เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 82 ประเพณีระหว่างศิษย์สองสำนัก

บทที่ 82 ประเพณีระหว่างศิษย์สองสำนัก

บทที่ 82 ประเพณีระหว่างศิษย์สองสำนัก


ครั้นหยางเสี่ยวเทียนกลับถึงจวน เขาก็รีบปรี่ไปยังลานฝึกยุทธ์แล้วเริ่มฝึกฝนเพลงหมัดโลหิตมังกรทันที

แม้เพลงหมัดโลหิตมังกรจะฝึกฝนยากสุดในบรรดาคัมภีร์วรยุทธขั้นเซียนสวรรค์ชั้นยอด แต่หยางเสี่ยวเทียนก็สามารถจดจำการเปลี่ยนแปลงของแต่ละกระบวนท่าทั้งหมด หลังอ่านจบไปเพียงครั้งเดียว

ด้วยวิธีนี้ ในวันต่อๆ มาหยางเสี่ยวเทียนก็จะหมั่นฝึกฝนวรยุทธขั้นเซียนสวรรค์ชั้นยอดทุกเช้า ขณะช่วงบ่ายกลับมานั่งหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการในห้อง และตกตอนเย็นเข้าฌานบ่มเพาะปราณมังกรแรกเริ่ม

สิบวันผ่านไปชั่วพริบตา

แสงแดดจัดจ้านยามบ่าย

ดวงตาหยางเสี่ยวเทียนเปล่งประกายด้วยรู้สึกประหลาดใจยิ่ง เมื่อเห็นเม็ดสีแดงใสบริสุทธิ์ไร้ร่องรอยสิ่งสกปรกของโอสถวิญญาณสี่ประการตรงหน้า กลิ่นหอมจากมันช่างเย้ายวนอย่างมีเสน่ห์

หลังมุ่งมั่นฝึกฝนหลอมอย่างหนักนับสิบวัน ในที่สุด ข้าก็หลอมโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์ได้สมบูรณ์

หยางเสี่ยวเทียน ถือโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์ไว้ในฝ่ามืออย่างระมัดระวัง ความตื่นเต้นปรากฏขึ้นบนใบหน้ามิอาจปกปิดได้

ด้วยพลังของโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์เม็ดนี้ ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นทวีอย่างท่วมท้นและรวดเร็วเป็นแน่

ใจเขาร้อนรุ่มไปด้วยความกระหายอยาก ร่างขยับรีบปรี่ไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงหยกเย็น เพราะทนรอที่จะกลืนโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์ไม่ไหว ไม่ช้าเขาก็ใส่มันเข้าปากทันที

ทันใดนั้น พลังวิญญาณอันอบอุ่นก็เริ่มแผ่ขยายไปทั้วกายภายใน ฤทธิ์จากโอสถซึมซาบไปอย่างรวดเร็วแลเพิ่มขึ้นมหาศาล หลังจากไม่ได้สัมผัสมันมาเนิ่นนานพาลให้หัวใจเขาสำราญนัก

วันรุ่งขึ้น เมื่อหยางเสี่ยวเทียนขัดเกลาพลังจากการกลืนโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์เสร็จ พลังยุทธ์เขาก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเซียนสวรรค์ระดับสี่ขั้นปลายได้สำเร็จ

ยามนี้ หยางเสี่ยวเทียนเผยยิ้มกับตนเองอย่างปิติ หลังลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าพลังยุทธ์ตน ทะลวงเข้าสู่จุดสูงสุดของระดับสี่ขั้นเซียนสวรรค์

โอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์นั้น ช่างมีพลังสมคำล่ำลือ

หาไม่แล้ว หากเขาฝึกฝนตามปกติ ก็อาจต้องบ่มเพาะพลังอย่างหนัก ไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนจึงจะมีพลังเพิ่มได้ขนาดนี้

จากนั้น หยางเสี่ยวเทียนก็ไม่ได้ไปยังหอคัมภีร์ของสำนักเสินเจี้ยนเพื่อยืมคัมภีร์เล่มอื่นใดๆ ในวันนี้ แต่ยังคงหันกลับมานั่งหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์ต่อไป

เขาเพียรพยายามไม่หยุดยั้งเป็นเวลาหลายชั่วยาม จนที่สุดโอสถวิญญาณสี่ประการอีกสามเม็ดก็ถูกหลอมขึ้นมาอย่างสมบูรณ์

หยางเสี่ยวเทียนเร่งเรียกหาหลัวชิง อัต และอาลี่ ให้มาพบเขายังเรือนหลักทันที

ไม่ช้า ทั้งสามก็มาถึงเรือนหลักของหยางเสี่ยวเทียน ซึ่งทันทีที่พวกเข้าเดินเข้ามาถึงด้านใน ทั้งสามก็ได้กลิ่นหอมอบอวลอันมีเสน่ห์ของโอสถส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่ว

หัวใจหลัวชิงเต้นระรัว หลังได้เห็นโอสถในมือหยางเสี่ยวเทียน

“นี่ นี่คือโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์!” เขาเปิดปากโพล่งออกมาขณะทั้งร่างสั่นไหว

ในฐานะอดีตเจ้าสำนัก เขาจึงคุ้นเคยกับโอสถใช่น้อย ครานี้ได้เห็นโอสถในมือหยางเสี่ยวเทียน เลยแจ่มแจ้งอย่างรวดเร็วว่ามันคือโอสถชนิดใด ระดับไหน

เพราะรู้ว่ามันคือโอสถอะไร แล้วใครเป็นผู้หลอม ทั้งยังอายุของผู้หลอมมันอีก จะไม่ให้เขาอุทานอย่างตกใจได้อย่างไร

แม้อาณาจักรเทียนโต้วจะมีนักปรุงโอสถจำนวนมาก แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์ได้

สำมะหาอะไรกับอาณาจักรเสินไห่ที่มีนักปรุงโอสถแทบนับจำนวนคนได้ บางทีอาจมีเพียงนักปรุงโอสถผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสี่เท่านั้น ที่สามารถหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์ได้

แต่ต่อหน้าเขา หยางเสี่ยวเทียนได้หลอมมันสำเร็จ ทั้งที่อายุยังน้อยกว่านักปรุงโอสถผู้อุทิศทั้งชีวิตหลายพันคนเหล่านั้น กลับไม่สามารถทำเช่นเขาได้ด้วยซ้ำ

ในช่วงหลายวันมานี้ เขารู้ดีเสมอว่าหยางเสี่ยวเทียนหมั่นฝึกฝนหลอมโอสถอย่างหนักทุกยามเว่ย (ช่วงบ่าย) แต่เขาไม่คิดว่าระดับการหลอมโอสถของหยางเสี่ยวเทียนจะก้าวหน้าได้รวดเร็วขนาดนี้

แม้อัตและอาลี่จะไม่มีความรู้เกี่ยวกับโอสถมากนัก แต่พวกเขาก็เคยได้ยินเรื่องการหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการมาบ้าง และรู้ด้วยว่าการหลอมโอสถวิญญาณสี่ประการนั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด

ดังนั้น ทั้งสองจึงรู้สึกประหลาดใจมิด้อยไปกว่าหลัวชิงขณะนี้

หยางเสี่ยวเทียนยิ้มให้หลัวชิงและคนอื่นๆ แล้วกล่าวทันที “ใช่แล้ว มันคือโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์ ข้าจะมอบมันให้พวกเจ้าใช้ฝึกฝนเพื่อทะลวงระดับพลังยุทธ์”

หลังพูดอย่างนั้น เขาก็มอบโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์สามเม็ด ให้ทั้งสามคนตามลำดับ

ทั้งสามเบิกตามองหน้าหยางเสี่ยวเทียน แทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่

“นายท่าน ท่านจะให้พวกเราใช้มันฝึกฝนจริงงั้นหรือ” อัตถามย้ำเสียงดังอีกครั้ง

หยางเสี่ยวเทียนโบกมือสบายๆ ราวโอสถนี้หลอมออกมาง่ายๆ “ข้ากลืนมันเมื่อคืนนี้ เจ้าไม่ต้องกังวลไป หากข้าต้องการมันเมื่อไหร่ ข้าจะหลอมมันกี่ครั้งก็ย่อมได้”

เมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทียนบอกปัดไปแบบนั้น หลัวชิงพร้อมทั้งสองต่างไม่รู้จะว่ากล่าวอะไรต่อ  ทำได้เพียงมองหน้ากันไปมาอย่างไม่สบายใจ

เพราะทั้งสามรู้ดีว่าโอสถวิญญาณสี่ประการระดับสวรรค์นั้น มีราคาอย่างต่ำก็สองหมื่นเหรียญทองซึ่งนับว่าแพงใช่น้อย

ย้ำว่า นั่นคือราคาอย่างต่ำที่สุด หากนำไปขายให้ทางสมาคมการค้า ย่อมได้ราคาสูงกว่านี้แน่นอน

“ขอบคุณนายน้อย” หลัวชิงสูดหายใจลึกแล้วก้มคำนับขอบคุณหยางเสี่ยวเทียน

เขาจับจ้องมองดูเด็กน้อยเบื้องหน้า ในใจพลางรู้สึกว่าเขาโชคดีแค่ไหนที่ได้พบกับหยางเสี่ยวเทียน หากไม่พบกันในวันนั้น ไฉนเลยเขาจะมีวันนี้ได้

หลังทั้งสามรับโอสถจากเขาแล้ว พวกเขาก็ต่างแยกย้ายกันกลับไปยังเรือนพักของตนเพื่อกลืนมันและเริ่มบ่มเพาะพลัง

รุ่งสาง ดวงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มสองแสงรำไรลอดผ่านพงไพรฉายต้องจวนหลัก พอได้มองจากระยะไกล มันช่างงดงามแลดูยิ่งใหญ่นัก

หยางเสี่ยวเทียนกลับไปที่หอคัมภีร์ของสำนักเสินเจี้ยน เพื่อยืมคัมภีร์วรยุทธเล่มใหม่

ซึ่งทันทีที่เขามาถึงสำนัก หยางเสี่ยวเทียนก็พลันได้ยินบรรดาศิษย์พูดถึง ศิษย์ใหม่จากสำนักเสินไห่จะมาเยี่ยมเยือนยังสำนักเสินเจี้ยนในวันพรุ่งนี้ เพื่อประลองแลกเปลี่ยนความรู้กัน

สำนักเสินไห่ เป็นหนึ่งในสี่สำนักหลักแห่งอาณาจักรเสินไห่ มีชื่อเสียงเป็นรองจากสำนักเสินเจี้ยนเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

และโดยทั่วไป สำนักเสินไห่มักจะรับเฉพาะลูกหลานขุนนางและบรรดาราชวงศ์ รวมถึงผู้มีอำนาจมากมายในอาณาจักรเป็นศิษย์

จักรพรรดิทุกพระองค์ของอาณาจักรเสินไห่ ล้วนสำเร็จการศึกษาจากสำนักเสินไห่ทั้งนั้น

ซึ่งสำนักเสินเจี้ยนและสำนักเสินไห่ จะมีประเพณีตอนรับศิษย์ใหม่ โดยนำศิษย์จากทั้งสองสถาบันมาร่วมประลองฝีมือแลกเปลี่ยนความรู้กันและกันทุกปี

“พรุ่งนี้หรือ”

หยางเสี่ยวเทียนรู้สึกฉงนใจ ด้วยปีก่อนหน้า การประลองฝีมือของศิษย์ใหม่ระหว่างสำนักเสินไห่ และสำนักเสินเจี้ยน ดูเหมือนจะจัดขึ้นในช่วงกลางภาคเรียนของทุกปีเท่านั้น แต่เหตุใดปีนี้ถึงได้มาเร็วกว่าปกติ

จบบทที่ บทที่ 82 ประเพณีระหว่างศิษย์สองสำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว