- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 5 ตระกูลสิ้นสุด
บทที่ 5 ตระกูลสิ้นสุด
บทที่ 5 ตระกูลสิ้นสุด
บทที่ 5 ตระกูลสิ้นสุด
ในที่สุดก็พบคำทำนายกว้าที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้ผมแล้ว เพียงแต่เมื่อผมมองเห็นคำทำนายกว้านี้อย่างชัดเจน ความยินดีในใจพลันหายไปในทันที
ลักษณะของกว้าปรากฏเป็นกว้าขั่น ขั่นบนขั่นล่าง ขั่นคือธาตุน้ำ เป็นกว้าอัปมงคล
กว้าขั่นซ้อนกัน ขั่นคือธาตุน้ำ คือภยันตราย เมื่อขั่นทั้งสองซ้อนทับกัน อันตรายยิ่งซ้อนอันตราย อุปสรรคภยันตรายมากมาย เดินหน้าก็อันตราย ถอยหลังก็อันตราย ถึงขั้นอาจตกอยู่ในกับดักอุบายลึกล้ำ อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
นี่คือคำทำนายดวงชะตาของผมในอนาคต ไม่คิดว่ากว้าที่คุณปู่ทำนายให้ผมจะร้ายแรงถึงเพียงนี้ ผมยิ่งกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ในลักษณะของกว้าทั้งหมดล้วนมีกว้าแปรเปลี่ยนอยู่ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงและหนทางรอด
ในลักษณะของกว้านี้ผมมองเห็นกว้าแปรเปลี่ยนสองแบบ แบบแรกคือ เจ๋อสุ่ยกุ้น ตุ้ยบนขั่นล่าง เป็นอัปมงคล ยามดวงตกมักถูกคนหลอกลวง ใช้ร้อยเล่ห์พันกลวางแผนการ ต่อหน้าพูดจาดีไพเราะ แต่กลับถีบหัวส่งเมื่อหมดประโยชน์
ลักษณะของกว้านี้ทำนายว่าจะมีคนใช้สารพัดวิธีมาหลอกลวงผม เรื่องที่ดูเหมือนจะมีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษต่อผมเลยแม้แต่น้อย แท้จริงแล้วจะทำให้ผมตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้
ส่วนกว้าแปรเปลี่ยนอีกแบบคือ สุ่ยตี้ปี่ ขั่นบนคุนล่าง เป็นมงคล ดั่งเรือใบแล่นตามลม สวรรค์ยังเสริมส่งลมให้ ไม่ต้องออกแรงก็ไปได้ไกล ทำสิ่งใดก็สำเร็จรุ่งเรือง
ลักษณะของกว้านี้ทำนายว่าผมจะได้รับความช่วยเหลือจากมิตรสหาย พลังจากผู้คน การงานที่วางแผนไว้จะสำเร็จ ได้รับเกียรติยศสูงสุด บ่งบอกว่าคนรอบข้างจะคอยเกื้อหนุนผม สามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะราบรื่น แต่ถ้าผมเข้าใกล้คนชั่วโดยไม่ตั้งใจ ก็จะกลายเป็นอัปมงคลอย่างยิ่ง ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด
ขณะที่ผมกำลังจดจ่ออยู่กับลักษณะของกว้า เสียงของแม่ก็ดังมาจากนอกบ้าน
“หลงหยวน อาของลูกมาถึงแล้ว”
ผมรีบดึงสติกลับมา ดึงแขนเสื้อของคุณปู่ลงอย่างแนบเนียนเพื่อบดบังลักษณะของกว้าบนแขนของท่าน แล้วแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นเดินออกไป
ผมเห็นชายขาเป๋อายุสี่สิบกว่าปี สวมชุดสูทสีดำเดินเข้ามาในลานบ้าน ผู้ที่มาคือคุณอาของผม หลี่เต๋อจวิน
และข้างกายเขามีเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าผมสองสามปีเดินตามมา เด็กสาวมีรูปร่างสมส่วน ใบหน้าดูซุกซน ดวงตากลมโตเป็นประกายมองสำรวจไปรอบ ๆ อย่างสงสัย
ด้านหลังของทั้งสองคนยังมีคนอีกสองสามคนเดินตามมาอย่างนอบน้อม น่าจะเป็นผู้ติดตาม
บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากตัวคุณอาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับชาวบ้านที่อยู่ในที่นั้น หลายคนเริ่มหันไปซุบซิบกันเสียงเบา
“หลงหยวน ยืนเหม่ออะไรอยู่ ยังไม่รีบทักทายคุณอาของลูกอีก” แม่เห็นผมไม่พูดอะไร จึงเอ่ยเตือน
ผมเผยรอยยิ้ม พยักหน้าให้อา “คุณอามาแล้วหรือครับ ไม่ได้เจอกันนานเลย”
สำหรับอาคนนี้ ผมไม่ได้มีความคิดเห็นอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่รู้สึกห่างเหินไปบ้าง
คุณอาเองก็ยิ้มเช่นกัน เขาเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบา ๆ “ฮ่าฮ่า ไม่ได้เจอกันนานจริง ๆ เธอโตขนาดนี้แล้ว ฟังพี่สะใภ้บอกว่าเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นนำของมณฑล ไม่เลวเลย สร้างชื่อเสียงให้ตระกูลหลี่ของเรา”
ขณะมองดูคุณอาที่กำลังชมเชยผม ผมเผลอพิจารณาโหงวเฮ้งของเขาโดยไม่รู้ตัว
ดังคำกล่าวหนึ่งที่ว่า ‘เชิดหน้าชูตา’ หางคิ้วของคุณอายกขึ้น แสดงว่าดวงชะตาของเขากำลังรุ่งโรจน์ มีโชคลาภ อีกทั้งบริเวณโหนกแก้มมีสีเหลืองสดใส เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ดวงตาเป็นประกายแจ่มใส นัยน์ตาสว่างกระจ่างชัด นี่แสดงว่าตอนนี้ทั้งดวงชะตาและโชคลาภด้านการเงินของเขาดีมาก
ดูเหมือนว่าข่าวลือที่ว่าคุณอาเป็นเถ้าแก่อยู่ข้างนอกไม่ใช่เรื่องโกหก การงานพัฒนาไปอย่างราบรื่นมาก
“ที่แท้พี่ก็คือพี่หลงหยวนนี่เอง สวัสดีค่ะ หนูหลี่เหยียน ลูกพี่ลูกน้องของพี่” หลี่เหยียนเดินเข้ามาข้างหน้า พลางมองสำรวจผม แล้วโบกมือให้ผมด้วยรอยยิ้มสดใส
มองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอเป็นเด็กสาวที่ร่าเริงสดใส ไม่มีความประหม่าเลยแม้แต่น้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่คุณอาพาเธอกลับมา ผมยิ้มแล้วพยักหน้า “สวัสดี”
“ได้ยินพ่อพูดถึงพี่อยู่เรื่อย ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงเสียที” เธอพูดต่อ
คุณอาเคาะหัวเธอเบา ๆ “ลูกเนี่ยนะ ถ้าเชื่อฟังสักครึ่งหนึ่งของพี่หลงหยวน พ่อก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว”
“พ่อคะ มีใครเขาว่าลูกตัวเองแบบนี้บ้าง ต่อให้มหาวิทยาลัยที่หนูเรียนจะสู้ของพี่เขาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นปริญญาตรีนะคะ” หลี่เหยียนลูบหัวตัวเอง แล้วรีบตอบกลับ
“ทำไมลูกถึงได้เรียนปริญญาตรีนี้ได้ หรือว่ายังไม่รู้อีก?” คุณอามองค้อนเธอ ไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย
หลี่เหยียนเม้มปากอย่างโมโห ไม่พอใจที่พ่อเปิดโปงความลับของตัวเอง
การต่อปากต่อคำระหว่างพ่อลูกสองคนทำให้ผมอดที่จะรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ เพราะพ่อของผมจากไปตั้งแต่ผมอายุหนึ่งขวบ ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าท่านหน้าตาเป็นอย่างไร
“เต๋อจวิน ผู้อาวุโสอยู่ในนั้น ไปจุดธูปให้ท่านก่อนเถอะ” ในขณะนั้น แม่ของผมพูดขึ้น
หลี่เหยียนมองไปทางคุณอา คุณอานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาดูสับสนซับซ้อน จากนั้นพยักหน้ารับคำ “อืม ไปกันเถอะ”
พวกเรามาถึงห้องตั้งศพ พอเห็นโลงศพที่วางอยู่ด้านหน้า หลี่เหยียนดูเหมือนจะกลัวเล็กน้อย เธอหลบไปอยู่ข้างหลังคุณอาโดยไม่รู้ตัว
“ไม่ต้องกลัว ท่านเป็นปู่แท้ ๆ ของเรา จะคอยคุ้มครองพวกเรา” ผมพูดกับเธอ
เธอพยักหน้า แล้วถึงยอมเดินออกมาจากข้างหลังคุณอา
คุณอาไม่ได้พูดอะไร แต่เดินไปจุดธูปให้คุณปู่ แล้วหันกลับมาพูดว่า “เสี่ยวเหยียน มาจุดธูปให้ปู่ของลูกสิ”
หลี่เหยียนเดินไปจุดธูปอย่างว่าง่าย หลังจากจุดธูปเสร็จ อามองคุณปู่ที่นอนอยู่ในโลงศพแวบหนึ่ง แล้วพาหลี่เหยียนถอยกลับมา
พวกเรานั่งคุยกันในบ้านอยู่พักหนึ่ง ในบทสนทนาคุณอาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผมกับแม่ย้ายไปอยู่กับพวกเขา ตอนนี้คุณปู่เสียชีวิตแล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องอยู่ในถิ่นทุรกันดารแห่งนี้ต่อไป
เพราะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาเกือบทั้งชีวิต แม่ของผมยังคงลังเลอยู่บ้าง บอกว่าจะขอคิดดูก่อน
ส่วนหลี่เหยียนนั่งอยู่ข้างผม คุยกับผมเรื่องในโรงเรียน ไม่รู้เพราะอะไร ความรู้สึกตอนที่เราสองคนคุยกันเหมือนกับพี่น้องที่โตมาด้วยกัน ไม่เหมือนกับการเจอกันครั้งแรกเลยแม้แต่น้อย อาจจะเป็นเพราะในร่างกายของเราสองคนมีสายเลือดเดียวกันไหลเวียนอยู่กระมัง
ไม่นานนัก ก็ได้เวลาแล้ว คุณปู่ต้องถูกปิดฝาโลงและนำไปฝัง
หลังจากปิดฝาโลงเรียบร้อย คนแบกโลงของหมู่บ้านยกโลงศพของคุณปู่ออกจากประตูบ้าน พวกเราเดินตามอยู่ข้างหลัง ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรเลย
ฟังแม่บอกว่าสถานที่ฝังศพของคุณปู่เป็นที่ที่คุณปู่เลือกไว้เมื่อครึ่งปีก่อน ผมคิดในใจว่าคุณปู่เคยถูกยกย่องให้เป็นซินแสฮวงจุ้ยอันดับหนึ่ง สถานที่ที่ท่านเลือกคงจะไม่เลว
ในฐานะผู้สืบทอดของคุณปู่ ผมเองก็อยากรู้เช่นกันว่าคุณปู่จะเลือกทำเลแบบไหนให้กับตัวเอง
แต่พอไปถึงที่หมาย ผมที่เดิมทีเต็มไปด้วยความคาดหวัง กลับต้องตกตะลึงเมื่อได้เห็นสุสานที่คุณปู่เลือกไว้ให้ตัวเองเมื่อครึ่งปีก่อน
“แม่ครับ แม่แน่ใจนะว่านี่คือที่ที่คุณปู่เลือก?” ผมถามอย่างไม่กล้าเชื่อ
“แน่นอน ปู่เขาพาแม่มาดูด้วยตัวเอง” แม่ของผมทำหน้าสงสัย “เป็นอะไรไป?”
ผมไม่สามารถบอกให้แม่รู้ได้ว่าผมเรียนวิชาของคุณปู่มา ทำได้เพียงส่ายหน้าบอกว่าไม่มีอะไร แค่รู้สึกว่าที่นี่มันดูไม่ค่อยถูกต้อง
“เมื่อก่อนปู่เขาเป็นซินแสชื่อดัง ที่ที่ท่านเลือกต้องเป็นทำเลที่ดีแน่นอน ลูกวางใจเถอะ” เมื่อเห็นผมขมวดคิ้ว แม่ก็พูดขึ้นอีก
ผมอ้ำอึ้งอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้า ในใจร้อนรน ที่นี่จะเป็นทำเลที่ดีได้อย่างไร มันคือทำเลที่จะทำให้ตระกูลสิ้นสุดชัด ๆ
สถานที่แห่งนี้คุณปู่เป็นคนเลือกด้วยตัวเอง หรือว่าผมจะดูผิดไป?
ดังนั้นผมจึงสังเกตอย่างละเอียดอีกครั้ง
รอบด้านเต็มไปด้วยหญ้าสีเขียวขจี แต่มีเพียงที่สุสานของคุณปู่ที่โล่งเตียน ถึงขั้นที่เรียกได้ว่าไม่มีหญ้าขึ้นเลยแม้แต่ต้นเดียว ส่วนเนินเขาสองลูกหน้าสุสานนั้นทั้งสองข้างสูงใหญ่ แนวเขาทอดตัวไปในทิศทางที่แตกต่างกัน
ประกอบกับตำแหน่งเนินอิงทางทิศเต่าดำด้านหลังสุสาน ทั้งซ้ายและขวามีพื้นที่ลุ่มลึกซึ่งเชื่อมต่อกับด้านซ้ายและขวาของหลุมศพเป็นเส้นตรง ในทางฮวงจุ้ยนี่เรียกว่าลมพัดจากหล่มสองข้างบ่า เป็นทำเลตัดสกุลที่ร้ายกาจอย่างยิ่ง ใครที่ถูกฝังที่นี่จะต้องสิ้นสุดตระกูลอย่างแน่นอน
ถ้าหากคุณปู่ถูกฝังไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นผม คุณอา หรือหลี่เหยียน ไม่มีใครรอดชีวิตได้อย่างแน่นอน
ทำไมกัน หรือว่าคุณปู่อยากให้ตระกูลหลี่ของเราสิ้นสุดลงที่รุ่นนี้?