เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 ทางเลือกของหลี่เฟยอวี่

บทที่ 52 ทางเลือกของหลี่เฟยอวี่

บทที่ 52 ทางเลือกของหลี่เฟยอวี่


บทที่ 52 ทางเลือกของหลี่เฟยอวี่

หลังจากออกจากบ้านผู้อาวุโสสี่ หลู่ฉางเซิงกับหลู่เมี่ยวอวิ๋นก็ไปเยี่ยมผู้อาวุโสห้า

เขามาที่นี่เพื่อซื้อสุราจิตวิญญาณ และถามว่าสุราที่ดื่มในคืนเข้าหอ เป็นสุราที่ผู้อาวุโสห้าปรุงหรือไม่?

เขารู้สึกว่าสุราเมื่อคืนไม่เลว

"ฉางเซิง นี่คือสุราไผ่หยกที่เจ้าต้องการ มันทำมาจากไผ่หยกที่ตระกูลหลู่ปลูก มีผลในการบำรุงร่างกาย และบรรเทาความเหนื่อยล้า"

"นี่คือสุราจิ่งหลี ทำมาจากลูกจิ่งหลี(สาลี่) ผลลัพธ์คล้ายกับสุราไผ่หยก รสชาติค่อนข้างฝาด เจ้าลองชิมดูสิ"

"นี่คือสุราร้อยดอกไม้ ทำมาจากข้าววิญญาณและดอกไม้นานาพันธุ์ มีผลในการบำรุงร่างกาย และทำให้จิตใจสงบ รสชาติเข้มข้น หอมหวาน และอึดทนนาน"

"นี่คือสุราหวงเหลียง ทำมาจากข้าวหวงเหลียง..."

ผู้อาวุโสห้าเห็นหลู่ฉางเซิงกับหลู่เมี่ยวอวิ๋นมาหาเขา และบอกว่าอยากซื้อสุราจิตวิญญาณ เขาก็ต้อนรับอย่างกระตือรือร้น และหยิบสุราจิตวิญญาณหลายชนิดออกมาให้หลู่ฉางเซิงลองชิม

สุราจิตวิญญาณเหล่านี้ล้วนเป็นสุราจิตวิญญาณระดับหนึ่ง แบ่งเป็นขั้นต่ำ ขั้นกลาง และขั้นสูง ขึ้นอยู่กับอายุของวัสดุและเวลาในการหมัก

การปรุงสุราต่างจากการปรุงโอสถ นอกจากวัสดุแล้ว ยังมีต้นทุนด้านเวลา

ถึงวัสดุของสุราจิตวิญญาณจะธรรมดา แต่ถ้าเก็บไว้ในที่ที่มีปราณวิญญาณ มันก็จะดูดซับปราณวิญญาณ และหมักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปราณวิญญาณในสุราเข้มข้นขึ้น และคุณภาพก็จะดีขึ้น

หลู่ฉางเซิงลองชิมสุราจิตวิญญาณสองสามชนิด และพบว่าสุราไผ่หยกกับสุราร้อยดอกไม้ถูกปากเขามากที่สุด

จากนั้นก็ถามหลู่เมี่ยวอวิ๋นว่า นางชอบสุราแบบไหน?

รสนิยมของหลู่เมี่ยวอวิ๋นคล้ายกับเขา นางชอบสุราร้อยดอกไม้เช่นกัน

หลู่ฉางเซิงจึงบอกผู้อาวุโสห้าว่าจะซื้อสุราไผ่หยกสิบขวด และสุราร้อยดอกไม้สิบไห

ผู้อาวุโสห้าหัวเราะ และบอกหลู่ฉางเซิงว่าสุราที่ดื่มในคืนเข้าหอ ชื่อสุราหมาป่าพยัคฆ์เสริมกำลัง

การดื่มเป็นครั้งคราว มันมีประโยชน์ต่อร่างกายและการบำเพ็ญเพียร แต่ถ้าดื่มเยอะเกินไป มันจะทำร้ายร่างกาย

ดื่มเดือนละจอกสองจอกก็เพียงพอแล้ว

หลู่ฉางเซิงจึงซื้อสุราหมาป่าพยัคฆ์เสริมกำลังอีกขวด

เขาวางแผนว่าจะเอากลับไปบำรุงร่างกายภรรยา

สุราไผ่หยกและสุราร้อยดอกไม้ที่เขาซื้อ พวกมันล้วนเป็นสุราขั้นต่ำ อายุไม่มาก ราคาขวดละสองหินวิญญาณ และไหละสามหินวิญญาณ

ส่วนสุราหมาป่าพยัคฆ์เสริมกำลัง ราคาขวดละห้าหินวิญญาณ

ทั้งหมดห้าสิบห้าหินวิญญาณ ผู้อาวุโสห้าลดราคาให้เขาห้าหินวิญญาณ

หลังจากซื้อสุราจิตวิญญาณเสร็จ หลู่ฉางเซิงก็ไม่ได้อยู่ต่อ และกล่าวลาพร้อมกับหลู่เมี่ยวอวิ๋น

แต่หลู่ฉางเซิงให้หลู่เมี่ยวอวิ๋นกลับบ้านก่อน เขาจะไปที่คฤหาสน์ชิงจู๋

เขาจะไปบอกเรื่องนี้ให้หลี่เฟยอวี่

"พี่น้องฉางเซิง"

"คารวะ ท่านเขย"

"คารวะ ท่านเขยฉางเซิง"

"พี่น้องฉางเซิง มาที่นี่มีธุระอะไรหรือ?"

หลู่ฉางเซินมาถึงคฤหาสน์ชิงจู๋ ระหว่างทางก็มีลูกศิษย์ตระกูลหลู่หลายคนทักทายเขา

ตอนนี้หลู่ฉางเซิงเป็นนักสร้างยันต์ขั้นกลางแล้ว แถมยังแต่งงานกับหลู่เมี่ยวอวิ๋น ย่อมไม่มีลูกศิษย์ตระกูลหลู่คนไหนไม่พอใจเขา

หรือคิดว่าบุตรเขยแต่งเข้าอย่างเขา คู่ควรหรือไม่?

ด้วยการศึกษาของตระกูลหลู่ที่เน้นเรื่องครอบครัว ตอนนี้หลู่ฉางเซิงก็เป็นคนในครอบครัวไปแล้ว

ถึงจะมีบางคนไม่พอใจ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าแสดงออกมา

ยิ่งหลู่ฉางเซิงเป็นคนใจดี พูดจาดีกับทุกคน ไม่เคยสร้างความขัดแย้งกับใคร ทุกคนจึงยินดีที่จะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับนักสร้างยันต์อย่างเขา

หลู่ฉางเซิงไม่รู้จักพวกเขามากนัก

แต่พอพวกเขาทักทาย เขาก็ยิ้ม พยักหน้า และพูดคุยกับพวกเขาสองสามประโยค

หลู่ฉางเซินมาถึงบ้านหลี่เฟยอวี่ และเรียกหา

คนที่เปิดประตูคือภรรยาคนหนึ่งของหลี่เฟยอวี่

"ท่านเขยรอสักครู่ ข้าจะไปบอกสามีให้"

เห็นว่าเป็นหลู่ฉางเซิง

นางรู้ว่าหลู่ฉางเซิงมาหาหลี่เฟยอวี่ นางก็เชื้อเชิญหลู่ฉางเซิงเข้าไปนั่งรอในห้องรับแขก รินชาให้เขา และรีบไปบอกหลี่เฟยอวี่อย่างรวดเร็ว

"ฉางเซิง ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่?"

ไม่นาน หลี่เฟยอวี่ก็มาถึงห้องรับแขก

"ทำไมล่ะ? ข้ามาหาเจ้าไม่ได้หรือไง?"

หลู่ฉางเซินยิ้มและพูด

"เจ้าเพิ่งแต่งงาน คงยุ่งมากสินะ?"

หลี่เฟยอวี่ยิ้มและพูด

"ข้าจะยุ่งอะไรล่ะ? ครั้งนี้ข้ามาที่นี่ เพราะมีเรื่องจะบอกเจ้า"

หลู่ฉางเซินยิ้มพูด

"เรื่องอะไร?"

หลี่เฟยอวี่ถาม

"เรื่องที่เจ้าต้องมีลูกห้าสิบคนในยี่สิบปี"

หลู่ฉางเซินยกถ้วยชาขึ้นมา จิบเล็กน้อย และพูดออกมา

"เจ้าไปบอกท่านประมุขแล้ว?"

"ท่านประมุขว่าอย่างไร?"

หลี่เฟยอวี่ได้ยิน ร่างกายสั่นสะท้าน มองหลู่ฉางเซิงด้วยสีหน้าดีใจ

ถึงก่อนหน้านี้เขาจะบอกว่าไม่อยากรบกวนหลู่ฉางเซิง

แต่ช่วงสองสามปีมานี้ ตระกูลหลู่ก็เริ่มกดดันให้ต้นกล้าเซียนมีลูก

เพราะความสัมพันธ์ของเขากับหลู่ฉางเซิง ลุงฝูจึงปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี

แต่ลุงฝูก็พูดเรื่องนี้กับเขาสองสามครั้ง เพราะความกดดัน เขาจึงมีลูกห้าคน และภรรยาสองคนกำลังตั้งครรภ์

"ซูด—"

หลู่ฉางเซินไม่ได้พูดอะไร ใต้สายตาที่ร้อนรนของหลี่เฟยอวี่ เขาก็ดื่มชาอย่างช้าๆ ถอนหายใจ และพูดว่า "ข้าไม่ได้บอกท่านประมุข"

หลี่เฟยอวี่อึ้งไป

เห็นหลี่เฟยอวี่เป็นแบบนี้ หลู่ฉางเซินก็ยิ้มและพูดว่า "ข้าบอกเรื่องนี้กับผู้อาวุโสสี่ และผู้อาวุโสสี่ตกลงแล้ว"

"นางตกลงที่จะยกเลิกเรื่องมีลูกห้าสิบคน และให้สองทางเลือกแก่เจ้า หนึ่งคือ..."

หลู่ฉางเซินไม่ได้อ้ำอึ้ง และบอกสิ่งที่ผู้อาวุโสสี่พูดกับเขา

"ดีๆๆ ดียิ่งนัก!"

หลี่เฟยอวี่ตื่นเต้นมาก

การที่ไม่ต้องจ่ายอะไร ยกเลิกสัญญา และไม่ต้องมีลูกห้าสิบคน เขาก็พอใจมากแล้ว

เขาสูดหายใจลึกๆ และกล่าวขอบคุณหลู่ฉางเซิงด้วยสีหน้าจริงจัง "ฉางเซิง ขอบคุณเจ้ามากจริงๆ!"

"พวกเราต่างเป็นพี่น้อง ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกัน"

"เฟยอวี่ เจ้าจะอยู่ในตระกูลหลู่ต่อ หรือจะจากไป?"

หลู่ฉางเซินโบกมือ และถาม

เขามองหลี่เฟยอวี่เป็นพี่น้องจริงๆ เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ถ้าช่วยได้ เขาก็จะช่วย

ตอนที่เขาเป็นนักสร้างยันต์ระดับหนึ่งขั้นกลาง เขาก็อยากพูดเรื่องนี้กับหลู่หยวนติ่ง

แต่เพราะเรื่องของหลู่เมี่ยวฮวน เขาจึงไม่กล้าพูดกับหลู่หยวนติ่ง จึงได้แต่รอจนถึงตอนนี้

"ถึงลูกๆ จะเป็นของตระกูลหลู่ แต่ตอนนี้พวกเขายังเล็ก ข้าทิ้งพวกเขาไปไม่ได้"

"ข้าจะทำงานให้ตระกูลหลู่ รอให้ลูกๆ โตขึ้น และข้าทะลวงขอบเขตหลอมปราณขั้นกลางแล้วค่อยว่ากัน"

หลี่เฟยอวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง และพูด

การที่เขาไม่อยากมีลูกห้าสิบคน ไม่ใช่แค่เพราะการมีลูกจะส่งผลต่อการบำเพ็ญเพียร

ยังเป็นเพราะเขามีห่วง จึงไม่สามารถทิ้งลูกๆ ไปได้

"ข้าก็คิดว่า เจ้าควรอยู่ในตระกูลหลู่ต่อไป"

หลู่ฉางเซินพยักหน้า เขาก็คิดแบบนั้นเช่นกัน

หลี่เฟยอวี่มีแค่พลังขอบเขตหลอมปราณขั้นสาม การออกไปผจญภัยคนเดียวมันอันตรายมาก ไม่สู้ทำงานให้ตระกูลหลู่จะดีกว่า

อย่างน้อยอยู่ในตระกูลหลู่ ถ้ามีโอกาส เขาก็สามารถช่วยเหลือหลี่เฟยอวี่ได้

จากนั้น เขาก็พูดติดตลกว่า "ตอนนี้เจ้ามีลูกเจ็ดคนแล้ว บางทีพวกเขาอาจจะมีรากจิตวิญญาณ และช่วยเจ้าบำเพ็ญเพียรก็ได้นะ"

"เรื่องแบบนี้ ข้าไม่หวังหรอก"

"คนอื่นบอกว่าการบำเพ็ญเพียรมันดี แต่พอเริ่มบำเพ็ญเพียรจริงๆ มันก็จะรู้ว่ามันไม่ได้ดีอย่างที่คิด"

"ถ้าเป็นไปได้ ข้าหวังว่าพวกเขาจะไม่มีรากจิตวิญญาณ และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในโลกปุถุชน"

หลี่เฟยอวี่ยิ้ม ส่ายหน้าและพูด

ตอนนั้นเขาตั้งใจบำเพ็ญเพียร ยอมสละตำแหน่งผู้นำพรรคฉีจิง และมาเป็นบุตรเขยแต่งเข้าของตระกูลหลู่

แต่ตอนนี้สี่ปีกว่าผ่านไป เขาก็รู้แล้วว่าการบำเพ็ญเพียรมันไม่ได้ดีอย่างที่คิด มันโหดร้ายมาก

ถ้ารากจิตวิญญาณและพรสวรรค์ไม่ดี หรือไม่มีภูมิหลัง การบำเพ็ญเพียรจะยากกว่าการใช้ชีวิตในโลกปุถุชนมาก

"นี่ไม่ใช่คำพูดที่เจ้าควรพูดนะ"

"ทำไม? เจ้าเสียใจที่เริ่มบำเพ็ญเพียรแล้วหรือ?"

หลู่ฉางเซินได้ยิน ก็เลิกคิ้วถาม

นี่ไม่ใช่หลี่เฟยอวี่ที่เขารู้จัก

เขายังจำคำพูดของหลี่เฟยอวี่ได้ 'ชีวิตคนเรามันสั้น แค่ร้อยกว่าปี ในเมื่อมีโอกาสบำเพ็ญเพียร ก็ห้ามพลาด' เขาจึงยอมสละตำแหน่งผู้นำพรรคฉีจิง และมาเป็นบุตรเขยแต่งเข้าของตระกูลหลู่

จบบทที่ บทที่ 52 ทางเลือกของหลี่เฟยอวี่

คัดลอกลิงก์แล้ว