- หน้าแรก
- ฉันสามารถติดตั้งเทมเพลตสวมบทบาทให้กับสัตว์อสูรได้
- บทที่ 48 เล่นเส้น เล่นเส้นกันเห็นๆ!
บทที่ 48 เล่นเส้น เล่นเส้นกันเห็นๆ!
บทที่ 48 เล่นเส้น เล่นเส้นกันเห็นๆ!
บทที่ 48 เล่นเส้น เล่นเส้นกันเห็นๆ!
ฉี่หลิงมองดูลู่หยวนและสัตว์อสูรทั้งสองที่กำลังรุกคืบเข้ามา ในใจเริ่มครุ่นคิดว่าจะงัดไม้ตายออกมาใช้ดีหรือไม่
ใช่แล้ว ในฐานะผู้ใช้อสูรสายความมืดโดยเฉพาะ การที่ฉี่หลิงสามารถเป็นตัวแทนของกิเลนเงาในโลกมนุษย์ได้นั้น ย่อมหมายความว่าพรสวรรค์ของเธอย่อมเป็นระดับแนวหน้า
ผู้ใช้อสูรบางคนหลังจากปลุกพลังพื้นที่มิติสัตว์อสูรแล้ว นอกจากจะได้รับ “พันธสัญญาอสูร” ที่ทุกคนต้องมี ก็อาจจะได้รับพรสวรรค์พิเศษบางอย่างมาด้วย
เช่น “สื่อสารทางจิต” ที่สามารถสื่อสารกับสัตว์อสูรได้
หรือ “เสริมแกร่งธาตุ” ที่สามารถเพิ่มพลังธาตุของสัตว์อสูรได้ชั่วคราว
วิชา “ร่างแยกเงา” ของลู่หยวน ก็เคยถูกซูเมิ่งเข้าใจผิดว่าเป็นพรสวรรค์พิเศษแบบนี้เหมือนกัน แม้ว่าพรสวรรค์แบบลู่หยวนจะหายากมากก็ตาม
แต่พรสวรรค์ของผู้ใช้อสูรนั้นมีร้อยแปดพันเก้า จะมีแบบไหนก็ไม่แปลก
และอัจฉริยะอย่างฉี่หลิง ย่อมต้องมีพรสวรรค์พิเศษเช่นกัน
พรสวรรค์ของเธอคือ “การถ่ายโอน”
ความสามารถคือการดึงพลังส่วนหนึ่งของสัตว์อสูรมาเพิ่มให้กับสัตว์อสูรอีกตัว หรือเพิ่มให้กับตัวเองได้ชั่วคราว
แต่ “การถ่ายโอน” นี้ก็มีขีดจำกัด ปัจจุบันเธอสามารถถ่ายโอนพลังได้ประมาณ 1 ใน 10 เท่านั้น และเป้าหมายการถ่ายโอนมีได้เพียงหนึ่งเดียว
คือดึงพลังจากสัตว์อสูร 1 ตัว ไปใส่ให้สัตว์อสูรอีก 1 ตัว (หรือตัวเอง)
ไม่สามารถดึงพลังจากสัตว์อสูร 2 ตัวพร้อมกันไปใส่ให้เป้าหมายเดียวได้
แน่นอนว่าในอนาคตเมื่อระดับผู้ใช้อสูรของฉี่หลิงสูงขึ้น พรสวรรค์ของเธอก็จะพัฒนาตามไปด้วย
ถึงตอนนั้น การรวมพลังจากสัตว์อสูรหลายตัวไปไว้ที่จุดเดียว อาจจะเป็นไปได้
และเพราะพรสวรรค์นี้เอง กลุ่มแฟนตาซีแลนด์ถึงเลือกเธอให้มาเป็นสายลับที่เมืองจิ่วเจียง
เพราะฉี่หลิงเป็นหนึ่งในสมาชิกไม่กี่คนของกลุ่ม ที่สามารถใช้พลังของสัตว์เทพได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนของสัตว์เทพ
ลำพังความสามารถ “การถ่ายโอน” ถ้าอยู่กับคนอื่นอาจจะงั้นๆ อย่างมากก็แค่สกิล “เอาตัวรอด” หรือ “บัฟ”
แต่เมื่ออยู่กับฉี่หลิงที่มีทายาทสัตว์เทพอยู่ในครอบครอง ความสามารถนี้ก็น่ากลัวขึ้นมาทันที
พลัง 1 ใน 10 ของสัตว์เทพ เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์ได้เลย
สิ่งที่ฉี่หลิงกำลังชั่งใจอยู่ตอนนี้ คือเธอควรจะใช้ไม้ตายนี้หรือไม่
เพราะถ้าใช้ไปแล้ว เธอจะตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอไปตลอดทั้งวัน
ในสถานการณ์ที่สัตว์อสูรทั้งสองตัวของเธอบาดเจ็บสาหัส การที่ตัวเองอ่อนแอลงจะทำให้เธอตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง
และจะทำให้การทำผลงานให้ดีตามคำสั่งของหัวหน้าหมู่บ้านกลายเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก
ความจริงถ้าฉี่หลิงรู้แต่แรกว่าสัตว์อสูรทั้งสองของลู่หยวนจะเก่งขนาดนี้ เธอคงถ่ายโอนพลังของ “เสือดาวโลกันตร์” หรือ “อีกาทมิฬ” มาใส่ตัวเอง แล้วรีบจัดการลู่หยวนตั้งแต่เนิ่นๆ ไปแล้ว
เธอคาดไม่ถึงเลยว่าในเวลาเพียงเดือนเดียว ทามจะมีพัฒนาการที่น่าตกใจขนาดนี้
แถมลู่หยวนยังฝึกฝนสัตว์อสูรตัวใหม่ที่เพิ่งได้อย่างหนูแสงสว่างมาจนเก่งกาจขนาดนี้ ทั้งที่ตอนอยู่ในแดนลี้ลับคราวก่อน เขายังไม่มีมันด้วยซ้ำ
ความกังวลหลายอย่างทำให้สีหน้าของฉี่หลิงเปลี่ยนไปมาไม่หยุด
ฉี่หลิงรู้สึกว่า ในสถานการณ์ที่ไม่มีสัตว์อสูรช่วยต่อสู้ ต่อให้เธอใช้ไม้ตาย “การถ่ายโอน” ก็ไม่แน่ว่าจะจับตัวลู่หยวนได้ทันทีเพื่อเอามาขู่สัตว์อสูรทั้งสองให้ยอมจำนน
เพราะเธอเห็นความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของหนูแสงสว่างกับตาตัวเองแล้ว
พลัง 1 ใน 10 ของสัตว์เทพ ยังไม่พอที่จะทำให้เธอมีความเร็วเหนือกว่าหนูแสงสว่าง
ขณะที่ฉี่หลิงกำลังลังเล พื้นดินใต้เท้าพวกเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ลู่หยวนสีหน้าเปลี่ยนทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน
ส่วนฉี่หลิงไม่รอช้า รีบเก็บสัตว์อสูรทั้งสองกลับ แล้วหันหลังวิ่งพุ่งไปยังประตูบานหนึ่งทันที
“เสี่ยวกวง หยุดยัยนั่นไว้!”
เห็นฉี่หลิงฉวยโอกาสหนี ลู่หยวนรีบสั่งให้หนูแสงสว่างไล่ตาม
ล้อเล่นน่า คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างลู่หยวน จะยอมปล่อยฉี่หลิงหนีไปง่ายๆ ได้ยังไง
เหมือนอุตส่าห์ทนโดนกดดันมาตั้ง 2 นาที จนเพื่อนร่วมทีมมาช่วย พอจะเอาคืน อีกฝ่ายดันบอกว่าไม่เล่นแล้ว จะหนี!
มันสมเหตุสมผลไหม? ไม่สมเหตุสมผลชัดๆ!
ถ้าเธอหนีไป แล้วความอัดอั้นตันใจตลอด 2 นาทีที่ผ่านมาของฉันจะไปลงที่ใคร!
เมื่อได้รับคำสั่ง หนูแสงสว่างใช้ “รูปแบบทั้งหก · โซล” หายตัวไปทันที
แต่ทันทีที่มันไปโผล่ข้างกายฉี่หลิง แขนหินขนาดมหึมาก็พุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ตะปบเข้าใส่หนูแสงสว่าง
ทำให้หนูแสงสว่างต้องใช้ “เดินชมจันทร์” กระโดดหลบการโจมตีนั้น
และจังหวะที่เสียไปเพียงนิดเดียวนั้น ก็เพียงพอให้ฉี่หลิงวิ่งเข้าประตูห้องด้านหลังและหนีไปได้สำเร็จ
ลู่หยวนเห็นดังนั้น แม้จะอยากไล่ตาม แต่ก็จนปัญญา
เพราะตรงหน้าเขา มีสิ่งมีชีวิตประหลาดที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินยืนขวางทางอยู่
[โกเลมหินเขียว]
[ธาตุ: ดิน]
[ระดับ: เงิน 1 ดาว]
ลู่หยวนมองโกเลมหินเขียวตรงหน้า เขายังไม่รีบสั่งให้ทามและหนูแสงสว่างโจมตี แต่กลับชูนิ้วกลางขึ้นฟ้าไปทางเพดานห้องแทน
เล่นเส้น! เล่นเส้นกันเห็นๆ!!!
ในห้องคุมสอบ เหล่าอาจารย์และผู้ตรวจสอบเห็นท่าทางของลู่หยวน ต่างก็พากันหลุดขำ
ชายชราที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด ยกมือลูบเคราแก้เก้อ
เขาคือ หลัวเจ๋อ ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมผู้ใช้อสูรที่ 2 นั่นเอง
ผู้ตรวจสอบคนหนึ่งเห็นดังนั้นก็แซวขึ้นมาว่า “ผอ.หลัว ดูเหมือนเจ้าหนูนั่นจะรู้ทันนะครับว่าโกเลมหินเขียวตัวนี้โผล่มาถูกจังหวะเกินไปหน่อย”
ผอ.หลัวเจ๋อ ยิ้มแห้งๆ ไม่ได้แก้ตัวอะไร
แต่คนที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนเป็นพวกเขี้ยวลากดิน ย่อมดูออกว่าการปรากฏตัวของโกเลมหินเขียวระดับเงิน 1 ดาวตัวนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ไม่มาเร็ว ไม่มาช้า ดันโผล่มาตอนที่ลู่หยวนกำลังจะเขี่ยเย่หลิงตกรอบพอดีเป๊ะ
มิน่าล่ะลู่หยวนถึงชูนิ้วกลางใส่ห้องคุมสอบ ก็โรงเรียนที่ 2 เล่นล็อกผลกันโจ่งแจ้งขนาดนี้
แต่ทุกคนก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้มากนัก
เหตุผลก็ง่ายๆ แก่นแท้ของการสอบร่วมคือการทดสอบศักยภาพของนักเรียน เรื่องอันดับเป็นเรื่องรอง
เพราะนี่เป็นแค่การสอบจำลอง ตราบใดที่แสดงศักยภาพออกมาได้ แม้จะถูกคัดออกก่อนกำหนดเพราะอุบัติเหตุ ก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับตัวนักเรียน
แต่เย่หลิงเห็นได้ชัดว่ายังไม่ได้แสดงศักยภาพทั้งหมดออกมา เธอต้องมีไม้ตายก้นหีบที่ยังไม่ได้ใช้แน่ๆ ดูได้จากความนิ่งสงบตอนถูกสัตว์อสูรของลู่หยวนล้อมกรอบ
แต่การล็อกผลแบบนี้ ให้เกิดแค่ครั้งเดียวก็พอ เหล่าผู้ตรวจสอบและอาจารย์คงไม่ยอมให้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง
แม้จะเป็นการสอบจำลอง แต่ “ความยุติธรรมในภาพรวม” ก็ต้องรักษาไว้
ผอ.โรงเรียนที่ 2 เองก็รู้เรื่องนี้ดี ถึงได้ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับคำแซวของผู้ตรวจสอบและท่าทางไม่พอใจของลู่หยวน
พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะเย่หลิงทำผลงานได้น่าทึ่งขนาดนี้ และเขาไม่อยากให้เธอตกรอบเร็วเกินไป เขาคงไม่ยอมลดตัวลงมาทำเรื่องเสียมารยาทที่กระทบต่อความยุติธรรมแบบนี้หรอก
ขายหน้า... ขายหน้าจริงๆ...
หลังจากหยอกล้อผอ.โรงเรียนที่ 2 เสร็จ ทุกคนในห้องคุมสอบก็กลับมาตั้งใจดูหน้าจออีกครั้ง
ทุกคนที่นี่ไม่ใช่คนธรรมดา ย่อมรู้ดีว่าลู่หยวนเคยเอาตัวรอดจากแดนลี้ลับระดับเงินมาได้
พวกเขาจึงอยากรู้ว่า ลู่หยวนจะมีวิธีจัดการกับโกเลมหินเขียวระดับเงิน 1 ดาวตัวนี้อย่างไร
ในเขาวงกตใต้ดิน
หลังจากชูนิ้วกลางให้เพดานเสร็จ ลู่หยวนก็หันมาสนใจโกเลมหินเขียวตรงหน้า
สัตว์อสูรระดับเงิน 1 ดาว สำหรับลู่หยวนในตอนนี้ ก็แค่ปัญหาที่น่ารำคาญหน่อยๆ เท่านั้น
ใช่แล้ว แค่ปัญหาที่น่ารำคาญ ไม่ถึงขั้นเป็นความยากลำบาก
ต้องรู้ก่อนว่า เมื่อก่อนลู่หยวนต้องงัดทุกกลเม็ดออกมาใช้เพื่อเอาชนะสัตว์อสูรระดับเงิน
แต่ตอนนี้ แค่พึ่งพาพลังการต่อสู้ซึ่งๆ หน้าของทามและหนูแสงสว่าง เขาก็สามารถจัดการกับสัตว์อสูรระดับเงิน 1 ดาวได้แล้ว
ส่วนสาเหตุที่โกเลมหินเขียวตัวนี้โผล่มา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของทางโรงเรียนที่ 2
ไม่อย่างนั้นทำไมมันถึงมาขวางหนูแสงสว่างไม่ให้ตามจับฉี่หลิง แทนที่จะช่วยเขาจับเธอล่ะ
ถ้าล็อกผลชัดขนาดนี้แล้วลู่หยวนยังดูไม่ออก ก็เสียชาติเกิดที่เป็นผู้ทะลุมิติแล้ว
ลู่หยวนมองโกเลมหินเขียวที่เหมือน “มินิบอสประจำเขาวงกต” แล้วบิดคอแก้เมื่อยด้วยความหงุดหงิด
ในเมื่อตัวการใหญ่หนีไปได้ งั้นเขาก็ขอระบายความโกรธใส่เจ้าตัวสมรู้ร่วมคิดตัวนี้หน่อยแล้วกัน
“ทาม เสี่ยวกวง ลุย!”
“อ๊บ!”
“จี๊ด!”
(จบบท)