- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรถก๊อปปี้ สู่เจ้าแห่งอุตสาหกรรม
- บทที่ 11 - ป่าล้อมเมือง!
บทที่ 11 - ป่าล้อมเมือง!
บทที่ 11 - ป่าล้อมเมือง!
เฉาเสี่ยวว่าง เป็นนักตกปลาตัวยง เขากำลังเลื่อนดูแชทในกลุ่ม
พอดีกับที่เขาเห็นข้อความในกลุ่มสิงห์นักบิด เมื่อเห็นรูปรถคันนี้แวบแรก ในใจก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาทันที "รถขวัญใจผู้เฒ่าคันนี้มันโคตรเจ๋ง"
พูดตามตรง เขาไม่เคยเห็นรถขวัญใจผู้เฒ่าแบบนี้มาก่อน
รูปลักษณ์มันช่างกล้าหาญชาญชัยเหลือเกิน!
ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์คันก่อนพังไป เขาก็เตรียมจะซื้อรถใหม่อยู่ตลอด เดิมทีตั้งใจจะซื้อมอเตอร์ไซค์เพิ่ม แต่ข่าวเรื่องคำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์ช่วงนี้ ทำให้เขาลังเลไม่ตัดสินใจสักที
แม้ว่าส่วนใหญ่เขาจะวิ่งตามชนบทหรือในหุบเขา โอกาสโดนจับไม่มากนัก แต่ก็ยังรู้สึกตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่เป็นอิสระเหมือนเมื่อก่อน
แถมอุปกรณ์ตกปลาก็เริ่มงอกเงยขึ้นเรื่อยๆ รถมอเตอร์ไซค์คันเดียวเริ่มจะขนไม่ไหว
ดังนั้นพอเห็นรถขวัญใจผู้เฒ่าคันนี้ เขาจึงหวั่นไหวทันที
เขาจึงรีบส่งข้อความไปถาม
"พี่เจ้าอยู่ไหม รถคันนี้ดูน่าสนใจดีนะ..."
ไม่นาน
เจ้าลู่ทงก็ตอบกลับมา "อยู่ครับ! รถใหม่เพิ่งถึงร้าน ยังอุ่นๆ อยู่เลย เชิญมาดูที่ร้านได้ตลอดเวลา!"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉาเสี่ยวว่างก็มาถึงร้าน
"พี่เจ้า นี่คือรถใหม่ที่ร้านพี่เหรอ"
ทันทีที่มาถึง เฉาเสี่ยวว่างก็แทบจะละสายตาไม่ได้
เขาจ้องมองรถขวัญใจผู้เฒ่าที่เหมือน "ปอร์เช่" เกือบแปดส่วนคันนี้อย่างละเอียด ตั้งแต่บนลงล่าง
ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ มนุษย์เราก็เป็นสัตว์ที่ตัดสินกันด้วยหน้าตา
ไม่ว่าจะเป็นมือถือหรือรถยนต์ สินค้าอุตสาหกรรมที่ออกแบบมาสวยงาม มักจะดึงดูดสายตาได้เป็นอันดับแรกเสมอ
ก่อนหน้านี้เฉาเสี่ยวว่างเคยไปดูรถขวัญใจผู้เฒ่าทั่วไปมาบ้างแล้ว ดีไซน์มันช่างขี้ริ้วขี้เหร่เกินทน นอกจากจะน่าเกลียดแล้ว พื้นที่ยังแคบอีกต่างหาก
เขาดูแคลนรถพวกนั้นจริงๆ
ผิดกับรถตรงหน้านี้ รูปลักษณ์ประณีต ภายในกว้างขวาง ภาพรวมดูมีดีไซน์
ถึงจะดูออกชัดเจนว่าเป็นของก๊อปก็เถอะ
แล้วไงล่ะ?
ทุกคนรู้ว่าการศัลยกรรมไม่ดี
แต่ถ้าแฟนคุณศัลยกรรมออกมาเหมือนดาราตัวท็อป คุณจะยังรังเกียจไหมล่ะ
...
"คันนี้มีแอร์ใช่ไหม" เฉาเสี่ยวว่างถาม
เจ้าลู่ทงตอบ "มีสิน้อง ลองขึ้นไปนั่งดูได้เลย ลมแรง เย็นเจี๊ยบ!"
"ลองขับได้ไหม"
"ได้แน่นอน!"
...
หลังจากลองขับไปรอบหนึ่ง เฉาเสี่ยวว่างยิ่งตกใจ
รถคันนี้ ขับได้ไม่มีที่ติ!
หมายถึงไม่มีที่ติในแง่ภาพรวม
ขับได้ลื่นไหลมาก
เขาอยากได้จริงๆ แล้วสิ!
"พี่ คันนี้ขายสองหมื่นจริงเหรอ" เฉาเสี่ยวว่างถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
เจ้าลู่ทงเห็นโอกาสขายมาถึง รีบตีเหล็กตอนร้อน "ราคา 21,399 หยวน แถมน้ำยาฉีดกระจกกับฟิล์มกรองแสง รถรับประกันหนึ่งปี อะไหล่เสียมีโรงงานรับผิดชอบซ่อมให้!"
"โอเค งั้นผมเอาสีขาวคันนี้แหละ!" เฉาเสี่ยวว่างใจร้อน ตัดสินใจซื้อทันที
เจ้าลู่ทงดีใจยกใหญ่
เจ้า "ซิงเฉิน 01" นี่ ขายง่ายกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ!
ของเพิ่งลงวันเดียวก็ออกไปคันหนึ่งแล้ว
"น้องชาย ซื้อไปขับเอง หรือให้เมียขับ หรือซื้อให้คนแก่ที่บ้านใช้" เขาอดถามไม่ได้
"ผมขับเองแหละ เอาไว้ขึ้นเขาไปตกปลา ว่างๆ ก็เอาไว้ขนของ" เฉาเสี่ยวว่างตอบ
เจ้าลู่ทงชะงัก "อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ เวลาขับก็หลบๆ ขนส่งหน่อย พวกวัยรุ่นอย่างเราที่มีใบขับขี่ ยังไงก็ต้องระวัง"
ด้วยความหวังดี เขาจึงเตือนไป
"ขอบคุณครับพี่ ผมรู้อยู่แล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอก..."
"ไอ้ใบขับขี่น่ะ ปีที่แล้วผมขี่มอเตอร์ไซค์เมาแล้วขับ โดนยึดไปเรียบร้อย ตอนนี้ยังไม่ได้ไปสอบใหม่เลย ไม่งั้นคงไม่คิดจะซื้อรถขวัญใจผู้เฒ่ามาใช้หรอก"
เฉาเสี่ยวว่างตอบอย่างไม่ยี่หระ
พูดจบ
ก็ควักบัตรออกมาจ่ายเงิน
พอได้ยินแบบนี้
เจ้าลู่ทงถึงกับพูดไม่ออก
เอาเถอะ เจอพวกอาชญากรนอกกฎหมายอีกคนแล้ว!
...
...
สองวันผ่านไป
สวี่อี้วิ่งหาร้านรถไปทั้งหมดเจ็ดแห่ง และให้อวี๋เหนียน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดไปวิ่งอีกเก้าแห่ง
สรุปตกลงกันได้ทั้งหมดสิบสองแห่ง
ยังมีอีกสองสามแห่งที่ท่าทีค่อนข้างเย็นชา บอกว่าจะขอพิจารณาดูก่อน
เรื่องนี้สวี่อี้ไม่ได้ใส่ใจนัก
เขาก็มีธุรกิจหลักของเขา อาจจะมองไม่เห็นค่าของรถขวัญใจผู้เฒ่าแบบนี้ ก็เป็นเรื่องปกติ
"เหล่าอวี๋ ยังมีจุดตามตำบลและหมู่บ้านอีกจำนวนหนึ่ง รบกวนคุณพาลูกน้องไปวิ่งหน่อย พยายามเก็บให้ครบทุกจุด"
สวี่อี้เรียกอวี๋เหนียนเข้ามาในห้องทำงาน
เทียบกับจุดในตัวเมืองแล้ว เขาให้ความสำคัญกับร้านค้าตามตำบลมากกว่า
"โดยเฉพาะร้านตามตำบลที่ขายรถขวัญใจผู้เฒ่าอยู่แล้ว ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ ขอแค่ดึงมาได้ จะให้ส่วนแบ่งเพิ่มอีกหน่อยก็ได้"
สวี่อี้ชี้ไปที่จุดต่างๆ ที่วงไว้ในแผนที่
ก่อนหน้านี้เขาให้คนไปสำรวจมาแล้ว การจะดูว่ารถขวัญใจผู้เฒ่าขายดีที่ไหน จริงๆ แล้วดูไม่ยาก
แค่หาร้านที่เอารถขวัญใจผู้เฒ่ามาจอดขายเยอะๆ ก็รู้แล้ว ตลาดมันก่อตัวของมันเองอยู่แล้ว
แนวคิดนี้เหมือนกับที่ร้านชานมดังๆ ชอบไปเปิดข้างๆ ร้านกาแฟแบรนด์ดังนั่นแหละ
การเลือกทำเล ไม่จำเป็นต้องคิดเยอะ แค่รู้ว่าสินค้าคู่แข่งที่ขายดีเขาไปเปิดที่ไหน เราก็ไปที่นั่น เพราะเขาสำรวจตลาดมาให้แล้ว
แผนระยะสั้นของสวี่อี้ คือการปูพรมช่องทางจำหน่ายในตัวเมืองและตำบลรอบๆ ภายในมณฑลให้ทั่ว อย่างน้อยยอดขายต้องแตะแปดร้อยคันต่อเดือน
แบบนี้โรงงานถึงจะขยายการผลิตขั้นต่อไปได้
"ทำไมรถขวัญใจผู้เฒ่าถึงเรียกว่ารถขวัญใจผู้เฒ่า เราเจาะกลุ่มเป้าหมายคนแก่...
อื้ม ต้องบอกว่าเจาะกลุ่มพื้นที่ชนบทและตำบล เน้นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงต่ำ แม้กำลังซื้อจะเทียบกับคนในเมืองไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ใช้จ่าย คนเรายังไงก็ต้องมีปัจจัยสี่ ศักยภาพของตลาดส่วนนี้มันน่าตกใจมาก ดังนั้นกลยุทธ์ป่าล้อมเมืองขั้นต่อไป ต้องเดินเกมให้ดี"
สวี่อี้กล่าว
เรื่องนี้ ดูจากเส้นทางการเติบโตของรถขวัญใจผู้เฒ่าในชาติก่อนก็รู้
ตั้งแต่รถขวัญใจผู้เฒ่าปรากฏตัวจนถึงยุครุ่งเรือง ใช้เวลาแค่ปีสองปี ก็ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ถึงขั้นบุกจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมือง ช่วงพีคๆ แม้แต่เมืองใหญ่ๆ ก็ยังมียอดขายไม่น้อย
จนกระทั่งต่อมา รัฐเริ่มจัดระเบียบยานยนต์ และค่ายรถยักษ์ใหญ่เริ่มเห็นศักยภาพของตลาดราคานี้ จึงเริ่มเข็น "รถมินิ" ออกมาแย่งตลาดรถขวัญใจผู้เฒ่า
แต่ ณ ช่วงเวลานี้
โรงงานผลิต "รถสี่ล้อความเร็วต่ำสำหรับผู้สูงอายุ" อย่าง เหลยติง (หรือ ปี่เต๋อเหวิน), จงเซิน, หงรื่อ แต่ละเจ้ามียอดขายปีละเป็นแสนคัน
นี่มันน่ากลัวมากนะ!!
ถ้าพูดถึงกำไรขั้นต้นต่อคัน เผลอๆ จะมากกว่าค่ายรถยนต์จริงๆ บางเจ้าเสียอีก
ที่สำคัญคือสุดท้ายพวกเขาก็เติบโตจนเข้าสู่ระบบได้สำเร็จ
เทียบกับพวกแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ที่ทุ่มเงินเป็นหมื่นล้านแล้วเจ๊งไม่เป็นท่า แบรนด์รถขวัญใจผู้เฒ่าพวกนี้ถือว่าเป็นผู้ชนะตัวจริง
"บอสครับ ผมไปเช็คช่องทางหน้าร้านของพวกเหลยติงกับจงเซินมาแล้ว ตอนนี้มีรายชื่อร้านค้าพวกนี้อยู่ ผมจะไปคุยทีละร้านเลย ต้องเอาพวกมันมาเป็นพวกให้ได้"
อวี๋เหนียนพยักหน้า ในใจก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
ช่องทางจำหน่ายหน้าร้านในตอนนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นระบบตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าหลายแห่งขายรถหลายแบรนด์ปนกัน ยังไม่ได้พัฒนาไปถึงขั้นเป็นร้านของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้
พวกเขายังไม่ได้เจาะลึกข้อมูลช่องทางจำหน่ายพวกนี้ พอได้รู้ยอดขาย ถึงกับรู้สึกว่ามันเว่อร์วังมาก
รถ "แบรนด์ดัง" ในวงการรถสี่ล้อความเร็วต่ำพวกนี้ ขายแพงไม่ใช่เล่น!
คันหนึ่งปาเข้าไปสามหมื่นกว่า ถึงสี่หมื่นก็มี
แต่พอมาดูออปชั่นและรูปลักษณ์ กลับไม่มีจุดเด่นอะไรเลย พูดตรงๆ คือราคาคุยเกินคุณภาพ
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังทำยอดขายได้เดือนละเป็นหมื่นคัน มันช่างเหลือเชื่อจริงๆ
...
(จบแล้ว)