เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 ภาพสยองของเหล่าศีรษะ

บทที่ 230 ภาพสยองของเหล่าศีรษะ

บทที่ 230 ภาพสยองของเหล่าศีรษะ


บนฟากฟ้าเพลานี้ ล้วนเต็มไปด้วยหยาดฝนจากโลหิตสีเขียวแลเศษชิ้นเนื้ออันน่าสะอิดสะเอียนโปรยลงสู่พื้นเบื้องล่าง

พร้อมซากชิ้นส่วนยักษาเหินเวหาอย่างนิ้วมือ แขนขากระทั่งปีก ร่วงลงมาเช่นกันในขณะนี้

เดิมนั้น มียักษาเหินเวหาหกสิบหรือเจ็ดสิบตัวปกคลุมท้องฟ้าครึ่งหนึ่งเหนือหุบเขา แต่ตอนนี้ เมื่อพวกมันตายแล้วร่วงลงมา ความดำมืดที่ปกคลุมเหนือหุบเขาก็เบาบางลงมาก

หูซิงและหลี่ฉือต่างยืนแข็งตะลึงงันขณะดวงตาอันสั่นเทา จดจ้องไปยังซากศพยักษาเหินเวหา ที่ร่วงหล่นลงจากฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ศีรษะหนึ่ง ศีรษะสอง สามและสี่...

ร่างไร้วิญญาณ ที่เหลือเพียงเศษชิ้นส่วนบางส่วนของยักษาเหินเวหาขณะนี้ มีมากถึงสามสิบหกศพ!

ซากศพทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพราะเพลงกระบี่เดียว!

เขาสังหารยักษาเหินเวหาทั้งสามสิบหกตน ด้วยเพลงกระบี่เดียวเองงั้นหรือ!

ยิ่งไปกว่านั้น ยักษาเหินเวหาเหล่านี้ พลังของมันแต่ละตน เทียบได้กับวิญญาจารย์ขั้นราชันยุทธ์มิใช่หรือ

ซึ่งบางตน อาจมีระดับพลังทัดเทียมกับขั้นราชันยุทธ์ระดับสี่หรือห้าด้วยซ้ำ

ทั้งสองมองยังหยางเสี่ยวเทียน ผู้ยืนถือกระบี่ตงเทียนอยู่เบื้องหน้า แววตาพวกเขาเพลานี้ล้วนแสดงออกถึงความประหลาดใจยิ่ง

เมื่อครู่นี้ หยางเสี่ยวเทียนสังหารยักษาเหินเวหาทั้งสามสิบหกตน ด้วยเพลงกระบี่กระบวนท่าเดียวจริงหรือ คำถามนี้ ยังคงโลดแล่นอยู่ในหัวของทั้งสองตลอดเวลาที่ได้ประจักษ์ตั้งแต่ครั้งแรก

ระหว่างทั้งสองยังยืนตะลึงลานกันอยู่นั้น หยางเสี่ยวเทียนก็พลันเหินทะยานขึ้นสูงเหนือฟากฟ้า ไม่ช้า เขาก็ร่ำกระบี่ตงเทียนในมืออีกครั้ง

“กระบี่สังหารรอบทิศ!”

น้ำเสียงเยือกเย็นหยางเสี่ยวเทียน แผดดังกังวาลขึ้นอีกหน

ครั้นหยางเสี่ยวเทียนร่ายรำเพลงกระบี่ตงเทียนกระบวนท่าที่สี่ ทันใดนั้น ปราณกระบี่ก็ถูกแทง พร้อมพุ่งออกไปทั้งหมดสิบหกครั้งยังสิบหกทิศรอบตัว

ด้วยการฝึกฝนจนเเชี่ยวชาญ ปราณกระบี่ทั้งสิบหก ก็ถูกร่ายรำออกมาอย่างสมบูรณ์ในครั้งเดียว

ท่วงท่าในการร่ำนั้น พริ้วไหวและเรียบเนียนจนไร้ที่ติ

ปราณกระบี่ทั้งสิบหก พุ่งแทงทะลุคอยักษาเหินเวหาสิบหกตัวในเวลาเดียวกัน

แม้ยักษาเหินเวหาทั้งสิบหกตนนั้น จะยกปีกขึ้นปกป้องส่วนสำคัญอย่างศีรษะพวกมันแล้ว แต่ด้วยพละกำลังอันแกร่งมหาศาลจากปราณกระบี่โจมเข้าหา การป้องกันของพวกมันก็ไร้ประโยชน์กระทั่งได้รับบาดเจ็บ

ระหว่างพวกมันกำลังตื่นตะลึงหลังได้รับบาดเจ็บจนไม่มีเวลาคิดหลบหนีนั้น ปราณกระบี่ทั้งสิบหกก็พุ่งทะลวงมันอย่างไร้ซึ่งความปรานีทันที

พวกมันทั้งสิบหกตัว ร่วงตกลงมาจากฟากฟ้าอีกครั้ง

กว่าเจ้าโหยวเสวี่ย ผู้นำฝูงยักษามาในครานี้จะทันโต้ตอบ หยางเสี่ยวเทียนก็จู่โจมด้วยเพลงกระบี่กระบวนท่าที่สาม

“เก้ากระบี่ทะลวงสวรรค์”

สูงขึ้นไปบนท้องนภา ทันใดนั้น ปราณกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนก็ตกกระหน่ำลงมาราวกับห่าฝนอันแหลมคม

โหยวเสวี่ยพร้อมเหล่ายักษาเหินเวหาหรือสมุนที่เหลือของมัน ต่างตะเกียกตะกายบินหนีด้วยความเกรงกลัวอย่างสุดชีวิต

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมียักษาเหินเวหาหลายตัว ถูกปราณกระบี่ของหยางเสี่ยวเทียนพุ่งทะลวงจนร่วงกระแทกพื้น พวกมันกลายเป็นร่างไร้วิญญาณเพราะทั่วทั้งตัว ล้วนเต็มไปด้วยรูพรุนจากกระบี่

หลังโจมตีด้วยเพลงกระบี่ทั้งสาม จากเดิมยักษาเหินเวหาหกสิบหรือเจ็ดสิบตัว ตอนนี้ จึงเหลือ เพียงเจ็ดตัวเท่านั้น

ครั้นเจ้าโหยวเสวี่ยเหลี่ยวมองเหล่ายักษาเหินเวหาสองสามตัวที่เหลือรอดรอบตัวมัน จากความกลัวที่เกาะกุมจิตใจผันเปลี่ยนเป็นความแค้นพร้อมคำรามด้วยบันดาลโทสะ

“ฆ่ามัน!” สิ้นเสียง มันก็พุ่งเข้าหาหยางเสี่ยวเทียน พร้อมชี้หอกเหล็กสามง่ามในมือมุ่งไปด้วยความเกรี้ยวโกรธ

แม้โหยวเสวี่ยจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่การเคลื่อนไหวของมันก็ยังเร็วดุจสายฟ้า มันนำโจมหาหยางเสี่ยวเทียนก่อนยักษาเหินเวหาอีกหกตนจะติดตามมันมาด้วยความเจ็บแค้น

นัยน์ตาหยางเสี่ยวเทียนยังเย็นชา คราวนี้เขาไม่ใช้กระบี่ตงเทียนแต่กลับระเบิดปราณ เปล่งประกายปกคลุ่มไปทั่วสารพางค์กาย โคจรมาหลอมรวมยังหมัดพร้อมซัดเข้าใต้คางโหยวเสวี่ยตามแรงที่มันพุ่งเข้ามาทันที

ปัง!

ความหนักหน่วงจากหมัดหยางเสี่ยวเทียน ทำลายเกล็ดใต้คางอันแกร่งกล้าดุจเหล็กของโหยวเสวี่ยจนแตกละเอียด

ด้วยพลังปราณที่อัดแน่นในกำปั้นหยางเสี่ยวเทียน ทำให้ศีรษะโหยวเสวี่ยแตกกระจุยจนเลือดสีเขียวสาดกระเซ็นด้วยแรงระเบิดจากหมัด

ไม่ช้า ศพโหยวเสวี่ยที่ไร้ซึ่งศีรษะก็ตกลงมาต่อหน้าหูซิงและหลี่ฉือ

ตูม!

ทั้งสองตัวแข็งทื่อทันที เมื่อมองดูศพที่มีเพียงร่าง พร้อมกับเลือดอันน่าสะอิดสะเอียนหลั่งไหลจากลำคอมัน พวกเขาพลันจดจำซากศพเหล่ายักษาหลายสิบตนที่ศีรษะล้วนถูกระเบิดครั้นเข้าสู่ดินแดนอสูรครั้งแรก

ซากศพยักษาหลายสิบตนตายในลักษณะเดียวกับโหยวเสวี่ยตรงหน้ามิมีผิด พวกมันล้วนถูกระเบิดศีรษะด้วยหมัดเดียวทั้งสิ้น

ในเวลานี้เอง ร่างยักษาเหินเวหาอีกหนึ่งร่างก็ตกลงมาจากท้องนภา สภาพเช่นเดียวกับโหยวเสวี่ย เพียงศีรษะถูกอัดจนสะบั้นปลิวหายไป

คราใดที่หยางเสี่ยวเทียนชกออกไป ทุกหมัดล้วนสามารถระเบิดศีรษะของยักษาเหินเวหาได้ทั้งสิ้น

เดิมที หยางเสี่ยวเทียนอยู่ในขั้นราชันยุทธ์ระดับสาม ไม่สามารถเหินในอากาศได้นาน แต่เมื่อเขาออกกระบวนท่า เขาจะรวมปราณไปยังขาแล้วกระโดดขึ้นบนนภากาศ ก่อนปล่อยหมัดทุกครั้ง

หลังชัดหมัดออกไปหกครั้ง ท้ายที่สุด ก็เหลือยักษาเหินเวหาตนเดียวเท่านั้น

ครั้นเหลือเพียงมันตนเดียว ความหวาดกลัวจึงเข้าแทรกความแค้น กระทั่งตัดสินใจบินหนีดีกว่าอยู่ แต่ทว่า หลังมันหันเหลียวมองด้วยหวั่นระแวง แสงวาวเย็นจากคมกระบี่ พลันแล่นพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

เสี้ยวลมหายใจ ปราณกระบี่ก็สะบั้นศีรษะยักษาเหินเวหาตนสุดท้ายขาดกลางอากาศทันที

ไม่นานนัก หยางเสี่ยวเทียนก็ร่อนลงมา คราที่เท้าเขาสัมผัสพื้น พสุธาก็พลันสั่นสะเทือนพร้อมส่งฝุ่นดินฟุ้งกระจายออกไป ปะทะเข้ากับหูซิงและหลี่ฉือจนสำลัก

จบบทที่ บทที่ 230 ภาพสยองของเหล่าศีรษะ

คัดลอกลิงก์แล้ว