- หน้าแรก
- ฉันสามารถติดตั้งเทมเพลตสวมบทบาทให้กับสัตว์อสูรได้
- บทที่ 47 ผู้ใช้อสูรแพ้ แต่สัตว์อสูรไม่แพ้นะ
บทที่ 47 ผู้ใช้อสูรแพ้ แต่สัตว์อสูรไม่แพ้นะ
บทที่ 47 ผู้ใช้อสูรแพ้ แต่สัตว์อสูรไม่แพ้นะ
บทที่ 47 ผู้ใช้อสูรแพ้ แต่สัตว์อสูรไม่แพ้นะ
ในขณะที่ลู่หยวนซึ่งเป็นผู้ใช้อสูรถูกฉี่หลิงไล่ต้อนจนมุม
สถานการณ์ของทามและหนูแสงสว่างกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
แม้เสือดาวโลกันตร์และอีกาทมิฬจะมีระดับสูงกว่าทามและหนูแสงสว่าง
แต่ในแง่ของศักยภาพเฉพาะตัวและศักยภาพเผ่าพันธุ์หลังติดตั้งเทมเพลต ทามและหนูแสงสว่างนั้นเหนือกว่าอย่างทาบไม่ติด
นั่นหมายความว่า แม้ระดับจะสู้ไม่ได้
แต่สมรรถภาพร่างกายและความเข้ากันได้กับพลังวิญญาณ ทามและหนูแสงสว่างกลับเหนือกว่า
สร้างเงื่อนไขให้พวกมันสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้
ทางด้านทาม
เมื่อการต่อสู้ดำเนินไป ทามก็เริ่มจับทางรูปแบบการต่อสู้และระดับพลังคร่าวๆ ของเสือดาวโลกันตร์ได้แล้ว
ทามค่อยๆ เป็นฝ่ายได้เปรียบในสถานการณ์การต่อสู้
แม้พลังโจมตีและพละกำลังของเสือดาวโลกันตร์จะยอดเยี่ยม แต่มันไม่สามารถเจาะทะลุ “ปลอกแขน” ที่เกิดจากเส้นผมอัดพลังวิญญาณธาตุดินของทามได้เลย
เปรียบเสมือนเสือดาวโลกันตร์ต่อสู้ด้วยมือเปล่า ในขณะที่ทามมีอาวุธครบมือ!
ดังนั้น ยิ่งการต่อสู้ดุเดือดขึ้น กรงเล็บอันแหลมคมของเสือดาวโลกันตร์ก็เริ่มปรากฏรอยร้าว
และอุ้งเท้าทั้งสองข้างของมันก็เริ่มบวมแดง แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงในการปะทะกับทาม
ส่วนทามน่ะเหรอ นอกจากผมร่วงไปบ้างเล็กน้อย มันแทบไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
มิหนำซ้ำ ยิ่งคุ้นชินกับรูปแบบการต่อสู้นี้ พลังการต่อสู้ของมันก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ
เห็นเพียงเส้นผมที่พันรอบแขนทาม เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอีกครั้ง
ทามควบคุมเส้นผมพลังวิญญาณธาตุดิน ให้เส้นผมบางส่วนตั้งชันขึ้นกลายเป็นหนามแหลมปกคลุมทั่วท่อนแขน
เสือดาวโลกันตร์มองหนามแหลมบนแขนทาม แล้วเริ่มรู้สึกปวดฟันตุบๆ
ลำพังแค่รับมือปกติมันก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว นี่ทามยังเล่น “อัปเกรดไอเทม” กลางวงอีกเหรอ
เอ็งอัปเกรดของไม่ต้องกลับไปที่บ่อน้ำพุเหรอฟะ! นี่มันโกงกันซึ่งๆ หน้าชัดๆ!
เสือดาวโลกันตร์รู้ตัวว่าสถานการณ์เริ่มอันตราย จึงแหงนหน้ามองขึ้นไปด้านบน
ตอนนี้มันทำได้แค่ฝากความหวังไว้ที่อีกาทมิฬ ให้รีบเอาชนะคู่ต่อสู้แล้วลงมาช่วยมัน
แต่พอเงยหน้ามอง เสือดาวโลกันตร์ถึงกับอึ้ง
ที่เพดานห้อง จากเดิมที่หนูแสงสว่างทำได้แค่พัวพันกับอีกาทมิฬ
ตอนนี้กลายเป็นหนูแสงสว่างไล่กวดอีกาทมิฬไปทั่ว
อีกาทมิฬทำได้แค่หลบหลีกและป้องกัน แทบหาจังหวะสวนกลับไม่ได้เลย
เพราะหนูแสงสว่างเริ่มคุ้นชินกับการใช้ “โซล” และ “เดินชมจันทร์” ในการต่อสู้แล้ว
ยิ่งหนูแสงสว่างใช้ทักษะการต่อสู้คล่องแคล่วขึ้น การเคลื่อนไหวของมันก็ยิ่งคาดเดายากและพิสดารมากขึ้น
แม้แต่อีกาทมิฬที่มีการรับรู้สูงและสายตาดีเยี่ยมในที่มืด ก็เริ่มตามความเร็วของหนูแสงสว่างไม่ทัน
สำหรับสัตว์อสูรสายความเร็วอย่างมัน การตามความเร็วคู่ต่อสู้ไม่ทัน หมายความว่ามันพลาดได้แค่ครั้งเดียว ในขณะที่หนูแสงสว่างพลาดได้นับครั้งไม่ถ้วน
เสือดาวโลกันตร์เห็นสภาพเพื่อนร่วมทีม ก็รู้ทันทีว่าพึ่งพาอีกาทมิฬไม่ได้แล้ว
มันหันกลับมามองทาม และทามเองก็สังเกตเห็นสถานการณ์ด้านบนเช่นกัน
เยี่ยมมาก เพื่อนร่วมทีมพึ่งพาได้ ตัวมันเองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องไปช่วยเพื่อนแล้ว
เมื่อหมดห่วง ทามก็กระแทกหมัดทั้งสองเข้าหากันที่หน้าอก เสียงหินกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว
ทามส่งยิ้มสดใสให้เสือดาวโลกันตร์ ก่อนจะพุ่งตัวออกไปเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง
เสือดาวโลกันตร์ไม่มีทางเลือก ได้แต่โอดครวญในใจแล้วกัดฟันสู้ต่อ
มันกระโดดลอยตัวขึ้นสูง รวบรวมพลังใจทั้งหมดตะปบกรงเล็บใส่กลางกระหม่อมทาม
ทามยกแขนซ้ายขึ้นขวางเหนือศีรษะทันที
ปัง!
กรงเล็บของเสือดาวโลกันตร์กระแทกเข้ากับแขนของทามอย่างจัง
แรงปะทะมหาศาลทำให้แผ่นหินใต้เท้าทามแตกร้าวทันที รอยร้าวแผ่กระจายออกไปนับไม่ถ้วน ก่อนที่พื้นจะยุบตัวลงเป็นหลุม
การโจมตีอันทรงพลังของเสือดาวโลกันตร์ ถูกทามรับไว้ได้อย่างสบายๆ
ทามเงยหน้ามองเสือดาวโลกันตร์ที่อยู่เหนือหัว แล้วยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
เสือดาวโลกันตร์เห็นดังนั้น ก็สัมผัสได้ถึงลางร้ายทันที แต่เวลานี้คิดจะหนีก็สายไปเสียแล้ว
พรึ่บ!
เสียงเหมือนฟืนไม้แห้งลุกไหม้ดังขึ้น เส้นผมที่พันรอบแขนทามเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตกใจ
เริ่มจากเส้นผมบนหัว ทามเปลี่ยนสีผมเป็นสีแดงไล่ลงมาจนถึงเส้นผมที่แขน
ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสี แต่มาพร้อมกับความร้อนระอุ
เส้นผมทุกเส้นราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน
เสือดาวโลกันตร์สัมผัสได้ถึงความร้อนที่ส่งผ่านมายังอุ้งเท้าทันที
รูม่านตาของมันเบิกกว้าง ความหวาดกลัวแล่นพล่านในใจ
ขณะที่มันกำลังจะถอยหนี หมัดสีแดงเพลิงก็พุ่งเสยเข้าที่ปลายคางของมันอย่างรุนแรง
อาภรณ์ภายนอก · ไฟ · หมัดระเบิดเพลิง!
ตูม!
หมัดที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟ กระแทกเข้าเต็มคางของเสือดาวโลกันตร์
พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าและแรงระเบิด ร่างของเสือดาวโลกันตร์ปลิวละลิ่วกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบกว่าจะหยุดนิ่ง
สภาพของเสือดาวโลกันตร์ตอนนี้ดูน่าเวทนามาก ขนสีดำบนหัวไหม้เกรียม ควันลอยโขมง ส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่ว
แต่นั่นยังไม่แย่ที่สุด ที่แย่ที่สุดคือขนบริเวณคางหายไปเกือบหมด เผยให้เห็นผิวหนังสีแดงสดที่ถูกไฟลวกจนพุพอง
สภาพเนื้อแตกหนังเปิด ดูเหมือนโดนระเบิดอัดหน้ามาเต็มๆ
ทามมองดูเสือดาวโลกันตร์ที่โดนหมัดเดียวจอดนอนนิ่งไปกับพื้น แล้วชูสองกำปั้นขึ้นฟ้า คำรามด้วยความสะใจ
“อ๊บ!!!”
ทาม VS เสือดาวโลกันตร์, ทาม ชนะ!
ที่เพดานห้อง อีกาทมิฬที่เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุนก็มาถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน
หลังจากหลบหลีกติดต่อกัน ในที่สุดมันก็เปิดช่องว่างให้หนูแสงสว่างจนได้
ขณะที่มันทิ้งระยะห่างจากหนูแสงสว่างได้ราว 10 เมตร จู่ๆ หนูแสงสว่างก็เหยียบอากาศรัวๆ
ท่วงท่าเดินชมจันทร์อันงดงามผสานกับขนที่เปล่งประกาย ทำให้หนูแสงสว่างในตอนนี้ดูราวกับดาวตก พุ่งไล่ตามอีกาทมิฬมาด้วยความเร็วสูงพร้อมหางแสงสว่างวาบ
อีกาทมิฬเห็นท่าไม่ดี ก็ตัดสินใจเลิกหนี
แววตาเปลี่ยนเป็นดุดัน มันกางปีกออกแล้วกระพืออย่างแรง
ทันใดนั้น ขนนกจำนวนนับไม่ถ้วนที่คมกริบเหมือนกริชก็พุ่งออกมา สาดซัดเข้าใส่หนูแสงสว่างราวกับพายุ
มองดูพายุขนมีดตรงหน้า หนูแสงสว่างเผยรอยยิ้มเกียจคร้าน
คาถาแสงแฟลช!
แสงสว่างจ้าปรากฏขึ้นกะทันหัน แสงที่บาดตานั้นทำให้อีกาทมิฬที่เกลียดแสงสว่างต้องหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ
ฟุ่บ!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น อีกาทมิฬสัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันที
มันหันกลับไปมอง เห็นหนูแสงสว่างปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของมันในพริบตา
หนูแสงสว่างชูนิ้วขึ้น แล้วแทงสวนเข้าไปที่ปีกข้างหนึ่งของมันอย่างแรง
ฉึก...
ดัชนีพิฆาตอันคมกริบของหนูแสงสว่าง เจาะปีกของอีกาทมิฬจนเป็นรูเลือดขนาดใหญ่
“ก๊า!!!”
อีกาทมิฬร้องเสียงหลง ร่างร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศอย่างทุลักทุเล
หนูแสงสว่างร่อนลงมาตาม ยืนประจันหน้ากับอีกาทมิฬ มองมันด้วยสายตาเรียบเฉย
อีกาทมิฬพยายามจะดิ้นรนลุกขึ้น แต่ปีกข้างหนึ่งบาดเจ็บสาหัส ทำให้มันสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปแล้วอย่างชัดเจน
สุดท้าย อีกาทมิฬทำได้เพียงมองดูหนูแสงสว่างส่ายหัวเดินจากไป ด้วยแววตาที่หม่นหมอง
หนูแสงสว่าง VS อีกาทมิฬ, หนูแสงสว่าง ชนะ!
ในขณะเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างลู่หยวนกับฉี่หลิงก็ใกล้จะจบลง
เนื่องจากฉี่หลิงทิ้งกริชไป ทำให้ลู่หยวนคาดเดายากขึ้นว่าการโจมตีไหนของจริง การโจมตีไหนหลอก
บวกกับทักษะการต่อสู้ที่เป็นรองฉี่หลิง ลู่หยวนจึงทำได้แค่หลบหนีอย่างทุลักทุเลในเวลาไม่นาน
ใบหน้ามีรอยฟกช้ำดำเขียว สภาพดูไม่ได้เลยทีเดียว
ช่วยไม่ได้ ถ้าเรื่องฝีปากลู่หยวนอาจจะสู้ไหว แต่ถ้าเรื่องหมัดมวย เขาคงสู้ฉี่หลิงไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ!
ฉี่หลิงต้อนลู่หยวนจนมุม ปิดตายทุกช่องทางหนี
“หนีสิไอ้เวร หนีไปอีกสิ?”
“ถุย~”
ลู่หยวนถ่มเลือดในปากทิ้ง ใช้มือเช็ดมุมปาก แล้วเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เห็นปฏิกิริยาของลู่หยวน ฉี่หลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ทันที
ที่ข้างเท้าของลู่หยวน มีสัตว์อสูรสองตัวปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
พวกมันคือ ทามและหนูแสงสว่าง
ฉี่หลิงหันขวับไปมอง ก็เห็นเสือดาวโลกันตร์และอีกาทมิฬนอนหมดสติอยู่บนพื้น อารมณ์ดิ่งลงเหวทันที
ลู่หยวนมองเธอแล้วยิ้มพูดว่า “ถึงฉันที่เป็นผู้ใช้อสูรจะแพ้ แต่สัตว์อสูรของฉันไม่ได้แพ้นะ...”
จากนั้นลู่หยวนก็ชูสามนิ้วขึ้นมา พูดเสริมว่า “... 3 รุม 1 ตอนนี้เธอจะยอมแพ้เอง หรือจะให้พวกเราซ้อมจนกว่าจะยอมแพ้?”
ฉี่หลิงมองท่าทางอวดดีของลู่หยวน กัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้น
เป็นแบบนี้ทุกที เป็นแบบนี้ทุกทีเลย!
ทุกครั้งที่เธอมีโอกาสจะสั่งสอนไอ้เวรนี่ ก็มักจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ!
ฉี่หลิงกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นในใจ
จู่ๆ ลู่หยวนก็หยิบนาฬิกาพกออกมา แกว่งไปมาในมือ
“ฉันทนมือทนเท้าเธอมาได้ 2 นาที ฉันจะให้โอกาสเธอ... ถ้าเธอทนมือทนเท้าพวกเราได้ 2 นาที ฉันจะยอมปล่อยเธอไป ยุติธรรมดีไหม?”
ฉี่หลิงมองลู่หยวนและสัตว์อสูรข้างกายเขา สีหน้าบิดเบี้ยวพูดว่า “3 รุม 1 นายกล้าพูดว่ายุติธรรมเหรอ?”
“ฉันบอกว่ายุติธรรม มันก็คือยุติธรรม เธอ... ไม่มีสิทธิ์เลือก”
สิ้นเสียง ลู่หยวนยิ้มกว้าง พา “ลูกสมุน” สองตัวเดินย่างสามขุมเข้าหาฉี่หลิงที่ถอยกรูดไปเรื่อยๆ
3 รุม 1 งานนี้เธอยังจะพลิกเกมได้อีกเหรอ?
ตลกน่า~
(จบบท)