เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 เดินทางถึงสถานที่สอบร่วม

บทที่ 19 เดินทางถึงสถานที่สอบร่วม

บทที่ 19 เดินทางถึงสถานที่สอบร่วม


บทที่ 19 เดินทางถึงสถานที่สอบร่วม

หน้าประตูโรงเรียนมัธยมผู้ใช้อสูรที่ 1

มีรถบัสสองคันจอดรออยู่หน้าประตู ข้างรถมีกลุ่มนักเรียนกำลังจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนาน

จางเสี่ยวจวินที่กำลังคุยกับเพื่อนข้าง ๆ จู่ ๆ ก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคย

เขาจึงโบกมือตะโกนเรียกอย่างดีใจทันที “ลู่หยวน ทางนี้!”

ได้ยินเสียงเรียกชื่อ ลู่หยวนก็หันไปตามเสียงนั้น

ขนาดตัวของจางเสี่ยวจวินนั้นโดดเด่นสะดุดตามาก ทำให้ลู่หยวนหาตัวเขาเจอในฝูงชนได้ทันที

เนื่องจากลู่หยวนมาถึงเป็นคนสุดท้าย การปรากฏตัวของเขาจึงดึงดูดสายตาคนรอบข้าง

แต่พอทุกคนเห็นการแต่งกายของลู่หยวน ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ลู่หยวน นายจะไปสอบร่วมหรือจะไปเข้าค่ายเนี่ย แบกหม้อใบใหญ่ขนาดนั้นไปทำไม!”

“เปิดหูเปิดตาจริง ๆ เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้ใช้อสูรพกหม้อไหกะละมังไปเพียบขนาดนี้ ตกลงนายเป็นพ่อครัวหรือเป็นผู้ใช้อสูรกันแน่เนี่ย”

เจอกับเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ ลู่หยวนก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ขี้เกียจจะตอบโต้

แต่อาจารย์ผู้ควบคุมทีมอย่างเสิ่นเหยียน เมื่อเห็นการแต่งกายของลู่หยวน นอกจากจะไม่หัวเราะแล้ว กลับหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด

‘เจ้าหนูนี่ หรือว่าจะได้รับการยอมรับจากซูเมิ่งแล้ว?’

เสิ่นเหยียนมองลู่หยวนที่ถูกเพื่อน ๆ รุมล้อมเคาะหม้อเคาะไหบนตัวเล่น ในใจก็นึกสงสัยขึ้นมา

เพราะสภาพของลู่หยวนตอนนี้ ชัดเจนว่าเตรียมตัวมาเป็นผู้ใช้อสูรสายอาหาร

และในโรงเรียนมัธยมผู้ใช้อสูรที่ 1 ผู้ใช้อสูรสายอาหารมีเพียงหนึ่งเดียวคือซูเมิ่ง

ปีก่อน ๆ แม้ซูเมิ่งจะรับนักเรียนมาดูแลบ้าง แต่นักเรียนส่วนใหญ่ก็ทนไม่ไหว หาทางย้ายออกจากฝ่ายพลาธิการกันหมด

ลู่หยวนน่าจะเป็นนักเรียนคนแรกที่ดูเหมือนจะได้รับการยอมรับจากซูเมิ่ง

เรื่องนี้ทำให้เสิ่นเหยียนสนใจในตัวลู่หยวนมาก เพราะการที่จะได้รับการยอมรับจากคนหยิ่งยโสอย่างซูเมิ่งได้ เจ้าหนูนี่ต้องมีพรสวรรค์ด้านผู้ใช้อสูรสายอาหารไม่น้อยเลยทีเดียว

คิดได้ดังนั้น เสิ่นเหยียนก็เดินตรงเข้าไป

“พวกเธอ แต่ละคนก็มีเส้นทางของตัวเอง ดูแลตัวเองให้ดีเถอะ”

จางเสี่ยวจวินที่กำลังยกหม้อดำของลู่หยวนเล่นเวทอยู่ ได้ยินเสียงเสิ่นเหยียนก็สะดุ้งโหยง ตัวสั่นด้วยความกลัว

เขารีบคืนหม้อให้ลู่หยวน แล้วกลับเข้าไปยืนในแถวทันที

เห็นได้ชัดว่าเขากลัวเสิ่นเหยียนขนาดไหน

“เธอชื่อลู่หยวนใช่ไหม?”

ลู่หยวนเงยหน้ามองเสิ่นเหยียนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“ใช่ครับ”

“พยายามเข้าล่ะ อาจารย์ซู... เก่งมากนะ”

“ผมทราบครับ ผมเคารพอาจารย์ซูมาก”

เดิมทีเสิ่นเหยียนอยากจะพูดอะไรอีก แต่คงเพราะวางมาดขรึมมานานจนชิน เลยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ สุดท้ายเลยเลิกราไป

หลังจากเหตุการณ์แทรกซ้อนเล็ก ๆ นี้ เพื่อน ๆ แม้จะสงสัยในการแต่งตัวของลู่หยวน แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาล้อเลียนเขาอีก

เนื่องจากห้อง 10 มีลู่หยวนแค่คนเดียว เขาเลยต้องนั่งรถคันเดียวกับห้องอื่น

สุดท้าย ลู่หยวนก็ได้ขึ้นรถบัสคันที่นั่งรวมห้อง 1 ถึงห้อง 5

ชั้น ม.6 ห้องหนึ่งมีนักเรียนแค่สิบกว่าคน รถบัสสองคันก็ขนนักเรียนทั้งชั้นไปได้หมด

“เสี่ยวลู่ มานี่! นั่งตรงนี้!”

จางเสี่ยวจวินกวักมือเรียกลู่หยวนไปนั่งข้าง ๆ อย่างกระตือรือร้น ซึ่งลู่หยวนก็ไม่ได้ปฏิเสธ

เพราะคนที่นี่เขารู้จักไม่กี่คน คนที่สนิทที่สุดก็มีแค่จางเสี่ยวจวินนี่แหละ

พอลู่หยวนนั่งลง ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งของทางเดิน คือสาวสวยผู้เย็นชาและร่ำรวยอย่าง ฉินเยว่ซวง

ฉินเยว่ซวงปรายตามองลู่หยวนแวบหนึ่ง แล้วก็เลิกสนใจ หันไปลูบหัวจิ้งจอกจันทราสีเงินที่อยู่บนตักต่อ

โอเค หยิ่งได้ใจ...

กับผู้หญิงที่เหมือนก้อนน้ำแข็งเดินได้แบบนี้ ลู่หยวนก็ขี้เกียจจะยุ่งด้วย

“อ๊บ!”

ทันใดนั้น ทามที่นั่งอยู่บนหัวลู่หยวนก็ร้องออกมาอย่างดีใจ

แล้วกระโดดไปเกาะพนักพิงเบาะหน้าฉินเยว่ซวง

ทามเสยผมอย่างเจ้าชู้ แล้วส่งสายตาหวานเชื่อมให้จิ้งจอกจันทราสีเงินของฉินเยว่ซวง

จิ้งจอกจันทราสีเงินชำเลืองมองทามแวบหนึ่ง แล้วหันก้นให้ นอนหันหลังให้ทามซะอย่างนั้น

“กลับมานี่เลย อย่าไปทำตัวน่าขายหน้า”

ทามดูจะไม่รู้สึกรู้สา แถมยังพยายามจะดิ้นหนีเพื่อกระโดดไป ‘จีบสาว’ ต่อข้าง ๆ จิ้งจอกจันทราสีเงิน

ช่วยไม่ได้ ลู่หยวนเลยต้องจับเจ้าตัวที่เข้าวัยเจริญพันธุ์เร็วเกินไปตัวนี้ ยัดใส่พื้นที่ผู้ใช้อสูร

“ฮ่าฮ่าฮ่า! สัตว์อสูรของนายนี่ตลกชะมัด”

“อย่าพูดถึงเลย ฉันปวดหัวจะตายอยู่แล้ว”

ลู่หยวนจัดของเสร็จก็นั่งลงข้างจางเสี่ยวจวิน

“ไม่เจอกันเดือนเดียว นายไม่ธรรมดาเลยนะ กลายเป็นผู้ใช้อสูรสายอาหารไปซะแล้ว”

“นายรู้จักผู้ใช้อสูรสายอาหารด้วยเหรอ?!”

ลู่หยวนมองเพื่อนด้วยความแปลกใจ

“ล้อเล่นรึเปล่า นายคิดว่าบ้านฉันทำอะไร บ้านฉันขายเวย์โปรตีนสัตว์อสูรนะ ในแง่หนึ่งก็ถือเป็นผู้ใช้อสูรสายอาหารแขนงหนึ่งเหมือนกัน แค่เมื่อกี้ฉันนึกไม่ถึงเฉย ๆ”

“พอมองย้อนกลับไป จะไม่รู้ได้ไงว่าที่นายแบกหม้อดำนั่นหมายถึงอะไร”

ลู่หยวนถึงบางอ้อ ที่แท้เขาก็ประเมินความรู้รอบตัวของพวกลูกคนรวยต่ำไปสินะ

“แต่ผู้ใช้อสูรสายอาหารที่ยังใช้เครื่องครัวโบราณแบบนายเนี่ยหาดูยากแล้วนะ เพราะเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่เขาไปจับมือกับบริษัทยา พัฒนาเป็นผู้ใช้อสูรสายอาหารยุคใหม่กันหมดแล้ว”

ลู่หยวนเริ่มสนใจขึ้นมาทันที

“ผู้ใช้อสูรสายอาหารยุคใหม่คืออะไร?”

“จะพูดยังไงดีล่ะ นายเข้าใจง่าย ๆ ว่า เป็นพวกที่ทิ้งเครื่องครัวแบบดั้งเดิมและความรู้เรื่องการทำอาหารที่ยุ่งยาก แล้วหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีและเครื่องจักร เพื่อลดขั้นตอนการจัดการอาหารสัตว์อสูรให้ง่ายขึ้น”

“ต่างจากผู้ใช้อสูรสายอาหารแบบดั้งเดิม ผู้ใช้อสูรสายอาหารยุคใหม่แบบนี้มีเกณฑ์เริ่มต้นต่ำกว่า เห็นผลเร็วกว่า หรือจะพูดว่าขอแค่มีความรู้เรื่องอาหารนิดหน่อย ก็ทำอาหารสัตว์อสูรที่มีประสิทธิภาพได้ทันที”

“แต่อาหารแบบนั้น ประสิทธิภาพน่าจะธรรมดามากเลยสินะ”

จางเสี่ยวจวินมองลู่หยวนด้วยความทึ่ง ไม่คิดว่าเขาจะมองเห็นข้อเสียของผู้ใช้อสูรสายอาหารยุคใหม่ได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้

“ใช่ อาหารสัตว์อสูรที่ทำโดยผู้ใช้อสูรสายอาหารยุคใหม่ ประสิทธิภาพด้อยกว่าแบบดั้งเดิมเยอะ แต่... มันสู้เรื่องความสะดวกและรวดเร็วไม่ได้ไง คนส่วนใหญ่เลยมองว่านี่คือทิศทางอนาคตของผู้ใช้อสูรสายอาหาร”

ลู่หยวนนิ่งคิดตาม

ในหัวเขาปรากฏภาพนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งใช้เครื่องจักรหั่นวัตถุดิบสัตว์อสูร และตรวจสอบส่วนผสม

พูดกันตามตรง วิธีการแบบนี้แม้จะเห็นผลเร็ว

แต่เพราะขาดกระบวนการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้ผู้ใช้อสูรสายอาหารยุคใหม่เหล่านั้น ขาดประสบการณ์เมื่อเทียบกับผู้ใช้อสูรสายอาหารแบบดั้งเดิม

เพราะต่อให้เป็นวัตถุดิบชนิดเดียวกัน ก็อาจมีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเวลาตาย สถานที่ตาย หรือสาเหตุการตายที่แตกต่างกัน

และความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ บางครั้งก็ละเอียดอ่อนมากจนเครื่องจักรตรวจจับไม่ได้

ในเวลาแบบนี้ การจะดึงประสิทธิภาพของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้คือประสบการณ์และทักษะของผู้ใช้อสูรสายอาหารเอง

แต่ก็ต้องยอมรับว่า เมื่อเทียบกับวิธีดั้งเดิม การผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับการทำอาหารแบบนี้ เกณฑ์เริ่มต้นต่ำกว่าและเข้าถึงได้ง่ายกว่าจริง ๆ

แต่เรื่องพวกนี้... เกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ

ด้วยเทมเพลตเสี่ยวตางเจียที่มี ลู่หยวนถูกกำหนดให้มีศักยภาพบนเส้นทางสายดั้งเดิมมากกว่าอยู่แล้ว

เนื่องจากสถานที่สอบร่วมเป็นค่ายทหารในเขตนอกเมือง การเดินทางครั้งนี้จึงใช้เวลานานพอสมควร ลู่หยวนขี้เกียจดูวิว เลยหลับบนรถซะเลย

รถบัสวิ่งมาตลอดสองชั่วโมง ผ่านการเดินทางอันยาวนาน ในที่สุดก็ถึงจุดหมาย

“นักเรียนทุกคน ถึงสถานที่สอบร่วมแล้ว”

ลู่หยวนลืมตาขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความอยากรู้

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คือฐานทัพที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเทคโนโลยี

และท่ามกลางฐานทัพที่ทันสมัยนี้ ก็มีสัตว์อสูรหลากหลายรูปร่างเดินขวักไขว่ไปมา

ทำให้บรรยากาศไซไฟนี้ แฝงไปด้วยกลิ่นอายแฟนตาซี

‘ที่นี่ คือแนวหน้าการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และสัตว์อสูรสินะ...’

ลู่หยวนเดินลงจากรถ มองกำแพงสูงตระหง่านเบื้องหน้า แล้วอดทอดถอนใจในใจไม่ได้

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 19 เดินทางถึงสถานที่สอบร่วม

คัดลอกลิงก์แล้ว