- หน้าแรก
- สุ่มกาชาวันละสามครั้ง แบบนี้เรียกนักศึกษาธรรมดาเหรอ
- บทที่ 4 วันนี้นายดูเป็นปีศาจยังไงชอบกลนะ?
บทที่ 4 วันนี้นายดูเป็นปีศาจยังไงชอบกลนะ?
บทที่ 4 วันนี้นายดูเป็นปีศาจยังไงชอบกลนะ?
บทที่ 4 วันนี้นายดูเป็นปีศาจยังไงชอบกลนะ?
เวลาเพิ่งจะผ่านสามทุ่มไปนิดเดียว
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก"
ต่งเผิงที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดตะโกนบอก "เข้ามา" ประตูถูกผลักออก หัวของคนใส่แว่นกรอบดำโผล่เข้ามา
ผู้มาเยือนสวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตที่ซักจนสีซีด ผมเผ้าดูมันเยิ้ม บนใบหน้าประดับรอยยิ้มประจบประแจง
ไม่ใช่ใครที่ไหน หวังไห่เทา จากหอพักห้อง 405 ข้างๆ นี่เอง
"โย่ อยู่กันครบเลยเหรอ?" หวังไห่เทาถูมือ สายตากวาดไปรอบห้อง สุดท้ายไปหยุดอยู่ที่ต่งเผิงที่ดูซื่อบื้อและจริงใจที่สุด "เอ่อ... ต้าเผิง ยุ่งอยู่มั้ย?"
ต่งเผิงเป็นหนุ่มเหนือร่างใหญ่ ใจซื่อ ไม่ได้คิดอะไรมาก "ไม่ยุ่งหรอก เพิ่งแพ้ไปตานึง มีไรเหรอไห่เทา มีธุระ?"
หวังไห่เทาเดินเข้ามาแล้วปิดประตูตามหลัง แววตาหลุกหลิก เหมือนมีเรื่องลำบากใจจะพูด
เขาถอนหายใจเดินไปหาต่งเผิง "เฮ้อ อย่าให้พูดเลย เพื่อนเอ๋ย ช่วงนี้ฉันเจอเรื่องซวย ที่บ้านมีเรื่องด่วน แม่ฉันเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ต้องใช้เงินด่วน ค่าครองชีพที่มีฉันโอนกลับไปหมดแล้ว แต่ยังขาดอยู่อีกหน่อย ต้าเผิงพอดูจะ... ให้ยืมสักห้าร้อยหมุนก่อนได้มั้ย? เดือนหน้า เดือนหน้าพอที่บ้านตั้งตัวได้ฉันคืนให้ทันที"
คำพูดนี้ฟังดูจริงใจสุดซึ้ง ประกอบกับท่าทางกลัดกลุ้มของหวังไห่เทา ใครเห็นก็ต้องอดสงสารไม่ได้
ต่งเผิงได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มบนหน้าก็หุบลงทันที "น้าป่วยเหรอ? อาการหนักมั้ย? ห้าร้อยพอเหรอ? เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ต้องช่วยอยู่แล้ว"
พูดจบ ต่งเผิงก็หยิบมือถือขึ้นมาทันที เตรียมจะกดโอนเงินผ่านวีแชท
จางเฉินที่นั่งอยู่ข้างๆ หรี่ตาลงเล็กน้อย
สายตาเขาจับจ้องไปที่เหนือหัวของหวังไห่เทา แม้ตอนนี้จะไม่มีคำอธิบายใหม่ลอยขึ้นมา แต่เนื้อหาบนการ์ดข้อมูลสีเขียวใบนั้น——[ติดพนันออนไลน์, เป็นหนี้กู้ยืมมหาลัย, โกหกว่ามีเรื่องด่วนเพื่อยืมเงิน] เขายังจำได้แม่นทุกตัวอักษร
"ช้าก่อน"
ในจังหวะที่นิ้วของต่งเผิงกำลังจะแตะรหัสผ่านจ่ายเงิน มือเรียวยาวแต่แข็งแรงข้างหนึ่งก็ยื่นเข้ามา กดหน้าจอมือถือของเขาไว้แน่น
จางเฉินมายืนอยู่ข้างหลังต่งเผิงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
"พี่เฉิน พี่ทำไรเนี่ย?" ต่งเผิงทำหน้างง
จางเฉินไม่สนใจต่งเผิง แต่จ้องตรงไปที่สายตาหลบเลี่ยงของหวังไห่เทา "ไห่เทา น้าป่วยเป็นเรื่องใหญ่ ยืมเงินต้าเผิงแค่นี้มันเหมือนเอาน้ำแก้วเดียวไปดับไฟกองเกวียนนะ"
หนังตาหวังไห่เทากระตุก ฝืนยิ้มแห้งๆ "ก็ใช่ แต่รวมๆ กันก็ได้สักนิดก็ยังดี ฉันก็จนปัญญาแล้วเนี่ย"
"ในเมื่อเป็นเรื่องด่วน ก็ต้องใช้วิธีพิเศษ" จางเฉินล้วงมือถือตัวเองออกมาอย่างใจเย็น ทำท่าจะกดเบอร์โทร "พวกเราเป็นแค่นักศึกษา เงินเก็บไม่เท่าไหร่หรอก แต่ถ้าแจ้งเรื่องนี้กับอาจารย์ที่ปรึกษา คณะเราจัดระดมทุนน้ำใจ ด้วยจำนวนคนในมหาลัยเรา ครึ่งวันก็ได้เงินช่วยชีวิตสักสองสามหมื่นสบายๆ พอดีฉันมีเบอร์อาจารย์ เดี๋ยวฉันโทรเลย ให้อาจารย์ช่วยประสานงานกับโรงพยาบาลขอช่องทางพิเศษ แล้วให้กรรมการนักเรียนไปเยี่ยมน้าที่โรงพยาบาลด้วย ดีไหม?"
พอประโยคนี้หลุดออกมา สีหน้าของหวังไห่เทาก็ดูไม่ได้สุดๆ
ระดมทุน?
หาอาจารย์ที่ปรึกษา?
ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล?
ขืนให้อาจารย์เข้ามาวุ่นวาย ขอใบรับรองแพทย์ ข้ออ้างของเขาไม่โป๊ะแตกคาที่เหรอ?
ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่ยืมเงินเลย โดนทัณฑ์บนยังถือว่าเบา ดีไม่ดีอาจถึงขั้นเรียกผู้ปกครอง
"อย่า! อย่าๆๆ!" หวังไห่เทารีบตะครุบมือจางเฉินไว้ "เอ่อ พี่เฉิน ไม่ต้องลำบากขนาดนั้น อาจารย์งานยุ่งจะตาย เรื่องเล็กแค่นี้อย่าไปกวนท่านเลย จริงๆ ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร แค่ผ่าตัดเล็กๆ เดี๋ยวฉันลองไปขอยืมเพื่อนคนอื่นดู ไม่รบกวนพวกนายละ!"
พูดจบ หวังไห่เทาก็เหมือนไฟลนก้น คว้าลูกบิดประตูแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างทุลักทุเล แผ่นหลังนั่นดูยังไงก็ร้อนตัวชัดๆ
"ปัง" ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง
ต่งเผิงเกาหัว มองจางเฉินอย่างมึนงง "พี่เฉิน พี่ก็โหดเกินไปมั้ย? เขาแค่มายืมตังค์ ไม่อยากกวนอาจารย์ก็เรื่องปกติ พี่ถึงกับต้องขู่เขาจนกลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ไอ้ทึ่ม นายเชื่อจริงๆ เหรอว่าแม่มันป่วย?" จางเฉินตบกบาลต่งเผิงด้วยความหมั่นไส้ แล้วชี้ไปทางประตู "นายเคยเห็นแม่ใครเข้าโรงพยาบาลต้องใช้เงินด่วน แต่ลูกชายใส่รองเท้าบาสรุ่นลิมิเต็ดที่เพิ่งวางขายอาทิตย์ก่อนมั้ย? รองเท้านั่นราคาพุ่งไปสามพันกว่าแล้ว ถ้ามันรีบใช้เงินจริง เอารองเท้าไปขายไม่เร็วกว่ามายืมเงินนายนิดๆ หน่อยๆ เหรอ?"
ต่งเผิงชะงัก นึกย้อนกลับไป เมื่อกี้ที่เท้าหวังไห่เทาใส่ AJ คู่ใหม่เอี่ยมจริงๆ ด้วย
"แถมนะ"
"ตอนที่มันเข้ามาเมื่อกี้ สายตาล่อกแล่ก นิ้วมือขยี้ชายเสื้อตลอดเวลา นี่เป็นอาการของความวิตกกังวลชัดๆ กลิ่นบุหรี่บนตัวผสมกับกลิ่นอับเฉพาะตัวของร้านเกม ไอ้หมอนี่อย่างน้อยต้องสิงร้านเกมโต้รุ่งมาสองคืนแล้ว ยืมเงินไม่ได้จะเอาไปช่วยชีวิตใครหรอก เอาไปแก้ขัด ถมหลุมไร้ก้นของมันต่างหาก"
ในห้องพักมีเสียงสูดหายใจเฮือก
ต่งเผิง, ซ่งรุ่ยจื้อ ต่างเบิกตากว้างมองจางเฉิน ราวกับเพิ่งรู้จักเพื่อนที่กินนอนด้วยกันมาสามปีคนนี้เป็นวันแรก
จางเฉินคนก่อนแม้จะฉลาด แต่ไม่เคยมีไหวพริบเฉียบขาดที่มองทะลุปรุโปร่งขนาดนี้ การกระทำเมื่อครู่ เรียกได้ว่ามองทะลุถึงกางเกงในของหวังไห่เทาเลยทีเดียว ไม่เพียงแต่หยุดการเสียเงิน แต่ยังไล่แขกได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ ชั้นเชิงเก๋าเกมจนไม่เหมือนเด็กมหาลัย
"แกร๊ก"
ตอนนั้นเอง ประตูระเบียงก็เปิดออก
ชวีเฉินเฮ่าดึงกางเกงเดินออกมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเปล่งปลั่งของผู้รอดชีวิต
"เชี่ย! เทพ! เทพจริงๆ!" เจ้าอ้วนโบกกระดาษชำระครึ่งม้วนที่เหลือในมือ "พี่เฉิน พี่ให้ฉันกินยาเทวดาอะไรวะเนี่ย? พอความรู้สึกปวดๆ นั่นหายไป ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าลำไส้มันโล่งสบายสุดๆ แถมเริ่มหิวแล้วด้วย! ยาบ้าอะไรออกฤทธิ์ไวขนาดนี้?"
เสียงตะโกนนี้ จุดระเบิดบรรยากาศในห้องพักทันที
ฝั่งหนึ่งคือตาทิพย์ที่มองทะลุคำลวง อีกฝั่งคือยาลูกกลอนสูตรลับที่ชุบชีวิตคนตาย
รูมเมตทั้งหลายมองหน้ากัน แล้วพร้อมใจกันหันขวับไปจ้องจางเฉิน สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและเลื่อมใส
"พี่เฉิน พี่สารภาพมาซะดีๆ" ซ่งรุ่ยจื้อดันแว่น น้ำเสียงจริงจัง "ปิดเทอมหน้าร้อนพี่แอบไปฝึกวิชาบนเขามาใช่มั้ย? ทำไมรู้สึกว่าวันนี้พี่ดู... เป็นปีศาจยังไงชอบกล?"
จางเฉินมองเจ้าพวกตัวฮาพวกนี้ แล้วอดขำไม่ได้ "เปิดไพ่เลยแล้วกัน ไม่แอ๊บละ จริงๆ ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีพรสวรรค์ด้านนี้ สงสัยเมื่อวานโดนฟ้าผ่าใส่ เลยทะลวงลมปราณชีพจรเปิด ตอนนี้ฉันน่ะ รอบรู้ดาราศาสตร์ภูมิศาสตร์ รู้แจ้งห้าร้อยปีก่อนหน้าและห้าร้อยปีข้างหน้า ฉายาในวงการ—ท่านกึ่งเทพแห่งมหาลัยหลิน"
"แหวะ——"
ทุกคนส่งเสียงโห่ แต่ในใจกลับต้องยอมรับ
เรื่องสองเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ มันมีความขลังแปลกๆ จริงๆ
"ไม่ว่าจะเป็นกึ่งเทพจริงมั้ย แต่เห็นแก่ฤทธิ์ยานั่น กับเงินห้าร้อยที่ช่วยฉันประหยัดไปเมื่อกี้..." ต่งเผิงเป็นแกนนำ ประสานมือคารวะ ทำหน้าศรัทธาเลื่อมใสโค้งคำนับจางเฉินอย่างสุดซึ้ง
"พ่อบุญธรรม! รับการคารวะจากลูกด้วย!"
ชวีเฉินเฮ่ากับซ่งรุ่ยจื้อก็หัวไวไม่แพ้กัน รีบตามน้ำ ตะโกนพร้อมกันว่า:
"พ่อบุญธรรมอยู่เหนือหัว! โปรดรับการคารวะจากเหล่าลูกๆ ด้วย!"
"ไปไกลๆ เลย ฉันไม่อยากเป็นตั๋งโต๊ะเว้ย!"