เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 73 ราชันวิญญาณยุทธ์

บทที่ 73 ราชันวิญญาณยุทธ์

บทที่ 73 ราชันวิญญาณยุทธ์


หลังปราณแท้มังกรทั้งสี่ถูกปลุก ความแข็งแกร่งและพลังการป้องกันของหยางเสี่ยวเทียน ก็มาถึงระดับอันน่าอัศจรรย์

ไม่ใช่เรื่องเกินจริงหากจะกล่าว แม้ตอนนี้ เขาจะทำเพียงยืนนิ่งอยู่กับที่ แล้วถูกโจมตีโดยกลุ่มวิญญาจารย์ขั้นเซียนสวรรค์ระดับสี่หรือห้า พวกเขาเหล่านั้นก็มิอาจทำเขามีรอยขีดข่วนได้แม้แต่น้อย

ด้วยปราณแท้มังกรทั้งสี่ตอนนี้ หยางเสี่ยวเทียนก็เทียบเท่ากับสวมชุดเกราะหลายชิ้น ที่ไม่ต่างจากอาวุธวิญญาณระดับสวรรค์ห่อหุ้มรอบกาย

เมื่อปลุกปราณแท้มังกรทั้งสี่ อานุภาพของพลังยุทธ์ในกายหยางเสี่ยวเทียนก็แข็งแกร่งทรงพลังมากยิ่ง

หากผู้ไม่รู้ว่าหยางเสี่ยวเทียนเป็นใคร พวกเขาคงคิดว่าเด็กน้อยผู้นี้คือวิญญาจารย์ที่ถือกำเนิดจากเผ่ามังกร

ครั้นผลลัพธ์จากการหมั่นบ่มเพาะแลฝึกวรยุทธเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นที่น่าพอใจเช่นนี้ หยางเสี่ยวเทียนก็ยังคงนั่งเข้าฌานหลับตาบนเตียงหยกเย็นต่ออีกจวนข้ามคืน

พอรุ่งสาง เขาก็หันมาฝึกฝนเพลงกระบี่อัสนีต่อยังลานฝึก ท่วงท่าร่ายรำขณะกวัดแกว่งกระบี่ ดูพลิ้วไหวงดงามต่อเนื่องมิมีสะดุดด้วยไร้ที่ติ ไม่ปรากฏให้เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยหรือคล้ายจะอิดออดบนใบหน้าขาวละเอียดของเด็กน้อยผู้นี้เลยสักน้อย

หลังฝึกฝนเพลงกระบี่อัสนีมาได้ระยะหนึ่ง หยางเสี่ยวเทียนก็เริ่มผ่อนปรนความเร็วในการเคลื่อนไหวของกระบวนท่าลงจวนหยุดนิ่ง

เมื่อยังไม่สามารถบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้ เขาจึงเลือกที่จะหยุดแล้วนำมันกลับไปคืนยัง หอคัมภีร์แห่งสำนักเสินเจี้ยน เพื่อแลกกับวรยุทธขั้นเซียนสวรรค์อีกชุดอื่น

แม้ครานี้จะยังบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบไม่ได้ แต่อย่างไร เขาก็คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของกระบี่ อันเป็นหัวใจหลักสำคัญของเคล็ดวิชาเพลงกระบี่อัสนีมากทวีแล้ว

ส่วนการจะฝึกฝนให้บรรลุขั้นสมบูรณ์แบบตอนนี้นั้น คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลา ซึ่งต้องใช้ความเพียรสั่งสมมันในภายภาคหน้าเท่านั้น

ณ หอคัมภีร์แห่งสำนักเสินเจี้ยน

ทันทีที่ลู่เจ๋อหลินเห็นหยางเสี่ยวเทียนเดินผ่านประตูหอคัมภีร์เข้ามา เขาก็รีบดีดตัวที่หดงอลุกนั่งหลังตรง ด้วยเฝ้ารอการกลับมาของเจ้าเด็กน้อยผู้นี้นำคัมภีร์เคล็ดวิชามาเปลี่ยนทุกรุ่งเช้า ซึ่งก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้เสมอ

“หยางเสี่ยวเทียน ได้ฝึกฝนเพลงกระบี่อัสนีแล้วเป็นอย่างไรเล่า” ลู่เจ๋อหลินถามสีหน้ายิ้มแย้ม

“ไม่เลว” หยางเสี่ยวเทียนตอบ ก่อนน้ำเสียงเรียบเฉยจะกล่าวเสริมขึ้นอีก

“แค่บรรลุเข้าขั้นฉลาดล้ำเลิศเท่านั้น”

ลู่เจ๋อหลินที่ได้ยินดังนั้น ก็กลั้วหัวเราะลั่นจนเนื้อตัวไหวสั่นพลางยกนิ้วให้หยางเสี่ยวเทียนทันที

“ดี ดีมาก! เจ้าสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาขั้นเซียนสวรรค์จนบรรลุถึงขั้นฉลาดล้ำเลิศในหนึ่งวัน พรสวรรค์ด้านวรยุทธเช่นนี้ของเจ้า ไม่เคยปรากฏมาก่อน นับเป็นประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง”

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะคิดหรือแสดงท่าทีปรามาสตนเช่นไร หยางเสี่ยวเทียนก็เพียงยกมุมปากยิ้มอย่างนึกสมเพชในใจ เพิกเฉยต่อการล้อเลียนดูถูกของเขา และยังคงเลือกที่จะเปลี่ยนคัมภีร์เป็นเคล็ดวิชาขั้นเซียนสวรรค์ต่อไปเช่นทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เขาเอาแต่ฝึกฝนเพลงกระบี่เป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยได้ลองฝึกทักษะการใช้ฝ่ามือสักครั้ง ดังนั้นในครั้งนี้ เขาจึงถือโอกาสเปลี่ยนเป็นเคล็ดวิชา "ฝ่ามือเยือกแข็งนิลกาฬ"

หลังเปลี่ยนเป็นเคล็ดวิชาฝ่ามือเยือกแข็งนิลกาฬแล้ว ขณะเขาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในหอคำภีร์ หยางเสี่ยวเทียนก็บังเอิญพบคัมภีร์เกี่ยวกับการทำความเข้าใจวิญญาณยุทธ์ในหอคัมภีร์ จึงลองเปิดศึกษาดู

ด้วยเขาไม่ค่อยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณยุทธ์มากนัก จึงอยากลองอ่านศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เผื่อได้รู้จักมันมากขึ้น

วิญญาณยุทธ์มีหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิญญาณยุทธ์สัตว์ นอกจากวิญญาณยุทธ์สัตว์แล้ว ยังมีวิญญาณยุทธ์อาวุธ เช่น วิญญาณยุทธ์กระบี่ วิญญาณยุทธ์ดาบและอาวุธอื่นๆ และแม้แต่วิญญาณยุทธ์พืชก็มี

แต่โดยทั่วไปแล้ว เหล่าวิญญาจารย์ที่มีวิญญาณยุทธ์พืช ความแข็งแกร่งมักจะอยู่ในระดับที่ถือได้ว่าต่ำมาก

หยางเสี่ยวเทียนต้องใช้เวลานั่งอ่านมันถึงครึ่งชั่วยามจึงจะจบทั้งหมด ด้วยคัมภีร์เล่มนี้มีความหนาอยู่ไม่น้อย

แต่เมื่ออ่านจบ เขากลับรู้สึกตื่นเต้นมาก

เพราะสองสามหน้าสุดท้ายของคัมภีร์ ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุดต่างๆ

ซึ่งเขียนบอกไว้ว่า ผู้มีวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุดประเภทการเติบโต ซึ่งสามารถเติบโตต่อไปได้ผ่านการหมั่นฝึกฝนแลบ่มเพาะ จนที่สุดจะกลายเป็นราชันวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุด

โลกแห่งวิญญาจารย์นั้นกว้างใหญ่และไร้ขอบเขต พร้อมด้วยอัจฉริยะนับพันล้านคน อย่างไรก็ตาม ในเวลาหลายล้านปี จะมีผู้ที่ได้ครอบครองราชันวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุดเพียงคนเดียวเท่านั้น

ส่วนคนนั้นคือใคร หรือมีคุณสมบัติเช่นใด คัมภีร์ไม่ได้กล่าวไว้

หยางเสี่ยวเทียนไม่สามารถระงับความตื่นเต้นได้ หลังรู้ว่าวิญญาณยุทธ์ของเขาจะเติบโตไปเป็นราชันวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุด

หากไม่มีอะไรผิดพลาดเกินความคาดหมายเกิดขึ้น วิญญาณยุทธ์คู่ขั้นสูงสุดของเขานั้น พวกมันทั้งสองจะเติบโตเป็นราชันวิญญาณยุทธ์ขั้นสูงสุดในอนาคต

ขณะเดินพ้นออกจากประตูหอคัมภีร์ได้เพียงสองก้าว เจิ้งจื้อเผิงผู้ดูแลชั้นเรียนที่เดินตามหาเขาทั่วทั้งสำนักก็เข้ามาประจันหน้า เพื่อแจ้งถึงเรื่องการทดสอบประจำเดือนที่จะเริ่มในวันนี้

ก่อนจากไป เขายังย้ำหยางเสี่ยวเทียนว่าต้องไปให้ถึงห้องเรียนก่อนยามซื่อ เพื่อทดสอบประจำเดือน หากเขาขาดการเข้าร่วมในครานี้ จะส่งผลต่อคะแนนประเมินของเขาและศิษย์ในห้องสี่ทุกคนในเดือนนี้ ซึ่งจะถูกลงบันทึกไว้ ด้วยถือเป็นความเสียหายร้ายแรงตามกฏข้อบังคับของสำนัก

หลังเจิ้งจื้อเผิงกล่าวจบ เขาก็หันหลังจากไปอย่างไม่แยแสหยางเสี่ยวเทียนทันที

หากอาจารย์เกาลู่ไม่สั่งให้เขามา มีหรือที่คนอย่างเขาจะอยากสนทนากับคนเยี่ยงหยางเสี่ยวเทียน

“การสอบประจำเดือนงั้นหรือ”

หยางเสี่ยวเทียนมองยังร่างเจิ้งจื้อเผิง ที่กำลังเดินห่างออกไปแล้วพึมพัมกับตัวเอง

ถึงผู้อ่านทุกท่าน

***วันนี้ขอลงหนึ่งตอนก่อนนะคะ เพราะติดธุระจริงๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นจะลงให้ได้อ่านกันอีกเท่าเดิมค่ะ ต้องขออภัยนักอ่านทุกท่านด้วย อยากแปลให้ได้อ่านกันเยอะๆ จะได้มันส์ด้วยกัน ด้วยใจที่มุ่งมันแต่เวลาไม่อำนวย จึงแปลลงได้แค่วันละ 2-4 ตอนจริงๆ แง่…***

จบบทที่ บทที่ 73 ราชันวิญญาณยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว