไม่เคยใช้มานาไปกับสิ่งอื่นอีกเลย ด้วยมานาที่เหลืออยู่ของร็อด เขาจะสามารถใช้เวทมนตร์ได้สองครั้ง

ร็อดไม่ได้เลือกเวทที่เกี่ยวข้องกับการบัฟค่าความสามารถ เพราะต่อให้เขาจะเพิ่มค่าความสามารถบางค่าขึ้นชั่วคราว แต่ร็อดก็ยังไม่สามารถสังหารแวมไพร์ได้ในช่วงสั้นๆ ยิ่งไปกว่านั้นแวมไพร์ยังอาจใช้ค้างคาวแปลงกาย

ร็อดเลือก [เมจิกแอโรว์] ที่จะสามารถเปลี่ยนพลิกสถานการณ์ ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าศรเวทจะยิงถูกตัวแวมไพร์ แต่มันก็คงสร้างค่าความเสียหายได้ไม่มาก

ดังนั้นที่ร็อดต้องการก็คือโอกาสที่เหมาะสมในการใช้

เมื่อดาบในมือถูกแวมไพร์กำไว้แน่น ในแววตาของร็อดก็สะท้อนภาพกรงเล็บอีกข้างที่กำลังพุ่งเข้ามา แทนที่จะหลบหลีก ร็อดกลับรุดขึ้นหน้า จากนั้นจึงยกมืออีกข้างขึ้นมา

แสงสว่างเจิดจ้าก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในมือของร็อด ขณะที่แวมไพร์กำลังโจมตีอยู่นั้น มันย่อมไม่คิดระวังป้องกันใดๆ เมื่อไร้วึ่งการระวังป้องกันเอาไว้ก่อน ลำแสงเส้นหนึ่งจึงพุ่งตรงไปที่แวมไพร์

[เมจิกแอโรว์]

แวมไพร์นั้นมีจุดอ่อนอยู่เพียงไม่กี่จุด ยิ่งเแวมไพร์ระดับสูงแล้ว ต่อให้ถูกตัดหัวไป มันก็ยังสามารถต่อสู้ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง

แต่เพราะแวมไพร์ตนนี้อยู่เพียงระดับสาม แน่นอนว่าย่อมไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้น ส่วนหัวของมันจุดเป็นจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดบนร่าง

ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับแวมไพร์ที่เปิดช่องโหว่ทั่วร่างเช่นนี้ ตำแหน่งที่ศรเวทจะพุ่งไปย่อมต้องเป็นตำแหน่งที่สามารถสรา้งความเสียหายได้มากที่สุด นั่นก็คือส่วนหัวของแวมไพร์

กรงเล้บของแวมไพร์เล็งโจมตีไปที่ลำคอของร็อด ขณะที่กรงเล็บอันแหลมคมกำลังจะทะลวงลำคออันแสนเปราะบางของมนุษย์ ศรเวทก็ของร็อดก็โจมตีเข้าใส่ส่วนหัวของแวมไพร์!

การร่ายเวทในระยะประชิดนั้นทำให้ส่วนหัวของแวมไพร์ถูกศรเวททะลวงผ่านไปโดยตรง โลหิตสาดกระเซ็นจากรูที่ทะลุจนมองเห็นอีกด้าน เมื่อจุดสำคัญบนร่างถูกทำลาย กำลังที่ส่งไปยังมือของแวมไพร์ก็หมดสิ้นลง

พลังชีวิตอันมหาศาลของของแวมไพร์ทำให้มันไม่ได้ตายในทันทีที่ศีรษะ ถูกเจาะทะลวง

ร็อดดึงดาบจากมือที่อ่อนกำลังของแวมไพร์ก่อนจะตวัดดาบออกไป ร่างกายของแวมไพร์พลันแยกออก จากนั้นหมอกสีดำก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าร็อด......

จบบทที่ ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 24

คัดลอกลิงก์แล้ว