- หน้าแรก
- อย่าหาว่าผมงมงาย ก็ศพมันคายความลับ
- บทที่ 023 เขาต้องกำลังไขคดีอยู่แน่ๆ
บทที่ 023 เขาต้องกำลังไขคดีอยู่แน่ๆ
บทที่ 023 เขาต้องกำลังไขคดีอยู่แน่ๆ
"อย่าไปแปลกใจเลยครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น"
หลี่เฟิงไม่รู้สึกแปลกใจอะไรเกี่ยวกับหลินเซินอีกต่อไปแล้ว ต่อให้เรื่องราวมันหลุดโลกแค่ไหน ถ้าเกิดขึ้นกับหลินเซิน มันก็ดูสมเหตุสมผลไปหมด
"ผมเองก็ได้ยินข่าวมาบ้างเหมือนกัน ใช่ๆ จริงด้วย..."
หัวหน้าทีมตรวจสอบดูจะสนิทสนมกับหลี่เฟิงพอสมควร เขาตบไหล่หลี่เฟิงเบาๆ "ผอ.หลี่ สหายหลี่! ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี พูดตามตรง ผมไม่รู้จะปลอบใจคุณหรือจะรู้สึก... ฮ่าๆๆ แต่ยังไงก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ คุณมีอัจฉริยะอยู่ใต้บังคับบัญชา!"
หลี่เฟิง: "ไปให้พ้นเลยไป!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ผู้ช่วยหัวหน้าทีมตรวจสอบก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมา "หัวหน้าครับ เขา... เขา... เป็นบ้าไปแล้วครับ น้ำลายฟูมปาก..."
"เรียกรถพยาบาลด่วน!"
ตอนนี้ อย่าว่าแต่ในโลกออนไลน์เลย ในโลกความเป็นจริง เซี่ยงไฮ้ทั้งเมืองได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง
ตั้งแต่ระดับบนยันระดับล่าง ถ้าไม่หวาดผวาจนหัวหด ก็กำลังวุ่นวายจนหัวหมุน
ในขณะเดียวกัน หลินเซิน พระเอกตัวจริงและตัวการของเรื่องทั้งหมด กำลังเรืองแสงอยู่ในลานจอดรถใต้ดินอันมืดมิด
เมื่อเช้า หลังจากหลินเซินออกจากบ้านของจ้าวเต๋อโหย่ว เขาได้ให้เบาะแสสำคัญในการไขคดีกับจางหมิงหยาง หัวหน้าทีมสืบสวนไปหลายอย่าง จางหมิงหยางไม่มีปัญหาในการจัดการคดีแบบนี้
บวกกับความ "จริงใจ" สุดขีดของท่านรองฯ หลิวในภายหลัง คดีที่เขาแฉออกมาจึงเหลือแค่ขั้นตอนการจับกุมและสอบปากคำตามระเบียบเท่านั้น
ดังนั้น พลังบุญกุศลจึงหลั่งไหลมารวมที่ตัวหลินเซินอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
นี่คือเหตุผลที่เขาหายตัวไปกะทันหัน
การผสานพลังบุญกุศลเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วคือสิ่งที่หลินเซินปรารถนาที่สุด ส่วนการไขคดีเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น
ไม่ไกลนัก
วิญญาณของจ้าวเต๋อโหย่วและหลินหยวนหยวนมองดูหลินเซินที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีขาวด้วยสายตาเลื่อมใสศรัทธา
"เจ้าหน้าที่หลินแข็งแกร่งจริงๆ!"
"เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม"
หลินหยวนหยวนจ้องมองหลินเซินอย่างเหม่อลอย
จ้าวเต๋อโหย่วที่อยู่ข้างๆ สูดหายใจลึก "ใช่ครับ ความฝันวัยเด็กของผมก็อยากเป็นตำรวจที่ดี แต่สุดท้าย... ผมกลับเดินทางตรงกันข้าม หึหึ จะว่าไป ถ้าไม่ได้เจ้าหน้าที่หลิน ผมคง..."
จ้าวเต๋อโหย่วพูดไม่จบประโยค แต่หลินหยวนหยวนพอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาในตอนนี้
"สมน้ำหน้า!"
"ก็แค่... ผมไม่มีทางเลือก"
"บางที... นี่อาจเป็นชะตากรรมของผม ฟ้าลิขิตให้ผมต้องเจอกับวิบากกรรมนี้"
จ้าวเต๋อโหย่วล่องลอยไปมาอย่างไร้จุดหมาย "คุณบริสุทธิ์จริงๆ เหมือนกับลูกสาวผม เธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่กลับต้องมีชีวิตที่เลวร้าย ถ้าไม่ใช่เพราะ... ช่างเถอะ ช่างเถอะ เราอยู่คนละภพแล้ว การที่เจ้าหน้าที่หลินช่วยล้างแค้นให้พวกเรา ก็นับเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่แล้ว"
หลินหยวนหยวนเห็นด้วยกับจ้าวเต๋อโหย่วอย่างยิ่ง "ใช่ ฉันขอบคุณเจ้าหน้าที่หลินจากใจจริง"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ผมดูออกนะว่าคุณหลงรักเจ้าหน้าที่หลิน!"
"คุณพูดอะไรนะ?"
หลินหยวนหยวนหันขวับไปมองจ้าวเต๋อโหย่วด้วยความงุนงง "ทำไมคุณถึงเป็นคนแบบนี้?"
"ไม่ใช่เหรอ?"
"เปล่า ฉันหมายความว่า ทำไมคุณเปลี่ยนเรื่องคุยเร็วนักล่ะ?"
"อ๋อ ก็ความรักของคุณมันหนาแน่นยิ่งกว่าไอวิญญาณรอบตัวคุณอีก มันชัดเจนจะตาย"
หลินหยวนหยวนลอยเข้าไปใกล้หลินเซินอีกนิด แต่ไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะรังสีของหลินเซินแรงกล้าเกินไป ขืนเข้าใกล้กว่านี้วิญญาณเธออาจแตกสลายได้
เวลาผ่านไปทีละนาที แสงสีขาวที่ห่อหุ้มหลินเซินค่อยๆ จางหายไป เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืด
ฟู่ว...
หลินเซินถอนหายใจยาว สีหน้าเปี่ยมสุข
"ขอบเขตการควบแน่นโลหิต ขั้นต้น!"
"ไม่เลว แค่ครึ่งวันก็ทะลวงผ่านได้ถึงสามขั้นย่อย"
ระดับการบำเพ็ญเพียรในโลกเดิมของหลินเซินแบ่งออกเป็น: ขอบเขตการชำระกายา, ขอบเขตการควบแน่นโลหิต, ขอบเขตการสร้างรากฐาน, ขอบเขตการก่อเกิดตู้ , ขอบเขตจินตาน , ขอบเขตการแปลงเทพ, และขอบเขตนิพพาน
แต่ละขอบเขตใหญ่แบ่งย่อยเป็นสามขั้น: ต้น, กลาง, และปลาย
หลินเซินจำได้ว่าเขาใช้เวลาถึงปีครึ่งกว่าจะฝึกจากไม่รู้อะไรเลยจนถึงขอบเขตการควบแน่นโลหิตในโลกเดิม ไม่นึกเลยว่าในโลกนี้จะใช้เวลาไม่ถึงวัน
ช่างน่าตกใจจริงๆ
ด้วยระดับพลังที่เพิ่มขึ้น คาถาอาคมที่หลินเซินใช้ได้ก็จะทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก
ความจริงแล้ว พลังบุญกุศลยังคงไหลเข้าสู่ร่างกายเขาอยู่ แต่เขาไม่รีบร้อนจะผสานมัน ร่างกายเขายังรับไหว หลินเซินอยากใช้เวลาไปกับการไขคดีให้มากขึ้น บริหารเวลาให้คุ้มค่า และร่นระยะเวลาฟื้นฟูพลังบำเพ็ญให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลินเซินลุกขึ้นยืน ความมืดรอบกายไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นของเขาเลย
เขาเหลือบมองหลินหยวนหยวนและจ้าวเต๋อโหย่วที่อยู่ไม่ไกล "จัดการธุระเสร็จแล้วเหรอ?"
หลินหยวนหยวนลอยเข้ามาข้างกายหลินเซินอย่างเอียงอาย มองเขาด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม "ค่ะ เรียบร้อยหมดแล้ว ไม่มีตกหล่น"
"อืม"
หลินเซินตอบรับเรียบๆ แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางทางออกลานจอดรถ
หลินหยวนหยวนและจ้าวเต๋อโหย่วรีบตามไป
"เจ้าหน้าที่หลินคะ ตอนนี้คุณดังมากเลยนะ"
"ตอนที่คุณนั่งสมาธิ ฉันแอบไปส่องโทรศัพท์คนแถวนี้มา คุณติดอันดับคำค้นหายอดนิยม มีคนพูดถึงคุณเต็มไปหมดเลย"
"ไม่ต้องพูดถึงหรอก แม่หนูคนนี้ทำงานละเอียดรอบคอบจริงๆ ถ้าเป็นผม คงคิดแผนแยบยลแบบนี้ไม่ออกแน่"
คำพูดของจ้าวเต๋อโหย่วชัดเจนว่าต้องการเยินยอหลินหยวนหยวน แต่ปฏิกิริยาของหลินเซินทำให้เขารู้สึกว่าพูดไปก็ไลฟ์บอย
หลินเซินหยุดเดิน หันกลับมามองทั้งสองคน
หลินหยวนหยวนยิ่งเขินอายหนักเข้าไปอีก ไอวิญญาณแผ่ซ่านไม่หยุด "พูดบ้าอะไรของคุณ? เจ้าหน้าที่หลินเขาไม่สนใจชื่อเสียงจอมปลอมพวกนี้หรอก"
"อ๋อ"
จ้าวเต๋อโหย่วไม่กล้าพูดอะไรอีก
หลินเซินมองการแสดงรับส่งมุกของทั้งคู่แล้วไม่ได้เปิดโปง เพียงแค่ถามว่า "จะลอยไปลอยมาต่อ หรือจะลงไปข้างล่าง?"
ทั้งคู่ลังเล
จ้าวเต๋อโหย่วพูดขึ้น "เจ้าหน้าที่หลินครับ ผมตัดใจจากลูกสาวไม่ลง ผมรู้ว่าเรื่องทั้งหมดผมทำตัวเอง ผมอยากอยู่ข้างๆ แก อยากเฝ้าดูแกโตขึ้นทีละนิด..."
"ถ้าอยากให้แกตายเร็วๆ ก็เชิญ"
จ้าวเต๋อโหย่วเงียบกริบ เขาเข้าใจความหมายของหลินเซินดี
คนกับผีอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้
เดิมทีหลินหยวนหยวนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอได้ยินหลินเซินพูด เธอก็เก็บความรู้สึกในใจไว้ "เจ้าหน้าที่หลินคะ งั้น... รบกวนคุณอีกครั้ง ช่วยส่งพวกเราลงไปเถอะค่ะ ฉันหมดห่วงทางโลกแล้ว"
จ้าวเต๋อโหย่วมองหลินหยวนหยวนอย่างงุนงง กระซิบถาม "คุณไม่คิดจะ... สารภาพรักหน่อยเหรอ?"
หลินหยวนหยวนถลึงตาใส่เขาอย่างดุเดือด แล้วไม่พูดอะไรอีก
"ตกลงครับ งั้นรบกวนเจ้าหน้าที่หลินด้วย"
จ้าวเต๋อโหย่วตัดสินใจเลือกทางเดิน
หลินเซินไม่รอช้า หลังจากทะลวงเข้าสู่ขอบเขตการควบแน่นโลหิตขั้นต้น เขาไม่ต้องร่ายคาถาเพื่อส่งวิญญาณหรือเปิดประตูยมโลกอีกแล้ว
เขาเพียงกระทืบเท้าเบาๆ รอยแยกก็ปรากฏขึ้นที่พื้นดิน
แรงดึงดูดประหลาดพุ่งออกมาจากรอยแยก ดูดร่างของหลินหยวนหยวนและจ้าวเต๋อโหย่วลงไปทันที
ชั่ววินาทีนั้น หลินหยวนหยวนมองหลินเซินด้วยความอาลัยอาวรณ์ เธอนรู้ดีว่าจะไม่มีโอกาสได้พบหลินเซินอีกแล้ว ต่อให้มีชาติหน้า เธอก็คงจำอะไรไม่ได้
หลังจากส่งวิญญาณเสร็จ หลินเซินหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเวลา แต่พบว่าแบตหมดเครื่องดับสนิท
ช่างมันเถอะ
หลินเซินไม่สนใจเรื่องเวลาหรืออะไรทั้งนั้น
ไฟในลานจอดรถสลัว หลินเซินเดินไปทางทางออกพลางครุ่นคิด
เดินไปไม่ไกล จู่ๆ ก็มีคนชนเข้ากับเขา
"ว้าย!"
เฉินเซียวเสี่ยวที่กำลังไลฟ์สดกรีดร้อง "เดินดูทางหน่อยสิยะ... หือ? เจ้าหน้าที่หลิน? คุณพระช่วย!"
"เพื่อนๆ รีบดูเร็วว่าฉันเจอใคร!"
"นี่มันเจ้าหน้าที่หลินคนดังของเราไม่ใช่เหรอ?"
"บุพเพสันนิวาส! บุพเพอาละวาดชัดๆ! ตามหาแทบพลิกแผ่นดิน สุดท้ายมาเจอเจ้าหน้าที่หลินในลานจอดรถของฉันซะงั้น!"
เฉินเซียวเสี่ยวรีบสลับกล้องหลัง ดึงหลินเซินเข้ามาในเฟรมไลฟ์สด "เพื่อนๆ ฉันสาบานเลย เจ้าหน้าที่หลินต้องมาทำคดีที่นี่แน่ๆ ที่ไหนมีเจ้าหน้าที่หลิน ที่นั่นต้องมีคดี"
"ไม่มี!"
หลินเซินตอบเสียงเย็นชา แล้วเดินดุ่มๆ ออกไปโดยไม่สนใจ