- หน้าแรก
- ข้ายกตำแหน่งให้ชายารอง แล้วท่านจะคลั่งไปไย
- บทที่ 11 เจ้าโดนยาปลุกกำหนัดเข้าแล้ว
บทที่ 11 เจ้าโดนยาปลุกกำหนัดเข้าแล้ว
บทที่ 11 เจ้าโดนยาปลุกกำหนัดเข้าแล้ว
นครหลวงต้าเยว่
รัชศกจิ่งเหอปีที่สามสิบสาม
ณ โรงน้ำชา ‘ยวี่เซวียน’ หน้าประตูห้องรับรองห้องหนึ่ง บุรุษสามนายในอาภรณ์แพรพรรณหรูหรา กำลังจ้องมองเข้าไปด้านในโรงน้ำชาด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป
“เหตุใดจึงเป็น ‘ผงเสน่ห์ยาแฝด’ นางเป็นเพียงคุณหนูในห้องหอที่ยังไม่ออกเรือน ไปสรรหาของพรรค์นี้มาจากที่ใดกัน?”
“ใครจะไปรู้เล่า… ญาติผู้น้องของถิงอวี้คนนี้ชอบสรรหาวิธีการสกปรกมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว, หากให้ข้าพูด ถิงอวี้ช่างดวงซวยเสียจริง ที่ถูกสตรีเช่นนี้ตามตอแย, นางคงเห็นว่าเขาใจดีกระมัง ถ้าเปลี่ยนเป็นข้าละก็...”
บุรุษชุดน้ำเงินแค่นเสียงขึ้นจมูก
“ข้าคงจัดการให้นางสยบแทบเท้าไปนานแล้ว”
เมื่อได้ยินวาจาของสหายทั้งสอง บุรุษนามว่า ‘ถิงอวี้’ ก็ได้แต่หลุบตาลงต่ำ
หากมิใช่เพราะเห็นแก่ท่านอาหญิงที่กำลังล้มป่วยหนัก ไม่อาจมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจได้ เขาคงไม่ยอมอดทนถึงเพียงนี้
ถูกวางแผนเล่นงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
“แล้วจะทำอย่างไรต่อดี?” บุรุษชุดเขียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นางจะทนผ่านฤทธิ์ยานี้ไปได้ด้วยตนเองหรือ?”
พวกเขามิเคยต้องมนต์ผงเสน่ห์ยาแฝดมาก่อน จึงไม่รู้ว่าฤทธิ์ยาจะรุนแรงเพียงใด
เมื่อครู่หมอก็มาตรวจดูแล้ว, กล่าวเพียงว่าขอแค่ทนให้ผ่านสองชั่วยาม ฤทธิ์ยาก็จะสลายไปเอง
ครั้นเห็นว่าด้านในไร้ความเคลื่อนไหว บุรุษชุดน้ำเงินก็ขยิบตาให้เสิ่นถิงอวี้
“เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่... เจ้าก็รับนางไว้เสียเลยสิ”
“ข้าเห็นด้วย” บุรุษชุดเขียวสนับสนุน
“ความจริงแล้วญาติผู้น้องของเจ้าก็หน้าตางดงามใช้ได้ ซ้ำยังมีใจรักปักมั่นต่อเจ้าเพียงผู้เดียว มิได้หวังตำแหน่งฮูหยินเอก, ด้วยฐานะของเจ้า รับนางเป็นอนุภรรยา ท่านอาของเจ้าก็คงวางใจ”
ยิงเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกถึงสามตัว
แค่มีอนุคนหนึ่ง แถมยังเป็นสาวงาม รับไว้ก็ไม่เสียหาย วันหน้าค่อยแต่งภรรยาเอกที่เพียบพร้อมเข้ามา อย่างไรเสียก็มีแต่ได้กับได้
อีกทั้งยังแก้ปัญหาเฉพาะในตอนนี้…
เพราะหากมีคนมาเห็นพวกเขาสามคนยืนอยู่หน้าประตู โดยที่ด้านในมีสตรีนางหนึ่งกำลังถูกวางยา...
เรื่องนี้จะอธิบายต่อผู้คนอย่างไร?
เพื่อนฝูงผลัดกันเกลี้ยกล่อม แต่เสิ่นถิงอวี้กลับไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
อย่าว่าแต่ผงเสน่ห์ยาแฝดสามารถแก้พิษได้โดยการรอเวลา แต่ต่อให้จำเป็นต้องส่งบุรุษเข้าไปสักคน… เขาก็ไม่มีความคิดที่จะพลีกายด้วยตัวเอง
และภายในห้องรับรอง ก็ที่มีเพียงแค่บานประตูเล็กๆ ที่กั้นขวาง
…
ท่ามกลางความรู้สึกดิ่งวูบ, ประสาทสัมผัสแรกที่ ‘ชุยลิ่งเหยา’ รับรู้คือการได้ยิน…
นางก็ได้ยินบทสนทนาจากภายนอกลางๆ
สมองที่มึนงงสับสนทำให้นางแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าคือความฝันหรือความจริง แต่ร่างกายกลับส่งสัญญาณเตือนอย่างเร่งด่วน
ร้อน...
ร้อนเหลือเกิน...
ร่างกายของนางกำลังรุ่มร้อนดั่งถูกไฟแผดเผา!
กระแสความร้อนระลอกแล้วระลอกเล่าไหลเวียนไปทั่วแขนขาและกระดูก สุดท้ายมารวมตัวกันที่ท้องน้อย
มันร้อนเสียจนสมองของนางขาวโพลน
นางหอบหายใจเบาๆ ด้วยความทรมาน เอ่ยถามระบบในใจว่า
“ร่างที่แกเลือกให้ฉันนี่ป่วยงั้นเหรอ?”
ระบบชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบตะกุกตะกัก
【ป่วยน่ะไม่ป่วยหรอก แต่ว่า... เธอโดนยาปลุกกำหนัดเข้าให้น่ะสิ】
ยาปลุกกำหนัด...
ยาปลุกกำหนัด!
ชุยลิ่งเหยาสะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที
ที่นี่คือห้องรับรองที่ตกแต่งอย่างงดงามประณีต
และในตอนนี้ นางกำลังนอนเอนกายอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่บนตั่งนุ่มริมหน้าต่าง ไม่ไกลออกไปมีโต๊ะกลมวางอยู่ บนโต๊ะมีจานขนมและกับแกล้มสองสามจาน ทั้งยังมีกาสุราที่ยังอุ่นกรุ่น และถ้วยสุราที่ผ่านการใช้งานแล้วสามสี่ใบวางอยู่ข้างกัน
เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่นี้ในห้องยังมีคนอยู่ แต่ตอนนี้คนพวกนั้นออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงนางที่ต้องฤทธิ์ยาอยู่เพียงลำพัง
ระบบรีบอธิบาย
【ดูเหมือนจะเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย… เธอเข้าผิดร่างน่ะ, แต่ยังดีที่ร่างนี้มีความเข้ากันได้กับวิญญาณเธอสูงกว่าที่คิด, พอเจ้าของร่างเดิมเกิดเรื่อง ก็เลยดึงวิญญาณเธอเข้ามาโดยอัตโนมัติ】
เข้าผิดร่าง...
ชุยลิ่งเหยาใจกระตุกวูบ
“สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง เจ้าของร่างเดิมโดนใครวางแผนเล่นงาน?”
【ไม่มีใครวางแผนเล่นงานหรอก เรียกว่าทำตัวเองมากกว่า】
ระบบที่ได้รับรู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว น้ำเสียงจึงดูแปลกชอบกล
“......” ชุยลิ่งเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง
เมื่อเชื่อมโยงกับบทสนทนาที่ได้ยินเมื่อครู่ ก็พอจะคาดเดาความหมายได้คร่าวๆ
นางข่มกลั้นความรุ่มร้อนในกาย ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนตั่งนุ่ม
คำถามแรกคือ…
“เจ้าของร่างเดิมตายแล้วเหรอ?”
【น่าจะเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอเกินไป ทนฤทธิ์ยาแรงๆ ไม่ไหว เลยขาดใจตายไปเสียดื้อๆ...】
น้ำเสียงของระบบดูอ่อนล้า… การพาคนข้ามมิติมาอีกครั้งทำให้พลังงานของมันใกล้หมดเกลี้ยง จนแทบไม่มีแรงจะอธิบายรายละเอียด
【ความทรงจำที่ตกค้างอยู่ของร่างนี้ ฉันจะถ่ายทอดให้เธอ, สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าไม่วิกฤตมาก ไม่มีใครลอบทำร้ายเธอ เธอก็จัดการแก้ปัญหาเอาเองนะ… ฉันต้องจำศีลสักพัก รอให้เธอทำภารกิจสำเร็จ ฉันถึงจะถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมาอัตโนมัติ】
สิ้นเสียง, ไม่รอให้ชุยลิ่งเหยาตอบรับ มันก็รีบออฟไลน์ไปอย่างรวดเร็ว
ตามมาด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในสมอง ทำเอาศีรษะที่ปวดตึบอยู่แล้ว ยิ่งมึนงงหนักเข้าไปอีก
เจ้าของร่างนี้มีนามว่า ‘เผยซูเหยา’
มารดาของนางเป็นบุตรสาวสายรองของจวนเสิ่นกั๋วกง, ในอดีตแต่งออกไปไกลถึงเมืองผิงโจว คลอดลูกสาวได้ไม่ถึงสองปีสามีก็ด่วนจากไป ต้องครองตัวเป็นม่ายอาศัยอยู่ในบ้านสามีนานถึงสิบปี จนร่างกายทรุดโทรม
ด้วยความกลัวว่าหากตนสิ้นบุญไป บุตรสาวจะถูกญาติพี่น้องฝ่ายสามีกดขี่ข่มเหง จึงฝืนสังขารที่ป่วยหนักพาลูกสาวกลับมาพึ่งใบบุญบ้านเดิมที่เมืองหลวง
แม้จะเป็นเพียงบุตรสาวสายรอง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขตระกูลกั๋วกงที่แต่งออก…
ยามนางซมซานพาลูกสาวกลับมาขอความช่วยเหลือ จวนกั๋วกงก็มิได้ขัดสนเรื่องอาหารการกินของสองแม่ลูก จึงจัดเรือนเล็กๆ ให้พวกนางได้อยู่อาศัย
บัดนี้เข้าสู่ปีที่สามแล้ว เผยซูเหยาเพิ่งเข้าพิธีปักปิ่นเมื่อปีกลาย ปัจจุบันอายุสิบหกปี
เป็นวัยที่สมควรแก่การออกเรือน…
หากเป็นไปตามปกติ, ด้วยความสัมพันธ์ที่มีกับจวนกั๋วกง ต่อให้นางกำพร้าบิดาและไม่มีญาติฝ่ายมารดาคอยหนุนหลัง แต่ก็ยังสามารถแต่งงานกับขุนนางชั้นผู้น้อยได้
หรืออาจเลือกแต่งกับบัณฑิตอนาคตไกลที่เข้ามาสอบในเมืองหลวง ช่วงฝ่ายชายตั้งแต่ยังไร้ยศถาบรรดาศักดิ์ วันหน้าอาจจะได้เป็นฮูหยินตราตั้งมีหน้ามีตาก็เป็นได้
ทางฝั่งจวนกั๋วกงเอง, หลานสาวในจวนจะออกเรือน ก็คงไม่ตระหนี่ที่จะมอบสินเดิมติดตัวให้สักก้อน
เลี้ยงดูมาหลายปี ทั้งยังแต่งออกจากในจวน วันหน้าย่อมไปมาหาสู่กันได้
มองอย่างไร… ก็นับเป็นฉากจบที่งดงามสมบูรณ์พูนสุข
ทว่าเผยซูเหยากลับไม่คิดเช่นนั้น… เพราะนางดันไปปักใจรักลูกพี่ลูกน้องของตนเข้า!
หลานชายคนโตสายตรงของตระกูลเสิ่น นามว่า ‘เสิ่นถิงอวี้’
ตอนอายุสิบสามปีที่ติดตามมารดาเข้ามายังเมืองหลวง ก็ได้พบหน้าญาติผู้พี่คนนี้เป็นครั้งแรก
หัวใจดรุณีก็ไม่อาจหักห้ามความรักที่ก่อตัวขึ้นได้ ถลำลึกจนยากจะถอนตัว…
ต่อให้ต้องเป็นเพียงอนุภรรยา นางก็ยินยอมพร้อมใจ
ความในใจของสาวน้อยนั้นปิดไม่มิด, ช่วงแรกยังเขินอาย เผยซูเหยาจึงทำได้เพียงส่งสายตาหวานเชื่อม ต่อมาเมื่อเห็นเสิ่นถิงอวี้ไม่รับไมตรี นางก็เริ่มแสดงออกชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งนางแสดงท่าทีดีด้วยเท่าไหร่ เสิ่นถิงอวี้ยิ่งไม่เล่นด้วย…
เขาก็ยิ่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พยายามหลบเลี่ยงทุกครั้งที่มีโอกาส และเป็นเช่นนี้มาสองปีเต็ม
ตั้งแต่เข้าพิธีปักปิ่น, เรื่องการแต่งงานถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง แต่ชายในดวงใจกลับยังไร้วี่แววตอบรับ นางก็ยิ่งร้อนรุ่มกลุ้มใจ
นางอดทนรอไม่ไหวอีกต่อไป… ในหนึ่งปีมานี้ จึงงัดสารพัดวิธีโง่เขลาออกมาใช้ ทั้งส่งถุงหอม ทั้งลงมือทำขนมด้วยตนเอง
เมื่อไม่กี่วันก่อน, ยิ่งเห็นเขาไม่ไยดี นางถึงขั้นบุกไปหาที่ห้องหนังสือ สารภาพรักกับเสิ่นถิงอวี้ตรงๆ
นางใช้วาจาเว้าวอน ท่าทีนอบน้อมถ่อมตน แสดงออกว่าตนรู้สถานะของตัวเองดี ไม่เคยคิดเพ้อฝันถึงตำแหน่งภรรยาเอก
แม้แต่ตำแหน่งอนุภรรยาที่มีเกียรติ… นางก็ไม่กล้าหวัง
ขอแค่ได้ตำแหน่งอนุเล็กๆ ให้ได้อยู่เคียงข้างเขาก็พอ ถือเสียว่าเลี้ยงแมวเลี้ยงสุนัขสักตัวก็ได้
หากวันนั้นเสิ่นถิงอวี้ยอมพยักหน้า เผยซูเหยาคงยอมพลีกายถวายตัวเป็นหมอนข้างให้เขาไปแล้ว
ทว่าเสิ่นถิงอวี้ปฏิเสธ…
ต่อให้เป็นอนุ เขาก็ไม่เอานาง
นี่มิใช่เพียงความไม่ชอบพอธรรมดา แต่คือความรังเกียจจนถึงขั้นรำคาญใจ
เผยซูเหยาถึงอย่างไรก็เป็นสตรี ถูกชายในดวงใจปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้ ย่อมรู้สึกเสียหน้าอย่างมาก
นางจึงเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน สงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่หลายวัน
จนกระทั่งวันนี้... ถึงได้ออกมา