- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรถก๊อปปี้ สู่เจ้าแห่งอุตสาหกรรม
- บทที่ 30 - จิตใจคนเราทำไมถึงดำมืดได้ขนาดนี้!
บทที่ 30 - จิตใจคนเราทำไมถึงดำมืดได้ขนาดนี้!
บทที่ 30 - จิตใจคนเราทำไมถึงดำมืดได้ขนาดนี้!
สวีตงเป็นเด็กจบใหม่
งานของเขาค่อนข้างพิเศษ คือช่วยงานที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของที่บ้าน ต้องไปส่งของให้ร้านอาหารที่เป็นคู่ค้าบ่อยๆ เมื่อก่อนก็ขี่มอเตอร์ไซค์ส่ง แต่พอส่งบ่อยเข้า ของก็เริ่มเยอะและจุกจิกขึ้น
ไปๆ มาๆ ก็เริ่มมีความคิดอยากซื้อรถ
ตอนแรกเขาเล็งรถมือสองไว้ ที่บ้านแม้จะออกเงินให้ แต่ก็สนับสนุนให้ซื้อแค่รถตู้มือสอง ประมาณว่าเป็นรถส่งของมาตรฐานยุคนี้
สวีตงกะว่าจะหาเวลาไปเดินดูตลาดรถมือสองในท้องถิ่น
แต่เขาก็ไม่เคยสัมผัสวงการรถมือสองมาก่อน
เลยนัดเพื่อนสมัยเรียนมากินข้าว เขาเพื่อนสมัยมัธยมคนหนึ่งชื่อจูกัง เพิ่งซื้อรถมือสองไปเมื่อก่อนปีใหม่ อย่างน้อยก็น่าจะรู้เรื่องกว่าเขา
"ไอ้ตง ได้ข่าวว่าช่วงนี้อยากถอยรถมือสองเหรอวะ?"
จูกังทำหน้าประหลาดใจ
"เฮ้อ... ที่บ้านต้องส่งของบ่อย แถมมีรถยังขับไปตั้งแคมป์ปีนเขา ตกปลาก็สบาย รอบนี้อีแก่ที่บ้านออกตังค์ให้ เลยว่าจะหารถถูกๆ มาขับเล่นก่อน"
สวีตงเกาหัวตอบ
มีรถกับไม่มีรถ ยังไงก็ต่างกัน
ลองไปถามในเว็บบอร์ดดูสิ เงินแสนหยวนเรียกว่ารถได้เหรอ?
แต่พอกลับมาดูความจริง ไม่มีทางบ้านช่วย ออกมาซื้อรถเองได้คันหนึ่งก็นับว่าเก่งแล้ว
จูกัง: "งั้นบังเอิญเลย เอ็งดูรถข้าเป็นไง ซื้อมาห้าหมื่นเมื่อปีที่แล้ว"
สวีตง: "หมายถึงฮุนไดคันนั้นน่ะเหรอ?"
"ใช่ ฮุนได ทูซอน พื้นที่กว้างขวาง รถปีเก่าหน่อย แต่สภาพนางฟ้า ตอนนั้นก็ให้คนรู้จักของพี่ชายช่วยเลือกให้" จูกังชี้ไปที่รถที่จอดอยู่ข้างนอก
จะว่าไป
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก รถ SUV แบรนด์ร่วมทุนปี 07 คันนี้ ดูดีกว่ารถจีนบางคันบนถนนเยอะ อย่างน้อยตอนเปิดตัวราคาก็เกือบสองแสน
"รถรุ่นนี้กินน้ำมันดุอยู่นะ แถมเอ็งซื้อมาห้าหมื่น ข้ากะว่าจะซื้อสักสองสามหมื่นก็พอ..." สวีตงอดพูดไม่ได้
ความจริง รถมือสองแบรนด์ร่วมทุนราคาห้าหมื่นแบบนี้ เขาแอบอิจฉาอยู่นิดๆ
"เฮ้ย... คนกันเอง ถ้าเอ็งเอาข้าลดให้หมื่นหนึ่ง ขายต่อให้สี่หมื่นเลย
คือปีนี้ข้าต้องไปทำงานต่างถิ่น ไปเช่าห้องอยู่ ขับรถไม่สะดวก สู้ขายต่อดีกว่า รถคันนี้ดีมาก พื้นที่กว้างไม่ใช่แค่ส่งของ พาหญิงเที่ยวก็ได้
ส่วนน้ำมันก็กินสักแปดเก้าโลลิตร เชื่อพี่ ซื้อได้ก็ต้องขับได้ ตอนนี้น้ำมันขึ้นเอาๆ ลิตรละหกกว่าหยวน ก็แค่สูบบุหรี่ให้น้อยลงสองมวน"
จูกังพูดอย่างใจป้ำ
เจอคำพูดชุดนี้เข้าไป
สวีตงเริ่มลังเล
SUV คันเบ้อเริ่ม ดูดีจริงๆ
กินน้ำมันหน่อยก็คุ้มวะ!
อีกอย่างตอนนี้น้ำมันแพงสุดก็หกกว่าหยวน ขึ้นมาขนาดนี้แล้ว จะไปได้ไกลแค่ไหน?
ในอนาคตคงไม่ขึ้นไปถึงเก้าหยวนสิบหยวนหรอกมั้ง!!
เขากัดฟัน "ขอข้าคิดดูก่อน ถ้าต้องเพิ่มเงิน ต้องกลับไปคุยกับที่บ้านก่อน"
"ได้ๆ... ไม่เป็นไร ข้าก็พูดไปงั้น เห็นเอ็งจำเป็นต้องใช้พอดี ก็เห็นแก่ความสัมพันธ์เรานะ ถ้าเป็นคนอื่นข้าไม่ขายให้หรอก! ดื่มๆ!"
กินข้าวกันเสร็จ
จูกังเช็กบิล แล้วไปส่งเพื่อนเก่าหลายคนลงที่ปากทาง
ต้องยอมรับว่า
นั่งใน SUV แบรนด์นี้ มันดีกว่ารถตู้ราคาไม่กี่หมื่นที่ไปดูมาเมื่อก่อนเยอะ คนละเกรดกันเลย
เบาะนุ่มสบาย ส่วนไอ้รถตู้พวกนั้น เบาะแข็งเป๊ก นั่งแล้วระบมตูด
ในเน็ตมีคำพูดว่าไงนะ A8 เก่าก็คือ A8
อูฐผอมยังไงก็ตัวใหญ่กว่าม้า
สวีตงตัดสินใจเงียบๆ ไม่ได้การละ เดี๋ยวกลับไปคุยกับที่บ้าน ยอมควักเนื้อตัวเองเพิ่มหน่อย ต้องเอารถคันนี้มาให้ได้
ทันใดนั้น
เพื่อนอีกคนข้างๆ สายตาลอกแลก มองรถที่ขับออกไปไกล แล้วอดพูดขึ้นมาไม่ได้
"ไอ้ตง เอ็งจะซื้อรถจูกังมันเหรอ? ข้าเตือนนะ อย่าหาทำ"
"ทำไมวะ? มีอะไร?" สวีตงชะงัก
"ข้าจะบอกอะไรให้นะ รถคันนั้นไม่ใช่ของดี จูกังมันโดนเพื่อนของพี่ชายหลอกขายมา ซื้อมาขับขึ้นทางด่วน รถแม่งตายกลางทาง ลากกลับมาซ่อม ก็โดนเต็นท์รถฟันหัวแบะ... กลับมาขับได้สองเดือน ปัญหาจุกจิกเพียบ ไปหาอู่แถวบ้าน ช่างรื้อดูบอกเครื่องเกียร์ยกใหม่หมด เผลอๆ จะมีของแถมวิญญาณหลอนติดมาด้วย เดือนที่แล้วขับไปเดตกับสาว กุญแจประตูเจ๊ง ขังตัวเองไว้นอกรถเฉย"
เพื่อนเก่าคนนั้นถอนหายใจเล่าให้ฟัง
"อย่าถามนะว่าข้ารู้ได้ไง ไอ้เวรนั่นคราวที่แล้วโดนขังนอกรถ โทรมาหาข้าให้ไปช่วยเข็นรถไปอู่ใกล้ๆ แล้วก็เลี้ยงข้าว นั่งด่าไปสองชั่วโมง บอกพวกพ่อค้ารถมือสองหน้าเนื้อใจเสือ ไม่มีดีสักคน..."
"เอาเป็นว่าข้าพูดแค่นี้ อย่าไปบอกว่าข้าพูดล่ะ ที่พูดเพราะไม่อยากให้เอ็งมารับเคราะห์แทนมัน ไปละ"
พูดจบ
อีกฝ่ายก็โบกมือ เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ทิ้งให้สวีตงยืนงงเป็นไก่ตาแตก... ยืนเอ๋อรับประทานท่ามกลางสายลม!!
เวรเอ๊ย!
ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงได้สติ
"แม่งเอ๊ย จิตใจคนเราทำไมถึงดำมืดได้ขนาดนี้วะ!!"
...
เจอแบบนี้เข้าไป
สวีตงไม่กล้าไปเดินตลาดรถมือสองคนเดียวแล้ว
เขาลองเข้าเน็ตไปหาข้อมูลในบอร์ด เจอแต่กระทู้โดนหลอก
โดยเฉพาะรถปีเก่าๆ ที่บอกว่ารถบ้านมือเดียว ซื้อมาไม่เครื่องพังก็ลูกสูบติด ดีไม่ดีเจอวิญญาณตามติดมาด้วย
ยังมีพวกให้คนรู้จักแนะนำ ยิ่งสนิท ยิ่งเชือดนิ่มๆ
อ่านแล้วสยอง
อยากไม่โดนหลอก ก็พอได้
เต็นท์รถคัดเกรดบางที่รับประกันคุณภาพ ทำชื่อเสียงโดยเฉพาะ
แต่ราคานั้น เขาเอื้อมไม่ถึง...
จะซื้อรถใหม่
งบสองสามหมื่นของเขา ตัวเลือกก็น้อยนิด
ต่อให้ซื้ออู๋หลิงหงกวงตัวใหม่ติดแอร์ ก็ต้องจ่ายสี่หมื่นกว่า
ลังเลอยู่นาน สวีตงก็ยอมแพ้
ไปดูตลาดรถสามล้อก็ได้วะ
แค่ส่งของ หารถกระบะสามล้อสักคันก็ได้ ขอแค่ฝนไม่สาดหน้า เขาก็รับได้หมด
คิดได้ดังนั้น
เที่ยงวันนี้ สวีตงมาที่ย่านร้านขายรถใกล้บ้าน
ตามความทรงจำ แถวนี้ขายแต่มอเตอร์ไซค์กับสามล้อ แต่พอมาถึงที่ ภาพที่เห็นกลับไม่เหมือนในความทรงจำเลย
ปรากฏว่า
ตำแหน่งที่เคยวางมอเตอร์ไซค์สามล้อ หายไปหมดแล้ว
แทนที่ด้วยรถคันเล็กดีไซน์หรูหราที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเรียงรายเป็นตับ
"เชี่ย นี่มันตัวบ้าอะไร? ปอร์เช่?!"
เห็นรถแถวนี้
สวีตงถึงกับเอ๋อ
สูดหายใจเฮือก
รูปลักษณ์นี้... ดีไซน์นี้...
มันจะเทพเกินไปแล้วมั้ง!
"สุดหล่อ มาดูรถเหรอจ๊ะ?"
ทันใดนั้น เถ้าแก่วัยกลางคนที่นั่งอยู่หน้าประตูตาลุกวาว รีบเดินยิ้มร่าเข้ามา
เจ้าลู่ทงช่วงนี้หน้าบานเป็นกระด้ง
ตั้งแต่เปลี่ยนมาขายรถขวัญใจผู้เฒ่า ชีวิตเขาก็เหมือนจะเริ่มดวงพุ่ง
เพราะเป็นเจ้าแรกๆ ในย่านนี้ที่เริ่มขายรถประเภทนี้ แถมยังรู้จักมักจี่กับบอสสวี่ ผ่านไปไม่กี่เดือน เขาก็กลายเป็นดีลเลอร์ซิงเฉินรายใหญ่ที่สุดในย่านนี้
ยอดขายรถขวัญใจผู้เฒ่าทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น!
ไม่สิ
เดี๋ยวนี้ใช้คำว่ารถขวัญใจผู้เฒ่า มันดูไม่ให้เกียรติกันหน่อยๆ
เมื่อก่อนยอดขายน้อย คุณจะเรียกว่า "รถขวัญใจผู้เฒ่ากระจอกๆ" ผมไม่ถือ
แต่ตอนนี้ ที่ผมขายคือแบรนด์รถจิ๋วหัวแถว—ซิงเฉินออโต้!
ไม่แค่ดังหน้าร้าน ในเน็ตก็ดัง รถขวัญใจผู้เฒ่าที่ขึ้นหน้าแรก Autohome คุณเคยเห็นไหมล่ะ!
(จบแล้ว)