- หน้าแรก
- จะบ่มเพาะไปทำไม? ในเมื่อแค่มีลูกหลานก็เป็นเซียนได้!
- บทที่ 61 ทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่!
บทที่ 61 ทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่!
บทที่ 61 ทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่!
บทที่ 61 ทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่!
กู่ดอกท้อ
กินโชคลาภด้านความรักเป็นอาหาร!
ยิ่งโชคลาภด้านความรักของผู้ครอบครองมากเท่าไหร่ กู่ดอกท้อก็จะเติบโตเร็วขึ้นเท่านั้น
ทุกครั้งที่กู่ดอกท้อเติบโตและวิวัฒนาการ มันจะทำให้โชคลาภด้านความรักของผู้ครอบครองมากขึ้นเรื่อยๆ!
แต่การเติบโตและวิวัฒนาการของกู่ดอกท้อ จะถูกจำกัดโดยผู้ครอบครอง
ถ้าผู้ครอบครองไม่ทะลวงขอบเขตสร้างรากฐาน ถึงกู่ดอกท้อจะกินโชคลาภด้านความรักมากแค่ไหน มันก็ไม่สามารถวิวัฒนาการเป็นขั้นสองได้
ตอนนี้ กู่ดอกท้อมีสามผลลัพธ์
สองอย่างแรกคือสิ่งที่ระบบอธิบายไว้ก่อนหน้านี้
มันสามารถปรับปรุงร่างกายของผู้ครอบครอง ผิวพรรณดีขึ้น และมีเสน่ห์มากขึ้น ทำให้มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม
พร้อมกันนั้น ก็เพิ่มโชคลาภด้านความรักของผู้ครอบครอง
สองผลลัพธ์นี้เป็นแบบติดตัว
อย่างแรกสามารถเห็นผลได้ด้วยตาเปล่า
อย่างที่สองคือโชคลาภด้านความรัก มันมองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้
ส่วนผลลัพธ์ที่สามของกู่ดอกท้อ เป็นแบบรุก
หากกระตุ้นกู่ดอกท้อ มันสามารถปล่อยกลิ่นหอมที่เรียกว่าหมอกพิษท้ออู๋อิ๋นออกมาได้
(五蘊 wǔyùn คือเบญจขันธ์หรือขันธ์ห้า ประกอบไปด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ)
ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือพืช ต่างก็จะได้รับผลกระทบ
ส่วนผลกระทบ จะขึ้นอยู่กับพลังของแมลงหนอนกู่อีกที
ตอนนี้กู่ดอกท้อเป็นแค่กู่ขั้นหนึ่ง เพราะฉะนั้น พลังของหมอกพิษท้ออู๋อิ๋น ก็เทียบเท่ากับขอบเขตหลอมปราณ
"เซียนเถาฮาวผู้นี้ คงเป็นพวกชอบลวนลามสตรีสินะ?"
"ไม่อย่างนั้น ใครจะสร้างแมลงหนอนกู่แบบนี้?"
"ทั้งทำให้มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม ทั้งเพิ่มโชคลาภด้านความรัก แล้วยังมีวิธีการที่น่ารังเกียจแบบนี้อีก..."
หลังจากรู้ผลลัพธ์ของกู่ดอกท้อแล้ว หลู่ฉางเซิงก็อดส่ายหน้าไม่ได้จริงๆ
แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก
เพราะของสิ่งหนึ่งจะดีหรือไม่? มันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนใช้!
สุภาพบุรุษอย่างเขา ถึงกู่ดอกท้อจะไม่เหมาะสม เขาก็จะใช้มันในทางที่ถูกต้อง!
หลู่ฉางเซิงเก็บกู่ดอกท้อ
กู่ดอกท้อบินไปที่หว่างคิ้วของเขา และกลายเป็นดอกท้อสีชมพู
หลังจากนี้ กู่ดอกท้อนี้จะปรับปรุงร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง
และเพิ่มโชคลาภด้านความรักของเขา
หลู่ฉางเซิงสัมผัสรอยดอกท้อที่หว่างคิ้ว คิดในใจ รอยดอกท้อก็หายไป
ปกติถ้าเขาไม่ใช้กู่ดอกท้อ รอยดอกท้อนี้ก็จะไม่ปรากฏ
มีแค่ตอนที่ใช้หมอกพิษท้ออู๋อิ๋น มันถึงจะออกมา
ไม่อย่างนั้น ผู้ชายมีรอยดอกท้อที่หว่างคิ้ว มันจะดูแปลกๆ และดูเหมือนสตรีเพศ
"ข้าอยู่แต่ในเขาชิงจู๋ ไม่รู้ว่าโชคลาภด้านความรักนี้จะมีประโยชน์บ้างไหม?"
หลู่ฉางเซิงนึกถึงคุณหนูใหญ่ และรู้สึกคาดหวัง
หลังออกจากห้องบำเพ็ญเพียร เขาเห็นว่าข้างนอกเริ่มมืดแล้ว
หลู่ฉางเซินไปที่บ้านหลังหนึ่ง เรียกจิ่วกับสุ่ย นางบำเรอทั้งสองคนเข้าไปในห้อง และเริ่มทำงาน
ช่วงนี้เขาเอาใจพวกนางสองคนเป็นพิเศษ แต่พวกนางก็ยังไม่ตั้งครรภ์
แต่หลู่ฉางเซิงก็ไม่ได้สนใจมาก
เขาเชื่อว่าแค่พยายาม ทุกอย่างย่อมประสบความสำเร็จ
หกวันต่อมา หลู่ฉางเซิงก็พบว่าสุ่ยตั้งครรภ์แล้ว
จากนั้น ด้วยความพยายามของเขา หนึ่งเดือนต่อมา จิ่วก็ตั้งครรภ์
รวมลูกในท้องนางบำเรอสองคนนี้ หลู่ฉางเซิงมีลูกทั้งหมดสามสิบคน
เมื่อสองสามวันก่อน ลูกคนที่ยี่สิบสี่ของเขาเพิ่งเกิด
งั้นก็ถือว่า เหลืออีกหกคน ระบบก็อาจจะให้รางวัล
เขาคาดหวังรางวัลของระบบมาก
เพราะตอนนี้เขาพึ่งพาลูกๆ ไม่ได้ ได้แต่พึ่งพาระบบ
......
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หนึ่งเดือนกว่าก็ผ่านพ้นไป
หลู่ฉางเซิงหลอมรวมกู่ดอกท้อมากว่าสองเดือนแล้ว
ตอนแรก หลู่ฉางเซิงคาดหวังกู่ดอกท้อมาก
แต่สองเดือนกว่าผ่านไป เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร และไม่มีโชคลาภด้านความรัก
นี่ทำให้ความคาดหวังของเขาเริ่มจางหาย และไม่ได้สนใจกู่ดอกท้ออีกต่อไป
เพราะเขาเองก็รูปงามอยู่แล้ว การพัฒนาของกู่ดอกท้อ มันก็แค่ทำให้เขาดูดีขึ้นเท่านั้น
ส่วนโชคลาภด้านความรัก มันจับต้องไม่ได้ เขาจึงไม่ได้คาดหวังกับมันนัก
วันนี้
ในห้องบำเพ็ญเพียร หลู่ฉางเซิงที่กำลังนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียร จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงบางอย่าง
คอขวดที่ทำให้เขาติดอยู่ที่ขอบเขตหลอมปราณขั้นสามเป็นปี ก็เริ่มคลายลง
ปกติผู้อาวุโสสี่ก็จะสอนวิชาบำเพ็ญเพียรให้เขา ทำให้เขารู้ว่าความรู้สึกแบบนี้ คือโอกาสในการทะลวงจากขอบเขตหลอมปราณขั้นสามไปยังขั้นสี่
เขารีบหยิบโอสถมังกรเหลืองออกมาจากถุงเก็บของหนึ่งเม็ด และกินมัน จากนั้นก็ถือหินวิญญาณหลายก้อน หลับตา และเริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาฮุ่ยหยวนอย่างรวดเร็ว
โอสถเข้าไปในร่างกาย และถูกหลอมรวม ปราณวิญญาณในหินวิญญาณก็ไหลเข้าสู่ร่างกายเขา ทำให้ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของหลู่ฉางเซิงเร็วขึ้นเรื่อยๆ ปราณวิญญาณก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่นาน…
"ตูม!"
ร่างกายหลู่ฉางเซิงสั่นสะท้าน เส้นผมและเสื้อผ้าปลิวไสว สิ่งสกปรกถูกขับออกมาจากรูขุมขน ทำให้เขารู้สึกเบาสบาย
ปราณวิญญาณในท้องทะเลปราณ ไม่ได้แยกเป็นเส้นๆ อีกต่อไป
แต่กลายเป็นเส้นเล็กๆ ที่พัวพันกัน เหมือนกับธารแม่น้ำ
"ขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่ ปราณวิญญาณเหมือนธารแม่น้ำ ขับไล่สิ่งสกปรกออกจากร่างกาย!"
"ในที่สุดก็ทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นกลางแล้ว!"
หลู่ฉางเซิงลืมตาขึ้น สัมผัสถึงปราณวิญญาณที่ไหลเวียนเหมือนธารแม่น้ำ เขาก็รู้สึกดีใจมาก
หนึ่งปีก่อน เขาก็อยู่ขอบเขตหลอมปราณขั้นสามระดับสูงสุดแล้ว
แต่ติดอยู่ที่ระดับนี้เป็นปี จนถึงวันนี้ ถึงจะทะลวงผ่านได้
เขารู้สึกว่าถ้าสองเดือนก่อน รากจิตวิญญาณของเขาไม่ได้พัฒนาจากระดับเก้าเป็นระดับแปด เขาคงต้องติดอยู่ที่ระดับนี้ไปอีกสักพัก
"มิน่าล่ะ หงอี้ถึงได้ติดอยู่ที่ขอบเขตหลอมปราณขั้นสามถึงสี่ปี และยังทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่ไม่ได้"
หลู่ฉางเซิงก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมหงอี้ถึงได้ติดอยู่ที่ระดับนี้เป็นเวลานาน
เขาอยู่ในหุบเขาชิงจู๋ มีเส้นพลังวิญญาณระดับสอง ปกติเขากินข้าวไผ่หยก เนื้อสัตว์อสูร และผักจิตวิญญาณ
ดื่มชาจิตวิญญาณ รวมถึงสุราจิตวิญญาณ ทุกเดือนยังมีโอสถมังกรเหลืองช่วยในการบำเพ็ญเพียร
ในสถานการณ์แบบนี้ เขายังติดอยู่ที่ระดับนี้เป็นเวลานาน
ส่วนหงอี้ ถึงจะมีรากจิตวิญญาณระดับแปด แต่อยู่ในโลกปุถุชน ปราณวิญญาณน้อยนิด ทรัพยากรมีจำกัด ยิ่งต้องทำงาน การทะลวงอุปสรรคจึงยากกว่า
นี่ทำให้เขานึกถึงเซียวซีเยว่ ตอนที่พวกเขาพบกัน นางก็ทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่ไปแล้ว
ตอนนี้คิดๆ ดู รากจิตวิญญาณระดับสี่ช่างน่ากลัวจริงๆ!
ถ้าเป็นรากจิตวิญญาณระดับสูง หรือรากจิตวิญญาณปฐพี หรือรากจิตวิญญาณสวรรค์ในตำนาน มันจะน่ากลัวขนาดไหน?
หลู่ฉางเซินไม่ได้คิดมาก ลุกขึ้นยืน ใช้วิชาชำระล้าง และชำระสิ่งสกปรกบนร่างกาย
จากนั้นก็ออกจากห้องบำเพ็ญเพียรด้วยความดีใจ
ตอนนี้เป็นฤดูหนาว ข้างนอกมีหิมะตก พื้นดินปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน
ถึงชุดไผ่ชิงจู๋จะมีผลในการป้องกันความหนาวเย็น แต่พอเปิดประตู ลมหนาวพัดมายังทำให้หลู่ฉางเซินรู้สึกหนาวเล็กน้อย
แต่ก็แค่ชั่วครู่ ปราณวิญญาณในร่างกายและชุดไผ่ชิงจู๋ ก็ทำให้ความหนาวเย็นหายไป
"ไม่รู้ตัวเลยว่ามาที่ตระกูลหลู่ห้าปีแล้ว"
หลู่ฉางเซินมองไผ่ชิงหลิงสีเขียวมรกตท่ามกลางหิมะ
นึกถึงตอนที่เขาระลึกชาติได้บนแท่นถามใจ จากนั้นไม่ผ่านการทดสอบของนิกายชิงอวิ๋น และเลือกเป็นบุตรเขยแต่งเข้าของตระกูลหลู่
ห้าปีมานี้ เขาพยายามอย่างหนัก จากคนธรรมดากลายเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมปราณขั้นสี่
จากบุตรเขยแต่งเข้า 'เพื่อมีลูก' กลายเป็นบุตรเขยของตระกูลหลู่อย่างแท้จริง และแต่งงานกับหลานสาวของผู้อาวุโสตระกูลหลู่
หลู่ฉางเซินเดินไปที่สวนหน้าบ้าน เห็นเด็กๆ ในชุดกันหนาว พวกเขากำลังวิ่งเล่นบนหิมะ เขาก็ยิ้มออกมา
นี่คือผลลัพธ์จากความพยายามของเขาตลอดห้าปีมานี้!