เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 การคาดเดา

บทที่ 11 การคาดเดา

บทที่ 11 การคาดเดา


บทที่ 11 การคาดเดา

คนที่ขวางเราสองคนไว้คือชายร่างผอมเกร็งอายุราวห้าสิบกว่าปี ปากคาบบุหรี่อยู่หนึ่งมวน

“คุณลุงครับ พวกเรามีเรื่องต้องไปทำความเข้าใจ ขอเข้าไปดูหน่อยนะครับ” หลิวเฉิงเอ่ยกับชายคนนั้น

“ดูอะไรกัน ในไซต์งานมันอันตรายมากนะ ที่นี่...” ชายคนนั้นพูดพลางเปลี่ยนสีหน้ากะทันหัน เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “เอ๊ะ นี่ใช่ลูกชายของหัวหน้าคนงานหลิวหรือเปล่า?”

ใบหน้าของหลิวเฉิงเผยสีหน้าดีใจออกมา พยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ใช่ครับ ผมเอง”

พอได้ยินว่าหลิวเฉิงเป็นลูกชายของหลิวอู่ ชายคนนั้นพลันโยนบุหรี่ในปากทิ้ง แล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นสุภาพนอบน้อมขึ้นมา

“พวกคุณสองคนมาที่นี่ทำไม หัวหน้าคนงานหลิวอยู่โรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ อาการเขาเป็นอย่างไรบ้าง?”

หลิวเฉิงตอบกลับไปว่าอาการยังทรงตัว แค่ยังไม่ฟื้นขึ้นมา

“คุณลุงครับ ตอนนั้นพ่อผมประสบอุบัติเหตุตรงไหน พอจะพาพวกเราไปดูได้ไหมครับ?” ต่อมาหลิวเฉิงจึงถามขึ้น

ชายคนนั้นพยักหน้า บอกว่าไม่มีปัญหา แถมยังหยิบหมวกนิรภัยมาให้เราสองคนสวมด้วย

“หลังจากหัวหน้าคนงานหลิวประสบอุบัติเหตุ พวกเราจะละเลยปัญหาด้านความปลอดภัยอีกไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นโครงการนี้เสร็จไม่ทันตามกำหนดแน่” ชายคนนั้นกำชับให้เราสองคนระมัดระวัง ความปลอดภัยต้องมาก่อน

ไม่นาน ชายคนนั้นพาผมกับหลิวเฉิงมายังจุดที่หลิวอู่ถูกเหล็กเส้นที่ร่วงหล่นลงมาทับ ที่นี่เป็นทางออกจากตึกสูงที่กำลังก่อสร้างอยู่พอดี ว่ากันว่าวันที่เกิดเหตุ หลิวอู่มาตรวจความเรียบร้อยที่ไซต์งานตามปกติ แต่เพิ่งจะเดินออกจากตึกมาก็ประสบอุบัติเหตุเลย

บนพื้นที่ว่างด้านหนึ่งมีเหล็กเส้นวางอยู่ห้าหกเส้น ผมชี้ไปที่เหล็กเส้นเหล่านั้นแล้วถามว่า “เป็นเหล็กเส้นพวกนั้นใช่ไหมครับที่ทับอาหลิว?”

ชายคนนั้นพยักหน้า “ใช่ พวกนี้เป็นส่วนที่เราใช้เหลือแล้วยังไม่ทันได้เก็บลงมา ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ตอนนี้เหล็กเส้นไม่กี่ท่อนนี้เปื้อนเลือด เป็นลางไม่ดี พวกเรากำลังคิดจะหาคนมาจัดการทิ้งอยู่”

“ทำไมเหล็กเส้นพวกนี้ถึงตกลงมา พวกคุณไม่ได้วางมันไว้ดี ๆ เหรอครับ?”

ชายคนนั้นมีท่าทีร้อนรน รีบพูดว่า “พวกเราวางไว้อย่างดีแน่นอน แต่ตอนที่ยุ่ง ๆ มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดความประมาทขึ้นมาบ้าง”

“ตอนที่เกิดเรื่องทำไมพวกคุณไม่แจ้งความล่ะครับ?” ผมถามต่อ

“มีคนคิดจะแจ้งความอยู่ แต่ตอนนั้นพี่หลู่บอกว่าต้องรีบช่วยคนก่อน ส่งคนไปโรงพยาบาลแล้วค่อยว่ากันอีกที อีกอย่างถ้าแจ้งความจะต้องทำให้การก่อสร้างล่าช้าลงแน่ ประกอบกับในไซต์งานอุบัติเหตุอะไรก็เกิดขึ้นได้ เรื่องแจ้งความเลยเงียบหายไป” ชายคนนั้นเอ่ยปากอธิบาย

พอได้ยินว่าหลู่จวินอยู่ด้วย สีหน้าของหลิวเฉิงพลันเคร่งขรึมลง “คุณจะบอกว่าตอนนั้นหลู่จวินก็อยู่ด้วย แล้วยังไม่ให้พวกคุณแจ้งความอีกเหรอ?”

สีหน้าของหลิวเฉิงทำให้ชายคนนั้นตกใจ “ใช่ ใช่ครับ เป็นอะไรไปเหรอ?”

ผมเดินเข้าไปตบไหล่หลิวเฉิงเบา ๆ ให้เขาใจเย็นลง จากนั้นพูดกับชายคนนั้นว่า “ไม่มีอะไรครับ เราสองคนแค่มาสอบถามดูเฉย ๆ พวกเราสมควรต้องไปแล้ว ไม่รบกวนคุณลุงทำงานแล้วครับ”

ทันทีที่กำลังจะไป ผมนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เลยพูดเสริมว่า “เรื่องที่พวกเรามาที่นี่ในวันนี้ รบกวนคุณลุงอย่าเอาไปพูดต่อนะครับ ขอบคุณครับ”

ชายคนนั้นทำหน้างุนงง แต่ก็ยังพยักหน้า

ผมดึงหลิวเฉิงเดินออกจากไซต์งาน เราสองคนกลับมาที่รถ

“หลงหยวน เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของหลู่จวินแน่ มันอยากจะฆ่าพ่อฉัน เพื่อให้ปี้อวี้เหลียนฮุบสมบัติของพ่อฉันได้” หลิวเฉิงพูดด้วยสีหน้าหนักแน่นทันทีที่ขึ้นรถ “งั้นเราแจ้งความตอนนี้เลยดีกว่า จับพวกมันทั้งคู่ไปเลย”

เห็นเขาหยิบโทรศัพท์เตรียมจะแจ้งความ ผมรีบห้ามเขาทันที

“เดี๋ยวก่อน”

เขาทำหน้างงงวย ไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงห้ามเขา

ผมบอกให้เขาอย่าเพิ่งวู่วาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น หลู่จวินรับผิดชอบดูแลไซต์งาน การที่เขาจะอยู่ตรงนั้นในเวลานั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องราวผ่านมาหลายวันแล้ว ในไซต์งานมีคนเดินเข้าเดินออกมากมาย ต่อให้มีหลักฐานอะไรก็แทบเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะหาเจอ การแจ้งความมีแต่จะทำให้ไก่ตื่น ยิ่งจะหาเบาะแสได้ยากขึ้นไปอีก

“แล้วจะทำยังไงล่ะ?” หลิวเฉิงดูห่อเหี่ยวไปในทันที

ดูจากตอนนี้แล้วเรื่องนี้มีเงื่อนงำอยู่จริง ๆ และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจมาก เรื่องนั้นอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปัญหานี้

เมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบ หลิวเฉิงผลักผมเบา ๆ “แกคิดอะไรอยู่ รีบพูดมาสิว่าต่อไปจะทำยังไง?”

ผมบอกเขาว่าอย่าเพิ่งรีบ แล้วถามเขาว่ารู้ไหมว่าปี้อวี้เหลียนกับหลู่จวินเป็นคนที่ไหน เขาทำหน้าสงสัย อยากรู้ว่าผมถามเรื่องนี้ทำไม ผมบอกให้เขาไม่ต้องสนใจ แค่ตอบมาว่ารู้หรือไม่รู้

เขาเกาหัวแล้วพูดว่า “เหมือนจะเคยได้ยินพ่อพูดถึงอยู่นะ ว่าพวกเขาสองคนเป็นคนเจียงเป่ย”

“เจียงเป่ย!?” ผมดีใจมาก ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้ คราวนี้เรื่องราวก็ง่ายขึ้นเยอะเลย

ผมรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาคุณอาที่อยู่เจียงเป่ยทันที ขอให้เขาช่วยสืบอะไรบางอย่างให้

“ขอบคุณครับคุณอา ถ้ามีข่าวอะไรแล้วโทรหาผมนะครับ” พูดจบผมวางสายไป

หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ทนไม่ไหวอีกต่อไป โน้มตัวเข้ามาถาม “ไอ้เด็กหน้าอ่อน ในใจคิดจะทำอะไรกันแน่?”

ผมไม่รีบร้อนที่จะอธิบาย แต่กลับมองเขาอย่างจริงจัง “คิงคอง แกเชื่อใจฉันไหม?”

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “เชื่อ!”

“ดี งั้นเรื่องนี้มอบให้ฉันจัดการ ตอนนี้เรากลับไปที่โรงพยาบาลกัน”

พอกลับมาถึงโรงพยาบาลฟ้าก็มืดแล้ว ในห้องผู้ป่วยของหลิวอู่เงียบสนิท ปี้อวี้เหลียนกับหลู่จวินไม่รู้ว่าไปไหนกัน

“เหอะ ปากก็พูดปาว ๆ ว่าเป็นห่วงพ่อ แต่ตัวกลับไม่รู้หายไปไหน” หลิวเฉิงบ่นพลางนั่งลงข้างเตียงผู้ป่วย

ผมส่ายหัวอย่างจนใจ มองไปที่หลิวอู่ซึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย เพราะศีรษะของเขาได้รับบาดเจ็บและมีผ้าพันแผลพันอยู่ การดูโหงวเฮ้งตอนนี้อาจจะไม่แม่นยำ ผมจึงหยิบมือของเขาขึ้นมาดูเส้นบุตรบนฝ่ามือ

เส้นบุตรจะอยู่บริเวณด้านข้างของฝ่ามือ ใต้นิ้วก้อย เมื่อคุณกำหมัด เส้นที่ปรากฏขึ้นด้านล่างคือสิ่งที่แสดงถึงความสามารถในการมีบุตร หากปรากฏสองเส้น แสดงว่าคนคนนั้นมีสุขภาพร่างกายค่อนข้างดี วาสนาเรื่องลูกก็ไม่เลว ในชีวิตจะมีลูกสองคน หากมีเพียงเส้นเดียว แสดงว่าคนคนนั้นจะมีลูกเพียงคนเดียว ถ้าเส้นลึกคือเด็กผู้ชาย ถ้าเส้นตื้นคือเด็กผู้หญิง หากไม่มีเส้นนี้ แสดงว่าวาสนาเรื่องลูกของคนคนนั้นบางเบามาก ในอนาคตอาจไม่มีลูก

เส้นบุตรของหลิวอู่มีเพียงเส้นเดียว แถมยังลึกมาก แสดงว่าทั้งชีวิตนี้เขาจะมีลูกได้เพียงคนเดียว และเป็นลูกชาย นั่นก็คือหลิวเฉิง

หลังจากดูเสร็จผมไม่ได้พูดอะไร วางมือของเขาลง แล้วหันไปมองภพพี่น้องบนใบหน้าของหลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ

ที่เรียกว่าภพพี่น้องนั้นพูดง่าย ๆ ก็คือคิ้ว หัวคิ้วและหางคิ้วของหลิวเฉิงอยู่ในระดับเดียวกัน นี่คือลักษณะของคิ้วตรงแบบทั่วไป คนที่มีคิ้วลักษณะนี้จะมีพี่น้องน้อย ส่วนมากมักเป็นลูกคนเดียว

เมื่อพิจารณาจากลายมือและโหงวเฮ้งของสองพ่อลูกคู่นี้แล้ว หลิวอู่จะมีลูกชายเพียงคนเดียวคือหลิวเฉิง และหลิวเฉิงก็จะไม่มีพี่น้องคนไหนอีก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วเด็กในท้องของปี้อวี้เหลียนคืออะไรกันแน่?

ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันที่ห้องผู้ป่วยแวบเข้ามาในหัว ในใจของผมพอจะมีการคาดเดาขึ้นมาบ้างแล้ว

ความกังวลของหลิวเฉิงเป็นจริงอย่างที่คิด ทรัพย์สินเงินทองของบ้านเขาถูกคนจับจ้องเสียแล้ว

แต่ทั้งหมดนี้ยังบอกหลิวเฉิงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของเขาต้องก่อเรื่องใหญ่ขึ้นมาแน่ ตอนนี้คงต้องรอดูก่อนว่าทางคุณอาจะสืบข่าวที่เป็นประโยชน์อะไรมาได้บ้าง

จบบทที่ บทที่ 11 การคาดเดา

คัดลอกลิงก์แล้ว