- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรถก๊อปปี้ สู่เจ้าแห่งอุตสาหกรรม
- บทที่ 8 - คำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์กับโอกาสทอง
บทที่ 8 - คำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์กับโอกาสทอง
บทที่ 8 - คำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์กับโอกาสทอง
แต่ไม่ว่าจะยังไง ความจริงก็คือความจริง
ปีนี้กวาดล้างหนักขนาดนี้ มอเตอร์ไซค์ในร้านคงต้องเร่ขายไปเมืองอื่นหรือตามชนบทแทนแล้ว
มองดูสต๊อกสินค้ากองพะเนินในร้าน เจ้าลู่ทงรู้สึกเหมือนไข่จะแตก!
ซวยแล้วไง
อย่าว่าแต่กำไรเลย ขาดทุนยับเยินแน่นอน
เฮ้อ...
เจ๊งยับแน่งานนี้!
ขณะที่เขากำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด
มือถือก็สั่นครืดๆ มีสายเรียกเข้า
...
"ฮัลโหล เถ้าแก่เจ้า ช่วงนี้ธุรกิจเป็นไงบ้าง สนใจขยายธุรกิจไหมครับ"
ปลายสาย
เสียงกลั้วหัวเราะของสวี่อี้ดังมา
เขากำลังไล่โทรหาร้านรถต่างๆ ซึ่งร้านนี้ก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายใหญ่ที่เคยร่วมงานกันมาก่อน
"บอสสวี่ อย่าให้พูดเลยครับ ช่วงนี้ดวงตกสุดๆ... อย่าว่าแต่ขยายธุรกิจเลย มอเตอร์ไซค์เต็มร้านจนไม่มีที่เดินแล้ว กลัวจะเน่าคาตู้มากกว่า"
"อ้าว? คำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์ออกมาแล้ว ช่วงก่อนคุณคงไม่ได้สต๊อกของเพิ่มหรอกนะ"
"อื้ม"
"..."
...
สวี่อี้ถึงกับอึ้ง
ให้ตายเถอะ
มีคนกล้าสวนกระแสคำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์ สต๊อกของเพิ่มจริงๆ ด้วย!!
เขารู้ดีว่ายุคทองของมอเตอร์ไซค์ ได้เดินมาถึงจุดจบและกลายเป็นเพียงชายขอบของสังคม ทันทีที่กระดาษแผ่นเดียวที่เรียกว่า "คำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์" ถูกประกาศใช้
แน่นอน
ในยามที่คนอื่นหวาดกลัว ย่อมมีคนโลภ
ราคามอเตอร์ไซค์ร่วงกราวรูด คนที่คิดจะช้อนซื้อเก็งกำไรก็มีไม่น้อย
ร้านมอเตอร์ไซค์ใหญ่ๆ หลายเจ้าถึงกับล้มละลายเพราะเรื่องนี้
ต่อหน้าเจตจำนงของชาติและกระแสธารแห่งยุคสมัย คนธรรมดาและพ่อค้าก็เป็นเพียงฝุ่นผงที่ไม่มีความหมาย
แต่จะว่าไป
หากไม่มี "คำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์" ที่เข้มงวดขนาดนี้ การพัฒนาของรถไฟฟ้าสี่ล้อและการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคงไม่ราบรื่นขนาดนั้น
เพราะมอเตอร์ไซค์เนี่ย นอกจากความปลอดภัยต่ำและควบคุมยากแล้ว แทบจะไม่มีข้อเสียอื่นเลย
ความเร็วสูง วิ่งไกล คล่องตัว ไม่กินที่
เติมน้ำมันเต็มถัง ขี่ข้ามจังหวัดพันลี้ได้สบายๆ
แต่เมื่อต้องเผชิญกับเทรนด์ใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการพัฒนารถยนต์สี่ล้อ ก็จำต้องหลีกทางให้
"เถ้าแก่เจ้า ผมรู้สถานการณ์ร้านคุณดี ตอนนี้คงไม่คิดจะสั่งของเพิ่มแน่ๆ... แต่ตอนนี้มีโอกาสที่จะกู้คืนผลขาดทุน เผลอๆ อาจจะกอบโกยกำไรก้อนโตได้ด้วย ไม่ทราบว่าสนใจไหม"
สวี่อี้ยิ้มแล้วพูดต่อ
"โอกาสอะไรครับ"
"คุณขายสองล้อกับสามล้อมาตั้งหลายปี ไม่อยากลองขยายไลน์ไปขายรถสี่ล้อบ้างเหรอ"
"รถสี่ล้อ... หะ? ผมจะเอาปัญญาที่ไหนไปเปิดศูนย์ 4S ผมยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับบอสสวี่ คุณล้อผมเล่นแล้ว!!"
เจ้าลู่ทงได้ยินแบบนั้นก็ไปไม่เป็น
ยุคนี้ใครบ้างไม่รู้ว่าเปิดศูนย์ 4S มันรวย
อย่าว่าแต่แบรนด์นำเข้าเลย แค่เปิดศูนย์ 4S แบรนด์จีน ได้สถานะตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ก็รวยเละแล้ว
แต่ประเด็นคือ ไม่มีพาวเวอร์ขนาดนั้น
ไม่ใช่แค่ต้องมีเส้นสาย แต่ต้องมีเงินทุนด้วย
ถ้าไม่มีเงินลงทุนสักหลายล้านหยวน ก็เปิดไม่ได้
ไหนจะต้องเอาเงินไปจมกับโควตารถอีก พ่อค้าตัวเล็กๆ อย่างเขาทำไม่ไหวหรอก
"ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้น รถสี่ล้อที่ผมพูดถึง คือรถจิ๋ว หรือก็คือรถขวัญใจผู้เฒ่า ราคาส่งแค่สองหมื่นหยวน ไม่ต้องใช้สถานที่ใหญ่โต ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตตัวแทน" สวี่อี้กล่าว
"หา รถขวัญใจผู้เฒ่า?" เจ้าลู่ทงตาโต
พูดตามตรง
เขาทำร้านรถมาหลายปี คลุกคลีกับตลาดรากหญ้า ขายมาหมดทั้งรถไฟฟ้า สามล้อ มอเตอร์ไซค์
แต่ไอ้รถขวัญใจผู้เฒ่าเนี่ย
เป็นเส้นทางที่ไม่เคยอยู่ในหัวเลย
"บริษัทเราผลิตรถสี่ล้อจิ๋วออกมาล็อตหนึ่ง คุณภาพคับแก้ว ตอนนี้ความต้องการรถสี่ล้อแบบนี้ในตลาดมีไม่น้อยไปกว่าสามล้อ แถมมีคำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์เข้ามา ตลาดเลยว่างโล่ง เป็นโอกาสที่หาได้ยากนะ" สวี่อี้หัวเราะหึๆ
"แต่รถขวัญใจผู้เฒ่าทั่วไปราคาแค่หมื่นต้นๆ ของคุณขายสองหมื่นจะไม่แพงไปเหรอครับ... อีกอย่างมันจดทะเบียนไม่ได้ แล้วก็ไม่มีใบอนุญาตผลิตด้วยนี่นา"
เจ้าลู่ทงขมวดคิ้วเล็กน้อย
เจ้าของร้านรถเล็กๆ อย่างเขา ในใจลึกๆ ก็ดูถูกรถขวัญใจผู้เฒ่าอยู่เหมือนกัน
ของเกรดต่ำ
นอกจากจะผลิตแบบหยาบๆ แล้ว ยังไม่ได้มาตรฐานวิ่งบนถนน วันดีคืนดีโดนจับก็ซวยไป
แต่จะว่าไป—
ถึงจะไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาต แต่ไอ้รถพวกนี้กลับโผล่ให้เห็นตามตำบลต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว
แม้แต่ในเมืองบางแห่ง ก็ยังเห็นวิ่งกันขวักไขว่
แถมเมื่อเทียบกับความเข้มงวดของคำสั่งแบนมอเตอร์ไซค์ ไอ้รถพวกนี้ทั้งที่ผิดกฎหมายชัดเจน แต่กลับไม่ค่อยมีใครมายุ่ง!
หรือจะบอกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่อยากจะยุ่งก็ว่าได้
ซี๊ด...
จะพูดยังไงดี
มันรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล!
เหมือนมีบั๊กในระบบ!!
เจ้าลู่ทงลองตรองดูดีๆ ก็เริ่มเห็นความแตกต่าง
นอกจากกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมแล้ว
กลุ่มลูกค้าของรถขวัญใจผู้เฒ่า พอลองนึกดูดีๆ ก็แสบใช่ย่อย
ถ้าไม่ใช่แม่ลูกอ่อนรับส่งลูกโรงเรียนอนุบาล ก็เป็นพวกคุณปู่คุณย่าวัยหกเจ็ดสิบ
คุณจะไปกางกฎหมายจับกุมคนพวกนี้ มันต่างอะไรกับสีซอให้ควายฟัง?
นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังปวดหัวเปล่าๆ
เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม
ทรัพยากรตำรวจจราจรมีจำกัดนะเว้ย!
...
"เถ้าแก่เจ้า คุณพูดแบบนี้ไม่ถูก หมื่นต้นๆ นั่นมันสำหรับรถขวัญใจผู้เฒ่าทั่วไป แต่รุ่นนี้ของเราไม่เหมือนกัน เป็นรุ่นเน้นออปชั่นจัดเต็ม ตอนนี้ในสองมณฑลที่เป็นแหล่งกำเนิดรถจิ๋ว รถขวัญใจผู้เฒ่าเกรดดีหน่อย เขาก็ขายกันสองหมื่น..."
"และรถของเรา รับรองว่าถ้าคุณเห็นแล้วจะต้องตาวาว ถ้าไม่เชื่อ พรุ่งนี้ผมจะให้คนขนไปส่งให้สองคัน เอาไปวางขายหน้าร้านก่อน ถ้าขายได้ผมให้ส่วนแบ่ง 10% ถ้าขายไม่ได้คุณก็ส่งคืนมา"
ฟังจากน้ำเสียงที่มั่นอกมั่นใจ
ต้องยอมรับว่า
เจ้าลู่ทงเริ่มหวั่นไหว
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่สนรถขวัญใจผู้เฒ่าแม้แต่นิดเดียว
แต่ตอนนี้ ขาดทุนกับมอเตอร์ไซค์ไปเยอะ ต้องหาทางถอนทุนคืนจากทางอื่น
ไม่งั้นสองปีนี้เท่ากับทำงานฟรี
"ตกลง งั้นผมจะรอ"
เจ้าลู่ทงตอบตกลงทันที
ในร้านและโกดังมีรถจอดแน่นเอี๊ยด
แต่หน้าร้านของเขาก็มีลานโล่งสำหรับโชว์รถ จอดสักสองสามคันคงไม่มีปัญหา
...
วันรุ่งขึ้น
แต่เช้าตรู่ เจ้าลู่ทงก็มารอที่ร้าน
ตามเวลานัดหมาย รถจะมาส่งตอนเก้าโมง
พอแปดโมงห้าสิบ เจ้าลู่ทงก็นั่งรอที่หน้าร้านอย่างใจจดใจจ่อ
เวลาผ่านไปทีละวินาที ไม่นานก็ถึงแปดโมงห้าสิบแปด
ทันใดนั้น เจ้าลู่ทงก็เหลือบไปเห็นหัวรถที่โดดเด่นสะดุดตาสองคันแล่นมาจากสุดถนน
"หือ? ปอร์เช่?"
เจ้าลู่ทงชะงัก
ยุคนี้ที่ท้องถนนเต็มไปด้วยรถจีนและรถญี่ปุ่น แค่ขับบีเอ็มเบนซ์ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
ถ้ามีปอร์เช่สักคัน รับรองว่าเท่ระเบิด
แถมโผล่มาทีเดียวสองคัน?
แต่ไม่นาน
เขาก็พบความผิดปกติ
เอ๊ะ?
ปอร์เช่คันนี้ดูแปลกๆ
ทำไมดูเหมือน... ยังโตไม่เต็มวัย??
(จบแล้ว)