- หน้าแรก
- ระบบสร้างตระกูลอมตะ: จากตระกูลตกอับสู่เจ้ายุทธภพ
- บทที่ 30 สมุนไพรถูกปล้น
บทที่ 30 สมุนไพรถูกปล้น
บทที่ 30 สมุนไพรถูกปล้น
หนึ่งเดือนต่อมา
งานมงคลสมรสอันยิ่งใหญ่ถูกจัดขึ้นที่หุบเขาชิงเฟิง
เป็นการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่ทรงพลัง
ทายาทสายตรงของตระกูลเจิ้งแต่งงานกับหลานชายของมหาผู้อาวุโสตระกูลหลี่ ทั้งสองตระกูลเป็นตระกูลเก่าแก่ชั้นแนวหน้าของอำเภอไป๋เหอ ดังนั้นผู้มีหน้ามีตาทั้งหลายในอำเภอต่างตบเท้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
แม้แต่ตระกูลซ่งที่มีเรื่องบาดหมางกับตระกูลหลี่ ก็ยังส่งผู้อาวุโสท่านหนึ่งนำของขวัญมาร่วมอวยพร
หอหารือตระกูลหลี่
"ท่านผู้อาวุโส ข้าจะเข้าฌานเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ห้ามใครมารบกวนเด็ดขาด เว้นแต่ตระกูลจะประสบวิกฤตถึงความเป็นความตาย"
"ระหว่างนี้ กิจการงานต่างๆ ของตระกูล ฝากพวกท่านดูแลด้วย"
หลี่ซิงเก๋อนั่งอยู่บนบัลลังก์ประธาน สั่งการด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เหล่าผู้อาวุโสรับคำสั่งด้วยความยินดี
ประตูหินหนาหนักของห้องบำเพ็ญเพียรประมุขค่อยๆ ปิดลง
หลี่ซิงเก๋อนั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่ง สัมผัสถึงพลังปราณวิญญาณอันเข้มข้นรอบกาย เขาหลับตาลงช้าๆ และเริ่มบำเพ็ญเพียรอย่างหนักหน่วง
......
นับตั้งแต่หลี่ซิงเก๋อเข้าฌาน
ตระกูลหลี่ก็เริ่มเก็บเนื้อเก็บตัวฟื้นฟูกำลัง ทำให้ทั่วทั้งอำเภอไป๋เหอดูสงบสุขขึ้นมาระยะหนึ่ง
หนึ่งเดือนต่อมา...
บนถนนเรียบสายหนึ่ง รถม้าหลายคันกำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
รถม้าทุกคันมีธงสีดำโบกสะบัดอยู่สองข้าง
บนธงสีดำ ตัวอักษรสีทอง "หลี่" โดดเด่นสะดุดตา
สองข้างรถม้า มีชายฉกรรจ์สิบกว่าคนถือดาบเดินคุ้มกัน
"ทุกคนเร่งมือหน่อย อดทนอีกสักสองชั่วยาม ภารกิจก็จะเสร็จสิ้นแล้ว ถึงตอนนั้นข้าจะควักกระเป๋าเลี้ยงเหล้าพวกเจ้าที่หอนางโลมเอง"
ชายฉกรรจ์บนหลังม้าที่เป็นหัวหน้าขบวน ปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วตะโกนบอกลูกน้องด้วยรอยยิ้ม
"ท่านสิบเจ็ดใจป้ำจริงๆ!"
ทุกคนหัวเราะชอบใจ พลันรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ฝีเท้าเร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในป่าทึบสองข้างทาง จิตสังหารก่อตัวขึ้นเงียบๆ
แสงเย็นวาบพุ่งออกมาดุจสายฟ้า ผู้คุ้มกันคนหนึ่งล้มลงกับพื้น กุมลำคอด้วยความเจ็บปวด
เหตุการณ์กะทันหันทำให้ทุกคนตกตะลึง
เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้าขบวนรีบตะโกน "ระวังตัว!"
สิ้นเสียง ลูกธนูอีกระลอกก็พุ่งเข้ามา
ผู้คุ้มกันชักดาบออกจากฝัก ปัดป้องลูกธนู
หลังฝนธนูสงบลง มีคนล้มตายไปอีกสี่คน
"ฆ่าพวกมัน!"
เสียงตะโกนดังก้องมาจากป่าทึบ
เงาร่างชุดดำที่ซุ่มซ่อนอยู่นาน พุ่งออกจากป่า พร้อมอาวุธครบมือ ล้อมขบวนรถม้าไว้
"บังอาจ! รู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร? ถ้ารีบไสหัวไปตอนนี้ ข้าอาจไว้ชีวิตพวกเจ้า!"
ชายที่ถูกเรียกว่าท่านสิบเจ็ด ตวาดลั่นด้วยความโกรธ
"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าย่อมรู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของตระกูลหลี่ดี"
ชายชุดดำใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและตาบอดข้างหนึ่ง เดินอาดๆ ออกมาจากป่าทึบ หัวเราะลั่น
จากนั้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป แววตาฉายความอำมหิต "แต่คนตระกูลหลี่ของพวกเจ้านี่แหละ คือคนที่ข้าตั้งใจจะมาฆ่า"
หัวใจของท่านสิบเจ็ดดิ่งวูบ ดูท่าแขกไม่ได้รับเชิญวันนี้จะพุ่งเป้ามาที่ตระกูลหลี่โดยเฉพาะ
คงเลี่ยงการปะทะไม่ได้แล้ว
คิดได้ดังนั้น ท่านสิบเจ็ดตัดสินใจเด็ดขาด ตะโกนลั่น "พี่น้อง ฆ่าพวกมัน!"
สิ้นเสียง
เขาก็พุ่งเข้าใส่ศัตรูเป็นคนแรก
ชายชุดดำสองคนเห็นดังนั้น รีบชักดาบเข้าปะทะ
แสงเย็นวาบ หัวของชายชุดดำทั้งสองหลุดกระเด็นทันที
หัวหน้าชายชุดดำมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาอำมหิตยิ่งขึ้น
"ฝีมือไม่เลว แต่วันนี้ เจ้าต้องตาย!"
พูดจบ เขาก็ชักดาบใหญ่จากกลางหลัง ฟันใส่ท่านสิบเจ็ด
ท่านสิบเจ็ดยกดาบขึ้นรับ อาวุธปะทะกัน ประกายไฟแลบแปลบปลาบ เสียงโลหะกระทบกันแสบแก้วหู
ร่างของท่านสิบเจ็ดถอยหลังไปหลายก้าว
เขากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ขอบเขตกายเนื้อขั้นความสำเร็จเล็ก!"
"หึ เลิกพูดมาก แล้วไปตายซะ!"
เมื่อได้เปรียบ หัวหน้าชายชุดดำก็รุกไล่อย่างไม่ลดละ
กระบวนท่าดาบดุดันต่อเนื่อง ทำให้ท่านสิบเจ็ดรับมืออย่างยากลำบาก
"คนตระกูลหลี่ก็มีน้ำยาแค่นี้เองรึ!"
หัวหน้าชายชุดดำเยาะเย้ยอย่างดูแคลน
"เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!"
ท่านสิบเจ็ดโกรธจัด เหวี่ยงดาบสุดแรง เข้าปะทะหัวหน้าชายชุดดำอีกครั้ง
ด้วยการแลกชีวิต ทั้งสองที่มีฝีมือต่างกันพอสมควร กลับสู้กันได้อย่างสูสีอยู่พักหนึ่ง
"ท่านสิบเจ็ด หยุดสู้ได้แล้ว! อย่าห่วงพวกเรา รีบหนีไป!"
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นด้านหลังท่านสิบเจ็ด
ท่านสิบเจ็ดรีบหันไปมอง หัวใจก็หล่นวูบ
ผู้คุ้มกันของเขาถูกสังหารจนหมดสิ้นภายใต้วงล้อมของชายชุดดำจำนวนมาก
และคนสุดท้าย ถูกฟันกะโหลกแยกต่อหน้าต่อตาเขา
"ไม่!"
คนเราย่อมมีเลือดเนื้อ จิตใจ เมื่อเห็นพี่น้องที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาถูกฆ่าตาย ท่านสิบเจ็ดขอบตาแดงก่ำ
น้ำตาคลอเบ้า เขาคำราม "ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด!"
.........
หุบเขาชิงเฟิง
ศิษย์ตระกูลหลี่สี่คนที่มีพลังปราณกล้าแข็ง เฝ้าทางเข้าหุบเขาซึ่งเป็นเส้นทางเดียว
ไกลออกไป ม้าตัวหนึ่งควบมาอย่างรวดเร็ว ศิษย์ตระกูลหลี่ตะโกนสั่งทันที
"หยุด ลงจากม้า!"
เมื่อเห็นว่าคนขี่ม้าไม่มีทีท่าจะหยุด
พวกเขากำลังจะใช้กำลังสกัดกั้น ก็เห็นคนบนหลังม้าหมดเรี่ยวแรง ร่วงลงมาหัวทิ่มพื้น
พวกเขารีบเข้าไปดูด้วยความระมัดระวัง เมื่อเห็นหน้าชัดเจน
ก็อุทานพร้อมกัน "ท่านอาสิบเจ็ด!"
คนขี่ม้าผู้นี้คือท่านสิบเจ็ด หัวหน้าขบวนรถม้านั่นเอง
"หุบเขา... มังกรบิน... สมุนไพร... สมุนไพร... สมุนไพร... ถูกปล้น!"
พูดจบ ท่านสิบเจ็ดก็คอพับ สลบเหมือดไป
"เร็วเข้า เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! รีบไปรายงานท่านผู้อาวุโสเดี๋ยวนี้!"
.......
หอหารือตระกูลหลี่ เรียกประชุมผู้อาวุโสด่วน
"ทุกท่าน เมื่อครู่มีศิษย์ในตระกูลมารายงานว่า ขบวนสินค้าขนส่งสมุนไพรของตระกูลหลี่ถูกดักปล้นที่หุบเขามังกรบิน (เฟยหลง) สมุนไพรถูกชิงไป ส่วนเจ้าสิบเจ็ดบาดเจ็บสาหัส เป็นตายเท่ากัน!"
มหาผู้อาวุโสกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ได้ยินดังนั้น เหล่าผู้อาวุโสต่างโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!
นี่คือการตบหน้าตระกูลหลี่ฉาดใหญ่
ผู้อาวุโสรองผู้ใจร้อนลุกพรวดขึ้นยืน สีหน้าบึ้งตึง ตวาดลั่น "ใครทำ? ข้าจะไปฆ่ามัน!"
พูดจบ เขาก็ตบโต๊ะตรงหน้าจนแตกกระจาย
เห็นดังนั้น มหาผู้อาวุโสถลึงตาใส่
ตำหนิว่า "น้องรอง ระงับอารมณ์หน่อย เจ้าสิบเจ็ดเป็นลูกชายเจ้า ข้าเข้าใจความร้อนใจของเจ้า แต่ที่นี่คือหอหารือ สถานที่หารือราชการงานเมืองของตระกูล ไม่ใช่ที่ให้เจ้ามาอาละวาด!"
คำตำหนิของมหาผู้อาวุโสทำให้ผู้อาวุโสรองสงบลงชั่วคราว
เขาข่มความโกรธแล้วนั่งลง
"มหาผู้อาวุโส รู้ตัวคนทำไหมขอรับ?"
ผู้อาวุโสหกหลี่เหยียนเจ้าถามด้วยสีหน้าจริงจัง
มหาผู้อาวุโสส่ายหน้า "ยังไม่ชัดเจน ข้าเพิ่งได้รับข่าว และเจ้าสิบเจ็ดคนเดียวที่รู้เรื่องก็ยังไม่ฟื้น"
"สมุนไพรลอตนี้สำคัญต่อตระกูลหลี่มาก ศิษย์ในตระกูลหลายคนกำลังรอสมุนไพรเหล่านี้เพื่อชำระกาย หากการบำเพ็ญเพียรของศิษย์ในตระกูลต้องล่าช้า เราจะตอบคำถามท่านประมุขตอนออกจากฌานได้อย่างไร?"
ผู้อาวุโสสามแทรกขึ้น
"เราหาซื้อลอตใหม่มาแทนไม่ได้หรือ?"
"ไม่ทันแล้ว"
ผู้อาวุโสหกส่ายหน้า
"สมุนไพรของหอสมุนไพรขาดตลาด ตระกูลหลี่เรามีโควตาซื้อได้แค่ครึ่งปีครั้งเท่านั้น"
สีหน้าของทุกคนย่ำแย่ลงไปอีก
"เราต้องชิงสมุนไพรลอตนี้กลับมาให้ได้"
ผู้อาวุโสรองกล่าวเสียงเข้ม
"หุบเขามังกรบินเป็นถิ่นใคร?"
มหาผู้อาวุโสหรี่ตาถาม
"ค่ายโจรเสื้อคลุมดำ!"
ผู้อาวุโสสามตอบเสียงต่ำ
"ค่ายโจรเสื้อคลุมดำ ช่างกล้านัก ข้าจำได้ว่าหัวหน้าใหญ่ของค่ายนี้คือ 'พยัคฆ์เขย่าภูผา' ใช่ไหม?"
"ถูกต้อง ข้าว่าไอ้เสือบ้านี่คงเบื่อโลกเต็มทน! อย่าคิดว่าค่ายเสื้อคลุมดำภูมิประเทศดี ตั้งรับง่ายโจมตียาก แล้วเราจะทำอะไรไม่ได้ มหาผู้อาวุโส ระดมยอดฝีมือในตระกูลไปถล่มค่ายมันให้ราบเป็นหน้ากลองเลยเถอะ"
เหล่าผู้อาวุโสเสนอความเห็น
"ทุกท่าน อย่าเพิ่งใจร้อน อย่าให้ความโกรธครอบงำสติ แม้พยัคฆ์เขย่าภูผาจะหยิ่งยโส แต่หลายปีมานี้เขาก็อยู่ส่วนเขา ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับตระกูลเรา เรื่องนี้อาจมีเงื่อนงำ"
"ที่มหาผู้อาวุโสพูดมาก็มีเหตุผล ตามหลักแล้ว พยัคฆ์เขย่าภูผาไม่น่าจะมีความกล้าพอที่จะลงมือกับตระกูลหลี่ของเรา"
ในอดีต พยัคฆ์เขย่าภูผายังไม่กล้าตอแยตระกูลหลี่
นับประสาอะไรกับตระกูลหลี่ในตอนนี้ที่กำลังรุ่งโรจน์หลังเกี่ยวดองกับตระกูลเจิ้ง
เว้นแต่สมองของพยัคฆ์เขย่าภูผาจะโดนลาเตะจนเพี้ยนไปแล้ว
"ไม่ว่าจะยังไง ในเมื่อเหตุเกิดในถิ่นค่ายโจรเสื้อคลุมดำ เราก็ต้องไปคิดบัญชีกับพยัคฆ์เขย่าภูผาอยู่ดี หากเรื่องนี้เป็นฝีมือมันจริง ตระกูลหลี่เราก็ไม่ใช่ขนมหวานให้ใครมาเคี้ยวเล่น"
มหาผู้อาวุโสกล่าวเสียงเย็น
"มหาผู้อาวุโสปราดเปรื่อง!"
"ผู้อาวุโสหก รบกวนท่านเดินทางไปสักเที่ยว"
"รับทราบ!"
หลี่เหยียนเจ้ารับคำสั่งด้วยความยินดี