เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - นี่คือไอเดียที่คนปกติเขาคิดกันเหรอ

บทที่ 3 - นี่คือไอเดียที่คนปกติเขาคิดกันเหรอ

บทที่ 3 - นี่คือไอเดียที่คนปกติเขาคิดกันเหรอ


"ถึงจะฟังดูหลุดโลกไปหน่อย แต่มันอาจจะเป็นแผนที่เวิร์คก็ได้"

"เท่าที่ผมรู้ แถวมณฑลซานตง เหอหนาน พวกอุตสาหกรรมรถขวัญใจผู้เฒ่าสี่ล้อแบบนี้เริ่มมีการรวมกลุ่มกันแล้ว เรามีโรงงานและเครื่องจักรผลิตรถยนต์ที่ได้มาตรฐาน เอามาผลิตรถสี่ล้อคุณภาพต่ำแบบนี้ อย่างน้อยก็เป็นการเอาของดีมาตบเด็ก..."

อวี๋เหนียน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอดแสดงความเห็นไม่ได้

ในประเทศนี้ ไม่เคยขาดแคลนคนฉลาด

ในเมื่อเป็นสิ่งที่คิดกันได้ แสดงว่าในความเป็นจริง ตอนนี้ก็มีขนาดอุตสาหกรรมที่ไม่เล็กแล้ว

"รถขวัญใจผู้เฒ่าพวกนี้ มีร้านตัวแทนจำหน่ายในหลายพื้นที่ วางขายคู่กับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แถมยังมีแบรนด์เก่าแก่เจ้าตลาดอยู่ไม่น้อย ถ้าเราจะบุกตลาดตอนนี้ เกรงว่าการสร้างชื่อคงจะยากหน่อย"

อวี๋เหนียนพูดเสริม

ทุกคนคุ้นเคยกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าดี รถขวัญใจผู้เฒ่าพวกนี้ มักจะฝังตัววางขายอยู่ในร้านรถไฟฟ้าตามตำบลต่างๆ

แถมยังสร้าง "อิทธิพลของแบรนด์" ได้ในระดับหนึ่งแล้วด้วย

ฟังดูเว่อร์วังชอบกล

สินค้าที่แม้แต่ทะเบียนยังจดไม่ได้ ดันมี "อิทธิพลของแบรนด์" ด้วยเหรอ

อิทธิพลของแบรนด์ที่ว่า ไม่ใช่ชื่อเสียงระดับประเทศที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่เป็น "ปากต่อปาก" ที่สะสมมาจากการขายอย่างยาวนานในระดับตำบล

เพราะสินค้าอย่าง "รถขวัญใจผู้เฒ่า" โดยเนื้อแท้มันคือสินค้าไร้มาตรฐาน ไม่มีกฎเกณฑ์การผลิตใดๆ คุณภาพและโครงสร้างภายในดีเลวปะปนกันไป

ด้วยการแข่งขันตามธรรมชาติและการตัดราคากันเอง ก็เริ่มมีโรงงานที่ผลิตรถขวัญใจผู้เฒ่าเป็นหลักเพื่อหากำไรเกิดขึ้น กลุ่มนี้เริ่มสร้างมาตรฐานภายในกันเองโดยอัตโนมัติ

แถมพวกเขายังผูกผลประโยชน์ไว้กับร้านรถไฟฟ้าออฟไลน์

ถ้าไม่มีการผลักดันการขายหน้าร้านที่แข็งแกร่ง รถขวัญใจผู้เฒ่าก็ยากที่จะกระจายไปในวงกว้าง

เรียกได้ว่า ตอนนี้ต่อให้จะผลิตรถขวัญใจผู้เฒ่า ก็ยังต้องมีคุณภาพระดับหนึ่ง และต้องมีความสามารถในการเปิดช่องทางจำหน่ายออฟไลน์

ในเมื่อสวี่อี้จะบุกตลาดรถขวัญใจผู้เฒ่า แน่นอนว่าเขาคิดทิศทางการวิจัยและผลิตไว้แล้ว

ในสายตาของเขา

รถขวัญใจผู้เฒ่าในยุคนี้ ยังดูอ่อนหัดเกินไป

แม้จะขายโดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย แต่ก็ยังไปไม่สุด

พูดง่ายๆ คือความคิดยังอนุรักษ์นิยมเกินไป

รูปลักษณ์ภายนอกยังคงดัดแปลงมาจากรถสามล้อไฟฟ้าทั่วไป ดูหยาบกระด้างอย่างยิ่ง และไม่มีดีไซน์อะไรเลย

"อื้ม ถ้าจะกู้วิกฤตขาดทุนด้วยรถขวัญใจผู้เฒ่า ยอดขายต้องถล่มทลายแบบทิ้งห่างคู่แข่งเท่านั้น"

"เรื่องทิศทางการวิจัยรถรุ่นใหม่ ผมเตรียมแบบร่างไว้สองสามรูป พวกคุณลองดู"

สวี่อี้ส่งรูปภาพในมือถือขึ้นจอมอนิเตอร์ในห้องประชุม

นี่คือรูปที่เขาใช้มือถือตัดต่อเล่นๆ ระหว่างนั่งรถมา ยุคนี้ยังไม่มี AI รูปที่ทำออกมาเลยดูเป็นศิลปะนามธรรมไปหน่อย

แต่ก็พอมองออกว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร

พอทุกคนเห็น สายตาถึงกับค้าง

"บอสสวี่ คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า นี่มันรูปรถปอร์เช่ชัดๆ" หวังจิ่งหมิงตาโต

"ใช่ แถมดูเหมือนจะโหลดมาจากเว็บเถื่อนด้วย สัดส่วนเพี้ยนไปหมด ปอร์เช่ตัวรถไม่ได้สั้นขนาดนี้ หัวรถก็ต้องแบนกว่านี้หน่อย"

"..."

พูดตามตรง

ต่อให้สวี่อี้ควักดีไซน์อะไรออกมา พวกเขาก็คงไม่ตกใจมากนัก

แต่แบบร่างรูปลักษณ์ภายนอกที่ควักออกมาตอนนี้

พวกเขาเก็บทรงไม่อยู่จริงๆ

ไม่ใช่สิ

พวกเรากำลังหารือเรื่องวิจัยรถขวัญใจผู้เฒ่า แล้วคุณควักรูปปอร์เช่ออกมาทำไม

สวี่อี้มองพวกเขา แล้วได้แต่ส่ายหัว

ตื้นเขิน...

ปัญญาญาณตื้นเขินนัก

ดีไซน์ที่จะดังระเบิดระเบ้อไปทั่วเน็ตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า วางอยู่ตรงหน้าแท้ๆ กลับไม่มีใครกล้าคิดไปในทางนั้น

"พวกคุณเข้าใจผิดแล้ว รูปปอร์เช่คือของแท้ ผมจงใจตัดต่อให้มันเป็นแบบนี้เอง"

"ดีไซน์ภายนอกของรถรุ่นใหม่ เอาตามนี้เลย แค่ครอบลงบนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ คงไม่ยากใช่ไหม"

สวี่อี้พูดหน้าตาเฉย

สิ้นคำพูด ห้องประชุมเงียบกริบ

คุณพระช่วย

นี่มันไอเดียที่คนปกติเขาคิดกันได้เหรอเนี่ย

"ซี๊ด"

"บอส... คุณกะจะเป็นอาชญากรนอกกฎหมายจริงๆ เหรอครับเนี่ย"

"แค่ผลิตรถขวัญใจผู้เฒ่าเถื่อนก็ว่าหนักแล้ว นี่เล่นก๊อปปี้ปอร์เช่แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าโดนฟ้องขึ้นมา เงินที่หาได้จะไม่คุ้มค่าปรับเอานะ"

อวี๋เหนียนทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

"ไม่มีทางโดนปรับ"

"ทำไมจะไม่โดนล่ะครับ"

"คุณบอกว่าผมก๊อปปี้ปอร์เช่ เอาอะไรมาพิสูจน์"

"ก็นี่มันแทบจะเหมือนเปี๊ยบขนาดนี้ ยังพิสูจน์ไม่ได้อีกเหรอครับ ละเมิดลิขสิทธิ์ทางการค้าชัดๆ"

"รถของผมเป็นรถไม่มีทะเบียน ไม่ถือเป็นรถยนต์ และไม่ถือเป็นจักรยานยนต์ คุณจะเรียกว่าของเล่นก็ได้ ผมแค่สร้างของเล่นชิ้นใหญ่ขึ้นมาเท่านั้น คนอื่นเอาของเล่นไปขับบนถนน เกี่ยวอะไรกับผม... ส่วนเรื่องรูปลักษณ์ ดีไซน์คลาสสิกของปอร์เช่ไม่ได้จดสิทธิบัตรในจีนแบบครอบคลุม ยิ่งถ้าเราปรับรายละเอียดนิดหน่อย พูดตามตรงมันไม่ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์หรอก"

คำพูดไม่กี่ประโยคที่ดูมั่นอกมั่นใจของสวี่อี้ ทำเอาทุกคนเถียงไม่ออก

สายตาแต่ละคนว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิม

เหมือนได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่

สวี่อี้ไม่ได้ล้อเล่น

สิ่งที่เขาพูดคือความจริง

เส้นทาง "รถหรูเสิ่นเจิ้น" นี้เคยมีคนพิสูจน์มาแล้ว แถมยังกอบโกยเงินได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงเวลาพิเศษนั้นด้วย

ประการแรก กฎระเบียบควบคุมรถไฟฟ้าความเร็วต่ำในจีนยังมีช่องโหว่ ประการที่สอง แค่เลียนแบบรูปทรงแต่ไม่ได้ใช้โลโก้ปอร์เช่ การจะฟ้องร้องนั้นยากมาก แถมระยะเวลาและต้นทุนในการฟ้องร้อง สำหรับค่ายรถหรูแล้ว มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

ชาติที่แล้วมีบริษัทหนึ่งในมณฑลซานตง เพราะทำตัวกร่างเกินไป เลยโดนปอร์เช่ฟ้อง ผลปรากฏว่าทุกคนต้องอ้าปากค้าง เพราะสุดท้ายปอร์เช่แพ้คดี

ฝ่ายจำเลยแก้ต่างทำนองว่า ผมสร้างของเล่น ทำเอาโจทก์ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

ใช่แล้ว

รถขวัญใจผู้เฒ่าในระยะนี้ ด้วยความหละหลวมของกฎหมาย จึงลอยนวลอยู่ในพื้นที่สีเทาเสมอมา

ไม่เข้าข่าย "รถยนต์" และไม่อยู่ในกติกาของ "รถจักรยานยนต์"

มีกลิ่นอายของความเป็น "ผู้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร" อยู่หน่อยๆ

ยากที่จะใช้กฎหมายข้อไหนมาควบคุม

สถานการณ์แบบนี้ จะฟ้องร้องก็ลำบาก

ปกติค่ายรถยนต์จะฟ้อง ก็ต้องไปฟ้องที่ศาลท้องถิ่น

ซึ่งมันจะไปแตะประเด็นที่ละเอียดอ่อนมากๆ

โรงงานผลิตรถขวัญใจผู้เฒ่า มักจะได้รับการคุ้มครองจากท้องถิ่น ในฐานะแหล่งผลิต การจ่ายภาษีให้ท้องถิ่นคือของจริง

คุณเป็นคนต่างถิ่น อยู่ดีๆ จะมาโค่นเสาหลักภาษีของบ้านผม เอาเงินค่าปรับแล้วสะบัดตูดหนี แล้วภาษีปีต่อๆ ไปจะทำยังไง คนตกงานจะจัดการยังไง ธุรกิจท้องถิ่นอื่นๆ จะมองผมยังไง

ดังนั้น

ในกรณีที่ความรับผิดชอบทางกฎหมายยังคลุมเครือ การจะชนะคดีแบบนี้ แทบเป็นไปไม่ได้

ถ้าไม่มีกฎที่มองไม่เห็นพวกนี้ พวกจ้งไท่ออโต้ หรือเหลยติงออโต้ คงไม่ก๊อปปี้จนน่าเกลียดขนาดนั้นแล้วยังขายดิบขายดีในตลาดได้หรอก

...

"สิ่งที่ผมจะพูดก็จบเท่านี้"

"โปรเจกต์รถใหม่นี้จะเอาไม่เอา ผมจะนับหนึ่งถึงสาม ให้ทุกคนยกมือโหวต"

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ผ่านไปครู่หนึ่ง

ทุกคนในห้องประชุมพร้อมใจกันยกมือขึ้น

จะบ้าเหรอ

มีเงินไม่เอาก็ควายแล้ว

ยังไงบริษัทก็สภาพนี้แล้ว จะไปทางไหนก็มีแต่ดีขึ้น

แผนการนี้ถึงจะฟังดูหลุดโลก แต่พอลองคิดดูดีๆ กลับมีโอกาสรุ่งสูงมาก

สวี่อี้พยักหน้าอย่างพอใจ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจางๆ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - นี่คือไอเดียที่คนปกติเขาคิดกันเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว