- หน้าแรก
- ข้ายกตำแหน่งให้ชายารอง แล้วท่านจะคลั่งไปไย
- บทที่ 7 ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน
บทที่ 7 ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน
บทที่ 7 ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน
ยุคปัจจุบัน
ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง
ทันทีที่ชุยลิ่งเหยาได้สติ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ในสมองก็ดังขึ้นอย่างถูกจังหวะ
【ภารกิจสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ ของรางวัลภารกิจถูกจัดส่งเรียบร้อยแล้วตามสัญญา】
เจ้าระบบนี่ช่างรักษาคำพูดนัก...
เธอก้มลงมองขวดยาใบเล็กที่ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือจากความว่างเปล่า เมื่อเปิดจุกไม้ก๊อกออกแล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู ก็พบเม็ดยาสีน้ำตาลทรงกลมนูนนอนนิ่งอยู่ภายใน
【นี่คือยาครอบจักรวาลรุ่นล่าสุดของวงการวิทยาศาสตร์ หากเทียบกับสภาพร่างกายของสิ่งมีชีวิตในโลกใบนี้ เพียงเม็ดเดียวก็สามารถขจัดปัดเป่าโรคภัยได้ทั้งหมด】
กลิ่นหอมสมุนไพรเข้มข้นลอยฟุ้งออกมาจากปากขวด เพียงแค่สูดดมเบาๆ สมองของชุยลิ่งเหยาที่เพิ่งตื่นและมึนงง ก็พลันแจ่มใสขึ้นทันตาเห็น
ช่างเป็นโอสถทิพย์ที่วิเศษนัก... ต้องช่วยพี่ชายของเธอได้แน่
อุตส่าห์ตรากตรำทำงานหนักมาหลายปี ในที่สุดก็ได้รับผลตอบแทนคุ้มค่า ใบหน้าของชุยลิ่งเหยาเปื้อนยิ้มด้วยความปิติ
“ขอบใจนะ”
【เกรงใจอะไรกัน】
【จักรพรรดิเฉียนหยวนผู้นั้นมิใช่คนที่จะพิชิตใจได้โดยง่าย เธอทำภารกิจสำเร็จ ยาเม็ดนี้ย่อมได้มาด้วยความสามารถของตนเอง ไม่ต้องขอบคุณหรอก】
พิชิตใจไม่ง่าย...
ชุยลิ่งเหยาหวนนึกถึงคำพูดที่ระบบเคยบอกเธอในวันที่เจอกันครั้งแรก
มันอ้างว่าตนเองคือก้อนพลังงานที่เกิดจากความโกลาหลอันไร้ขอบเขต
ไร้รูปร่าง ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา สนใจเพียงวาสนาและแรงอธิษฐานของสิ่งมีชีวิต
มันชอบท่องเที่ยวไปในโลกนับล้านใบ เพื่อเสาะหาว่าโลกใดมีวาสนารุ่งเรือง และที่ใดมีแรงอธิษฐานเข้มข้นที่สุด
สาเหตุที่มันมาหาเธอ และส่งเธอข้ามมิติไปยังราชวงศ์ต้าเยว่เพื่อพิชิตใจเซี่ยจิ้นไป๋ ก็เพราะตามประวัติศาสตร์เดิมของโลกใบนั้น หลังจากเซี่ยจิ้นไป๋สวรรคต ปวงประชาจะต้องเผชิญกับยุคมืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เหล่าขุนศึกตั้งตนเป็นใหญ่ ต่างฝ่ายต่างแก่งแย่งชิงดีผลัดกันขึ้นครองอำนาจ เพียงแค่ระบบที่แบ่งแยกการปกครอง ก็มีการบันทึกนับกว่าสิบแห่ง
ฮ่องเต้กลายเป็นของเกลื่อนกลาด บ้านอื่นแต่งตั้งได้ บ้านข้าก็แต่งตั้งได้…
พวกเขารบราฆ่าฟันกันจนฟ้ามืดมัวดิน มิหนำซ้ำชนเผ่าต่างถิ่นยังฉวยโอกาสรุกราน เข้ามาก่อความวุ่นวายอย่างบ้าคลั่ง ไล่จับชาวเยว่กินเป็นอาหาร ทั้งปล้นฆ่าชิงทรัพย์ยาวนานนับร้อยปี
ท้ายที่สุดแผ่นดินรกร้างว่างเปล่าเป็นพันลี้ กองกระดูกขาวโพลนเกลื่อนกลาด
สิบเรือนว่างเก้าเรือน ประชากรเหลือรอดไม่ถึงหนึ่งในสิบ
ประวัติศาสตร์ช่วงนี้ถูกคนรุ่นหลังขนานนามว่า 'นรกอเวจี' ที่โหดร้ายทารุณที่สุด เป็นความอัปยศอดสูที่ไม่มีใครอยากเอ่ยถึง
และเพราะสงครามเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตำราจำนวนนับไม่ถ้วนถูกเผาทำลาย ส่งผลให้วัฒนธรรมขาดช่วง โบราณสถานของราชวงศ์เยว่ในอดีตจึงยากแก่การตรวจสอบ
ทว่า... ใครก็ตามที่ได้อ่านประวัติศาสตร์ช่วงนี้ ต่างก็ร่วมใจกันส่งแรงอธิษฐานอันบริสุทธิ์
'หากสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางประวัติศาสตร์ในยุคนั้นได้ ก็คงจะดีไม่น้อย'
สั่งสมจากน้อยเป็นมาก ในที่สุดระบบจึงถือกำเนิดขึ้นตามชะตาลิขิต
หากมันต้องการกลืนกินพลังแห่งคำอธิษฐานเหล่านี้ มันก็จำเป็นต้องรับภารกิจแก้ไขอดีต
หลังจากคำนวณอยู่นาน ก็พบจุดที่จะพลิกประวัติศาสตร์ได้…
มันน่าจะอยู่ที่ ‘เซี่ยจิ้นไป๋’ จักรพรรดิองค์สุดท้ายในหน้าประวัติศาสตร์ของต้าเยว่ ที่พอจะเรียกได้ว่าเป็น 'มหาราช'
ตามบันทึกที่ยังหลงเหลืออยู่ มหาราชผู้นี้ได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่เมื่ออายุสิบแปด, ได้รับยศเป็นอวี้อ๋องเมื่ออายุยี่สิบ, ห้าปีต่อมาได้เป็นรัชทายาท และเพียงปีเดียวก็ขึ้นครองราชย์
แม้ปีที่สวรรคตจะไม่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะอายุราวสามสิบห้าถึงสี่สิบปี
ครองราชย์เพียงสิบกว่าปี แต่ผลงานทั้งด้านการปกครองและการทหารล้วนโดดเด่น เป็นที่จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เรื่องที่ถูกคนรุ่นหลังวิพากษ์วิจารณ์มีเพียงสองเรื่อง
เรื่องแรกคือ... เขาไร้ทายาท
มิใช่เพียงแค่ไร้ทายาท แต่กระทั่งพลิกหาในพงศาวดารก็ไม่พบร่องรอยการมีอยู่ของสนมชายาในวังหลังเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ในบันทึกฉบับชาวบ้าน ก็ยังหาข่าวฉาวคาวโลกีย์ที่เกี่ยวกับเขาไม่ได้เลยสักเรื่อง
ไร้บุตรไร้ธิดา ไร้ภรรยาไร้อนุ…
นักประวัติศาสตร์รุ่นหลังจึงสันนิษฐานว่า… หากมิใช่เพราะกรำศึกมานานจนกระทบกระเทือนความเป็นชาย ก็คงจะเป็นพวก 'ต้วนซิ่ว' ที่นิยมตัดแขนเสื้อหลงใหลในบุรุษ
มิเช่นนั้น, เพื่อให้มีผู้สืบทอดราชบัลลังก์ ต่อให้ไม่ชอบใจ อย่างน้อยก็ต้องกลั้นใจรับสนมสักสองสามคนเพื่อสืบสกุลบ้าง
แต่เขาก็ไม่ทำ... และก่อนตาย เขาก็ไม่ได้แต่งตั้งทายาทจากเชื้อพระวงศ์คนใดเลย
ผลก็คือหลังจากเขาสวรรคต บ้านเมืองก็ไร้ผู้นำ ไร้รัชทายาทจัดการสถานการณ์
แต่แผ่นดินจะขาดกษัตริย์มิได้แม้แต่วันเดียว ขุนนางในราชสำนักจึงรีบผลักดันเชื้อพระวงศ์ที่เป็นท่านอ๋ององค์หนึ่งขึ้นครองราชย์
ทว่าฮ่องเต้ที่มาแบบไม่ถูกต้องตามครรลองธรรม ไม่ใช่สายเลือดตรง, ไม่มีอาวุโส, และไม่มีความสามารถ จึงเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ขุนนางแต่งตั้งเท่านั้น มีหรือที่ท่านอ๋ององค์อื่นจะยอมรับ?
สามปีก็ถูกบีบให้สละราชสมบัติ คนที่บีบบังคับขึ้นนั่งบัลลังก์แทน แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับ
ไม่นานก็ถูกบีบอีก เป็นเช่นนี้วนเวียนไปในเวลาสั้นๆ
เพียงสิบกว่าปีหลังเซี่ยจิ้นไป๋สวรรคต ต้าเยว่เปลี่ยนฮ่องเต้ไปไม่รู้กี่พระองค์ จนกระทั่งเหล่าขุนนางหัวเมืองผู้กุมอำนาจทหารเริ่มหมดความอดทน
ราชบัลลังก์ช่างน่าขัน เปลี่ยนมือได้ง่ายดายปานนี้ เห็นชัดว่าวาสนาของราชวงศ์ต้าเยว่สิ้นสุดลงแล้ว เช่นนั้นทำไมพวกเขาจะแย่งชิงบ้างไม่ได้?
และแล้ว... ยุคมืดแห่งประวัติศาสตร์ก็เริ่มต้นขึ้น
นี่คือเรื่องที่สองที่เซี่ยจิ้นไป๋ถูกคนรุ่นหลังตำหนิ, ไม่มีทายาทก็แล้วไปเถอะ แต่ดันไม่จัดการเรื่องผู้สืบทอดให้เรียบร้อยจนเกิดความแตกแยก นำมาซึ่งภัยพิบัติจนเกือบสิ้นชาติ
ระบบตรวจสอบแล้วพบว่าร่างกายของเซี่ยจิ้นไป๋ปกติสมบูรณ์ดี จึงเห็นว่าภารกิจนี้ช่างง่ายดายนัก
ส่วนเรื่องรสนิยมทางเพศก็เดาไม่ยาก… ขอแค่ปรากฏตัวให้เร็ว และรู้ว่าเขาหลงรักผู้หญิง ก็ชักนำเขาเข้าสู่ทางที่ถูกที่ควร ให้เขามีทายาทที่ได้รับการยอมรับจากเชื้อพระวงศ์ และเป็นที่เคารพของขุนนางสักคนก็พอแล้ว
ภายใต้การปกครองของเซี่ยจิ้นไป๋ ต้าเยว่นั้นรุ่งเรืองถึงขีดสุด ต่อให้เขามีลูกชายที่ธรรมดาสามัญสักคน ก็คงไม่ถึงขั้นทำให้บ้านเมืองล่มสลาย ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัสภายในเวลาแค่สิบกว่าปี
ส่วนเหตุผลที่ระบบเจาะจงเลือกชุยลิ่งเหยา นั่นก็เพราะวิญญาณของเธอไม่ถูกวาสนาของราชวงศ์ต้าเยว่ต่อต้าน ราวกับว่าเธอเกิดมาเพื่อเป็นคนของโลกนั้นโดยเฉพาะ จุดนี้เองที่ทำให้ระบบเลือกเธอจากวิญญาณนับล้านดวง
ประจวบเหมาะกับตอนนั้น ‘ลู่เฉิน’ พี่ชายบุญธรรมของชุยลิ่งเหยาประสบอุบัติเหตุ เป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่าง หมอวินิจฉัยว่าโอกาสที่จะกลับมาเดินได้มีไม่ถึงหนึ่งในหมื่น
ลู่เฉินคือทายาทของลู่กรุ๊ป เป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่เด็ก นิสัยสุขุมนุ่มลึก สง่างามและเก็บความรู้สึก
เขารับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อยและบริหารจัดการได้อย่างไร้ที่ติ
ตั้งแต่เกิด ลู่เฉินก็ยืนอยู่บนยอดพีระมิด หากไม่มีเหตุผิดพลาด เขาคงจะยืนอยู่ตรงนั้นให้ผู้คนแหงนมองตลอดไป
แต่... เหตุผิดพลาดนั้นก็เกิดขึ้นจนได้
อุบัติเหตุทางรถยนต์เพียงครั้งเดียว ทำให้ลูกรักของสวรรค์ผู้นี้ ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก ความพิการคือหายนะที่ถล่มทลายลงมา
ชุยลิ่งเหยาได้รับการเลี้ยงดูจากตระกูลลู่ เติบโตมาพร้อมกับลู่เฉินพี่ชายบุญธรรมคนนี้ ความสัมพันธ์เองก็แน่นแฟ้น จะทนเห็นเขาหมดอาลัยตายอยากได้อย่างไร
ถ้าไม่มีหนทางก็แล้วไปเถอะ แต่ในเมื่อได้พบกับระบบ และถามจนแน่ใจแล้วว่าในของรางวัลภารกิจมียาที่รักษาลู่เฉินได้ เธอจึงตอบตกลงทันที
เธอใช้ชีวิตอยู่ในราชวงศ์ต้าเยว่ตั้งแต่อายุสิบขวบจนถึงอายุยี่สิบปี
…สิบปีเต็มๆ
ยามนี้เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวทางฝั่งนั้น กลับรู้สึกเหมือนเงาบุปผาในน้ำ หรือเป็นเพียงเงาจันทร์ในกระจก เป็นความรู้สึกเลือนราง คล้ายกับฝันจากห้วงนิทราอันเป็นนิรันดร์
ความรัก, ความผูกพัน, มิตรภาพตลอดสิบปี ความทรงจำมากมายเหล่านั้น เมื่อตื่นจากฝันก็ค่อยๆ พร่ามัวลง
หญิงสาวกวาดตามองดูการตกแต่งแบบสมัยใหม่ภายในห้อง เธอพลันรู้สึกถึงความจริงที่จับต้องได้
เธอ... กลับมาแล้วจริงๆ
รอคอยมานับสิบปี… ในที่สุดก็ทำสำเร็จ!
ทันใดนั้น ระบบก็เอ่ยคำอำลา
【ภารกิจของเธอเสร็จสิ้น ของรางวัลก็มอบให้แล้ว ระบบเองก็ต้องกลับไปหาแรงอธิษฐานเหมือนกัน】
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแก่ชุยลิ่งเหยา มันได้ปรับเวลาของโลกนี้ให้ช้าลงนับล้านเท่า
ช่วงเวลาสิบปีในโลกแห่งราชวงศ์ต้าเยว่ แต่ที่นี่ผ่านไปเพียงแค่คืนเดียว
พลังงานที่ใช้ไปนั้นเกินกว่าที่มันคาดการณ์ไว้มาก
และมันหิวจะแย่อยู่แล้ว!