- หน้าแรก
- ฉันสามารถติดตั้งเทมเพลตสวมบทบาทให้กับสัตว์อสูรได้
- บทที่ 35 เหนื่อยแล้ว ทำลายให้สิ้นซากเลยเถอะ เร็วๆ เข้า...
บทที่ 35 เหนื่อยแล้ว ทำลายให้สิ้นซากเลยเถอะ เร็วๆ เข้า...
บทที่ 35 เหนื่อยแล้ว ทำลายให้สิ้นซากเลยเถอะ เร็วๆ เข้า...
บทที่ 35 เหนื่อยแล้ว ทำลายให้สิ้นซากเลยเถอะ เร็วๆ เข้า...
พลังวิญญาณธาตุไฟที่เพิ่มขึ้น 150% จากหมูสามชั้นกลับกระทะระเบิดเพลิง ทำให้อานุภาพของกระสุนเพลิงของทามเพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่า ก่อเกิดเป็นกระสุนระเบิดเพลิงที่มีพลังทำลายล้างน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
ความจริงแล้ว หากทามไม่ได้เพิ่งผ่านการวิวัฒนาการจนค่าสถานะโดยรวมก้าวกระโดดขึ้นอย่างมหาศาล
การจะบีบอัดพลังวิญญาณธาตุไฟมหาศาลขนาดนั้นเพื่อสร้างกระสุนระเบิดเพลิง เป็นสิ่งที่ทามทำไม่ได้อย่างแน่นอน
เพราะร่างกายของทามคงระเบิดไปก่อนที่กระสุนระเบิดเพลิงจะถูกยิงออกไปเสียอีก
ก็เหมือนกับปืนใหญ่ ต่อให้กระสุนลูกใหญ่แค่ไหน ก็ต้องมีลำกล้องที่แข็งแกร่งพอจะรองรับ ไม่อย่างนั้นก็ยิงไม่ออก แล้วจะใหญ่ไปเพื่ออะไร?
ต่างจากกระสุนเพลิงที่เป็นของเหลวแบบเดิม การโจมตีของกระสุนระเบิดเพลิงที่ได้รับการเสริมพลัง มีลักษณะเป็นก้อนพลังงานทรงกลม
โดยรวมดูเหมือนอุกกาบาตเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ไม่เพียงแต่อานุภาพรุนแรง แต่ความเร็วก็สูงมากเช่นกัน
นั่นเพราะความแตกต่างใหญ่ที่สุดระหว่างกระสุนระเบิดเพลิงกับกระสุนเพลิงธรรมดา คือทามได้บีบอัดพลังงานของกระสุนระเบิดเพลิงเอาไว้อย่างสมบูรณ์
การโจมตีแบบนี้จึงมีอานุภาพรุนแรงกว่า และการระเบิดก็น่ากลัวกว่า
สมกับชื่อ "ระเบิดเพลิง"
พร้อมกับเสียงหวีดหวิวเสียดแทงอากาศ กระสุนระเบิดเพลิงพุ่งเข้าใส่หน้ากิเลนเงาในระยะประชิด
ความประมาทที่มีต่อทาม ทำให้กิเลนเงาตอบสนองช้าไปจังหวะหนึ่ง
จนพลาดโอกาสหลบหลีกที่ดีที่สุดไป
แม้จะได้ยินเสียงเตือนจากฉี่หลิง แต่กิเลนเงาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
"โฮก!"
เผชิญหน้ากับลูกบอลลาวาเพลิงขนาดยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสองเมตร
กิเลนเงาแบกรับความภาคภูมิใจแห่งสัตว์เทพ เลือกที่จะรับมือซึ่งหน้า
เงามืด · ม่านราตรี!
ฉับพลัน หนามแหลมแห่งเงามืดจำนวนมากก็พุ่งขึ้นมารอบตัวกิเลนเงา
แต่หนามแหลมเหล่านี้ไม่ได้มีไว้โจมตี มันพันรอบตัวกิเลนเงาจนมิดชิด
ก่อตัวเป็นเกราะกำบังหนาทึบปกป้องร่างกายของมันไว้
วินาทีถัดมา ลูกบอลลาวาเพลิงขนาดยักษ์ก็ปะทะเข้าอย่างจัง
ตูม!
พร้อมกับเสียงระเบิดกัมปนาท เปลวเพลิงที่ถูกบีบอัดไว้ในกระสุนระเบิดเพลิงก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมด
และเปลวเพลิงเหล่านี้ไม่ใช่ไฟธรรมดา แต่เป็นไฟที่ผสมน้ำมันกบ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงจัดและดับยากสุดๆ!
ปัง!
แม้จะมีเกราะป้องกันของกิเลนเงา แต่อานุภาพของกระสุนระเบิดเพลิงก็ยังเหนือความคาดหมายของมัน
หนามแหลมแห่งเงามืดที่ใช้ป้องกันตัวแทบจะถูกระเบิดเป็นจุณในพริบตา
จากนั้นไฟน้ำมันจำนวนมหาศาลก็สาดซัดเข้าใส่ร่างของมัน
"เอ๋ง!"
ไฟน้ำมันลามเลียไปทั่วร่าง กิเลนเงาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทันที
มันรีบระดมพลังแห่งเงามืดรอบตัวมาดับไฟ
ภายใต้แสงจันทร์ในป่าทึบ เงาจำนวนนับไม่ถ้วนถูกกิเลนเงาควบคุมให้พุ่งเข้ามาปกคลุมร่างกาย และกลืนกินไฟน้ำมันบนตัวอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุด หลังจากใช้เวลาพักหนึ่ง ไฟน้ำมันอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นก็ถูกเงาดูดกลืนไปจนหมด
แต่สภาพของกิเลนเงาในตอนนี้ไม่เหลือเค้าความน่าเกรงขามแบบตอนแรกอีกแล้ว
ทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียม บางจุดแดงเถือกจนเห็นเนื้อสดใต้เกล็ด
ดูทุลักทุเลอย่างที่สุด
กิเลนเงาที่กำลังเดือดดาลกวาดสายตามองไปรอบๆ หมายจะจัดการเจ้าคางคกเหม็นที่ทำให้มันต้องอับอายขายขี้หน้าให้ตายคาที่
แต่จู่ๆ มันก็พบว่าทามและพวกลู่หยวนที่เคยยืนอยู่ไม่ไกล... หายตัวไปแล้ว!
ใช่แล้ว หายไปแล้วจริงๆ!
ส่วนฉี่หลิงที่เพิ่งตั้งสติได้จากแรงระเบิดเมื่อครู่ พอเห็นว่ากิเลนเงาปลอดภัยดีก็ถอนหายใจโล่งอก
แต่ไม่นานเธอก็สังเกตเห็นว่าพวกลู่หยวนหายตัวไปเช่นกัน
"บ้าเอ๊ย กล้าหนีเหรอ ตามไป!"
ไม่รอช้า ฉี่หลิงกระโดดขึ้นหลังกิเลนเงา สั่งให้มันออกไล่ล่าทันที
ในเวลาเดียวกัน ภายในป่าดันเจี้ยน
ลู่หยวนกำลังแบกทามที่ลิ้นห้อยหอบแฮกๆ วิ่งหนีตายอย่างสุดชีวิต
ใช่แล้ว อันที่จริงลู่หยวนรู้อยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเริ่มสู้
ว่าถ้าอยากรอดชีวิต การจะเอาชนะกิเลนเงาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
ต่อให้มีอาหารสัตว์อสูรของเขา แต่ช่องว่างระหว่างทามกับกิเลนเงาก็ไม่ใช่สิ่งที่จะถมให้เต็มได้ง่ายๆ
ดังนั้นลู่หยวนจึงวางแผนไว้แต่แรกแล้วว่าจะหาจังหวะชิ่งหนี
ส่วนทำไมฉินเยว่ซวงถึงไม่ได้หนีไปพร้อมกับเขา เหตุผลนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
หนีไปด้วยกันก็ตายคู่ แยกกันหนี อาจจะรอดสักคน
ส่วนใครจะเป็นคนที่รอด ก็ต้องวัดดวงเอา
'โธ่เว้ย พวกทหารทำบ้าอะไรกันอยู่ ถ้าพวกนายยังไม่มา คุณชายอย่างฉันคงโดนยัยโรคจิตนั่นฆ่าตายแน่!'
ลู่หยวนที่ฝากความหวังไว้กับความช่วยเหลือจากภายนอก อดไม่ได้ที่จะก่นด่าพวกทหารในใจ
เขาติดอยู่ในดันเจี้ยนมาเกือบวันแล้ว แต่ยังไม่เห็นเงาของหน่วยกู้ภัยเลย
ทำงานภาษาอะไรกันเนี่ย จะพาซวยกันหรือไง!
ตูม!
ทันใดนั้น ลู่หยวนก็ได้ยินเสียงระเบิดดังมาจากไกลๆ ด้านหลัง
สีหน้าของลู่หยวนย่ำแย่ลงทันที เขาสบถออกมาว่า "หาเจอเร็วขนาดนี้เลยเรอะ ซวยบรรลัยแล้ว!"
ห่างจากจุดที่ลู่หยวนอยู่ไปหนึ่งกิโลเมตร ฉี่หลิงกำลังยืนก่นด่ากองขี้เถ้าอยู่เช่นกัน
"นักเวทย์ หมอนี่ต้องเป็นนักเวทย์แน่ๆ! ผู้ใช้อสูรบ้านไหนจะแยกร่างได้ ถ้าไม่ใช่นักเวทย์แล้วจะเป็นอะไร!"
ใช่แล้ว หลังจากฉี่หลิงพบว่าลู่หยวนกับฉินเยว่ซวงแยกย้ายกันหนี เธอก็เลือกไล่ตามลู่หยวนแบบไม่ต้องคิด
เพราะเธอหมั่นไส้ลู่หยวนเอามากๆ ที่ทำให้เธอต้องเสียหน้า
ถ้าคนในหมู่บ้านรู้ว่าเธอมาเสียท่าให้ผู้ใช้อสูรระดับทองแดง มีหวังโดนล้อตายแน่
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกล้อเลียนและสังคมรังเกียจ ฉี่หลิงจึงต้องการกู้หน้าคืนอย่างเร่งด่วน
หลังจากไล่ตามมาสักพัก เธอก็พบ 'ลู่หยวน' อย่างรวดเร็ว
คราวนี้เธอไม่เปิดโอกาสให้ลู่หยวนได้พูดพร่ำทำเพลง ลงมือจัดการอย่างเด็ดขาด
ผลปรากฏว่า... ให้ตายสิ นี่มันร่างแยก!
แถมไม่ใช่แค่ลู่หยวน แม้แต่ทามที่อยู่ข้างๆ ก็เป็นร่างแยกเหมือนกัน!
เรื่องนี้ทำให้ฉี่หลิงโกรธจัดยิ่งกว่าเดิม
เสียหน้าคูณสอง!
'หนีสิ แกหนีไปเลยนะ! แกอย่าให้คุณหนูอย่างฉันจับได้นะ ไม่งั้นแกไม่ตายดีแน่!'
ฉี่หลิงมองไปทางทิศอื่นของป่าด้วยความโกรธเกรี้ยว ตรงนั้นมีกลิ่นอายของลู่หยวนอยู่อีกจุดหนึ่ง
เธอไม่เชื่อหรอกว่าลู่หยวนจะเสกร่างแยกออกมาได้อีก!
และทิศทางนั้น ก็คือทิศที่ลู่หยวนตัวจริงกำลังหนีไป
ตอนนี้ลู่หยวนเหมือนแมลงวันหัวขาด วิ่งหนีตายแบบไม่คิดชีวิต
ถ้าถามว่ารู้ไหมว่าจะวิ่งไปไหน อย่าถามเลย วิ่งไปก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากัน!
แต่ทว่า สองขาหรือจะสู้สี่ขา
ลู่หยวนที่กำลังวิ่งอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็หยุดชะงักด้วยสีหน้าย่ำแย่
เพราะไม่ไกลข้างหน้า ฉี่หลิงกำลังนั่งอยู่บนหลังกิเลนเงา มองมาที่เขาด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
"วิ่งสิ วิ่งหนีคุณหนูคนนี้ต่อไปสิ"
ลู่หยวนวางทามลงจากบ่า สีหน้าค่อยๆ สงบนิ่งลง ดูเหมือนจะยอมจำนนแล้ว
ฉี่หลิงเห็นดังนั้น ก็คิดว่านี่คงเป็นร่างจริง คงไม่พลาดอีกแล้ว
เธอจึงไม่รีบร้อนฆ่าลู่หยวน แต่ตัดสินใจจะเยาะเย้ยเจ้าคนกะล่อนที่หลอกเธอให้สาสมก่อน
เธอมองลู่หยวนแล้วยิ้มเย็น "สองครั้ง แกหลอกคุณหนูอย่างฉันมาสองครั้งแล้ว คิดไว้หรือยังว่าจะตายยังไง?"
ลู่หยวนมองเธอแล้วถามขึ้นทันทีว่า "ต้องฆ่าฉันให้ได้จริงๆ เหรอ?"
ฉี่หลิงกอดอก พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเย็นชา
ไอ้หนู วันนี้แกตายแน่ คุณหนูคนนี้พูดคำไหนคำนั้น ต่อให้เทพเจ้าลงมาก็ช่วยแกไม่ได้!
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นที่จะฆ่าเขาอย่างแรงกล้าของฉี่หลิง ลู่หยวนสูดหายใจเข้าลึก ราวกับตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่าง
ฉี่หลิงเห็นดังนั้นก็นึกว่าลู่หยวนจะสู้ตายแบบหมาจนตรอก
ด้วยความระแวงใน 'เวทมนตร์' ประหลาดๆ ของลู่หยวน ฉี่หลิงจึงตั้งท่าระวังตัวอยู่กับที่ ไม่บุกเข้าไป เพื่อป้องกันการเสียหน้าคูณสาม
แต่วินาทีถัดมา...
"เฮ้ย ใครก็ได้! ตรงนี้มีนักเรียนดีเด่นผู้โชคร้ายกำลังจะโดนฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ใครก็ได้มาช่วยที!"
เห็นท่าทางร้องขอความช่วยเหลือแบบไม่ห่วงภาพลักษณ์ของลู่หยวน ฉี่หลิงถึงกับมุมปากกระตุก... แค่เนี้ยะ?
คุณหนูอย่างฉันอุตส่าห์เตรียมงัดท่าไม้ตายออกมาสู้ นึกว่าจะสู้ตาย ที่แท้ก็จะตะโกนให้คนช่วยเนี่ยนะ!
"เลิกร้องได้แล้ว นี่มันในดันเจี้ยน ต่อให้แกร้องจนคอแตก คนข้างนอกก็ได้ยินหรอก"
"จริงเหรอ?" ลู่หยวนทำหน้าตาเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
ถูกลู่หยวนมองด้วยสายตาไม่ไว้วางใจแบบนี้ ความดันฉี่หลิงก็พุ่งปรี๊ดทันที
"ถามโง่ๆ ฉันจะโกหกแกไปทำไม"
"ไม่มีทางเจรจาได้เลยเหรอ?"
"ไม่"
"ลองพิจารณาดูหน่อยสิ จริงๆ แล้วฉันมีประโยชน์มากนะ ออกงานสังคมก็ได้ เข้าครัวก็เก่ง อุ่นเตียงก็เป็น ตบแมลงสาบก็ได้ ลองพิจารณาชักชวนฉันไปเป็นพวกหน่อยไหม? หรือถ้าไม่ได้จริงๆ ฉันยอมเสียเปรียบเป็นแฟนเธอให้ก็ได้นะ"
ฉี่หลิงหน้าดำคร่ำเครียด อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่ลู่หยวน
เธอสวนกลับทันทีว่า "สภาพอย่างแกเนี่ยนะจะเป็นแฟนฉัน รู้ไหมว่าคนที่ตามจีบคุณหนูอย่างฉัน ต่อแถวจากหน้าหมู่บ้านยาวไปถึงเมือง JJ โน่น"
"เลิกคิดจะหนีได้แล้ว เตรียมสั่งเสียเถอะ"
พูดจบ ฉี่หลิงก็ส่งสายตาให้กิเลนเงา กิเลนเงาพยักหน้ารับทันที แล้วเดินดุ่มๆ เข้าหาลู่หยวนด้วยความหงุดหงิด
เห็นแบบนั้น ลู่หยวนก็เปลี่ยนท่าทีจากที่ดูต่ำต้อย เป็นขู่ฟ่อขึ้นมาทันที "ฉันเตือนเธอไว้นะ ฉันมีแบ็คใหญ่นะเว้ย คิดให้ดีๆ ก่อนจะทำอะไรฉัน อย่ามาทำให้อนาคตตัวเองดับวูบนะ"
"อีกอย่างเธอก็ยังสาว หุ่นก็ดี หน้าตาก็สวยระดับนางงาม นิสัยก็น่ารักเข้าอกเข้าใจคนอื่น อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยน่า"
ฉี่หลิงเผลอยกมือจับหน้าตัวเองโดยไม่รู้ตัว ในใจแอบคิดว่า ไม่พูดเรื่องอื่นนะ ปากไอ้หมอนี่หวานยังกับทาน้ำผึ้งมาเชียว หรือว่า...
ไม่ได้ๆ หัวหน้าหมู่บ้านบอกไว้ คำพูดผู้ชายเชื่อไม่ได้ lสักคำ เดี๋ยวหมอนี่ก็วางแผนชั่วอะไรอีกหรอก
รีบตายๆ ไปซะฉันจะได้สบายใจ หมอนี่ดูยังไงก็ไว้ใจไม่ได้ ตายไปน่ะดีที่สุดแล้ว
คิดได้ดังนั้น จิตใจของฉี่หลิงก็แน่วแน่ขึ้นมา ไม่หวั่นไหวอีกต่อไป
ฉี่หลิงขี่กิเลนเงามาหยุดตรงหน้าลู่หยวน มองลงมาด้วยสายตาดูแคลน
"มีอะไรจะสั่งเสียอีกไหม?"
ร่างกายลู่หยวนแข็งทื่อ เขาเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาสีแดงฉานของกิเลนเงาพอดี
"เอ่อ... งั้นเรามาดวลกันตัวต่อตัวแบบลูกผู้ชายไหม? แค่เธอกับฉัน ไม่ใช้สัตว์อสูร"
"ฉันปฏิเสธ... แล้วฉันก็ไม่ใช่ผู้ชายด้วย นี่คือคำสั่งเสียของแกเหรอ?"
"ไม่ใช่แน่นอน!" ลู่หยวนจ้องหน้าฉี่หลิง แววตาเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
"ไม่มีทางเจรจาจริงๆ เหรอ?"
"ไม่"
"ได้ เธอคงไม่คิดสินะว่าถ้าฉันสู้เธอไม่ได้ ฉันจะคุกเข่าขอชีวิตเธอน่ะ?"
ท่าทางมุ่งมั่นนั้น ราวกับจอมยุทธ์ผู้กล้าที่พร้อมยอมตายอย่างสมเกียรติ
ฉี่หลิงชะงักไป ไม่คิดว่าวาระสุดท้ายแล้ว เจ้าคนกะล่อนนี่ยังจะใจแข็งได้ขนาดนี้ เป็นคน...
"ถูกต้อง เธอทายถูกแล้ว!"
ลู่หยวนทิ้งตัวลงคุกเข่าดังตุบ ตะโกนใส่ฉี่หลิงว่า "แม่นาง! ไว้ชีวิตด้วย!"
...เป็นคนหน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ!
"พอได้แล้ว หุบปากซะ!"
"จัดไปครับแม่นาง!"
ฉี่หลิงโกรธจนหน้าอกกระเพื่อม ใบหน้าแดงระเรื่อ
เธอมองลู่หยวนด้วยความอับอายระคนโกรธแค้น คาดไม่ถึงเลยว่าลู่หยวนจะหน้าหนาได้ขนาดนี้
อย่าว่าแต่ฉี่หลิงเลย แม้แต่ทามที่นอนหมดสภาพอยู่ข้างๆ ก็ยังลุกขึ้นนั่ง จ้องมองเจ้านายตัวเองด้วยความตกตะลึง
นี่มันปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ยุคใหม่ชัดๆ คนใกล้ตายลุกขึ้นมานั่งเฉย
ให้ตายสิ ที่แท้เจ้านายเราหน้าหนาขนาดนี้เชียวเรอะ!
ในขณะที่ลู่หยวนกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอด จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ดังขึ้นจากด้านข้าง
"อาฮั่ว ใช้มหาอัคคีระเบิด"
"โฮก!"
วินาทีถัดมา ลูกไฟขนาดยักษ์ก็พุ่งเข้าใส่กิเลนเงาและฉี่หลิง
การโจมตีกะทันหันทำให้ฉี่หลิงและกิเลนเงาสะดุ้งโหยง
รีบหลบหลีกกันจ้าละหวั่น และหลังจากลูกไฟปรากฏขึ้นครู่หนึ่ง ลู่หยวนก็รู้สึกถึงแรงดึงมหาศาล
หลังจากโลกหมุนคว้างไปวูบหนึ่ง ตัวเขาและทามก็มาโผล่อยู่ข้างชายวัยกลางคนคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ลู่หยวนก็รู้ทันทีว่าเขารอดแล้ว
มาแล้ว ในที่สุดก็มาแล้ว องค์กรยังไม่ทิ้งฉันจริงๆ...
ลู่หยวนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา เพราะคนที่ปรากฏตัวไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอาจารย์เสิ่นเหยียน ผู้ใช้อสูรระดับทองคำแห่งโรงเรียนที่ 1 นั่นเอง
และผู้ที่ช่วยเขาและทามออกมา ก็คือกอริลลาเพลิง สัตว์อสูรระดับทองคำของเสิ่นเหยียน
ฉี่หลิงที่หลบการโจมตีมาได้อย่างทุลักทุเล พอเห็นเสิ่นเหยียนยืนอยู่ข้างลู่หยวน สีหน้าก็ย่ำแย่ลงทันที
เพราะเธอรู้ว่า เธอเสียท่าอีกแล้ว!
เธอไม่น่าปล่อยให้เจ้าคนกะล่อนนั่นพล่ามเลย!
เสียท่าคูณสาม...
"อาจารย์เสิ่น ยัยนั่น ยัยนั่นแหละครับ! เธอไม่เพียงจะฆ่าผม แต่ยังฆ่าเพื่อนคนอื่นๆ ด้วย!"
ลู่หยวนรีบลุกขึ้นยืน ชี้หน้าฉี่หลิงฟ้องด้วยความโกรธจัด
ฉี่หลิงเองก็ร้อนรน รีบเถียงกลับ "แกมั่วแล้ว ฉันยังไม่ทันลงมือ เพื่อนแกก็ตายไปก่อนแล้ว!"
ฉี่หลิงไม่มีทางยอมรับในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ จึงเถียงสู้หัวชนฝา
แต่เสิ่นเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูจะไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ เป้าหมายของเขามีเพียงการจับกุมเด็กสาวท่าทางประหลาดคนนี้เท่านั้น
และเมื่อมีผู้ใช้อสูรระดับทองคำคุ้มกะลาหัว ลู่หยวนก็เริ่มกร่างขึ้นมาทันที
เขาก้าวออกมาข้างหน้า มองฉี่หลิงด้วยสายตาหยิ่งยโส "ฆาตกรที่ไหนจะยอมรับว่าเป็นฆาตกรล่ะ จริงสิ เมื่อกี้ยังจะฆ่าฉันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้ไม่กล้าแล้วล่ะ? แบร่ๆๆ..."
"ไอ้คนขี้ขลาด อาศัยบารมีคนอื่น..."
โดนลู่หยวนเยาะเย้ยแบบนี้ ฉี่หลิงได้แต่บ่นพึมพำด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ไม่กล้าโต้ตอบเสียงดัง
ช่วยไม่ได้ ตอนนี้สถานการณ์ไม่ใช่ว่าเธอจะฆ่าลู่หยวนได้ไหม แต่เป็นเธอจะรอดพ้นจากมือเสิ่นเหยียนได้หรือเปล่าต่างหาก
ลู่หยวนเห็นท่าทีของฉี่หลิง ก็ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่
เขายื่นหน้าออกไป ตบหน้าตัวเองเบาๆ พูดจายั่วยวนกวนประสาท "มาสิ มาสิ ทำไมไม่เข้ามาล่ะ? ฉันกลัวจังเลย~ ฮ่าๆๆ!"
สถานการณ์พลิกกลับมาได้เปรียบ ลู่หยวนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอมตะทันที
ล้อเล่นน่า ได้เปรียบขนาดนี้ จะกลัวอะไร?
ตอนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเมื่อกี้ทำเอาเขาแค้นแทบตาย
ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ความคับแค้นใจที่มีต้องเอาคืนให้สาสมทั้งต้นทั้งดอก!
และเมื่อเจอการยั่วยุของลู่หยวน ฉี่หลิงเลือกที่จะเงียบ ไม่โต้ตอบ
ยิ่งทำให้ลู่หยวนสะใจเข้าไปอีก
ใช่แล้ว ใช่แล้ว รสชาติแบบนี้แหละ!
วันนี้ ลู่หยวนได้รำลึกความหลังสมัยเป็นนักเลงคีย์บอร์ดอีกครั้ง!
"พอได้แล้ว เลิกเยาะเย้ยเขาได้แล้ว จริงๆ ฉันมาถึงตั้งนานแล้ว..."
ลู่หยวนที่กำลังเต๊ะท่าเยาะเย้ยฉี่หลิงอยู่ จู่ๆ ก็ตัวแข็งทื่อ
เขาค่อยๆ หันหน้าไปมองเสิ่นเหยียนด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "อะ... อาจารย์เสิ่น เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะครับ?"
เสิ่นเหยียนกลั้นขำ พยายามพูดอย่างอดกลั้น "ฉันบอกว่า จริงๆ แล้วฉันมาถึงตั้งนานแล้ว"
"นะ... นานแค่ไหนครับ..."
"อืม... ก็ตั้งแต่ตอนที่ร่างจริงของเธอเพิ่งถูกยัยหนูนั่นตามทันนั่นแหละ"
จบกัน จบสิ้นแล้ว!
ลู่หยวนยืนนิ่งเป็นหิน ถ้าอาจารย์มาถึงตั้งแต่ตอนเพิ่งโดนตามทัน งั้นก็แปลว่าเสิ่นเหยียนเห็นฉากที่เขาคุกเข่าขอชีวิตฉี่หลิงแล้วน่ะสิ?
"จริงสิ เธอทำได้ดีมากนะ ตอนเข้ามาฉันต้องบันทึกสถานการณ์ในดันเจี้ยน ก็เลยเปิดกล้องบันทึกภาพติดตัวไว้ตลอด เผชิญหน้ากับทายาทสัตว์เทพสู้กันซึ่งหน้าแล้วยังรอดมาได้ เจ้าหนู กลับไปเธอได้รางวัลงามแน่ ทั้งทางค่ายทหารและโรงเรียนคงจะปั้นเธอกันยกใหญ่"
ยั่ง... ยังมีกล้องบันทึกภาพอีก... ความบริสุทธิ์ของฉัน!
ลู่หยวนอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา แทบจะเป็นลมล้มพับไปกองกับพื้น
เขามองเสิ่นเหยียนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
ชัดเจนเลย เสิ่นเหยียนจงใจพูดแบบนี้ เพราะพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของลู่หยวน แม้แต่เขาก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่ามัน... บันเทิงเกินไปหน่อย
ลู่หยวนเหี่ยวเฉาลงราวกับลูกโป่งรั่วทันที...
แววตาของเขาไร้ซึ่งชีวิตชีวา เดินโซซัดโซเซเหมือนซากศพไปที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง
หันหลังให้ทั้งสองคน แล้วเริ่มเอาหัวโขกต้นไม้ไม่หยุด ราวกับวิธีนี้จะทำให้เขาลืมความทรงจำเมื่อครู่ไปได้
คนบางคนตายไปตั้งแต่ 17 แต่เพิ่งได้ฝังตอน 70
ลู่หยวนรู้สึกว่าเขาข้ามขั้นตอนการมีชีวิตอยู่อีก 53 ปีไป แล้วไปลงหลุมเลยได้ไหม
ฉี่หลิงแค่ต้องการให้เขาตายทางกายภาพ แต่อาจารย์เสิ่นเหยียน... ต้องการให้เขาตายทางสังคมชัดๆ!
เหนื่อยแล้ว ทำลายให้สิ้นซากเลยเถอะ เร็วๆ เข้า...
(จบตอน)