เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 ตลาดค้าทาส

บทที่ 56 ตลาดค้าทาส

บทที่ 56 ตลาดค้าทาส


เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หยางเสี่ยวเทียนก็พยักหน้าพลางกล่าวว่า

“ตกลง”

เพราะราคานี้ถือว่าดีอยู่แล้ว ทั้งยังเกินกว่าที่เขาคาดไว้เล็กน้อยด้วยซ้ำ

จากนั้น ผู้ดูแลสาขาก็มอบเหรียญทองจำนวนหนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญให้กับหยางเสี่ยวเทียนอย่างรวดเร็วด้วยกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ

หยางเสี่ยวเทียนเก็บเหรียญทองทั้งหมดไว้ในแหวนเตาหลอมแล้วหันตัวออกจากสมาคมการค้าเฟิงยวินทันที

พอหยางเสี่ยวเทียนออกจากสมาคมการค้าเฟิงยวิน ผู้ดูแลสาขาก็เร่งรายงานการปรากฏตัวของหยางเสี่ยวเทียนต่อประธานสมาคมการค้าอย่างรวดเร็ว

หากพิจารณาจากการปกปิดตัวตนและโอสถระดับสูงสุดที่เขานำมา ชายคนนี้ต้องเป็นนักปรุงโอสถลึกลับจากเมืองซิงเยว่แน่นอน

หลังหยางเสี่ยวเทียนออกจากสมาคมการค้าเฟิงยวิน เขาก็ถอดหน้ากากแล้วรุดไปยังตลาดค้าทาสทันที

ในการซื้อเรือนใหม่ จำเป็นต้องซื้อทาสสองสามคนเสียก่อนเพื่อใช้เป็นตัวแทนเจ้าของเรือน หากคนโดยรอบเกิดสงสัย ว่าเด็กอายุเพียงแปดขวบสามารถหาเงินจำนวนมากมาซื้อเรือนจะผิดสังเกตเอาได้

อีกทั้ง ตอนนี้เขาอายุเพียงแปดขวบไม่สะดวกที่จะทำสิ่งต่างๆ จึงต้องใช้ทาสผู้ซื่อสัตย์คอยทำหน้าที่แทน

เมื่อพ่อค้าทาสเห็นหยางเสี่ยวเทียนสวมอาภรณ์ของสำนักเสินเจี้ยน ก็มิอาจกล้าดูหมิ่นแลแนะนำบรรดาทาสที่เขามีต่อหยางเสี่ยวเทียนอย่างพินอบพิเทา

ทาสเหล่านี้ถูกขังอยู่ในลูกกรงเหล็ก แบ่งแยกตามฐานะและความสามารถกระจายกันอยู่หลายแห่งในตลาด

เพียงแต่ทาสส่วนใหญ่ไม่มีขั้นการฝึกฝนและระดับพลังของวิญญาณยุทธ์ยังต่ำมาก หยางเสี่ยวเทียนจึงไม่ต้องการพวกเขาเหล่านี้

ขณะเดินผ่านกรงเหล็กไปเรื่อยๆ หยางเสี่ยวเทียนก็สะดุดตาห้องขังหนึ่ง เขาเห็นชายวัยกลางคนที่มีหนวดเครารุงรังถูกขังอยู่เพียงลำพังในกรงเหล็ก อายุน่าจะราวสามสิบเศษ เสื้อผ้าอาภรณ์ขาดรุ่งริ่ง แววตาก็พลางสิ้นหวังดั่งคนใกล้ตาย

“นามเขาคือหลัวชิง เคยเป็นเจ้าสำนักแห่งหนึ่งในอาณาจักรเทียนโต้ว เดิมทีเขาเป็นผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดของขั้นราชันยุทธ์ ทว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน สำนักนั้นโดนโจมตีจนพังพินาศ ตันเถียนเขาถูกทำลาย เส้นเอ็นของมือทั้งสองข้างก็ขาดสะบั้น จนสูญเสียพลังโดยสมบูรณ์ กลายเป็นคนไร้ค่า”

เมื่อเห็นว่าหยางเสี่ยวเทียนสนใจชายวัยกลางคนผู้นี้ พ่อค้าทาสจึงรีบแนะนำเขาผู้นั้นอย่างรวดเร็ว

ตันเถียนแตกสลายและเส้นเอ็นของมือขาดสะบั้นงั้นหรือ

หยางเสี่ยวเทียนยกมือขึ้นจับที่ปลายคางพลางลูบขณะขบคิดอยู่ครู่ จึงถามว่า “ทาสผู้นี้ราคาเท่าไหร่”

พ่อค้าทาสพลันรีบอธิบาย “แฮะๆ นายน้อย ท่านคงรู้ดีว่าถึงแม้เขาจะเป็นคนไร้ประโยชน์และสูญเสียพลังโดยสมบูรณ์ แต่ครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดของขั้นราชันยุทธ์ และความรู้ยังคงอยู่ใน…”

“เท่าไหร่!” หยางเสี่ยวเทียนกล่าวขัดจังหวะ

“หนึ่งหมื่นเหรียญทองขอรับ” พ่อค้าทาสตอบด้วยท่าทีลังเลขณะสายตาล่อกแล่กแสดงถึงความเจ้าเล่ห์

หยางเสี่ยวเทียนสืบเท้าต่อพร้อมผิวปากไปพลาง โดยแสร้งทำเป็นไม่ต้องการทาสผู้นี้ จากนั้นจึงไปต่อยังกรงเหล็กอื่น ทำพ่อค้าทาสต้องรีบเร่งเดินตามไปเพื่อยื่นข้อเสนออีกครั้ง

“แฮะๆ ข้าอาจเสนอราคาสูงไปหน่อย นายน้อยหากท่านต้องการทาสผู้นั้นล่ะก็ เก้าพันเหรียญทองล่ะเป็นอย่างไร”

หยางเสี่ยวเทียนไม่แสดงท่าทีอะไรและยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้ากรงเหล็กที่มีออร์คผิวกายสีทองสองตน

“ออร์คทั้งสองนี้ สืบเชื้อสายมาจากเผ่าเทพหิรัณย์โบราณ” พ่อค้าทาสแนะนำอย่างเร่งรีบ

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาเป็นทายาทของเผ่าเทพหิรัณย์” หยางเสี่ยวเทียนถามย้อนกลับ

เจ้าพ่อค้าคนนี้ คิดว่าเขาเป็นเพียงเด็กแล้วจะโง่งั้นหรือ

พ่อค้าทาสยิ้มเจื่อนๆ ด้วยละอาย “แฮะๆ ข้าก็ไม่แน่ใจ เพียงได้ยินเขาบอกมาอีกที”

หลังจากเดินจนรอบ ที่สุดหยางเสี่ยวเทียนก็ได้หลัวชิงและออร์คสองตนในราคาหนึ่งหมื่นสามพันเหรียญทอง

เมื่อออกจากตลาดค้าทาส หยางเสี่ยวเทียนก็ให้ทั้งสามกลืนโอสถคนละเม็ด และบอกพวกเขาว่ามันเป็นโอสถพิษที่ใช้ควบคุม หากไม่มีโอสถที่ใช้ถอนพิษทั้งสามก็จะตายจากพิษในทันที

แม้ทั้งสามให้สัญญาว่าจะไม่ทรยศ แต่สิ่งที่เขาต้องการคือความภักดีอย่างแท้จริง

เพราะเขาเองก็มีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้เช่นกัน ทั้งปราณมังกรแรกเริ่มและเพลงกระบี่ตงเทียน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องได้รับความภักดีอย่างแท้จริงจากทั้งสาม

จากนั้น หยางเสี่ยวเทียนก็ให้ออร์คสองตนนำเหรียญทองจำนวนหนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญ ไปที่สมาคมการค้าเคหสถานเพื่อซื้อเรือนที่เขาเลือกไว้แต่แรก

เวลานั้นเอง ข่าวใหญ่ว่านักปรุงโอสถลึกลับผู้หลอมโอสถสร้างฐานวิญญาณระดับสวรรค์ได้ปรากฏตัวขึ้น ณ เมืองเสินเจี้ยนแห่งนี้ก็แพร่สะพัดไปถ้วนทั่ว

หลินหยงและเฉินหยวนก็ได้ทราบข่าวลือหนาหูนี้แล้วเช่นกัน

“นักปรุงโอสถคนนั้นมาที่เมืองเสินเจี้ยนงั้นหรือ!” หลินหยงรู้สึกประหลาดใจยิ่งกับข่าวคราวที่ได้รับรู้

เฉินหยวนกล่าว “ใช่ ครั้งนี้เขาขายโอสถวิญญาณหลงหู่ระดับสูงสุดสิบเม็ดให้กับสมาคมการค้าเฟิงยวิน”

เขากล่าวเสริม “ข้าได้ยินจากผู้ดูแลสาขาของสมาคมการค้าเฟิงยวิน ว่าโอสถวิญญาณหลงหู่ทั้งสิบเม็ดนี้ เป็นโอสถที่พึ่งหลอมขึ้นมาใหม่ไม่เกินสิบวันทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าชายคนนี้สามารถหลอมโอสถวิญญาณหลงหู่สิบเม็ดได้ภายในสิบวัน!”

“หากเป็นเช่นนี้จริงๆ เกรงว่าขั้นหลอมโอสถของเขาอาจถึงขั้นสยบสวรรค์พิภพแล้ว”

โอสถขั้นเซียนเทียนที่ใช้เพิ่มระดับบำเพ็ญนั้นยากต่อการหลอม ทั้งยังมีอัตราความล้มเหลวสูงมาก บางทีแม้จะหลอมถึงห้าครั้งและใช้อีกห้าเตาก็อาจไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนโอสถที่หลอมสำเร็จได้ก็เป็นเพียงระดับต่ำหรือระดับกลางเท่านั้น

โอสถขั้นเซียนเทียนระดับสูงนั้นหาได้ยาก หากเป็นระดับสูงสุดยิ่งไม่ต้องพูดถึง ที่ไม่ต่างกับงมเข็มในมหาสมุทร

นักปรุงโอสถจำนวนมากอาจใช้เวลาหลายปีในการหลอม แต่ก็ไม่สามารถหลอมโอสถขั้นเซียนเทียนระดับสูงสุดออกมาได้

ทว่า การหลอมโอสถขั้นเซียนเทียนระดับสูงสุดสิบเม็ดภายในสิบวัน เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

หลินหยงทอดถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม “ช่างน่าเสียดายที่ชายผู้นี้ไม่อยากเข้าร่วมกับสำนักของข้า มิเช่นนั้น หากดึงเขาเข้าร่วมสำนักได้ข้ายินดีจะจ่ายในราคาใดก็ตามที่เขาร้องขอ”

จบบทที่ บทที่ 56 ตลาดค้าทาส

คัดลอกลิงก์แล้ว