- หน้าแรก
- จะบ่มเพาะไปทำไม? ในเมื่อแค่มีลูกหลานก็เป็นเซียนได้!
- บทที่ 62 ชีวิตประจำวัน
บทที่ 62 ชีวิตประจำวัน
บทที่ 62 ชีวิตประจำวัน
บทที่ 62 ชีวิตประจำวัน
"ท่านพ่อ!"
ในสวน เด็กหญิงตัวน้อยในชุดกันหนาวสีแดง กำลังนั่งอยู่บนชิงช้า และกินถังหูลู่(น้ำตาลเคลือบผลไม้) พอเห็นหลู่ฉางเซิง นางก็ร้องเรียกเขา
จากนั้นก็กระโดดลงจากชิงช้า วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ มาหาหลู่ฉางเซิง ยื่นถังหูลู่ให้หลู่ฉางเซิง และยิ้ม "ท่านพ่อ มันอร่อยมากเลยนะ"
หลู่ฉางเซินยิ้มโดยไม่รู้ตัว และกินถังหูลู่หนึ่งลูก
อร่อยมาก หวานจนถึงใจ!
มองหลู่ผิงอันและลูกชายคนอื่นๆ ที่กำลังเล่นกับสุนัขเก้าแดนยมโลก หลู่ฉางเซิงก็ยิ้ม และอุ้มบุตรสาวขึ้นมา
เขาจับมือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบของนาง และพูดด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน "ไปกันเถอะ ข้างนอกหนาว เข้าไปเล่นข้างในกัน"
บุตรสาวย่อมเป็นเด็กที่น่ารัก
หลู่ฉางเซิงอุ้มหลู่ซีเล่อ บุตรสาวของเขา และเดินเข้าไปในห้องโถง
สองข้างห้องโถงมีเตาผิงหลายอัน กำลังมีถ่านหินลุกไหม้ขับไล่ความหนาวเย็น เหล่าภรรยากำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน
แต่ก็มีเด็กๆ สองสามคนที่เพิ่งหัดลุกเดิน เดินไปเดินมา
ดูเหมือนพวกเด็กน้อยจะชอบล้ม แถมยังเห็นอะไรก็ชอบหยิบเอาเข้าปาก ทำให้ต้องมีคนคอยดูแลตลอดเวลา
"ตึกๆๆ"
ตอนนี้เอง หลู่เซียนจือ ลูกคนที่เจ็ด ก็ขี่ม้าไม้มาหาหลู่ฉางเซิง และให้หลู่ฉางเซิงหลบทาง
หลู่ฉางเซินเห็นแบบนั้น เขาก็ยืนอยู่เฉยๆ ไม่ยอมหลบ
จากนั้น เขาก็ล้มลงพร้อมกับม้าไม้ และทำท่าจะร้องไห้
หลู่ฉางเซินเห็นแบบนั้น ก็ยิ้ม และใช้วิชาควบคุมสิ่งของ ควบคุมม้าไม้ให้วิ่งไปวิ่งมาข้างๆ บุตรชาย
หลู่เซียนจือที่กำลังจะร้องไห้ เห็นแบบนี้ก็หยุดร้อง
เขาปีนขึ้นไปบนม้าไม้อีกครั้ง และเล่นอย่างสนุกสนาน ภายใต้การควบคุมของหลู่ฉางเซิง
ถึงเด็กคนนี้จะมีรากจิตวิญญาณ แต่เขาก็ไม่ได้ฉลาดกว่าเด็กคนอื่นๆ ยังคงเป็นเด็กเหมือนเดิม
"ท่านพ่อ อุ้มหน่อย!"
ลูกคนที่สิบที่กำลังเล่นอยู่ เห็นหลู่ฉางเซิง ก็เดินเตาะแตะเข้ามาหาหลู่ฉางเซิง ยื่นมือเล็กๆ ออกมา และพูด
หลู่ฉางเซิงอุ้มหลู่ซีเล่อไว้ข้างหนึ่ง และอุ้มลูกคนที่สิบไว้ข้างหนึ่ง
เห็นเด็กน้อยถือซาลาเปาหยกอยู่ในมือ เขาก็พูดว่า "ให้บิดากินสักคำหนึ่งสิ"
ลูกคนที่สิบคิดอยู่ครู่หนึ่ง และยื่นซาลาเปาให้เขา
"ท่านพ่อจะแสดงการกินซาลาเปาคำเดียวให้พวกเจ้าดู!"
หลู่ฉางเซินพูด และกินซาลาเปาหยกขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่ในมือลูกคนที่สิบในคำเดียว
หลู่ซีเล่อ ลูกคนที่สิบ และเด็กคนอื่นๆ ต่างก็เบิกตากว้าง
แต่ในพริบตาต่อมา ลูกคนที่สิบก็ก้มหน้าลง และมองมือของตัวเอง
เอ๊ะ? ซาลาเปาของข้าหายไปไหน?
มองปากของหลู่ฉางเซิงที่กำลังขยับ เด็กน้อยก็ทำท่าจะร้องไห้
เหมือนกับกำลังบอกว่า ซาลาเปาใหญ่ขนาดนี้ ท่านกินหมด ไม่เหลือให้ข้าเลย
"สามี ทำไมท่านชอบแกล้งเด็กๆ?"
หลู่เมี่ยวอวิ๋นเดินเข้ามาพร้อมกับท้องโตๆ และยิ้มพูด
ทุกครั้งที่หลู่ฉางเซิงมาที่นี่ เขาก็จะแกล้งเด็กๆ จนร้องไห้ จากนั้นก็ง้อ ในสายตาหลู่เมี่ยวอวิ๋น เขามีเวลาว่างมากสินะ?
พูดจบ นางก็หยิบซาลาเปาหยกออกมาจากซึ้ง และยื่นให้ลูกคนที่สิบ ยิ้มอย่างอ่อนโยน และพูดว่า "มาๆ หรู่อี้ ไม่ร้องนะ"
"เด็กๆ ก็ต้องแกล้งบ้างสิ"
หลู่ฉางเซินพูดอย่างไม่ใส่ใจ และหยิบซาลาเปาหยกมากินเช่นกัน
ซาลาเปานี้รสชาติไม่เลว ทำมาจากข้าวสาลีหยก
ตอนนี้เขามีเงินแล้ว นอกจากอาหารทั่วไป เขายังซื้อสมุนไพรและอาหารจิตวิญญาณมากมาย และให้เสี่ยวชิงทำขนมให้ภรรยาและลูกๆ
การกินแบบนี้ทุกวัน และอยู่ในเขาชิงจู๋ ทำให้ภรรยาและลูกๆ ของเขามีสุขภาพแข็งแรง
เด็กๆ ที่เติบโตแบบนี้ ต่อไปถ้าฝึกฝนวิทยายุทธ์ พวกเขาก็จะเป็นอัจฉริยะด้านวิทยายุทธ์
"สามี กลิ่นอายของท่าน ท่านทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นกลางแล้ว!?"
ตอนนี้เอง…
หลู่เมี่ยวอวิ๋นก็มองหลู่ฉางเซิง และพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจ
นางอยู่กับหลู่ฉางเซิงมานาน ย่อมมองออกว่าปราณวิญญาณของหลู่ฉางเซิงเปลี่ยนไป สามีนางกดูแข็งแกร่งกว่ายามก่อนหน้านี้มาก
"ใช่แล้ว ข้าพยายามมานาน ในที่สุดก็ทะลวงผ่านได้เสียที"
หลู่ฉางเซินยิ้มและพยักหน้า
"ยินดีด้วยเจ้าค่ะสามี ที่ทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นกลาง!"
หลู่เมี่ยวอวิ๋นยิ้ม และแสดงความยินดี
"ยินดีด้วยเจ้าค่ะสามี!"
"ยินดีด้วยเจ้าค่ะสามี ที่ท่านสามารถทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นกลาง!"
"ยินดีด้วยเจ้าค่ะสามีที่ก้าวหน้าทางวิถีเซียน!"
"ว้าว! ท่านพ่อเก่งมาก!"
"ยินดีด้วยขอรับท่านพ่อ!"
"ยินดีด้วยขอรับท่านพ่อ!"
เหล่าภรรยาแสดงความยินดีกับหลู่ฉางเซิง ทำให้เด็กๆ ก็โห่ร้องตะโกนตาม
"แค่ขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่เอง"
หลู่ฉางเซินโบกมือยิ้มๆ และพูด
ต้องยอมรับว่าความรู้สึกที่ภรรยาและลูกๆ ชื่นชมเขามันดีมากจริงๆ
ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นบุรุษ
ทุกครั้งที่เขาจะรู้สึกภาคภูมิใจ มีความสุข และพอใจ
จากนั้น หลู่ฉางเซิงก็เล่นกับลูกๆ และพูดคุยกับภรรยา
นี่คือการพักผ่อนของเขาทุกวัน
ไม่อย่างนั้น อยู่แต่ในบ้าน นอกจากการบำเพ็ญเพียรและมีลูกแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรทำ ช่วงแรกๆ มันย่อมไม่เป็นไร แต่พอนานๆ เข้า มันก็น่าเบื่ออย่างบอกไม่ถูก
......
วันรุ่งขึ้น หลู่ฉางเซิงก็ไปที่บ้านผู้อาวุโสสี่
วันนี้ไม่ใช่วันสิ้นเดือน ไม่ใช่วันที่ผู้อาวุโสสี่จะสอนวิชาการสร้างยันต์และการบำเพ็ญเพียร
แต่ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสสี่บอกให้เขามาหานาง หลังจากที่เขาทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่แล้ว
ถึงจะไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร แต่ในเมื่อท่านย่าของเขากำชับ หลู่ฉางเซิงจึงต้องมา
ยิ่งเรื่องแบบนี้ ไม่มีอะไรต้องปิดบัง
"ท่านเขย ท่านผู้อาวุโสกำลังวาดยันต์ ท่านคงต้องรอสักครู่"
ผู้ดูแลบ้านผู้อาวุโสสี่เห็นหลู่ฉางเซิงมาหา เขาก็รินชาให้หลู่ฉางเซิง และพูดอย่างนอบน้อม
"ท่านป้าจื่อจู๋ ข้าไม่รีบ ท่านไปทำงานเถอะ"
หลู่ฉางเซินรับชา และเอ่ยกับผู้ดูแล
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา
ผู้อาวุโสสี่ก็มาถึงห้องโถง
วันนี้นางแต่งตัวต่างจากปกติ นางสวมหมวกและชุดคลุมสีน้ำเงิน เหมือนกับนักพรตหญิง
ท่าทางดูเหมือนเซียนมากขึ้น และความสง่างามลดน้อยลง
หลู่ฉางเซิงรู้ว่าถึงท่านย่าของเขาจะเป็นปรมาจารย์สร้างยันต์ระดับหนึ่ง แต่อัตราความสำเร็จในการวาดยันต์ระดับหนึ่งขั้นสูงก็ไม่ได้สูงมากนัก
ปกติถ้านางจะวาดยันต์ขั้นสูง นางจะเลือกวันมงคล
จากนั้นก็ชำระล้างร่างกาย ใบหน้า และมือ ทำพิธีเพื่อปรับสภาพจิตใจ เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการสร้างยันต์
การแต่งตัวแบบนักพรตหญิง ก็เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม
หลู่ฉางเซินลุกขึ้น โค้งคำนับ และพูดว่า "ท่านย่า"
"ฉางเซิง เจ้ามาหาย่า มีเรื่องอะไรหรือ?"
ผู้อาวุโสสี่มองหลู่ฉางเซิง และยิ้มอย่างอ่อนโยน
หลู่ฉางเซิงแต่งงานกับหลู่เมี่ยวอวิ๋นมากว่าครึ่งปีแล้ว
ครึ่งปีมานี้ นางเห็นการกระทำของหลู่ฉางเซิงทั้งหมด
ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไม่หยิ่งผยอง ยิ่งพรสวรรค์ด้านการสร้างยันต์ของเขา
ยิ่งทำให้นางพอใจกับหลานเขยคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
นางรู้สึกว่า การที่นางให้หลู่เมี่ยวอวิ๋นแต่งงานกับหลู่ฉางเซิง มันถูกต้องอย่างที่สุด
แม้แต่เรื่องที่หลู่ฉางเซิงมีภรรยาหลายคน นางก็ไม่ได้สนใจ
เพราะนางพบว่าหลู่ฉางเซิงไม่ได้หมกมุ่นในกามารมณ์อย่างที่นางเคยรู้
ครึ่งปีมานี้ เขาไม่เพียงแต่ไม่ได้ละเลยการสร้างยันต์ ยังทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ