เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน

บทที่ 7 ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน

บทที่ 7 ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน


ยุคปัจจุบัน 

ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง

ทันทีที่ชุยลิ่งเหยาได้สติ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ในสมองก็ดังขึ้นอย่างถูกจังหวะ

【ภารกิจสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ ของรางวัลภารกิจถูกจัดส่งเรียบร้อยแล้วตามสัญญา】

เจ้าระบบนี่ช่างรักษาคำพูดนัก...

เธอก้มลงมองขวดยาใบเล็กที่ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือจากความว่างเปล่า เมื่อเปิดจุกไม้ก๊อกออกแล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู ก็พบเม็ดยาสีน้ำตาลทรงกลมนูนนอนนิ่งอยู่ภายใน

【นี่คือยาครอบจักรวาลรุ่นล่าสุดของวงการวิทยาศาสตร์ หากเทียบกับสภาพร่างกายของสิ่งมีชีวิตในโลกใบนี้ เพียงเม็ดเดียวก็สามารถขจัดปัดเป่าโรคภัยได้ทั้งหมด】

กลิ่นหอมสมุนไพรเข้มข้นลอยฟุ้งออกมาจากปากขวด เพียงแค่สูดดมเบาๆ สมองของชุยลิ่งเหยาที่เพิ่งตื่นและมึนงง ก็พลันแจ่มใสขึ้นทันตาเห็น

ช่างเป็นโอสถทิพย์ที่วิเศษนัก... ต้องช่วยพี่ชายของเธอได้แน่

อุตส่าห์ตรากตรำทำงานหนักมาหลายปี ในที่สุดก็ได้รับผลตอบแทนคุ้มค่า ใบหน้าของชุยลิ่งเหยาเปื้อนยิ้มด้วยความปิติ

“ขอบใจนะ”

【เกรงใจอะไรกัน】

【จักรพรรดิเฉียนหยวนผู้นั้นมิใช่คนที่จะพิชิตใจได้โดยง่าย เธอทำภารกิจสำเร็จ ยาเม็ดนี้ย่อมได้มาด้วยความสามารถของตนเอง ไม่ต้องขอบคุณหรอก】

พิชิตใจไม่ง่าย...

ชุยลิ่งเหยาหวนนึกถึงคำพูดที่ระบบเคยบอกเธอในวันที่เจอกันครั้งแรก

มันอ้างว่าตนเองคือก้อนพลังงานที่เกิดจากความโกลาหลอันไร้ขอบเขต

ไร้รูปร่าง ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา สนใจเพียงวาสนาและแรงอธิษฐานของสิ่งมีชีวิต

มันชอบท่องเที่ยวไปในโลกนับล้านใบ เพื่อเสาะหาว่าโลกใดมีวาสนารุ่งเรือง และที่ใดมีแรงอธิษฐานเข้มข้นที่สุด

สาเหตุที่มันมาหาเธอ และส่งเธอข้ามมิติไปยังราชวงศ์ต้าเยว่เพื่อพิชิตใจเซี่ยจิ้นไป๋ ก็เพราะตามประวัติศาสตร์เดิมของโลกใบนั้น หลังจากเซี่ยจิ้นไป๋สวรรคต ปวงประชาจะต้องเผชิญกับยุคมืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เหล่าขุนศึกตั้งตนเป็นใหญ่ ต่างฝ่ายต่างแก่งแย่งชิงดีผลัดกันขึ้นครองอำนาจ เพียงแค่ระบบที่แบ่งแยกการปกครอง ก็มีการบันทึกนับกว่าสิบแห่ง

ฮ่องเต้กลายเป็นของเกลื่อนกลาด บ้านอื่นแต่งตั้งได้ บ้านข้าก็แต่งตั้งได้…

พวกเขารบราฆ่าฟันกันจนฟ้ามืดมัวดิน มิหนำซ้ำชนเผ่าต่างถิ่นยังฉวยโอกาสรุกราน เข้ามาก่อความวุ่นวายอย่างบ้าคลั่ง ไล่จับชาวเยว่กินเป็นอาหาร ทั้งปล้นฆ่าชิงทรัพย์ยาวนานนับร้อยปี

ท้ายที่สุดแผ่นดินรกร้างว่างเปล่าเป็นพันลี้ กองกระดูกขาวโพลนเกลื่อนกลาด

สิบเรือนว่างเก้าเรือน ประชากรเหลือรอดไม่ถึงหนึ่งในสิบ

ประวัติศาสตร์ช่วงนี้ถูกคนรุ่นหลังขนานนามว่า 'นรกอเวจี' ที่โหดร้ายทารุณที่สุด เป็นความอัปยศอดสูที่ไม่มีใครอยากเอ่ยถึง

และเพราะสงครามเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตำราจำนวนนับไม่ถ้วนถูกเผาทำลาย ส่งผลให้วัฒนธรรมขาดช่วง โบราณสถานของราชวงศ์เยว่ในอดีตจึงยากแก่การตรวจสอบ

ทว่า... ใครก็ตามที่ได้อ่านประวัติศาสตร์ช่วงนี้ ต่างก็ร่วมใจกันส่งแรงอธิษฐานอันบริสุทธิ์

'หากสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางประวัติศาสตร์ในยุคนั้นได้ ก็คงจะดีไม่น้อย'

สั่งสมจากน้อยเป็นมาก ในที่สุดระบบจึงถือกำเนิดขึ้นตามชะตาลิขิต

หากมันต้องการกลืนกินพลังแห่งคำอธิษฐานเหล่านี้ มันก็จำเป็นต้องรับภารกิจแก้ไขอดีต

หลังจากคำนวณอยู่นาน ก็พบจุดที่จะพลิกประวัติศาสตร์ได้…

มันน่าจะอยู่ที่ ‘เซี่ยจิ้นไป๋’ จักรพรรดิองค์สุดท้ายในหน้าประวัติศาสตร์ของต้าเยว่ ที่พอจะเรียกได้ว่าเป็น 'มหาราช'

ตามบันทึกที่ยังหลงเหลืออยู่ มหาราชผู้นี้ได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่เมื่ออายุสิบแปด, ได้รับยศเป็นอวี้อ๋องเมื่ออายุยี่สิบ, ห้าปีต่อมาได้เป็นรัชทายาท และเพียงปีเดียวก็ขึ้นครองราชย์

แม้ปีที่สวรรคตจะไม่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะอายุราวสามสิบห้าถึงสี่สิบปี

ครองราชย์เพียงสิบกว่าปี แต่ผลงานทั้งด้านการปกครองและการทหารล้วนโดดเด่น เป็นที่จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เรื่องที่ถูกคนรุ่นหลังวิพากษ์วิจารณ์มีเพียงสองเรื่อง

เรื่องแรกคือ... เขาไร้ทายาท

มิใช่เพียงแค่ไร้ทายาท แต่กระทั่งพลิกหาในพงศาวดารก็ไม่พบร่องรอยการมีอยู่ของสนมชายาในวังหลังเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ในบันทึกฉบับชาวบ้าน ก็ยังหาข่าวฉาวคาวโลกีย์ที่เกี่ยวกับเขาไม่ได้เลยสักเรื่อง

ไร้บุตรไร้ธิดา ไร้ภรรยาไร้อนุ…

นักประวัติศาสตร์รุ่นหลังจึงสันนิษฐานว่า… หากมิใช่เพราะกรำศึกมานานจนกระทบกระเทือนความเป็นชาย ก็คงจะเป็นพวก 'ต้วนซิ่ว' ที่นิยมตัดแขนเสื้อหลงใหลในบุรุษ

มิเช่นนั้น, เพื่อให้มีผู้สืบทอดราชบัลลังก์ ต่อให้ไม่ชอบใจ อย่างน้อยก็ต้องกลั้นใจรับสนมสักสองสามคนเพื่อสืบสกุลบ้าง

แต่เขาก็ไม่ทำ... และก่อนตาย เขาก็ไม่ได้แต่งตั้งทายาทจากเชื้อพระวงศ์คนใดเลย

ผลก็คือหลังจากเขาสวรรคต บ้านเมืองก็ไร้ผู้นำ ไร้รัชทายาทจัดการสถานการณ์

แต่แผ่นดินจะขาดกษัตริย์มิได้แม้แต่วันเดียว ขุนนางในราชสำนักจึงรีบผลักดันเชื้อพระวงศ์ที่เป็นท่านอ๋ององค์หนึ่งขึ้นครองราชย์

ทว่าฮ่องเต้ที่มาแบบไม่ถูกต้องตามครรลองธรรม ไม่ใช่สายเลือดตรง, ไม่มีอาวุโส, และไม่มีความสามารถ จึงเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ขุนนางแต่งตั้งเท่านั้น มีหรือที่ท่านอ๋ององค์อื่นจะยอมรับ?

สามปีก็ถูกบีบให้สละราชสมบัติ คนที่บีบบังคับขึ้นนั่งบัลลังก์แทน แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับ

ไม่นานก็ถูกบีบอีก เป็นเช่นนี้วนเวียนไปในเวลาสั้นๆ

เพียงสิบกว่าปีหลังเซี่ยจิ้นไป๋สวรรคต ต้าเยว่เปลี่ยนฮ่องเต้ไปไม่รู้กี่พระองค์ จนกระทั่งเหล่าขุนนางหัวเมืองผู้กุมอำนาจทหารเริ่มหมดความอดทน

ราชบัลลังก์ช่างน่าขัน เปลี่ยนมือได้ง่ายดายปานนี้ เห็นชัดว่าวาสนาของราชวงศ์ต้าเยว่สิ้นสุดลงแล้ว เช่นนั้นทำไมพวกเขาจะแย่งชิงบ้างไม่ได้?

และแล้ว... ยุคมืดแห่งประวัติศาสตร์ก็เริ่มต้นขึ้น

นี่คือเรื่องที่สองที่เซี่ยจิ้นไป๋ถูกคนรุ่นหลังตำหนิ, ไม่มีทายาทก็แล้วไปเถอะ แต่ดันไม่จัดการเรื่องผู้สืบทอดให้เรียบร้อยจนเกิดความแตกแยก นำมาซึ่งภัยพิบัติจนเกือบสิ้นชาติ

ระบบตรวจสอบแล้วพบว่าร่างกายของเซี่ยจิ้นไป๋ปกติสมบูรณ์ดี จึงเห็นว่าภารกิจนี้ช่างง่ายดายนัก

ส่วนเรื่องรสนิยมทางเพศก็เดาไม่ยาก… ขอแค่ปรากฏตัวให้เร็ว และรู้ว่าเขาหลงรักผู้หญิง ก็ชักนำเขาเข้าสู่ทางที่ถูกที่ควร ให้เขามีทายาทที่ได้รับการยอมรับจากเชื้อพระวงศ์ และเป็นที่เคารพของขุนนางสักคนก็พอแล้ว

ภายใต้การปกครองของเซี่ยจิ้นไป๋ ต้าเยว่นั้นรุ่งเรืองถึงขีดสุด ต่อให้เขามีลูกชายที่ธรรมดาสามัญสักคน ก็คงไม่ถึงขั้นทำให้บ้านเมืองล่มสลาย ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัสภายในเวลาแค่สิบกว่าปี

ส่วนเหตุผลที่ระบบเจาะจงเลือกชุยลิ่งเหยา นั่นก็เพราะวิญญาณของเธอไม่ถูกวาสนาของราชวงศ์ต้าเยว่ต่อต้าน ราวกับว่าเธอเกิดมาเพื่อเป็นคนของโลกนั้นโดยเฉพาะ จุดนี้เองที่ทำให้ระบบเลือกเธอจากวิญญาณนับล้านดวง

ประจวบเหมาะกับตอนนั้น ‘ลู่เฉิน’ พี่ชายบุญธรรมของชุยลิ่งเหยาประสบอุบัติเหตุ เป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่าง หมอวินิจฉัยว่าโอกาสที่จะกลับมาเดินได้มีไม่ถึงหนึ่งในหมื่น

ลู่เฉินคือทายาทของลู่กรุ๊ป เป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่เด็ก นิสัยสุขุมนุ่มลึก สง่างามและเก็บความรู้สึก

เขารับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อยและบริหารจัดการได้อย่างไร้ที่ติ

ตั้งแต่เกิด ลู่เฉินก็ยืนอยู่บนยอดพีระมิด หากไม่มีเหตุผิดพลาด เขาคงจะยืนอยู่ตรงนั้นให้ผู้คนแหงนมองตลอดไป

แต่... เหตุผิดพลาดนั้นก็เกิดขึ้นจนได้

อุบัติเหตุทางรถยนต์เพียงครั้งเดียว ทำให้ลูกรักของสวรรค์ผู้นี้ ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก ความพิการคือหายนะที่ถล่มทลายลงมา

ชุยลิ่งเหยาได้รับการเลี้ยงดูจากตระกูลลู่ เติบโตมาพร้อมกับลู่เฉินพี่ชายบุญธรรมคนนี้ ความสัมพันธ์เองก็แน่นแฟ้น จะทนเห็นเขาหมดอาลัยตายอยากได้อย่างไร

ถ้าไม่มีหนทางก็แล้วไปเถอะ แต่ในเมื่อได้พบกับระบบ และถามจนแน่ใจแล้วว่าในของรางวัลภารกิจมียาที่รักษาลู่เฉินได้ เธอจึงตอบตกลงทันที

เธอใช้ชีวิตอยู่ในราชวงศ์ต้าเยว่ตั้งแต่อายุสิบขวบจนถึงอายุยี่สิบปี

…สิบปีเต็มๆ

ยามนี้เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวทางฝั่งนั้น กลับรู้สึกเหมือนเงาบุปผาในน้ำ หรือเป็นเพียงเงาจันทร์ในกระจก เป็นความรู้สึกเลือนราง คล้ายกับฝันจากห้วงนิทราอันเป็นนิรันดร์

ความรัก, ความผูกพัน, มิตรภาพตลอดสิบปี ความทรงจำมากมายเหล่านั้น เมื่อตื่นจากฝันก็ค่อยๆ พร่ามัวลง

หญิงสาวกวาดตามองดูการตกแต่งแบบสมัยใหม่ภายในห้อง เธอพลันรู้สึกถึงความจริงที่จับต้องได้

เธอ... กลับมาแล้วจริงๆ

รอคอยมานับสิบปี… ในที่สุดก็ทำสำเร็จ!

ทันใดนั้น ระบบก็เอ่ยคำอำลา

【ภารกิจของเธอเสร็จสิ้น ของรางวัลก็มอบให้แล้ว ระบบเองก็ต้องกลับไปหาแรงอธิษฐานเหมือนกัน】

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแก่ชุยลิ่งเหยา มันได้ปรับเวลาของโลกนี้ให้ช้าลงนับล้านเท่า

ช่วงเวลาสิบปีในโลกแห่งราชวงศ์ต้าเยว่ แต่ที่นี่ผ่านไปเพียงแค่คืนเดียว

พลังงานที่ใช้ไปนั้นเกินกว่าที่มันคาดการณ์ไว้มาก

และมันหิวจะแย่อยู่แล้ว!

จบบทที่ บทที่ 7 ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว