- หน้าแรก
- อย่าหาว่าผมงมงาย ก็ศพมันคายความลับ
- บทที่ 015 แกมีเส้นใหญ่แค่ไหนว่ามา
บทที่ 015 แกมีเส้นใหญ่แค่ไหนว่ามา
บทที่ 015 แกมีเส้นใหญ่แค่ไหนว่ามา
หลินเซินปรากฏตัวขึ้นกลางห้องสวีต กวาดสายตามองไปรอบๆ
นี่ไม่ใช่แค่ห้องวีไอพีธรรมดา แต่มันคือห้องชุดสุดหรู ห้องน้ำ ห้องนอน ครบครัน แถมยังมีอุปกรณ์เพิ่มความเร้าใจชวนหน้าแดงอีกเพียบ
การตกแต่งหรูหราอลังการ ทุกตารางนิ้วอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่ง
หลินเซินพังประตูไม้บานหนาเข้ามา สร้างความเอิกเกริกไม่น้อย
ชายร่างท้วมในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเดินออกมาจากห้องด้านใน ปากคาบซิการ์ ท่าทางโอหังวางอำนาจ ราวกับคนใหญ่คนโตที่ไม่เกรงกลัวใคร
"หลี่ฮุยหวง?"
หลินเซินรู้ชื่อนี้จากปากเฉาคุน จึงลองเรียกหยั่งเชิงดู
เสียดายที่พลังบำเพ็ญของเขายังฟื้นคืนมาไม่มาก ไม่อย่างนั้นคงใช้วิชาค้นวิญญาณไปแล้ว ไม่ต้องมาเสียเวลาถามให้มากความ
หลี่ฮุยหวงเหลือบมองลูกน้องที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น สีหน้าไร้ความตื่นตระหนก เพียงแค่นี้ก็บอกได้ว่าเขาไม่ใช่กระจอก
เขาเดินข้ามร่างลูกน้องอย่างเชื่องช้า มานั่งลงบนโซฟานุ่ม พ่นควันซิการ์และเขี่ยขี้บุหรี่อย่างใจเย็น ท่าทีไม่แยแสหลินเซินเลยแม้แต่น้อย
"นายเป็นเด็กของลูกพี่คนไหน?"
หลินเซินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
ต้องยอมรับว่ามันนั่งสบายกว่าโซฟาที่บ้านเขาเยอะ
"ลูกพี่จาง"
"จางไหน?"
หลี่ฮุยหวงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ในเซี่ยงไฮ้มีขาใหญ่แซ่จางที่ไหนบ้างนะ? คิดไม่ออก
"ลูกพี่จางหมิงหยาง"
หลินเซินเอนหลังพิงพนักโซฟา เขาไม่รีบร้อนจะเค้นคอหลี่ฮุยหวง เพราะเรื่องนี้พัวพันคนเยอะเกินไป เบื้องหลังหมอนี่ต้องมีตัวการใหญ่กว่านี้แน่ เพื่อให้หลักฐานแน่นหนา บางครั้งก็ต้องใช้ลูกล่อลูกชนและทำตามขั้นตอนบ้าง
ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม!
หลี่ฮุยหวงยิ่งฟังยิ่งงง ไม่รู้เลยว่า 'จางหมิงหยาง' นี่มาจากสายไหน
ในวงการนักเลงมีคนชื่อนี้ด้วยเหรอ?
"ไอ้หนุ่ม ฉันเห็นนายมีฝีมือดี นิสัยคล้ายฉันสมัยหนุ่มๆ"
"รวดเร็ว แม่นยำ เด็ดขาด กล้าลงมือ และใจถึง!"
"บอกมาสิ 'ลูกพี่จาง' ของนายจ่ายให้เท่าไหร่? ฉันให้สองเท่า มาทำงานกับฉันดีกว่า"
หลี่ฮุยหวงถูกใจหลินเซินจริงๆ
เพราะแวบแรกที่เห็น เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา ไม่ต้องพูดถึงฝีมือ แค่มาด 'ข้าคือที่หนึ่งในใต้หล้า' ก็ทำให้หลี่ฮุยหวงนับถือในความใจกล้าแล้ว
เขาต้องการคนแบบนี้
คนเราออกมาท่องยุทธภพ จะมีอะไรสำคัญไปกว่าเงิน อำนาจ และผู้หญิง?
หลี่ฮุยหวงไม่เชื่อว่าถ้ามีเงินมากพอ จะซื้อตัวใครไม่ได้
"พูดตามตรง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจ่ายให้เท่าไหร่"
"ผมเพิ่งทำงานวันแรก เรื่องเงินเดือนยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่"
หลี่ฮุยหวงขำพรืด "ยิ่งดูยิ่งถูกใจว่ะ ซื่อตรงดีจริงๆ แต่ทำงานวันแรกก็เล่นมาพังร้านฉันแบบนี้ มันจะดีเหรอ? ช่างเถอะ ลองเก็บข้อเสนอฉันไปคิดดูนะ ท่องยุทธภพ การเลือกเจ้านายสำคัญกว่าความพยายามนะบอกให้"
"แล้ว 'ลูกพี่จาง' ของนาย แบ็คอัปเขาใหญ่เท่าฉันหรือเปล่า?"
หลินเซินทำหน้าจริงจัง "คงไม่ครับ! ผมกะดูแล้วแกคงใหญ่สู้คุณไม่ได้มั้ง!"
"เขาใหญ่แค่ไหน?"
หลี่ฮุยหวงไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อ จะใหญ่ไปกว่าเขาได้ยังไง
หลินเซินไม่รีบตอบ ย้อนถามด้วยความสนใจ "แล้วคุณล่ะใหญ่แค่ไหน? แน่นอน ไม่ต้องบอกก็ได้ ผมจะถือว่าคุณขี้โม้"
เสือเฒ่าอย่างหลี่ฮุยหวงมีหรือจะมองไม่ออกว่าหลินเซินกำลังยั่วโมโห แต่ยิ่งหลินเซินพูดแบบนี้ เขายิ่งรู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าดึงมาร่วมงาน เพราะคนซื่อๆ แบบนี้หลอกใช้ง่าย
"ได้เลยไอ้หนุ่ม"
หลี่ฮุยหวงวางซิการ์ลงในที่เขี่ยบุหรี่ แล้วเตะลูกน้องที่แทบเท้า "ออกไปให้หมด ไอ้พวกหมูตอน!"
พวกลูกน้องกัดฟันข่มความเจ็บ ไม่กล้าปริปากบ่น รีบคลานออกไปจากห้อง
เหลือเพียงหลินเซินและหลี่ฮุยหวงตามลำพัง
"เอาอย่างนี้ ในเซี่ยงไฮ้ทั้งเมือง ไม่ว่าคดีใหญ่แค่ไหน ฉันเคลียร์ได้หมด"
"ตู้ผิงเจอหน้าฉันยังต้องเกรงใจ"
"คิดว่าฉันใหญ่พอไหม?"
หลินเซินไม่รู้ว่าตู้ผิงคือใคร จึงถามซื่อๆ "ตู้ผิงคือใครครับ?"
"ผู้อำนวยการกองบัญชาการตำรวจนครบาลไงเล่า"
หลี่ฮุยหวงถอนหายใจ "ลูกพี่จางของนายนี่ไม่ได้เรื่องเลย ไม่สอนข้อมูลพื้นฐานให้ลูกน้องบ้างเลยรึไง? ไอ้หนุ่ม ออกมาทำงานแบบนี้ไม่รู้อะไรเลย ระวังจะเดือดร้อนเอานะ"
"อ๋อ... เข้าใจแล้วครับ"
"ตกลงเขาเป็นแบ็คอัปให้คุณเหรอ?"
หลี่ฮุยหวงหักปลายซิการ์ทิ้ง จุดมวนใหม่สูบอย่างใจเย็น พ่นควันสองทีแล้วพูดต่อ "เขาจะเป็นอะไรได้? ก็แค่เบี้ยตัวหนึ่ง ช่างเถอะ พูดไปนายก็ไม่เข้าใจ ฉันให้โอกาสนายแล้ว ลองดูสิว่าฉันใหญ่พอไหม"
"ไม่ต้องลองหรอกครับ"
หลินเซินพูดเสียงหนักแน่น "คุณใหญ่สู้เจ้านายผมไม่ได้"
"หึ ไหนลองว่ามาซิ"
"รัฐบาล!"
หลี่ฮุยหวงสตั๊นไป "สรุปว่าลูกพี่จางของนายเป็นคนของ 'เบื้องบน'? ทายาทตระกูลใหญ่?"
หลี่ฮุยหวงไม่ค่อยเชื่อคำพูดของหลินเซิน แต่ท่าทางของหลินเซินนิ่งเกินไป ไม่มีแววโกหกพอกพูนเลยสักนิด
หรือว่าจะเป็นคุณชายจากปักกิ่งที่อยากจะมาแชร์ส่วนแบ่งในเซี่ยงไฮ้?
"ทายาทตระกูลใหญ่หรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ตอนนี้เขาเป็นเจ้านายโดยตรงของผม หัวหน้าทีมสืบสวนสอบสวน มีรัฐบาลหนุนหลัง!"
หลี่ฮุยหวง: "..."
เชี่ยเอ๊ย นี่มึงกวนตีนกูมาตั้งนานเหรอเนี่ย?
"มึงเป็นตำรวจ?"
"เดี๋ยวนะ หัวหน้าทีมสืบสวนชื่อจ้าวเค่อไม่ใช่เหรอ?"
สิ่งที่หลินเซินไม่รู้คือ ตอนนี้เขาข้ามเขตความรับผิดชอบของสถานีฉางหนิงมาแล้ว จ้าวเค่อที่หลี่ฮุยหวงพูดถึงคือหัวหน้าทีมสืบสวนของสถานีเขตซินเจียง คนละคนกันเลย
"อ๋อ ผมเพิ่งทำงานวันแรก ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกครับ"
หลี่ฮุยหวง: "???"
ตำรวจใหม่ป้ายแดง?
ความสงสัยในใจหลี่ฮุยหวงเพิ่มทวีคูณ เขาเดาว่าไอ้หนุ่มนี่อาจจะเป็นตำรวจจริง แต่ยุคนี้จะมีตำรวจที่ไหนบ้าดีเดือดขนาดนี้?
ตำรวจที่ไหนมาทำคดีคนเดียว แล้วเอะอะก็ใช้กำลัง?
หลี่ฮุยหวงอยู่ในวงการมานาน สัญชาตญาณเรื่องตำรวจของเขาไวมาก แต่หลินเซินไม่มีกลิ่นอายตำรวจเลยสักนิด กลับดู 'ดิบเถื่อน' ยิ่งกว่าเขาที่เป็นมาเฟียเสียอีก
"ถ้าไม่ขี้โม้ เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะ"
หลี่ฮุยหวงจ้องหลินเซินเขม็ง "บอกมา มึงมาทำอะไรกันแน่? อยากได้เงิน? หรืออย่างอื่น?"
เห็นว่าวิธีปกติคงใช้กับหลี่ฮุยหวงไม่ได้ผล หลินเซินเลยเปิดเผยจุดประสงค์ตรงๆ "ตอนเข้ามาผมก็บอกแล้วไงว่ามาทำคดีกับคุณ แต่น่าเสียดายที่คุณไม่เชื่อผมสักที"
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ตำรวจเหรอ?!"
"มึงกำลังบอกว่ามึงเป็นตำรวจ!"
"ได้ ได้ งั้นบอกมาสิ มึงจะจัดการกูยังไง?"
หลี่ฮุยหวงเอนหลังพิงโซฟาเหมือนรอดูละคร ไขว่ห้างกระดิกเท้า อย่าว่าแต่หลินเซินที่เป็นแค่ตำรวจชั้นผู้น้อยเลย ต่อให้ตู้ผิงมาเอง เขาก็ไม่กลัว
"ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคุณ"
หลินเซินถูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เบาๆ "จ้าวเต๋อโหย่วแจ้งความ เฉาคุนให้เบาะแส ถ้าคุณให้ความร่วมมือบอกชื่อคนที่ทำให้คุณ 'ใหญ่คับฟ้า' ออกมา คดีนี้ก็ถือว่าปิดได้สวยๆ"
"แม่เจ้าโว้ย มึงนี่มันอัจฉริยะจริงๆ ว่ะ"
หลี่ฮุยหวงไม่เคยเจอคนหนุ่มที่ใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือนักเลง เขาก็ชื่นชมจากใจจริง
แต่ทว่า วันนี้หลินเซินทำเกินไป เขาโกรธมาก
"โอเค รอแป๊บ เดี๋ยวให้คนมาอธิบายให้มึงฟัง"
หลี่ฮุยหวงหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะ เตรียมโทรเรียกกำลังเสริม ยังไงหลินเซินก็อ้างว่าเป็นตำรวจ เผื่อว่า... ใครจะรู้ ก่อนที่หลี่ฮุยหวงจะทันได้โทรออก ก็ได้ยินหลินเซินพูดดักคอ "จะโทรหาผู้กำกับสถานีเขตซินเจียงเหรอครับ?"
หืม?
หลี่ฮุยหวงมองหลินเซินด้วยความแปลกใจ
หลินเซินยังคงนิ่งสงบ พูดเนิบๆ ว่า "ไม่ต้องโทรหรอกครับ ตอนนี้เขารับสายคุณไม่ได้หรอก"