เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: แด่นักอ่านที่น่ารักทุกคน

บทที่ 17: แด่นักอ่านที่น่ารักทุกคน

บทที่ 17: แด่นักอ่านที่น่ารักทุกคน


สิ้นเสียงคำสั่ง ถังหว่านก็ดีดตัวพุ่งออกไป ทิ้งให้กลุ่มคนเบื้องหลังยืนอึ้งตาค้างทำอะไรไม่ถูก

!!! นี่มัน... หญิงสาวที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเจอ!

เมื่อได้ยินจากปากถังหว่านว่ามีฐานผู้รอดชีวิตในเมือง A พวกเขาก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะทิ้งความมืดมิดและมุ่งหน้าสู่แสงสว่าง!

ใครจะอยากเป็นโจรที่คนรังเกียจ หากมีหนทางให้กลับตัวเป็นคนดีได้!

...ช่วงนี้ถังหว่านหมั่นฝึกฝนทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะกระโดดหรือวิ่ง

เมื่อสบโอกาส เธอก็จะกระโดดโลดเต้นไปมา ดูราวกับภูตน้อยแสนซนที่หลงเข้ามาในโลกมนุษย์

เพียงไม่กี่ก้าว เธอก็พุ่งกลับมายืนข้างกายลู่เหยียน ปรับเปลี่ยนท่าทีกลับมาเป็นเด็กสาวผู้ว่านอนสอนง่ายในพริบตา พร้อมส่งยิ้มหวานให้เขา "ไปกันเถอะค่ะ กลับขึ้นรถกัน"

"จะไม่จัดการพวกมันเหรอ? ปล่อยไปแบบนี้ ถ้าพวกมันกลับไปรายงาน เราจะเดือดร้อนเอานะ"

ลู่เหยียนไม่ได้รีบร้อนกลับขึ้นรถ แต่กลับดึงกระดาษทิชชูเปียกที่เหลืออยู่ออกมา บรรจงเช็ดนิ้วมือของถังหว่านให้สะอาดทีละนิ้วอย่างทะนุถนอม

"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พวกนั้นก็แค่คนธรรมดา"

"หัวหน้าของพวกมันถ้าไม่ตายด้วยมือเราก็ยอมจำนนไปแล้ว"

"ถ้าพวกมันฉลาดพอ ก็คงไม่กล้ากลับไปที่ไอ้ฐานจอมปลอมนั่นหรอก"

"ต่อให้มีคนไม่กลัวตายกลับไปรายงานจริงๆ ด้วยกำลังรบของพวกเราสี่คน ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว"

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ถังหว่านให้พวกเขาดื่มน้ำพุจิตวิญญาณทุกวัน และฝึกฝนทักษะด้วยการสังหารซอมบี้ จนพลังพิเศษของทุกคนทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นที่หนึ่งเรียบร้อยแล้ว

การจัดการกับเศษสวะปลายแถวที่พลังเพิ่งตื่นจึงไม่ใช่เรื่องยาก

หากสามารถหาอาวุธที่ดีกว่านี้ได้ พวกเขาสี่คนก็นับว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกยุคหลังหายนะ ณ เวลานี้

ดังนั้น! การค้นหาอาวุธจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดในการรวบรวมเสบียงครั้งนี้

ยังไงเสีย ตลอดสองสามวันที่ผ่านมา พวกเขาก็กวาดสินค้าจากตลาดค้าส่งผักและผลไม้ขนาดใหญ่ในเมือง A ไปจนเกือบเกลี้ยงแล้ว

เหลือเศษๆ ไว้ให้ผู้รอดชีวิตคนอื่นบ้าง จะให้ถอนขนแกะจากแกะตัวเดียวตลอดไปก็คงไม่ได้

เธอยังอยากแวะไปดูที่เมือง B ที่อยู่ติดกัน

จู่ๆ เธอก็นึกถึงข่าวลือในชาติก่อนว่าที่นั่นมีตลาดค้าของเก่า ซึ่งฉากหน้าขายวัตถุโบราณและภาพวาด แต่เบื้องหลังมีการลักลอบค้าของเถื่อน

ในชาติที่แล้ว ทีมผู้มีพลังพิเศษกลุ่มนั้นที่พกดาบถังทุกคน ดูเหมือนจะมาจากเมือง B นี่นา

เป็นไปได้ไหมว่าดาบถังพวกนั้นจะมาจากร้านขายของเก่าเหล่านั้น?

ลู่เหยียนเห็นถังหว่านเหม่อลอยไปอีกแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

เขาเอ่ยขึ้นด้วยมาดแฟนหนุ่มผู้อ่อนโยนและตามใจว่า "ผมจะทำตามที่เสี่ยวหว่านบอกทุกอย่าง งั้นตอนนี้เราจะตามพวกมันไปที่ฐานลับใช่ไหม?"

"อื้ม คุณกลับไปที่รถก่อนเถอะ เสื้อผ้าคุณเปื้อนเลือดหมดแล้วต้องเปลี่ยนใหม่" พูดจบเธอก็หันหลังเดินกลับไปหาคนสองคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น

เธอมองลงต่ำด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป น้ำเสียงไม่ได้ขี้เล่นเหมือนตอนคุยกับลู่เหยียนอีกต่อไป

จากสาวน้อยน่ารักแปรเปลี่ยนเป็นมัจจุราชสาวในชั่วพริบตา "ขับรถนำไปที่ฐานของพวกแก ถ้ากล้าตุกติกหรืออกนอกเส้นทาง ฉันรับรองว่าศพพวกแกจะไม่สวยเหมือนไอ้นั่นแน่"

รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของถังหว่าน ดวงตาดอกท้อคู่สวยไร้ซึ่งความอ่อนโยน

แววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารเพ่งมองไปที่ชายหัวโล้นไร้หัวที่นอนอยู่ไม่ไกล เพื่อเป็นการเตือน

"ครับๆๆ พวกเราไม่กล้าหรอกครับ จะไม่พาไปผิดทางแน่นอน โปรดวางใจเถอะครับ"

สองคนนั้นตัวสั่นงันงก ใครจะกล้าตุกติกกันล่ะ? ชายหญิงคู่นี้หน้าตาดีราวกับเทพบุตรเทพธิดา แต่ฆ่าคนตาไม่กะพริบ พวกเขายังไม่อยากตายนะ!

"ดี รีบไปย้ายรถที่ขวางทางออกซะ อย่าให้ฉันต้องรอนาน ไม่อย่างนั้น..." ถังหว่านพูดยังไม่ทันจบก็ลุกขึ้นเดินไปที่รถ SUV ของเธอ

กู้เซินเดินตรงเข้ามา คว้ามือถังหว่านไปตรวจดูอย่างละเอียด จับเธอหมุนตัวสำรวจจนแน่ใจว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ ถึงได้ประสานนิ้วมือเข้ากับเธอแล้วจูงกลับไปที่รถ

ปากเขาก็พร่ำบ่นไม่หยุด "วันหลังปล่อยเรื่องอันตรายแบบนี้ให้พวกผมจัดการเถอะ ถ้าคุณเจ็บตัวขึ้นมา ผมคงปวดใจแย่"

ถังหว่านแพ้ทางลูกอ้อนและการดูแลเอาใจใส่ของพวกเขาเสมอ เธอเดินตามเขาขึ้นรถอย่างว่าง่ายก่อนจะเอ่ยว่า "พวกเราทุกคนต้องแข็งแกร่งขึ้น ถึงจะไม่เป็นตัวถ่วงของกันและกัน เข้าใจไหม?

ฉันจะไม่ยอมหลบอยู่หลังพวกนาย คอยให้พวกนายมาปกป้องจนเสียสมาธิ แต่ฉันจะเป็นกำลังสำคัญให้พวกนายต่างหาก! แบบนี้เราถึงจะอยู่ด้วยกันไปได้นานๆ!"

กู้เซินจัดแจงให้ถังหว่านนั่งลงตรงเบาะกลาง กลัวว่าคำพูดของเธอจะดูจริงจังเกินไป เธอจึงเสริมว่า "แน่นอน ฉันรู้ว่าพวกนายเป็นห่วง แต่ไม่ต้องกังวลนะ ฉันรักชีวิตตัวเองมากและจะดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด!"

"คุณรู้ตัวก็ดีแล้ว" กู้เซินช่วยรวบผมของเธอเป็นหางม้าด้วยยางรัดผม จากนั้นก็โอบเอวบางของเธอไว้อย่างเป็นธรรมชาติ วางคางเกยไหล่สูดดมกลิ่นหอมจากตัวเธอ

หลายวันมานี้เขาไม่ได้เข้าใกล้เธอเลย กลิ่นหอมที่ติดจมูกจากตอนนอนกอดกันวันนั้นก็จางหายไปหมดแล้ว ดีจริงๆ ที่วันนี้ได้กอดเธออีกครั้ง

ลู่เหยียนเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วและเดินกลับมาที่รถ "พวกที่หนีไปกำลังช่วยกันย้ายรถเคลียร์ทาง ดูเหมือนความเมตตาของเสี่ยวหว่านจะช่วยปลุกจิตสำนึกของคนเขลาพวกนั้นได้จริงๆ"

ถังหว่านที่ถูกกู้เซินกอดอยู่ยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบอะไร คิดในใจว่าไม่ใช่ความเมตตาหรอก เธอแค่รู้สึกว่าความผิดของคนพวกนั้นยังไม่ถึงขั้นต้องตาย

สายตาของเธอเหลือบไปเห็นลู่เหยียนที่เพิ่งขึ้นรถมา ก็ต้องตะลึงในความหล่อเหลาของเขา

หลายวันที่ผ่านมา ลู่เหยียนเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นสีดำตลอด ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เขาดูหล่อเหลาลึกลับ

แต่ทว่าตอนนี้ แม้ลู่เหยียนจะยังสวมกางเกงลำลองสีดำ แต่ท่อนบนกลับเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีม่วง แถมยังปลดกระดุมบนออกถึงสองเม็ด!

เผยให้เห็นกล้ามอกรำไร ประกอบกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้น... ดูทั้งสูงศักดิ์และลึกลับน่าค้นหา!

ลู่เหยียนพอใจกับปฏิกิริยาของถังหว่านมาก และยิ่งมั่นใจว่าต่อจากนี้เขาจะใส่แต่สีดำไม่ได้แล้ว

เมื่อก่อนอาเซินมักจะค่อนขอดว่าเขาชอบแต่งดำทำตัวเคร่งขรึมเกินวัย ทั้งที่อายุแค่สามสิบ แต่แต่งตัวเหมือนตาลุงสี่ห้าสิบ

ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจ วันๆ ยุ่งแต่กับงาน จะเอาเวลาที่ไหนมาคิดเรื่องพรรค์นี้?

แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ดูเหมือนเสี่ยวหว่านของเขาจะชอบคนหล่อ และข้างกายเธอก็มีหมาป่าหิวโซจ้องตะครุบเหยื่ออยู่อีกตั้งสองตัว

แถมหมาป่าสองตัวนั้นก็หน้าตาดีไม่หยอก ถ้าเขาไม่ดูแลตัวเองให้หล่อขึ้น หัวใจของเสี่ยวหว่านอาจจะถูกคนอื่นฉกไปก็ได้

"เสี่ยวหว่าน?"

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของลู่เหยียน เพิ่มดีกรีความอ่อนโยนให้กับความหล่อของเขาอีกเป็นกอง

ถังหว่าน: "..."

ถังหว่านรู้ตัวว่าเผลอจ้องลู่เหยียนจนเคลิ้ม รีบยกมือเช็ดน้ำลายที่มุมปาก(ทิพย์)แก้เก้อ

เธอนั่งตัวตรงด้วยความขัดเขิน ดันกู้เซินที่เกาะติดเธอเป็นหมีโคอาล่าออกไป แล้วหันหน้าไปทางหน้ารถ

ตอบคำถามลู่เหยียนเมื่อครู่ว่า "ฉันบอกแล้วว่าพวกนั้นเป็นแค่คนธรรมดา ดูจากท่าทางเมื่อกี้ มือคงยังไม่เคยเปื้อนเลือด ฉันเลยตัดสินใจปล่อยไป"

"อืม เสี่ยวหว่านของผมดีที่สุด" ลู่เหยียนเอ่ยชมพลางลูบศีรษะถังหว่านเบาๆ

"อย่ามาจับนะ ผมเพิ่งมัดผมให้เธอเอง" กู้เซินดึงถังหว่านเข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหน

เสิ่นโจวที่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมด นั่งนิ่งอย่างว่าง่ายอยู่ที่เบาะคนขับ

'ที่รัก' สั่งไว้ว่าให้เตรียมพร้อมออกรถตลอดเวลา สายตาของเขาจึงจับจ้องเธอตั้งแต่วินาทีที่ลงจากรถจนกระทั่งกลับมา เพื่อให้มั่นใจว่าจะพุ่งเข้าไปช่วยได้ทันทีหากเกิดอันตราย

แต่พอเห็นสามคนนั้นคุยเล่นหัวเราะกันสนุกสนานที่เบาะหลัง โดยที่เขาอดกอดที่รัก...

ช่างหดหู่หัวใจเหลือเกิน!

เขาอยากเรียกร้องความสนใจจากถังหว่านบ้าง

เขาเห็นลู่เหยียนและถังหว่านต่อสู้มาตลอด และแน่นอนว่าเขาสังเกตเห็นว่าดาบของลู่เหยียนบิ่นอีกแล้ว

เขาจำได้ว่าในภารกิจหนึ่งในความฝัน เคยได้ยินคนพูดถึงตลาดค้าของเก่าในเมือง B

มีเถ้าแก่คนหนึ่งฉากหน้าขายหยกและของโบราณ แต่หลังร้านมีห้องลับที่เก็บสะสมดาบและกระบี่ที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย

ตอนนั้นมีทีมผู้มีพลังพิเศษที่เก่งกาจมากทีมหนึ่ง ทุกคนพกดาบถัง ซึ่งว่ากันว่าได้มาจากห้องลับแห่งนั้น

เขาไม่รู้ว่าในช่วงเวลานี้ห้องลับนั่นถูกค้นพบหรือยัง จึงคิดว่าจะลองบอกเรื่องนี้กับที่รักเผื่อจะได้แวะไปดู

เสิ่นโจวจึงหันกลับมา เอื้อมมือไปดึงมือถังหว่านและพูดด้วยเสียงออดอ้อนแบบเด็กหนุ่ม "ที่รัก ผมมีเรื่องจะบอก"

ถังหว่านที่กำลังถูกขนาบข้างโดยชายหนุ่มสองคน และเสิ่นโจวก็เพิ่งจะช่วยดึงความสนใจให้

เธอดันตัวชายหนุ่มทั้งสองออกแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเบาะของเสิ่นโจว ถามว่า "มีอะไรเหรอ?"

เสิ่นโจวดีใจ เขาเขี่ยมือถังหว่านเล่นพลางพูดว่า "ผมเห็นว่าดาบของพี่เหยียนบิ่นอีกแล้ว!

ถึงแม้ดาบพวกนี้จะได้รับการเสริมพลังจากพี่กู้แล้ว แต่เราก็ยังทำมันพังไปหลายเล่ม

ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่ อย่างที่คุณบอก ตอนนี้เป็นแค่ช่วงแรกของวันสิ้นโลก ซอมบี้ยังอ่อนแอ พืชและสัตว์ก็ยังไม่กลายพันธุ์

แต่ถ้าเวลาผ่านไปล่ะ? ผมเลยคิดว่าเราควรรีบหาอาวุธที่ดีกว่านี้ให้เร็วที่สุด"

ปกติเวลาเสิ่นโจวคุยกับถังหว่าน จะต้องทำตัวขี้อ้อนและทำตัวน่ารักเสมอ

เสิ่นโจวในโหมดนี้เป็นมุมที่ถังหว่านไม่เคยเห็นมาก่อน คำพูดของเขามีเหตุผล และการวิเคราะห์สถานการณ์ก็ดูสุขุมเยือกเย็นคล้ายคลึงกับลู่เหยียนอยู่ไม่น้อย

จบบทที่ บทที่ 17: แด่นักอ่านที่น่ารักทุกคน

คัดลอกลิงก์แล้ว